ณ เฉินเซี่ยงสามารถก้าวเข้าสู่ระดับ 8 ขอบเขตนักสู้ได้อย่างสมบูรณ์พร้อมกับสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นกล่าวได้ว่า จริงๆ แล้วมีนักสู้ระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ 2 คนในเวทีการประลองครั้งนี้ หนึ่งในนั้นมีอายุประมาณ20 ปี พร้อมกับรัศมีสีทองกระจ่างใสครอบคลุมทั่วร่าง
อีกผู้หนึ่งคือหญิงสาวผู้งดงามที่มาพร้อมกับผมสีขาวสลวยรวบเข้ากันเป็นทรงหางม้านางดูงดงาม เป็นผู้ใหญ่ เย็นชา และถือดี นางสวมใส่เสื้อผ้าประเภทเดียวกันกับเฉินเซี่ยง‘ชุดรัดรูปสีดำ’ ขับส่งร่างกายเอาเร่าร้อนไร้ที่ติให้เด่นชัดออกมาแต่ถึงกระนั้นคุณภาพชุดของนางยังห่างไกลเกินกว่าของเฉินเซี่ยงมากนัก
สตรีนางนี้ดึงดูดความสนใจมากมาย เนื่องเพราะผมสีขาวลักษณะที่ดูเป็นผู้ใหญ่ รูปร่างที่เย้ายวน ความงดงามที่เกินบรรยายแต่กลับแฝงไปด้วยความเย็นชาและถือดีบนใบหน้าของนางกระทั่งเฉินเซี่ยงเองยังแอบมองนางหลายต่อหลายครั้ง
“เราจะเริ่มประกาศกฎการแข่งขันกันแล้ว! รอบแรกจะจัดขึ้นในวันนี้ผู้สมัครทั้ง 40 คนจะถูกแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ผู้ชนะของแต่ละกลุ่มจะเข้าสู้รอบรองชนะเลิศ!” ชายแก่คนหนึ่งตะโกนขึ้นมันคือผู้อาวุโสตระกูลเหยา “เราจะแข่งขันภายในกลุ่มพร้อมกันทีเดียว5 คน คนทั้ง 5 ของกลุ่มนั้นๆ ต้องต่อสู้กัน และผู้ที่ยืนอยู่เป็นคนสุดท้ายของกลุ่มจะเป็นผู้ชนะและก้าวเข้าสู่รอบต่อไป!”
กฎค่อนข้างธรรมดาสามัญ คนทั้ง 5 จะต่อสู้แบบตะลุมบอนกันบนเวทีกำจัดคนอื่นๆ ทีละคน ผู้ใดที่เหลือรอดเป็นคนสุดท้ายจะครองตำแหน่งผู้ชนะ
ผู้อาวุโสตระกูลเหยาหลักๆ แล้วอธิบายเกี่ยวกับกฎบนเวทีที่ยินยอมให้ใช้วิธีสกปรกได้แต่ห้ามสังหาร
ในภายหลัง กลุ่มทั้ง 8 กลุ่มก็ถูกตั้งขึ้นโดยใช้เวลาไม่นานเฉินเซี่ยงไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่มีนักสู้ระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ ในกลุ่มของเขาที่อยู่นั้นมีบุรุษ4 คน แต่ละคนมีอายุราวๆ 19 - 20 ปี ระดับความแข็งแกร่งสูงสุดที่พวกนั้นมีก็เพียงระดับ6 ขอบเขตนักสู้ ดูเหมือนกับว่าพวกนั้นเพิ่งบรรลุสู่ระดับใหม่ เฉินเซี่ยงเดาว่าตระกูลเหยาคงต้องการให้เขาถูกกำจัดในรอบแรกของการแข่งขันครั้งนี้
ในเวลานี้ เฉินเซี่ยงรู้ถึงตัวตนของผู้ที่มีความแข็งแกร่งระดับ7 ขอบเขตนักสู้แล้ว สตรีผู้นั้นเรียกขานว่า ‘เหลิ่งยู่หลาน’ นางคือลูกสาวของแม่ทัพที่มีชื่อเสียงในจักรวรรดินักสู้ตอนใต้แม้นางจะดูเป็นผู้ใหญ่ แต่นางมีอายุเพียง 14 ปี ทำให้เฉินเซี่ยงแอบขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างลับๆ
อีกผู้หนึ่งเรียกขานว่า ‘ซ่งหนานหมิง’ เขาคือพระราชโอรสองค์โตในจักรพรรดิแห่งจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ปีนี้เขามีอายุ 20 ปีและอยู่ในจุดสูงสุดของระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ พรสวรรค์โดยธรรมชาติจัดว่าดีแต่ในความคิดของเฉินเซี่ยงมันก็ยังแย่เมื่อเทียบกับเหลิ่งยู่หลาน เพราะนางมีอายุเพียง14 ปีเท่านั้น
กลุ่มของเฉินเซี่ยงได้ต่อสู้เป็นกลุ่มสุดท้ายด้วยความไม่สมดุลอย่างยิ่งเฉินเซี่ยงเป็นผู้เดียวที่มีอายุเพียง 16 ปี ส่วนคนอื่นๆ ในกลุ่มมีอายุอยู่ระหว่าง19 - 20 ปี ทุกๆ คนต่างเห็นว่านี่มันเป็นการเจตนา ถ้าเป็นตัวต่อตัว เฉินเซี่ยงย่อมมีโอกาสชนะสูงขึ้นแต่นี่มัน 5 คน และถ้าทั้งหมดสู้กันในระยะประชิด เฉินเซี่ยงต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ ที่เฉินเซี่ยงมีความแข็งแกร่งเพียงระดับ7 ขอบเขตนักสู้ เขาอาจจะกังวลบ้าง แต่ตอนนี้เขาก้าวเข้าสู่ระดับ 8 ขอบเขตนักสู้พร้อมกับความแข็งแกร่งที่มากกว่าเดิมเพียงแค่กระทืบเท้า เขาก็สามารถเขย่าพื้นที่นี้ทั่วหมดได้แล้ว ด้วยทักษะศักดิ์สิทธิ์และธาตุทั้ง5 แห่งปราณแท้จริง ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้เทียบได้กับนักสู้ระดับ 9 ขอบเขตนักสู้!
เฉินเซี่ยงคาดไม่ถึงจริงๆ ว่า เขาจะบรรลุระดับ8 ขอบเขตนักสู้ เพียงไม่กี่วัน หลังจากที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณ‘ทักษะปีศาจกลืนกิน’ ที่เป่ยยู่ยู่สอนเขาในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทักษะปีศาจคือความอันตรายที่เย้ายวนใจเช่นใด!
เฉินเซี่ยงยืนอยู่ในกลุ่มผู้ชม กำลังมองดูคนทั้ง5 ต่อสู้กันบนเวที เขาสังเกตรูปแบบการต่อสู้ของแต่ละคน ดวงตาเขาเปล่งประกายเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาใช้ออกด้วยทักษะเฉพาะตัวเขาเห็นการไหลเวียนของปราณแท้จริงในเส้นโลหิตของพวกนั้นอย่างชัดเจน ซึ่งต้องขอบคุณสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่น่าอัศจรรย์ของเขาเพียงเท่านี้ มันก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาที่ขโมยเรียนรู้ทักษะของพวกนั้น มันง่ายที่จะเขาเลียนแบบและใช้มันอนาคต
คนทั้ง 5 ต่างเบียดเสียดกันอยู่ที่กึ่งกลางเวทีไม่มีผู้ใดต้องการต่อสู้ใกล้ๆ ขอบเวที เมื่อผู้ใดก็ตามที่ตกออกจากเวทีไป มันผู้นั้นก็จะพ่ายแพ้ทันทีตอนนี้เกิดการต่อสู้ชุลมุนวุ่นวายอยู่กลางเวที การต่อสู้เช่นนี้ นักสู้ต้องมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากเพราะบางครั้งแต่ละคนอาจจะพบว่าตนเองกำลังเผชิญหน้าอยู่กับนักสู้ทั้ง 4 คน! นอกจากนี้พวกเขายังต้องจู่โจมไปพร้อมๆกับป้องกันตัว ด้วยความจริงข้อนี้ ผู้เข้าแข่งขันต้องใช้ออกและตอบสนองด้วยทักษะการต่อสู้ของเขา
แม้เหล่าผู้ชมต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงและนับถือเมื่อใดก็ตามผู้เข้าแข่งขันทั้ง5 ใช้ออกด้วยทักษะการต่อสู้ของพวกเขา แต่เฉินเซี่ยงกลับรู้สึกดูถูกเสียมากกว่า แม้ว่าทักษะพวกนั้นจะมีประกายวิบวับแต่มันก็มีข้อบกพร่องอยู่มาก ดังนั้นเฉินเซี่ยงจึงไม่ได้พยายามคัดลอกมันแต่อย่างใด
ไม่นาน การแข่งขันรอบแรกก็จบลง ด้วยปราณแท้จริงที่แข็งแกร่งและยืนหยัดอยู่เป็นคนสุดท้ายผู้ชนะก็ถือว่ามีความแข็งแกร่งที่ดีคนส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกกำจัด แต่พวกเขาตกจากเวทีเนื่องจากปราณแท้จริงถูกเผาผลาญจนหมดหมากกว่า
หนุ่มสาวเหล่านี้มีความแข็งแกร่งในระดับ6 ขอบเขตนักสู้ ในสายตาของหลายๆ คน พวกเขาคืออัจฉริยะที่ค่อนข้างทรงพลัง แต่เฉินเซี่ยงรู้ว่าพวกนั้นมีฐานที่ไม่ดีนักพื้นฐานของพวกนั้นไม่เสถียร ปราณแท้จริงไม่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์มากพอ ถึงแม้ทักษะการต่อสู้ของพวกนั้นจะดีแต่ยังไม่อาจปลดปล่อยพลังเต็มที่ได้ นั่นเป็นความจริงที่โหดร้าย
“อืม....ข้าเดาว่าคุณหญิงคุณชายพวกนั้น ทั้งชีวิตคงถูกเลี้ยงดูแบบไข่ในหินถูกปกป้องราวกับขุมสมบัติ ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากตระกูล และคงไม่มีโอกาสได้เผชิญกับความเจ็บปวดทรมานและความขมขื่นของการฝึกฝนที่แท้จริง”
เฉินเซี่ยงพึมพำอย่างเย็นชาภายในใจ ไม่มีใครที่ฝึกฝนเช่นเขาฝึกฝนอย่างสาหัสสากรรจ์แทบจะทั้งวันทั้งคืน
รอบต่อไปคือกลุ่มขององค์ชายแห่งจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ซ่งหนานหมิง เขาคือนักสู้ระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ แต่คนอื่นๆ อยู่ในระดับ 6 ขอบเขตนักสู้ในความเป็นจริงตั้งแต่เริ่มแข่งขันมี 2 คนร่วงลงจากเวทีอย่างรวดเร็วจากการระเบิด ซ่งหนานหมิงใช้ความได้เปรียบจากที่เขาเป็นนักสู้ระดับ7 เอาชนะคู่ต่อสู้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ชมทั้งหมดส่งเสียงเชียร์ด้วยความตื่นเต้นเมื่อเขากลายเป็นผู้ชนะ
รอบต่อไปคือการแข่งขันของบุตรสาวของแม่ทัพใหญ่แห่งจักรวรรดินักสู้ตอนใต้เมื่อนางก้าวขึ้นไปบนเวที ผู้ชมที่เป็นบุรุษเพศต่างพากันลืมหายใจ สายตาทั้งหมดจับจ้องไปที่รูปร่างของนางด้วยไฟราคะและตัณหาเหลิ่งยู่หลานสวมชุดรัดรูปสีดำ ด้วยรูปร่างเพรียวบาง ขาเรียวและยืดหยุ่น รูปร่างของนางไม่ได้เข้ากับอายุนางเลยรูปร่างที่ดูเป็นผู้ใหญ่และสง่างามแสดงออกถึงอารมณ์ที่เย็นชาและความภาคภูมิใจ มันยากสำหรับทุกคนที่จะจินตนาการว่าสาวงามนางนี้มีอายุเพียง14 ปีเท่านั้น
“ปราณแท้จริงที่แผ่ออกมาจากสตรีนางนี้แปลกมาก!” เฉินเซี่ยงพึมพำพลางขมวดคิ้ว
ซูเหม่ยเหยากล่าว “สาวน้อยนี้มี‘เส้นโลหิตเพลิงน้ำแข็ง’ สำหรับระดับขอบมัน… ข้าไม่สามารถบอกได้ปราณที่จริงที่นางฝึกฝนต้องเป็นปราณน้ำแข็งและปราณเพลิง เมื่อปราณที่ขัดแย้งกันทั้งสองชนิดผสานเข้าด้วยกันมันก็จะกลายเป็นเช่นนี้....แปลกและไม่อาจหยั่งถึงได้ ถ้าเจ้าเผชิญหน้ากับเพลิงของนางเป็นไปได้มากว่ามันจะสามารถแช่แข็งเจ้าได้ พูดง่ายๆ ก็คือ นางคือสาวน้อยที่ไม่ธรรมดาจะดีที่สุดสำหรับเจ้า ถ้าเจ้าสามารถเป็นสหายกับนาง”
ท่านตาเฉินเซี่ยงหดแคบลง เมื่อมองภาพลักษณ์ที่ดูเป็นผู้ใหญ่และงดงามที่กำลังยืนอยู่บนเวทีเขากลับแอบผวาอยู่ภายในใจ คนที่ได้รับการยอมรับจากซูเหม่ยเหยาต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
“เริ่มได้!”
สิ้นเสียงประกาศ เหลิ่งยู่หลานกลายเป็นเงาสีดำพุ่งไปรอบๆเวทีอย่างฉับพลัน ทิ้งไว้เพียงเงาสีดำไล่หลังที่ดูคล้ายกับเงาของภูตผี นางรวดเร็วอย่างมากเร็วขนาดที่ว่าผู้ชมยังต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง แม้แต่บุรุษทั้ง 4 คนที่อยู่บนเวทีก็แข็งค้างด้วยความตกตะลึงด้วยเช่นกัน
คิ้วของเฉินเซี่ยงขมวดเข้าหากัน เขาแทบจะมองไม่เห็นใบหน้าที่งดงามของเหลิ่งยู่หลานเขาเห็นแต่เพียงใบหน้าที่จริงจัง ความเร็วที่นางแสดงออกมาทำให้เขาประหลาดใจอย่างมาก!
“ตูม!” ปรากฏเสียงระเบิดขึ้นฉับพลันพร้อมกับผู้เข้าแข่งขัน1 คนร่วงลงจากเวที ถึงแม้คนส่วนใหญ่ไม่อาจมองเห็นว่าชายคนนั้นหล่นลงจากเวทีได้อย่างไรแต่พวกเขาก็ทราบแก่ใจดีว่ามันเกิดจากเหลิ่งยู่หลานแน่นอน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้ชมเห็นเพียงแค่เงาสีดำที่เป็นภาพติดตาของนางเท่านั้น
ต่างจากเฉินเซี่ยง เขาเห็นอย่างชัดเจนว่าเหลิ่งยู่หลานส่งลูกเตะอันทรงพลังไปยังชายคนนั้นทีหนึ่งซึ่งลูกเตะนั้นแรงพอที่จะพาร่างของเขาลอยออกจากเวทีภายในครั้งเดียว
เหลิ่งยู่หลานทำเช่นเดียวกันกับคู่ต่อสู้คนอื่นๆของนางอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเงาภาพติดตา คู่ต่อสู้ของนางค่อยๆ ลอยออกไปทีละคนๆ จนหมดเวที
“เหลิ่งยู่หลานเป็นผู้ชนะและได้เข้ารอบรองชนะเลิศ!ต่อไป...คือกลุ่มสุดท้าย!”ผู้อาวุโสตระกูลเหยาตะโกนขึ้น
สุดท้ายก็เป็นรอบของเฉินเซี่ยง ทุกคนรู้ว่าเฉินเซี่ยงต้องเผชิญหน้ากับนักสู้4 คนที่มีความแข็งแกร่งระดับ 6 ขอบเขตนักสู้ แต่ละคนล้วนอยู่ในขั้นนี้หลายปีแล้ว จึงเป็นเรื่องธรรมชาติที่พวกเขาจะแข็งแกร่งกว่านักสู้ในระดับขั้นเดียวกันซึ่งทำให้เฉินเซี่ยงเสียเปรียบเป็นอย่างมาก
……………………..