หลี่ยวนยังกล่าวอีกว่า “หวูกงกง กลับไปบอกองค์ชายแปดว่า อยากตัดก็ตัดเลย ถ้าไม่พอก็มาตัดไปอีก!”
“พ่ะย่ะค่ะไท่ซ่างหวง บ่าวทราบแล้ว!”
“อื้ม ดูแลองค์ชายแปดให้ดี แล้วข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าดีเช่นกัน!”
“พ่ะย่ะค่ะ ขอบพระทัยไท่ซ่างหวง!”
หลี่ยวนลูบเครามองดูหวูกงกงกับคนอื่นจากไปพลางคิดกับตนเองว่า : องค์ชายแปดกำลังจะก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว?
เขาอุดอู้อยู่ในจวนเจิ้นอ๋อง ออกไปไหนไม่ได้ จึงคิดจะทำสิ่งประดิษฐ์บางอย่างสินะ?
แต่ก็ดี ชอบสิ่งประดิษฐ์ก็นับว่าเป็นงานอดิเรกที่ดีอย่างหนึ่ง
“เหอ ๆ ข้าเรียนรู้หมากรุกจากเฟิงเอ๋อร์มาบ้างแล้ว วันนี้ข้าไปหาเล่นหมากรุกกับเหลียงกว๋อกงดีกว่า พอตกเย็นค่อยไปหาเจ้าหลานชาย ดูว่าเขาจะทำสิ่งใด!”
หลี่หยวนหัวเราะอย่างมีความสุข
วันแบบนี้นับว่าอิ่มเอมและน่าพอใจมากแล้ว
……
ยามอรุณรุ่งตะวันโผล่พ้น หวูกงกงนำคนใช้หลายคนมาตัดไผ่ต้นหนาห้าถึงหกต้นกลับไปที่จวนเจิ้นอ๋อง
“องค์ชายแปด บ่าวกลับมาแล้ว ท่านดูเถิดว่าต้นไผ่เหล่านี้เพียงพอหรือไม่?”
เมื่อหลี่เฉิงเฟิงเห็นว่าต้นไผ่ที่คนใช้แบกมานั้นทั้งหนาทั้งใหญ่ จึงพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วเอ่ยว่า “ไม่เลว ๆ ต้นไผ่พวกนี้เหมาะกับข้าทีเดียว!”
“พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายแปดพอใจนับว่าประเสริฐยิ่ง!”
“ถ้าอย่างนั้นองค์ชายแปด พวกบ่าวขอตัวกลับไปทูลไท่ซ่างหวงที่พระราชวังไท่จี๋แล้ว”
“ช้าก่อน อย่าเพิ่งไป!”
จู่ ๆ หลี่เฉิงเฟิงก็หยุดคนใช้หลายสิบคนไว้
“บังอาจถาม องค์ชายแปดมีรับสิ่งอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ชายร่างกำยำในชุดผ้าลินินป้องมือ เอ่ยถามด้วยความเคารพ
หลี่เฉิงเฟิงเอ่ยว่า “ไม่มี พวกเจ้าทำได้ไม่เลว นี่รางวัล!”
จากนั้นหลี่เฉิงเฟิงก็หยิบทองก้อนใหญ่ออกมาจากกระเป๋า แล้วโยนให้ชายร่างกำยำพลางกล่าวว่า “ทองก้อนนี้ พวกเจ้าเอาไปแบ่งกันเสีย!”
“พ่ะย่ะค่ะ ขอบพระทัยองค์ชายแปด! องค์ชายแปด วันหน้าหากมีสิ่งอื่นใด โปรดสั่งให้พวกบ่าวมาทำได้เลยพ่ะย่ะค่ะ!”
“อื้ม ไม่ต้องเกรงใจ! พวกเจ้าทำเพื่อข้า ข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าเสียแรงเปล่าแน่นอน!”
หลี่เฉิงเฟิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
แม้จะเป็นแค่ทองก้อนเดียว แต่ก็ทำให้ชายฉกรรจ์หลายสิบคนน้ำลายสอได้
หลี่เฉิงเฟิงไม่ลืมว่าท้ายจวนของเขาตอนนี้ มีกล่องที่อัดแน่นไปด้วยทองอยู่หลายกล่อง รวมทั้งหมดสามหมื่นเหรียญทอง!
ซึ่งในเงินเหล่านั้น เป็นสองหมื่นเหรียญทองที่หลี่ซื่อหมินมอบให้ กับอีกหนึ่งหมื่นเหรียญทองที่หลี่ยวนมอบให้สำหรับเรียนหมากรุก
ปัจจุบันหลี่เฉิงเฟิงเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีน้อยเลยก็ว่าได้!
แม้ว่าทองหนึ่งก้อนจะมีค่าไม่มากสำหรับหลี่เฉิงเฟิง แต่หากอยู่ในหมู่สามัญชน ก็สามารถทำให้คนยากจนต่อสู้กันจนเลือดตกยางออกได้!
“องค์ชายแปด ท่านดูสิ ท่านต้องการไม้ไผ่มากมาย บ่าวก็ช่วยจัดการให้ท่านได้?”
หวูกงกงประจบประแจง
อาจเพราะเขาเห็นหลี่เฉิงเฟิงให้ทองแก่คนเหล่านั้น ในใจจึงบังเกิดความอิจฉา
หลี่เฉิงเฟิงล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเขาอีกหน ก่อนจะหยิบทองอีกก้อนออกมาโยนให้หวูกงกงแล้วเอ่ยว่า “หมุนพัดลมให้ข้าทีสิ!”
“รับทราบองค์ชายแปด จากนี้ไปบ่าวจะพกพัดลมติดตัว คอยหมุนพัดลมให้ท่านทุกวันเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
หวูกงกงคว้าก้อนทองด้วยความดีใจ
มนุษย์ดำรงชีวิต คนรวยแสวงหาอำนาจ คนจนแสวงหาความมั่งคั่ง
หวูกงกงเข้าวังในฐานะขันที เพียงเพราะเห็นแก่ความมั่งคั่ง
เมื่อเห็นหลี่เฉิงเฟิงตบรางวัลเป็นก้อนทองให้แก่เขาโดยตรง แล้วหวูกงกงจะไม่มีความสุขได้อย่างไร?
หลี่เฉิงเฟิงยกยิ้มพลางโบกมือ ขณะเอ่ยว่า “อย่าเลย หน้าหนาวอย่าหมุนให้ข้า หน้าร้อนคอยหมุนให้ข้า รับใช้ข้า แล้วข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าเป็นอย่างดี!”
“พ่ะย่ะค่ะ ขอบพระทัยองค์ชายแปด!”
“อืม!”
……
หลี่เฉิงเฟิงหยิบมีดคม เดินไปที่ไม้ไผ่ต้นใหญ่
หลังจากฟันได้ไม่กี่ครั้ง ก็พบว่าฟันมันไม่เข้า
“ให้ตายสิ ถามหน่อยหวูกงกง ในวังมีดาบล้ำค่าบ้างหรือไม่?”
“เอ่อ ดาบล้ำค่านั้น ต้องไปที่คลังอาวุธของเทพสงครามหลี่จิ้ง! อยากให้บ่าวไปขอยืมดาบล้ำค่าให้ท่านหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“คลังอาวุธของหลี่จิ้งรึ? งั้นก็ช่างมันเถอะ เพราะตอนนี้ข้าออกไปจากที่นี่ไม่ได้!”
หลี่เฉิงเฟิงส่ายศีรษะเบา ๆ
ตอนนี้หลี่ซื่อหมินยังคงขุ่นเคือง จึงไม่อนุญาตให้หลี่เฉิงเฟิงเดินออกจากจวนเจิ้นอ๋อง
ดังนั้นหลี่เฉิงเฟิงจึงต้องการใช้ทักษะเชี่ยวชาญกลศาสตร์ช่างไม้ สร้างปีกไม้ไผ่สักคู่บินออกไปเที่ยวเล่น
ถึงอย่างนั้นมีดในมือของเขาก็ฟันไม้ไผ่ไม่ได้เลยสักนิด
หลี่เฉิงเฟิงจึงไม่มีทางเลือกนอกจากเปิดดูคลังอาวุธในระบบ
【กระบี่ล้ำค่าเถี่ยซิน ราคา : 1,000 แต้มความซุกซน!
หานเถียเฉินปิง ราคา : 2,000 แต้มความซุกซน!
กระบี่ล้ำค่าหลงเฉวียน ราคา : 5,000 แต้มความซุกซน!
กระบี่หยูฉาง ราคา : 5,000 แต้มความซุกซน!
กระบี่คู่กั้นเจียงโม่เย๋ ราคา : 8,000 แต้มความซุกซน!
……】
และอื่น ๆ …
ยิ่งหลี่เฉิงเฟิงเห็นรายการหลัง ๆ เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ
กระบี่ล้ำค่าเหล่านี้ คือสิบยอดกระบี่ในตำนานมิใช่หรือ?
มีทั้งกระบี่หยูฉาง กระบี่ล้ำค่าหลงเฉวียน และกระบี่คู่กั้นเจียงโม่เย๋?
นี่มัน…
“ระบบ มีกระบี่เซียนหยวนหรือไม่?”
ใบหน้าของหลี่เฉิงเฟิงมีร่องรอบของความคาดหวัง
หากมีกระบี่เซียนหยวนขายในระบบนี้ หลี่เฉิงเฟิงก็ประกาศก้องได้เลยว่า ตนเองนั้นไร้ซึ่งศัตรู
ระบบตอบกลับว่า “เรียนผู้ถือครอง มีแน่นอน! กระบี่เซียนหยวนอยู่ในร้านลึกลับของระบบ ราคา : 100,000 แต้มความซุกซน!”
“พรืด…เจ้าจะปล้นกันหรืออย่างไร?”
“เรียนผู้ถือครอง เนื่องจากกระบี่เซียนหยวนเป็นอาวุธเทพที่แท้จริง! กระบี่ล้ำค่าเล่มอื่นเป็นเพียงอาวุธทั่วไปหรืออาวุธวิเศษเท่านั้น!”
“ช่างเถอะ ๆ ถึงอย่างไรก็เป็นอาวุธเทพ ข้าไม่มีปัญญาซื้อกระบี่เซียนหยวนหรอก!”
หลี่เฉิงเฟิงส่ายหน้าเบา ๆ
กระบี่เซียนหยวน มหาสงครามในครานั้น จักรพรรดิใช้กระบี่เทพในพระหัตถ์เพื่อสังหารซือโหยว
ราคาของมันแพงไปหน่อย แต่ก็พอรับได้
กระบี่หยูฉางเป็นอาวุธลอบสังหาร หลี่เฉิงเฟิงจึงไม่คิดจะซื้อมัน เพราะเขาไม่ได้จะลอบสังหารใคร
กระบี่ล้ำค่าหลงเฉวียน เป็นสุดยอดกระบี่วิถียุทธ์ แม้จะไม่เลว แต่หลี่เฉิงเฟิงไม่คิดจะเรียนวรยุทธ์ตอนนี้
“จริงสิระบบ กระบี่คู่กั้นเจียงโม่เย๋ขายเป็นชุดใช่ไหม?”
“เรียนผู้ถือครอง ใช่แล้ว กระบี่คู่ลด 20% จากราคาเดิม 10,000 แต้มความซุกซน ตอนนี้เพียงแค่ท่านจ่ายค่าความซุกซน 8,000 แต้ม ก็สามารถซื้อกระบี่คู่ได้สำเร็จ!”
“แปดพันแต้ม? มันแพงใช้ได้ แต่ก็คุ้มค่าที่ได้กระบี่สองเล่มพร้อมกัน!”
หลี่เฉิงเฟิงกัดฟันใช้แปดหมื่นแต้มความซุกซนเพื่อซื้อสองในสิบยอดกระบี่ในตำนาน กระบี่คู่กั้นเจียงโม่เย๋
“ติ๊ง ขอแสดงความยินดี ผู้ถือครองได้ใช้ค่าความซุกซน 8,000 แต้มเพื่อซื้อกระบี่วิเศษกั้นเจียงโม่เย๋!”
“กั้นเจียงโม่เย๋ ปัจจุบันถูกเก็บอยู่ในคลังสิ่งของในระบบ ผู้ถือครองต้องการเรียกใช้หรือไม่?”
“ใช่…”
“ชิ้ง…”
สิ้นเสียงของหลี่เฉิงเฟิง สองเสียงประหนึ่งนกขมิ้นส่งเสียงเบา ๆ ก็ดังขึ้นในหูของเขา
“ฉวับฉวับ…”
จู่ ๆ กระบี่สีแดงกับสีเขียวพลันปรากฏขึ้นข้าง ๆ หลี่เฉิงเฟิง
ใบมีดของกระบี่เล่มสีแดงสั่นสะท้านเล็กน้อย ทำให้เกิดเสียงเล็กแหลม เช่นเดียวกับกระบี่เล่มสีเขียว
ตัวกระบี่เปล่งแสงสีเงินเย็นวาบ เฉียบคมไร้ที่ติ หนาวเย็นดั่งหิมะ โลหิตผนึกลำคอ
“เยี่ยมไปเลย นี่สินะสิบยอดกระบี่ในตำนาน กระบี่คู่กั้นเจียงโม่เย๋?”
ตำนานเล่าว่ากระบี่ล้ำค่าคู่นี้ ยังมีวิญญาณสิงสถิตอยู่ในกระบี่ทั้งสอง