กำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท

    ตอนที่ 136 ท้าทายระดับปราชญ์

            “ โรงเรียนเวทมนตร์โพริอัส? “

             

            แอเรียสขมวดคิ้วเล็กๆยามได้ยินชื่อของโรงเรียนสอนเวทมนตร์ที่ว่านั่น ในความทรงจำของเขาไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนที่ว่านั่นเลยแม้แต่น้อย 

             

            ก็ในเมื่อแอเรียสคนเก่าเป็นเพียงเด็กหนุ่มไร้ค่าที่ไม่สามารถเรียนรู้เวทมนตร์ได้ เรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนเวทมนตร์เลื่องชื่อนั่นย่อมไม่เคยผ่านหูของเขาอยู่แล้ว

             

            “ ฮ่าๆๆแม้แต่ชื่อของโรงเรียนเวทมนตร์โพริอัสเจ้าเด็กนี่ยังไม่รู้จัก  แล้วมันจะมีความสามารถไปรักษาภรรยาของท่านได้อย่างไร  ข้าว่าท่านลองคิดทบทวนดูใหม่ดีกว่าท่านดยุค “

             

            เมื่อเห็นท่าทางที่ดูงุนงงของแอเรียส  จอร์แดนก็หัวเราะออกมาด้วยคำดูถูกที่มากกว่าเดิม เขาคิดว่าเจ้าเด็กนี่จะมีอะไรดีที่แท้ก็แค่เด็กบ้านโง่เขลาคนหนึ่งที่ไม่มีความรู้เลยแม้แต่น้อย  แม้แต่โรงเรียนเวทมนตร์โพริอัสที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วอาณาจักรเทียร์ออสเจ้าเด็กนี่ยังไม่รู้จักเลย แล้วจะไปมีความรู้เรื่องศาสตร์การปรุงยาชั้นสูงได้อย่างไร

             

            เมืองโพริอัสนั้นเป็นศูนย์กลางของอาณาจักร ส่วนโรงเรียนเวทมนตร์โพริอัสก็เป็นดั่งศูนย์รวมศาสตร์ความรู้ต่างๆ  รวมถึงศาสตร์แห่งการปรุงยาด้วยเช่นกัน นักปรุงยาที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่ร่ำเรียนมาจากโรงเรียนเวทมนตร์โพริอัสด้วยกันทั้งนั้น แม้จะเป็นลูกศิษย์ของนักปรุงยาก็ย่อมต้องเคยได้ยินชื่อของโรงเรียนเวทมนตร์โพริอัสมาบ้างไม่มากก็น้อย  แล้วเจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของโรงเรียนโพริอัสจะไปเป็นนักปรุงยาได้อย่างไร 

             

            จอร์แดนนั้นถูกส่งตัวมาโดยคำสั่งขององค์ราชาเพื่อให้มาดูแลความสงบเรียบร้อยของเมืองเบอเนียร์เป็นการชั่วคราว  เพราะสงครามที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันทำให้องค์ราชาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะมีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ เขาจึงได้ส่งนักเวทระดับปราชญ์ให้มาดูแลความปลอดภัยต่างๆรวมถึงสอดส่องความผิดปกติต่างๆด้วย นอกจากจอร์แดนแล้วก็มีนักเวทอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกส่งตัวมาพร้อมกันด้วย

             

            เมื่อจอร์แดนถูกส่งตัวมายังเมืองเบอเนียร์ แน่นอนว่าสถานที่รับรองที่เหมาะสมกับฐานะของนักเวทระดับปราชญ์ย่อมเป็นตระกูลฮาร์เกนอย่างไม่ต้องสงสัย จอร์แดนนั้นค่อนข้างสนิทและคุ้นเคยกับดยุคโคเว่นเพราะเขาเคยเป็นอาจารย์ที่สอนดยุคโคเว่นมาก่อน  แม้หน้าตาของเขาจะดูคล้ายกับชายวัยกลางคนแต่อายุของจอร์แดนกลับล่วงเลยมาถึงวัยแปดสิบห้าปีไปแล้ว 

             

            เมื่อได้ยินข่าวจากดยุคโคเว่นว่ามีผู้ที่สามารถรักษาอาการป่วยของไอรีนได้  แทนที่จอร์แดนจะดีใจไปกับดยุคโคเว่น  เขากลับสงสัยในเรื่องราวเสียมากกว่า  เขารับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับภรรยาของดยุคโคเว่นที่ล้มป่วยมานานหลายปี แม้แต่นักปรุงยาจากเมืองโพริอัสยังบอกว่าหมดซึ่งหนทางรักษาให้หายขาด แล้วนักปรุงยาจากเมืองเบอเนียร์จะรักษาได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้เขาจึงอยู่รอที่จะพบหน้านักปรุงยาผู้นั้น  และเมื่อเห็นว่าเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งเขาก็รับรู้ทันทีว่าดยุคโคเว่นถูกหลอกเขาให้แล้ว  ‘ผู้ที่บังอาจหลอกลวงเชื้อพระวงศ์แห่งอาณาจักรเทียร์ออส  ถึงจะเป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่งแต่ข้าก็จะต้องสั่งสอนเจ้าอย่างสาสม’จอร์แดนคิดอยู่ในใจ

             

            “ เพียงแค่ข้าไม่รู้จักโรงเรียนเวทมนต์อะไรนั่นก็ไม่มีสิทธิเป็นนักปรุงยาอย่างนั้นน่ะเหรอ?  ท่านคิดว่าผู้ที่ปรุงยาได้ต้องเรียนมาจากที่นั่นอย่างเดียวรึยังไง  ช่างน่าขัน “

             

            แอเรียสเริ่มพูดออกมาอย่างเหลืออด ตอนแรกเขาก็คิดจะอดทนเอาไว้เพราะไม่อยากจะมีปัญหากับนักเวทระดับปราชญ์ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ยอมหยุดแถมยังดูหมิ่นเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาก็จะลองเล่นด้วยสักครั้ง  

             

            “ ระวังคำพูดของเจ้าเอาไว้ด้วยเด็กน้อย  โทษที่เจ้าหลอกลวงเชื้อพระวงศ์มันก็ร้ายแรงมากพอแล้ว อย่าได้เพิ่มโทษที่เจ้าบังอาจดูหมิ่นโรงเรียนเวทมนตร์โพริอัสเข้าไปด้วยเลย ไม่เช่นนั้นแม้แต่ตระกูลเจ้าก็ไม่อาจจะชดใช้ความผิดได้หมด  หากเจ้าขอโทษอย่างสำนึกผิดแล้วรีบไสหัวออกไปซะ ! ข้าจะไม่เอาผิดเจ้า “

             

            จอร์แดนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ  ทันใดนั้นแรงกดดันอันมหาศาลก็แผ่ออกมาจากร่างของจอร์แดน  เป้าหมายของแรงกดดันเหล่านั้นคือเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ 

             

            ทันทีที่ปะทะเข้ากับแรงกดดันมหาศาลนั่น  ลมหายใจของแอเรียสก็เริ่มติดขัดขึ้น  เข่าข้างหนึ่งของเขาเกือบจะทรุดลงไปกับพื้น  แอเรียสกัดฟันแน่นก่อนจะใช้พลังเวทต้านแรงกดดันเหล่านั้นเอาไว้  แม้เสียงหายใจของเขาจะหนักหน่วง  ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ  แต่ดวงตาของเขากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว  นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่เคยสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลเพียงนี้

             

            “ จอร์แดน..ท่านพอแค่นี้เถอะ  ถือว่าเห็นแกหน้าของข้าสักครั้ง  แอเรียสเจ้าเองก็ช่วยรักษามารยาทด้วย “

             

            ดยุคโคเว่นเริ่มทำหน้าที่คนกลางแล้วไกล่เกลี่ยทั้งคู่ให้ใจเย็นลง ถึงแม้ด้วยยศฐานะแล้วดยุคโคเว่นจะยิ่งใหญ่กว่าจอร์แดนแต่คำพูดที่เขาใช้เรียกจอร์แดนก็แสดงให้เห็นถึงความเคารพในฐานะของผู้ที่เคยเป็นศิษย์   

             

            “ หึ !ครั้งนี้ข้าจะเห็นแก่ที่ท่านขอก็แล้วกัน หากเจ้าเด็กนั่นยอมขอโทษข้าแต่โดยดีข้าจะยอมปล่อยมันไป “

             

            ทันทีที่จอร์แดนคลายแรงกดดันเหล่านั้นลง แอเรียสรู้สึกราวกับหินหนักร้อยกิโลกรัมที่ทับอยู่บนร่างได้ถูกยกออกไป   เขาเริ่มหายใจได้อย่างปลอดโปร่งมากขึ้น  ท่ายืนของเขาเริ่มกลับมามั่นคงอีกครั้ง 

             

            “ ใช้พลังเวทรังแกนักเวทที่อายุน้อยกว่าครึ่งศตวรรษ หนำซ้ำยังมาบอกให้ข้าขอโทษเจ้า นี่คือวิถีของนักเวทระดับปราชญ์อย่างนั้นเหรอ ?  แน่จริงก็มาสู้กับแบบเท่าเทียมหน่อยสิ “

             

            สายตาของแอเรียสจ้องมองไปยังจอร์แดนอย่างแข็งกร้าว   คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ครั้งนี้ไม่ใช่เขาที่เป็นฝ่ายเริ่มหาเรื่องก่อน ในเมื่อนักเวทระดับปราชญ์เลือกที่จะรังแกเขาก่อน  มันก็ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องพูดจาด้วยความเคารพ 

             

            “ แอเรียส!  พอได้แล้ว “

             

            ดยุคโคเว่นหันหน้าไปมองแอเรียสด้วยความตกใจ  เขาไม่คิดว่าทันทีที่ห้ามปรามจอร์แดนสำเร็จ  แอเรียสจะเป็นฝ่ายที่เริ่มหาเรื่องต่อในทันที  นี่เขาไม่กลัวตายเลยรึอย่างไรกัน ผู้ที่นั่งอยู่ตรงนั้นคือนักเวทระดับปราชญ์ที่สามารถทำลายกองทัพทั้งกองทัพได้เชียวนะ

             

            “  ท่านจะโทษข้าไม่ได้แล้วนะ  ในเมื่อเจ้าเด็กนี่เลือกที่จะท้าทายข้าเอง “

             

            จอร์แดนหันไปพูดกับดยุคโคเว่นก่อนที่จะหันมาจ้องหน้าแอเรียสอย่างท้าทาย

             

            “  ใจกล้าไม่เบานี่เจ้าหนู นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่มีใครกล้ามาท้าทายข้าแบบนี้  แล้วเจ้าจะสู้กับข้ายังไงดีล่ะถึงจะได้เท่าเทียม“

             

            ในสายตาของจอร์แดนแอเรียสก็ไม่ต่างจากลาโง่ที่ไม่รู้จักประมาณตนคิดจะต่อกรกับราชสีห์  สุดท้ายจุดจบของลาโง่ก็มีเพียงความตายเท่านั้น  เขาอยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าเด็กนี่จะเอาสิ่งใดมาสู้กับเขาได้

             

            “ ถ้าให้ต่อสู้ด้วยพลังข้าคงสู้เจ้าไม่ได้  เอาแบบนี้เป็นยังไง  เรามาลองพนันกันสักหน่อยไหมล่ะ ? “

             

            แอเรียสแสยะยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย 

             

            “ พนัน ?“

             

            จอร์แดนทวนคำพูดของแอเรียสอย่างไม่เข้าใจ

             

            “ ใช่พนัน  กฎของการพนันก็ไม่มีอะไรมาก หากข้ารักษาท่านไอรีนไม่ได้เจ้าก็เป็นฝ่ายชนะ  แต่หากข้ารักษาท่านไอรีนจนหายจากอาการป่วยได้จริงข้าก็เป็นฝ่ายชนะ  ก็แค่การพนันง่ายๆแค่นี้ “

             

            แอเรียสเอ่ยกฎของการพนันออกมา 

             

            “ ดูเจ้าจะมั่นใจฝีมือของเจ้ามากสินะเจ้าหนู  แล้วของรางวัลในการพนันล่ะ  เจ้าจะใช้สิ่งใดเป็นเดิมพัน  ถ้าเพียงสิ่งของไร้ค่าข้าไม่ต้องการมันหรอกนะ  หรือว่าเจ้า..จะใช้ชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน “

             

            จอร์แดนเอ่ยออกมาอย่างยั่วยุ  การพนันนี้เขามั่นใจว่าเขาย่อมเป็นฝ่ายชนะอย่างไม่ต้องสงสัย  เจ้าคนนี้คงถูกความโกรธครอบงำจนทำให้บ้าบิ่นประกาศการพนันอันโง่เขลานี้ขึ้นมา  จอร์แดนเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าถึงอย่างไรแอเรียสก็ไม่มีทางรักษาไอรีนได้อย่างแน่นอน

             

            “ หากใช้ชีวิตข้าเป็นเดิมพัน  ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่มีสิ่งของใดที่มีค่ามากพอมาเดิมพัน“

             

            แอเรียสเอ่ยขึ้นอย่างหยิ่งผยอง

             

            “ หึ  ช่างตีค่าตัวเองสูงจังนะเจ้าหนู  ถ้าเช่นนั้นเจ้าจะใช้สิ่งใดเป็นเดิมพัน !? “

             

            จอร์แดนหัวเราะอยู่ในลำคอ

             

            “ ข้าขอเดิมพันด้วยสิ่งนี้! “

             

            ทันใดนั้นแก่นอสูรระดับองครักษ์ก็ปรากฏอยู่บนฝ่ามือของแอเรียส  มันแผ่กลิ่นไออสูรออกมาจางๆ  แต่พลังที่แผ่ออกมานั่นก็ทำให้ผู้คนสามารถรับรู้ได้ทันทีถึงความล้ำค่าของมัน  ดยุคโคเว่นเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาไม่คิดว่าแอเรียสจะนำสิ่งของล้ำค่าเช่นนี้มาเป็นเดิมพัน 

             

            จอร์แดนยิ่งตกใจมากกว่าดยุคโคเว่นเสียอีก เขาไม่คิดว่าก่อนว่าเด็กน้อยที่อายุไม่พ้นยี่สิบปีอย่างแอเรียสจะครอบครองสิ่งของล้ำค่าเช่นนี้เอาไว้ด้วย  ‘ของล้ำค่าเมื่ออยู่ในมือของผู้โง่เขลาก็กลายเป็นเพียงของไร้ประโยชน์ชิ้นหนึ่ง เจ้าเด็กนี่จะรู้บ้างหรือไม่ว่าของที่อยู่ในมือของมันล้ำค่าเพียงใด ของสิ่งนี้คงเป็นสมบัติที่ตระกูลของมันเก็บเอาไว้เป็นแน่  ในเมื่อเจ้านำมันมามอบให้ถึงมือข้าก็จะไม่ขอปฏิเสธที่จะรับมันไว้’ จอร์แดนกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจราวกับการพนันครั้งนี้เขาได้รับชัยชนะไปแล้ว

             

            “ โอ้ว..มีของดีไม่เบานี่เจ้าหนู  ถ้าเช่นนั้นข้าเองก็ขอเดิมพันด้วยของสิ่งนี้ก็แล้วกัน“


    คล้ายกับเรื่องกำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258