ขณะที่หน้าจอโทรศัพท์แสดงภาพของไข่แม่ทัพโครงกระดูกขึ้น ด้านข้างก็แสดงภาพมดแกร่งกลายพันธุ์ของโจวเหวินขึ้น
ในเวลาเดียว บนหน้าจอโทรศัพท์ก็มีข้อความแจ้งเตือนเด้งออกมา ‘เนื่องจากมดแกร่งกลายพันธุ์ได้ฟักตัวแล้ว ไข่แม่ทัพโครงกระดูกจะถูกใช้เป็นวัสดุเสริมเท่านั้น ยืนยันการผสานหรือไม่’
โจวเหวินเลือกใช่ อย่างไรเสียเขาก็ยังไม่สามารถฟักไข่แม่ทัพโครงกระดูก และวันหน้ายังพอมีโอกาสได้รับมดแกร่งกลายพันธุ์มาใหม่ ดังนั้นลองสักหน่อยก็ไม่เสียหาย
หลังจากโจวเหวินกดเลือก ไข่แม่ทัพโครงกระดูกก็ลอยเข้าหามดแกร่งกลายพันธุ์ เมื่อมันแทรกซึมเข้าร่างกายของมดแกร่งกลายพันธุ์ ภาพหน้าจอเกมก็หมุนวนอย่างยุ่งเหยิงทันที
ติ๊ง !
ผ่านไปสักพัก ในที่สุดหน้าจอเกมก็กลับสู่สภาพปกติ พร้อมกับมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น และแสดงข้อความหนึ่งบรรทัด
“ผสานสำเร็จ มดแกร่งกลายพันธุ์ระดับธรรมดาวิวัฒนาการเป็นมดกระดูกกลายพันธุ์ระดับธรรมดา”
โจวเหวินรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย หลังจากผสานกับแม่ทัพโครงกระดูกระดับตำนานแล้ว กลับยังเป็นแค่ระดับธรรมดา เห็นชัดว่าการผสานครั้งนี้ขาดทุนแล้ว
เมื่อดูมดกระดูกที่ผสานสำเร็จอย่างละเอียด ก็เห็นว่าเปลือกที่แต่เดิมเป็นสีแดงของมันได้กลายเป็นสีแดงเข้ม ส่วนพื้นผิวเปลือกก็มีการเปลี่ยนแปลง ราวกับเป็นกระดูกที่ถูกย้อมด้วยเลือด แม้แต่หนวดและกรงเล็บบนตัวมันยังกลายเป็นโครงกระดูกสีเลือด
อีกทั้งกรงเล็บของมันก็แหลมคมขึ้น งอกเต็มไปด้วยหนามกระดูกที่คล้ายใบเลื่อย ดูน่าสะพรึงกลัวอย่างมาก โดยเฉพาะขาหน้าทั้งสองข้างของมันที่ดูเหมือนหอกกระดูกสองเล่ม
ถึงแม้วิวัฒนาการแล้วจะดูแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเป็นระดับธรรมดา ไม่ว่าวิวัฒนาการอย่างไร ก็ไม่สามารถต่อกรกับสัตว์เลี้ยงคู่หูระดับตำนาน
เมื่อกดดูข้อมูลของมดกระดูกกลายพันธุ์ โจวเหวินก็ตกใจเล็กน้อย เพราะเมื่อเทียบกับมดแกร่งกลายพันธุ์แล้ว ค่าสถานะของมดกระดูกกลายพันธุ์เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
มดกระดูกกลายพันธุ์ ระดับธรรมดา
พลัง : 10
ความเร็ว : 9
ร่างกาย : 10
ลมปราณ : 9
สกิลพรสวรรค์ : หอกกระดูก ระดับ 10
ลักษณะแปลงสภาพ : สนับแขน
“ค่าพลังและร่างกายขึ้นเป็นสิบแต้ม สกิลพรสวรรค์ก็กลายเป็นระดับสิบ...” โจวเหวินประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีสกิลพรสวรรค์ถึงระดับสิบ
เมื่อก่อนโจวเหวินเข้าใจมาตลอดว่า ระดับเก้าเป็นขีดสูงสุดของสกิลแล้ว หลังจากฝ่ามือธุลีของเขามีถึงระดับสิบ เขาถึงรู้ว่ามีสกิลระดับสิบอยู่
โจวเหวินอยากจะเรียกมดกระดูกกลายพันธุ์ออกมาทันที เพื่อดูว่ามันมีลักษณะเป็นอย่างไร เพราะในเกมเป็นภาพการ์ตูนที่แตกต่างจากโลกความจริงมาก
น่าเสียดายตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่บนเสือขาวตาหยกของหลี่เสวียน จึงไม่สะดวกที่จะเรียกมดกระดูกกลายพันธุ์ออกมา
คนที่ยโสโอหังอย่างหลี่เสวียน เมื่อไปถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัยซีหยาง ก็ยังต้องเก็บสัตว์เลี้ยงคู่หูอย่างเชื่อฟัง และเดินเข้าไปพร้อมกับโจวเหวินอย่างเรียบร้อย
มหาวิทยาลัยซีหยางเป็นสถาบันใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นหลังจากเกิดพายุมิติต่างมิติ และอยู่ใกล้กับถ้ำประตูมังกรมาก ส่วนถ้ำประตูมังกรก็เป็นมิติต่างโลกที่ขนาดใหญ่ที่สุดในลั่วหยาง จนถึงทุกวันนี้มนุษย์ก็ยังสำรวจไม่หมด กระทั่งกล่าวได้ว่าพื้นที่ที่มนุษย์ได้สำรวจ เป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งของมันเท่านั้น
นอกจากถ้ำประตูมังกรแล้ว ในบริเวณมหาวิทยาลัยซีหยางยังมีมิติต่างโลกอยู่ไม่น้อย กล่าวได้ว่ามหาวิทยาลัยซีหยางได้ครอบครองทรัพยากรมิติต่างโลกส่วนใหญ่ในลั่วหยาง
เนื่องจากมหาวิทยาลัยซีหยางเป็นสถาบันระบบกึ่งปิด ถึงแม้จะเป็นนักศึกษา แต่ทุกคนก็ต้องสวมเครื่องแบบตามที่กำหนดเหมือนกัน ซึ่งค่อนข้างคล้ายชุดทหาร แต่ก็ไม่เหมือนกันสักทีเดียว
ถึงแม้ตอนนี้เป็นช่วงวันหยุด แต่ในมหาวิทยาลัยยังคงมีนักศึกษาอยู่จำนวนมาก หลี่เสวียนกับโจวเหวินถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสกัดไว้ที่หน้าประตูใหญ่
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยซีหยางไม่ใช่ยาม แต่เป็นทหารจริง ๆ ความจริงมิติต่างโลกในมหาวิทยาลัยซีหยาง ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพ
หลี่เสวียนหยิบบัตรผ่านพิเศษสองใบออกมา พวกเขาจึงเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัยได้
หลี่เสวียนพาโจวเหวินเดินไปข้างหน้า พลางเล่าแนะนำ “ลั่วหยางเป็นเมืองหลวงเก่าของสิบสามราชวงศ์ ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมาเคยสร้างเมืองโบราณเมืองแล้วเมืองเล่าขึ้นบนพื้นที่ลั่วหยางแห่งนี้ แต่ด้วยปัจจัยต่าง ๆ เมืองโบราณทั้งหลายก็ล่มสลายลงไปตามประวัติศาสตร์ พูดได้ว่าใต้แผ่นดินลั่วหลางคือซากเมืองโบราณที่ทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ หลังจากเกิดมิติต่างโลกขึ้น ชั้นใต้ดินก็เกิดมิติต่างโลกขึ้นจำนวนมาก และยิ่งลึกลงไปเท่าไร มิติต่างโลกก็จะยิ่งน่ากลัว”
“คนลั่วหยางมักเรียกมิติต่างโลกที่อยู่ใต้ดินว่าเมืองใต้ดิน ปัจจุบันสำรวจเมืองใต้ดินไปแล้วสี่ชั้น และยังมีชั้นที่ลึกกว่านั้นแน่นอน แต่ไม่มีผู้แข็งแกร่งที่บุกลงไปได้อีกแล้ว ส่วนครั้งนี้ก็พบทางเข้าเมืองใต้ดินแห่งใหม่ตรงปากทางโบราณ นอกจากนี้ยังพบสิ่งมีชีวิตต่างโลกชนิดใหม่และสัตว์เลี้ยงคู่หูประเภทอวัยวะภายใน...”
โจวเหวินฟังหลี่เสวียนเล่าอย่างตั้งใจ มหาวิทยาลัยซีหยางมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก พวกเขาเดินไปชั่วโมงกว่า ในที่สุดก็ไปถึงปากทางโบราณที่หลี่เสวียนบอก
ความจริงปากทางโบราณคือพื้นที่หนองบึง ได้ยินมาว่าที่นี่เคยเป็นปากทางไหลของแม่น้ำหวงเหอในยุคอดีต แม่น้ำหวงเหอเคยไหลเชี่ยวกรากจนทำให้เมืองโบราณจมลงใต้ดิน แต่หลังจากนั้นแม่น้ำก็เปลี่ยนเส้นทางไปหลายครั้ง จนสายน้ำไม่ไหลผ่านตรงนี้อีกต่อไป
ภายในปากทางแม่น้ำหวงเหอโบราณพบว่ามีมิติต่างโลกแห่งใหม่ เมื่อโจวเหวินมองเห็นป้ายหินกลางหนองบึง เขาก็ตาลุกวาวทันที
ป้ายหินนั้นตั้งอยู่กลางหนองบึง สูงประมาณสิบกว่าเมตร บนแผ่นป้ายสลักพระพุทธรูปปางนั่ง และล้อมรอบด้วยเหล่านางฟ้าลอยเวหา
ท่ามกลางลวดลายสลักจำนวนมาก โจวเหวินสังเกตเห็นรูปมือขนาดเล็กข้างหนึ่ง แม้ดูไม่สะดุดตาเท่าลวดลายพระพุทธรูปและเหล่านางฟ้าจำนวนมาก แต่โจวเหวินกลับรู้สึกว่าลวดลายนั้นคุ้นตามาก
โจวเหวินเคยเห็นลวดลายลักษณะเดียวกันบนประตูเมืองโบราณกุยเต๋อ และเพราะตอนนั้นเขาใช้โทรศัพท์ปริศนาจับภาพลวดลายมือขนาดเล็กนั้น ถึงสามารถโหลดดันเจี้ยนเมืองโบราณกุยเต๋อลงเครื่อง
แต่ลวดลายมือขนาดเล็กนี้เหมือนจะแตกต่างจากลวดลายที่โจวเหวินเคยเห็นตรงประตูเมืองโบราณกุยเต๋อเล็กน้อย
สำหรับลวดลายมือขนาดเล็กที่เมืองโบราณกุยเต๋อ กลางฝ่ามือจะเป็นลวดลายที่คล้ายคลึงกับหัวหอมไม่ก็กระเทียม แต่ลวดลายมือขนาดเล็กของที่นี่ สิ่งที่สลักอยู่กลางฝ่ามือกลับเป็นดอกบัวบานดอกหนึ่ง
“ลองดูสักหน่อยว่าโหลดมาเป็นดันเจี้ยนในเกมได้ไหม” โจวเหวินหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดฟังก์ชันถ่ายภาพแล้วเล็งไปที่ลวดลายมือขนาดเล็ก
ติ๊ง !
หน้าจอโทรศัพท์แสดงกรอบสีเขียวขึ้น เมื่อเล็งไปที่ลวดลายมือขนาดเล็กก็มีเสียงเบา ๆ ดังขึ้น จากนั้นก็เห็นข้อความดาวน์โหลดที่คุ้นเคย
“ได้จริงด้วย” โจวเหวินทั้งประหลาดใจทั้งดีใจ
หลี่เสวียนนึกว่าโจวเหวินกำลังถ่ายรูป จึงพูดกับโจวเหวินว่า “ดูจากรูปแบบของป้ายหิน น่าจะทำขึ้นในยุคราชวงศ์เว่ยเหนือ ช่วงนั้นเป็นยุคที่พุทธศาสนาเริ่มเฟื่องฟู...”
แต่โจวเหวินไม่ได้ฟังว่าหลี่เสวียนกำลังพูดอะไรเลย หลังจากดาวน์โหลดสำเร็จ ก็มีไอคอนดอกบัวหนึ่งดอกแสดงขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ พร้อมกับมีอักษรสี่ตัวปรากฏขึ้นด้านล่าง
“เมืองพุทธใต้ดิน” โจวเหวินอ่านตัวอักษรในใจ