Rich Second Gen Villain นายน้อยวายร้ายรุ่นสอง

    ตอนที่ห้าสิบสี่ ก้าวเล็กของมนุษย์คนหนึ่งแต่คือก้าวยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ

    ตอนที่ห้าสิบสี่ ก้าวเล็กของมนุษย์คนหนึ่งแต่คือก้าวยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ

    “ไอได้คำนวณอัลกอริธึ่มทั้งหมดแล้วและได้ออกมาเป็นชาร์ทนี้รวมไปถึงไอได้คำนวณตามที่มาสเตอร์กล่าวมาด้วยว่าระดับพลังขั้นเทพเจ้าเป็นอย่างไรต่อไป”

    โรเบิร์ตกดหน้าจอให้เห็นภาพระยะไกลของระดับค่าพลังที่ช่วงหลังๆมีศูนย์หลายตัวมาก

    พวกนักษัตรทำหน้างงที่คำนวณระดับพลังมีแต่นามูที่คำนวณออก

    “ฉานคำนวณได้ถึงล้านโกฏิ ล้านโกฏิ ตัวเลขม่ายมีอาไหรผิดพลาดแต่นายจ๋า มีคนที่ทรงพลังขนาดนี้จริงๆหรือ?”

    นามูเอ่ยถามอย่างสงสัย

    ซึ่งผมก็ยอมรับว่ามันชวนให้เสียสติเหมือนกัน

    พอมาสร้างเป็นกราฟค่าพลังแล้วพวกเราก็อยู่แค่จุดเล็กจิ๋วของกราฟ ไม่มีค่าอะไรราวกับมดปลวกหากคำนวณค่าพลังขนาดใหญ่มากขึ้น

    ผมอยากจะเล่นมุก

    “รู้ระดับพลังมากไปจะกลายเป็นมารใจของเจ้าจงอย่ารู้ค่าพลังว่ามีอะไรบ้าง”แต่นั่นไม่ใช่แนวคิดของนักวิทยาศาสตร์

    “เราทำได้แค่ก้าวต่อไปทีละก้าวเท่านั้นล่ะนามู มองไว้ว่าเป็นเป้าหมายหรอืภูเขาที่เราจะพิชิตได้ก็พอ อย้าได้เสียกำลังใจไป”

    ผมคิดมาตลอดว่าทำไมพวกนายน้อยถึงทำท่าว่าข้าเก่งได้ตลอดเวลาตั้งแต่หมู่บ้านแรก

    ทั้งที่หากพวกนี้แค่บวกลบเรื่องค่าพลบังเป็นราวกัยบแฟนดราก้อนบอลที่คำนวณระดับค่าพลังของดกคู

    พวกเขาคงรู้ว่า หยัมฉาไม่มีทางที่จะต่อสู้บูที่ตกลงมาจากท้องฟ้าได้เลย

    แต่พวกนายน้อยก็ดันทำท่าเหมือนทุกอย่างสิ้นสุดอยู่ที่ตนเองไม่สนใจใครทั้งนั้น

    และผมกำลังทำใจได้ดีมากขึ้นอย่างหนึ่งเมื่อโรเบิร์ตทำกราฟค่าพลังให้ว่าตัวผมอยู่แค่ไหนแล้ว

    ผมตบบ่าพวกนักษัตรต่อไป

    “อย่าเสียกำลังใจไป สำนักเราต้องยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้าข้าไม่มีทางผิดสัญญา”

    “คร่อกทราบแล้วนายท่านพวกเราจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”

    ผมหันไปทางนามูที่จ้องตัวเลขอยู่

    “น่าสนใจนี่นามู ว่าเก่งตัวเลขขนาดนี้”

    “ฉานเคยท่องจำมหาภารตะและคำนวณทหารล้านล้านโกฏิและอสงไขยอยู่น่ะจ๊ะนายจ๋า”

    ฮืม สมกับเป็นคนอิ่นตู้ เอ๊ยอินเดีย

    ไม่ตกใจกับระดับค่าพลังที่เหนือสามัญสำนึก

    ผมยิ้มแล้วกล่าวว่า

    “ถ้าอย่างนั้นคงมีตัวเลขที่ต้องเรียนรู้มากขึ้นหน่อยล่ะเพราะมีตัวเลขมากมายนักก่อนที่จะไปถึงอสงไขย อนันต์ไร้ที่สิ้นสุด”

    หรือสิบยกกำลังหกสิบก็ยังห่างจากอสงไขยมากมายนัก

    แต่ผมมองตัวเลขไม่ใช่ทำให้ผมดกำลังใจแต่คือการมองว่ามีทางไหนให้เราก้าวไปต่างหาก

    ด้วยตัวเลขคำนวณค่าพลังและเส้นสายลมปราณและวิชาต่างๆในร่างกายของผม

    ผมกำลังจะใช้พลังเงินตราและความรู้วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ไปถถึงเป้าหมายที่ผมต้องการให้ได้

    “แน่นอนจ้านายจ๋า นามูรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับนายจ๋าเสมอ”

    “ถ้าอย่างนั้นไปติดต่อกับครอบครัวบ้างได้แล้วไม่ต้องฝึกตลอดเวลาหรอก”

    ถึงผมจะเตรียมโปรแกรมให้พวกนักวิทยาศาสตร์จับนามูเข้ากับเครื่องเหวี่ยงแบบการฝึกต้านแรงดึงดูดของนักบินอวกาศหรอกแต่เรือ่งนั้นเอาไว้ทีหลัง

    “แต่นายจ๋า หมู่บ้านฉานอยู่ไกลริ้ศทางไปถึงโทรเลขก็ต้องอาศัยเวลาหลายสัปดาห์”

    ผมถอนหายใจ

    หยิบกระเป๋าโทษศัพท์ดาวเทียมมา

    “ตระกูลอ้าวซื้อช่องสัญญาณดาวเทีบมไว้และเห็นไหมเราตั้งเสาส่งสัญญาณไว้ที่หมู่บ้านของนามูด้วย”

    ผมเปิดกระเป๋าเครื่องส่งสัญญาณฉายภาพให้เห็นหมู่บ้านของนามูที่มีเสาส่งสัญญาณขนาดใหญ่ตั้งอยู่และหมู่บ้านมีบ่อน้ำและที่พักอาศัยอย่างดีพร้อมกับต้นไม้ใบหญ้าต่างๆมากมาย

    “ผมซื้อตัวนักการเกษตรและแหล่งน้ำมาจากอิสราเอลที่ทะเลทรายก็ปลูกพืชได้สบายมาก ไม่จำเป็นต้องกังวลกับความแห้งแล้งและผลผลิตอีกต่อไปแล้ว”

    ผมกล่าวกับนามู

    “ขอบคุณจ้านายจ๋า”

    ผมตบบ่านามูและปล่อยหเขาคุยกับภริยาสามคนและลูกๆสิบเจ็ดคนของเขา

    ส่วนผมหลังจากปรับสภาพร่างกายก็ได้เข้าสู่ร่างขั้นเซียน

    การฝึกกุณฑลินีของนามูทำให้ผมสามารถทนการบีบรัดและการบาดเจ็บได้อย่างง่ายดายในการทะลวงด่านต่อไป

    อ้าวป้าหม่าบรรลุร่างกายาเซียน

    บรรลุสะสมพลังปราณและชีพจรเร้นลับกับพิสดาร

    บรรลุกุณฑลินีด่านที่สี่ ด่านหัวใจ

    ซึ่งค่าพลังยังไม่ผ่านระดับหนึ่งล้านแรกตามสมการเสียด้วยซ้ำ


    คล้ายกับเรื่องRich Second Gen Villain นายน้อยวายร้ายรุ่นสอง ที่คุณอ่าน