"แม่นางน้อย? เกิดอะไรขึ้น เหตุใดมานั่งร้องไห้คนเดียว?" อาโนอิทอสหลังจากกลับมาจากทุ่งโซวาโรส เห็นพาเน่มานั่งร้องไห้หน้าคฤหาสน์คนเดียวก็สงสัยจึงถามออกไป
พาเน่มีใบหน้าที่โศกเศร้าเสียใจ เมื่อเห็นอาโนอิทอส น้ำตาของเธอก็ยิ่งไหลโชด่ออกมาอีกราวกับสารธาร
สักพักเธอปาดน้ำตาแล้วมองใบหน้าที่งุนงงของอาโนอิทอสด้วยรอยยิ้มโศกเศร้า "ไม่มีอะไรหรอกเ้าค่ะ หม่อมฉันเพียงแค่มีปัญหาภายในบ้าน ไม่ใช่เื่อะไรที่ฝ่าาต้องทรงเป็กังวลหรอกเ้าค่ะ"
อาโนอิทอสค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เด็กสาว จากนั้นนั่งยองลงก่อนจะวางมือลงบนบ่าเธอเบาๆ ปลอบเธอ "แต่สีหน้าของแม่นางน้อยไม่ได้เป็แบบนั้นเลยนี่? เกิดอะไรขึ้น? ถ้าหากแม่นางน้อยมีเื่ลำบากใจบอกข้าพเ้าได้เลย ทองรอบก่อนไม่พอหรือ? ข้าพเ้าขึ้นเงินเดือนให้ได้นะ"
พาเน่ยิ้มให้กับอาโนอิทอสที่พยายามปลอบใจเธอ จากนั้นแววตาเธอที่มองอาโนอิทอสก็เต็มไปด้วยความเศร้าโศก ไม่ว่าจะมองยังไงชายตรงหน้าเธอยามนี้ก็ไม่เหมือนอาโนอิทอสคนก่อนที่เธอรู้จักจริงๆ เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกยามอยู่กับเขา ราวกับเธอสามารถบอกความในใจทั้งหมดกับเขาได้ เธอมองอาโนอิทอสที่อ่อนโยนตรงหน้าแล้วถามเขาด้วยเสียงที่เสียใจ "ฝ่าาเ้าคะ ทำไม...ทำไมคนเราถึงต้องป่วยด้วยหรือเ้าคะ?"
อาโนอิทอสเอียงคออย่างงุนงง
เพน่าก้มหน้าลง ั์ตาเต็มไปด้ววความเ็ป "หม่อมฉันไม่เข้าใจเลย ว่าเหตุใดคนเราจะต้องเกิดมาเ็ป เมื่อไม่มีสิ่งใดกินก็หิว เมื่อถูกตีก็เจ็บ เมื่อป่วยก็ตาย เทพเ้าสรรสร้างพวกเรามาด้วยความรักแต่เหตุใดพวกเขาจึงได้สร้างเราให้มาอ่อนแอเช่นนี้ กระหม่อมไม่เข้าใจเลย"
อาโนอิทอสที่เป็เอเลี่ยนจาก ศตวรรษที่ 50 ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ ไม่อาจเข้าใจกับความหมายของคำถามที่แท้จริงเขาจึงตอบตามตำรา "ข้าพเ้าไม่รู้ว่าในจักรวาลนี้ของแม่นางน้อยใครเป็ผู้สร้างมนุษย์ แต่ถ้าอ้างอิงจากจักรวาลข้าพเ้า ตามจริงแล้วมนุษย์ถูกสร้างขึ้นจากธรรมชาติแล้วเกิดการวิวัฒนาการจากสัตว์เซลล์เดียวเป็หลายเซลล์ เส้นประสาททั้งหมดของมนุษย์ 43 คู่ ทำให้มนุษย์รับรู้ความเ็ป พูดให้ถูกต้องมนุษย์กำเนิดเองจากธรรมชาติเหมือนหนอนตัวแรกที่เกิดจากแบคทีเรีย หมายความว่าพระเ้าไม่ได้เป็ผู้สร้างมนุษย์แต่เป็ธรรมชาติ แต่หากให้พูดเข้าข้างแม่นางน้อย ก่อนกำเนิดจักรวาลพระเ้าเป็ผู้ทำให้เกิดบิ๊กแบงจนสร้างธรรมชาติขึ้นมา ดังนั้นจึงหมายความอ้อมๆว่ามนุษย์เกิดจากฝีมือพระเ้าได้ แม่นางน้อยก็เหมือนแบคทีเรียที่เป็ผลพลอยได้จากพระเ้า ดังนั้น.."
ยังพูดไม่ทันจบ อาโนอิทอสก็หยุดพูดเมื่อเห็นสายตาที่หันมามองของพาเน่
พาเน่ยิ้ม ถึงแม้เธอจะไม่เข้าใจว่าอาโนอิทอสกำลังพูดถึงอะไร แต่เธอก็รู้ว่าเขากำลังพยายามปลอบใจเธอ ถ้าหากเป็อาโนอิทอสคนก่อนคงจะไม่มีทางทำเื่ไร้สาระแบบนี้แน่ ในใจลึกๆเธอมีความสุขที่เขาเป็ห่วงเธอบ้าง "ท่านเปลี่ยนไปจริงๆ เ้าชาย...ถึงแม้จะเสียมารยาทที่กล่าวเช่นนี้ แต่หม่อมฉันรู้สึกดีจริงๆที่ทัณฑ์์นั้นทำให้ท่านเปลี่ยนไปเป็คนอ่อนโยนเช่นนี้"
อาโนอิทอสนิ่งเงียบ
พาเน่ยิ้มอย่างเศร้าสร้อย "หากทวยเทพจะเริ่มเหลียวแลมนุษย์ หม่อมฉันก็อยากให้พวกเขาบรรดาลปาฏหาริย์ให้แม่หม่อมฉันเหมือนที่บรรดาลให้ฝ่าาบ้าง"
"........?" อาโนอิทอสมีใบหน้าที่งุนงง
พาเน่ยิ้ม "แม่ของหม่อมฉันป่วยเป็โรคที่ไม่มีทางรักษาเพราะไม่มีใครรู้จักโรคนี้ แม้แต่หมอหลวงที่เก่งกาจที่สุดก็ไม่อาจล่วงรู้ว่าแม่กระหม่อมป่วยเป็โรคอันใด หม่อมฉันเพียงแค่ปรารถนา หากทวยเทพมีจริงๆ หม่อมฉันก็อยากขอให้พวกเขาบอกหม่อมฉันเหลือเกินว่าโรคที่แม่หม่อมฉันกำลังเผชิญอยู่นั้นมันคืออะไรกันแน่ อย่างน้อยก็ส่งสัญญาณหรือคำไบ้สักเล็กน้อยก็ยังดี"
เมื่อพาเน่พูดเช่นนั้นอาโนอิทอสจึงเข้าใจในที่สุดว่าเธอกำลังหมายถึงอะไร "งั้นทั้งหมดที่แม่นางน้อยกำลังพูดมาจนถึงตอนนี้เกี่ยวกับมารดาของแม่นางน้อยอย่างงั้นหรือ?"
พาเน่พยักหน้าและยิ้มขมขื่น "ใช่เ้าค่ะ แม่หม่อมฉันป่วยเป็โรคปริศนาที่ไม่มีหมอผู้ใดรู้จัก หม่อมฉันเพิ่งพามารดามาตรวจกับท่านโคเรเฟลหมอมือหนึ่งของวาซิลาสเมื่อครู่นี้ แต่กระนั้นท่านโคเรเฟลก็ยังไม่รู้จักโรคที่มารดาหม่อมฉันเป็ มีเพียงแค่ทวยเทพเท่านั้นที่รู้และตอบคำถามของหม่อมฉันได้" พาเน่ปาดน้ำตา "ต้องขออภัยฝ่าาด้วยเพคะที่หม่อมฉันพามารดาเข้าคฤหาสน์ท่านโดยไม่ขออนุญาตก่อน เพื่อมารดาแล้ว...หม่อมฉัน"
"ไม่เป็อะไรหรอก ข้าพเ้าไม่ได้สนใจ" อาโนอิทอสโบกมือหยุดพาเน่ไว้กลางคัน เขามองเธอ จากนั้นก็พูดต่อ "ถ้าหากทั้งหมดที่แม่นางน้อยกำลังว่ามาพูดถึงสตรีที่กำลังนอนอยู่ในห้องรับรอง ถ้าเช่นนั้นแม่นางน้อยก็ไม่มีอันใดต้องเป็ห่วงหรอก เพราะนางเป็แค่ฝี เมื่อครู่ข้าพเ้านำยาให้นางทานแล้ว อาการจะค่อยๆดีขึ้นเอง"
พาเน่กำลังจะโน้มตัวแสดงความขอบคุณประโยคแรกที่อาโนอิทอสบอกว่าไม่ถือสาเธอที่พาแม่เข้าคฤหาสน์เขาโดยไม่มีกาลเทศะ แต่ประโยคต่อมาของเขาก็ทำให้ตัวที่โน้มไปได้ครึ่งทางของพาเน่หยุดลง จากนั้นเธอค่อยๆยกกลับขึ้นมา เด็กสาวมีใบหน้าที่สับสนขณะมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้า เธอถาม "ขออภัยนะเ้าคะ ฝ่าา..เมื่อครู่นี้ฝ่าาทรงพูดว่าอะไรนะเ้าคะ หม่อมฉันฟังไม่ค่อยถนัด"
อาโนอิทอสตอบ "มารดาของแม่นางน้อยเป็แค่ฝี กินยานิดเดียวก็หายแล้ว"
พาเน่อึ้ง "ฝ่าา...ฝ่าารู้จักโรคที่มารดาข้าเป็อยู่หรือเ้าคะ? ฝี?....มันคืออะไรกันเ้าคะ?"
พาเน่อึ้ง รู้สึกสับสนเพราะไม่เคยได้ยินชื่อโรคนี้มาก่อน
อาโนอิทอสตอบ "ฝีก็คือการติดเชื้อของเนื้อเยื่อจากแบคทีเรีย ทำให้เกิดเป็ตุ่มขึ้นมา ขนาดเล็กใหญ่แตกต่างไปตามบุคคลและระยะเวลาติดเชื้อ มารดาของแม่นางน้อยคงจะาเ็จากสิ่งใดสักสิ่งมาก่อนทำให้เกิดการติดเชื้อ เม็ดเืแดงในร่างกายมารดาแม่นางน้อยเจอสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายผ่านาแ ทำให้เกิดการต่อสู้กันขึ้นในร่างกายจนทำให้เกิดเป็หนองขึ้นมา แล้วพอไม่รักษาจึงพัฒนากลายเป็ฝี หรือไม่มารดาแม่นางน้อยก็ไม่ค่อยอาบน้ำแล้วที่บ้านอาจจะฝุ่นเยอะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ นั่นก็มีโอกาสเป็ฝีเช่นกัน"
พาเน่อึ้ง มองอาโนอิทอสตาค้าง
อาโนอิทอสโบกมือใส่หน้าพาเน่ราวกับพยายามดึงสติเธอ "หากเป็ภูมิแพ้ ข้าพเ้าแนะนำให้งดนมวัว"
พาเน่อึ้งจนเบลอไปชั่วขณะ เธอดึงสติกลับมาแล้วมองอาโนอิทอสอย่างจริงจัง "ฝ่าา ท่านทรงกำลังพูดจริงไม่ได้ล้อเล่นใช่หรือไม่เ้าคะ? ท่านรู้จักโรคที่แม่หม่อมฉันเผชิญอยู่จริงๆหรือเ้าคะ?"
อาโนอิทอสพยักหน้า
แต่พาเน่ถามกลับด้วยความสงสัย "ถ้าเช่นนั้นหากสิ่งที่เรียกว่าฝีที่ฝ่าาว่ามาเป็สิ่งที่แม่หม่อมฉันกำลังเผชิญ ตามที่ฝ่าาพรรณาถึงมัน มันก็ควรจะมีตุ่มขึ้นบนร่างกาย แต่ว่าบนร่างกายของแม่หม่อมฉันไม่มีตุ่มใดเลยนะเ้าคะ?"
อาโนอิทอสพยักหน้า "แน่นอนมารดาของแม่นางน้อยไม่มีตุ่มตามตัวหรอก"
พาเน่แสดงความสับสน "ถ้าเช่นนั้น"
"มารดาของแม่นางน้อยไม่มีตุ่มตามตัวเพราะมารดาแม่นางน้อยไม่ได้มีฝีขึ้นภายนอกร่างกาย แต่ฝีของมารดาแม่นางน้อยเกิดขึ้นภายในร่างกาย"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ พาเน่พลันอึ้ง
"ถ้าหากจะกล่าวให้ถูก มารดาของแม่นางน้อยมีฝีขึ้นที่สมอง มีไข้สูง ตาเบลอ ปฏิกิริยาการตอบสนองช้าลง รวมทั้งคอแข็ง ทั้งหมดเป็เพราะหนองที่เกิดบนสมองมารดาแม่นางน้อยโตขึ้นจนไปกดทับเส้นประสาท ทำให้ระบบประสาทของมารดาแม่นางน้อยทำงานผิดปกติ หากปล่อยไว้ไม่ยอมรักษาก็อันตรายถึงชีวิต"
ตอนแรกพาเน่คิดว่าอาโนอิทอสเพียงแค่โม้คำพูดและตั้งใจพูดเล่นๆเพื่อให้เธอสนใจ แต่ต่อมาพอได้ยินอาการที่อาโนอิทอสพรรณามาเธอก็ต้องเปลี่ยนความคิดเพราะอาการพวกนั้นมันตรงกับอาการของแม่เธอจริงๆ ใบหน้าของพาเน่ซีด"นี่...นี่แม่หม่อมฉันเป็สิ่งที่เรียกว่าฝี...ในสมองอย่างนั้นหรือ? หม่อมฉันควรจะทำเช่นใด...หม่อมฉันควรจะทำเช่นใดดีเ้าคะฝ่าา!? หม่อมฉันไม่อยากให้แม่ต้องตาย หม่อมฉันควรจะทำเช่นใดดีจึงจะสามารถช่วยชีวิตแม่ได้!?"
อาโนอิทอสหยิบบางอย่างในกระเป๋าแล้วส่งมันให้เธอ ในมือเขามันเป็เม็ดยากระปุกหนึ่ง อาโนอิทอสบอก "นี่คือยาปฏิชีวนะที่จะทำหน้าที่ต้านเชื้อแบคทีเรียไม่ให้ผ่านเข้าเส้นเืมารดาแม่นางน้อยไปยังสมอง ให้นางทานยานี่วันละ 2 เม็ดเช้าเย็น เพียงแค่ 3-6 สัปดาห์อาการก็จะค่อยๆดีขึ้น"
พาเน่รับยานั้นมาแล้วมองมันด้วยความตะลึง เ้าสิ่งเล็กเท่าเม็ดถั่วนี่คือของวิเศษที่จะช่วยแม่ของเธอได้? พาเน่ไม่อยากจะเชื่อแต่เธอก็กำมันและรักษามันไว้เท่าชีวิต พาเน่โค้งคำนับขอบคุณอาโนอิทอส "หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าาจริงๆเ้าค่ะ!" จากนั้นเธอก็รีบไปหาแม่แล้วพาเธอกลับบ้านเพื่อลองยา
3 สัปดาห์ผ่านไป พาเน่มองแม่ของตนที่อาการดีขึ้นๆเรื่อยๆจนหายสนิทเป็ปกติั้แ่วันที่รับยามาเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน ตอนนี้แม่เธอยืนตากผ้าอยู่หน้าบ้าน มีใบหน้าที่สดใสงดงาม ผิวพรรณขาวผ่อง ไม่มีสัญญาณเหมือนคนเป็โรคใดๆแม้แต่นิดเดียว เด็กสาวอึ้งและไม่อยากจะเชื่อ
หลังจากลางานมาได้ 3 สัปดาห์ติด พาเน่ยุติลาพักร้อนแล้วกลับไปที่ทำงาน เธอตรงไปที่ห้องของเ้าชายแล้วรีบเข้าพบเขาด้วยความตื่นเต้น
"ฝ่าา! ฝ่าาเพคะ! แม่ของหม่อมฉัน! แม่ของหม่อมฉันหายดีเป็ปกติแล้ว! แม่หม่อมฉันหายแล้วจริงๆ!"
อาโนอิทอสที่กำลังศึกษาประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพอยู่ เมื่อพาเน่บุกเข้ามา เขาก็ดึงสติกลับมาแล้วยิ้มทักทายเธอ "โอ้ แม่นางน้อย กลับมาทำงานแล้วหรือ?"
พาเน่มองอาโนอิทอสด้วยความตื่นเต้น "ฝ่าา แม่ของหม่อมฉันหายดีแล้ว...นางหายดีแล้ว ทั้งหมดเป็เพราะฝ่าา หม่อมฉันต้องขอบพระทัยฝ่าาอีกครั้งจริงๆเ้าค่ะ! หากไม่มีฝ่าา แม่หม่อมฉันคง!"
อาโนอิทอสโบกมือ "แม่นางน้อยไม่จำเป็ต้องขอบคุณข้าพเ้าหรอก ยังไงข้าพเ้าและแม่นางน้อยก็เป็เพื่อนกันเพื่อนก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว วันไหนข้าพเ้าอยากได้ข้อมูลเผ่าพันธุ์ใต้พิภพอีกข้าพเ้าก็จะเรียกแม่นางน้อยมาช่วยข้าพเ้าเหมือนกัน ดังนั้นไม่จำเป็ต้องขอบคุณเลย"
พาเน่มองอาโนอิทอสด้วยความซาบซึ้ง น้ำตาเธอคลอเบ้า เธอไม่เคยถูกปฏิบัติโดยเชื้อพระวงศ์ดีขนาดนี้มาก่อน ปกติแล้วขุนนางหรือเชื้อกษัตริย์จะปฏิบัติกับสามัญชนอย่างเธอเหมือนทาส นอกจากฟีโรโซฟอสก็ไม่มีใครที่ปฏิบัติกับเธอดีๆ เ้าชายเป็คนที่สองที่ทำดีกับเธอขนาดนี้โดยไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทนใดๆ ที่จริงเขากระทั้งลดระดับตัวเองมาเทียบเท่ากับเธอเรียกเธอว่า 'เพื่อน' ไม่มีขุนนางคนไหนทำแบบนั้นด้วยซ้ำ ทั้งชาตินี้เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีเ้าชายหรือเชื้อพระวงศ์คนไหนจะเรียกเธอแบบนี้เหมือนที่อาโนอิทอสเรียก จู่ๆภาพลักษณ์เ้าชายที่เ็าของเธอค่อยๆหายไปแล้วแปรเปลี่ยนเป็เ้าชายที่อบอุ่น หัวใจของเธอรู้สึกเบิกบานและปลอดภัยยามที่อยู่ต่อหน้าชายคนนี้อย่างแปลกประหลาด เธอคิดว่าเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เธอคิดว่าการได้มาทำงานในคฤหาสน์นี้และได้รู้จักกับเ้าชายอาโนอิทอส เอนาส วาซิลาสผู้นี้เป็สิ่งถูกต้องที่สุดในชีวิตเธอ เธอมีความสุขมาก