“ต้าหลงไม่ตำหนิข้าหรือที่ชวนอาโซ่วมาอยู่ด้วยโดยที่ไม่ขออนุญาตท่านก่อน ?”เสี่ยวมาวเอ่ยถามขึ้นขณะที่เซียวจิ่งหลงกำลังนั่งเช็ดผมให้กับนาง
“ในเมื่อที่นี่เป็บ้านของเ้า ข้าย่อมไม่ตำหนิการตัดสินใจของเ้าอีกทั้งอาเฉินได้ไปสืบประวัติสหายของเ้าผู้นี้มาแล้ว หลังเลิกเรียนรับจ้างเขียนจดหมายเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพแถมยังมีผลการเรียนอยู่ในอันดับต้น ๆ ของสถานศึกษา นับว่าไม่เลว…” เมื่อเส้นผมของเด็กหญิงเริ่มแห้งเขาจึงนั่งสางผมให้นางต่อ
“หืม ?นี่ท่านถึงขนาดให้พี่ฟั่งเฉินไปสืบประวัติสหายของข้าเลยหรือ ?” เสี่ยวมาวหันหน้ากลับมาถามคนตัวโตอย่างแปลกใจ
“อีกไม่กี่วันข้ากับอาเฉินต้องออกเดินทางแล้วจึงอยากมั่นใจว่าเ้าจะไม่ถูกใครรังแก ขนาดเลี้ยงดูเ้าขนหน้าแข้งของข้ายังไม่ร่วงเลี้ยงดูเพื่อนของเ้าอีกสักคนจะเป็อะไรไป” เซียวจิ่งหลงกล่าวอย่างอารมณ์ดี
“อ่ะฮ้า… มีพี่ชายทั้งใจป้ำและร่ำรวยมันช่างดีเสียนี่กระไรคิกคิก” เด็กหญิงทำหน้าทะเล้นหัวเราะเสียงใส จนชายหนุ่มอดยิ้มตามไม่ได้
“พรุ่งนี้ไม่มีเรียนเราออกไปเที่ยวกันดีหรือไม่ ?”
“อื้ม… แต่ตอนนี้ข้าง่วงแล้ว…” เปลือกตาของเด็กหญิงเริ่มปิดลงพร้อมกับอาการหาวหวอดชายหนุ่มจึงขึ้นไปบนเตียงแล้วล้มตัวลงนอนเพื่อให้เด็กหญิงมุดเข้าไปในอ้อมกอดนางเอาหน้าซุกแผงอกกว้างด้วยความเคยชินก่อนผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
เซียวจิ่งหลงปลุกเสี่ยวมาวพาขึ้นหลังม้าั้แ่ฟ้ายังไม่เริ่มสางเด็กน้อยพิงแผงอกกว้างนอนหลับไปตลอดทาง ครั้นถึงจุดหมายปลายทางนางก็ถูกปลุกให้ลืมตาตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นจากเส้นขอบฟ้าแสงแรกของวันใหม่สีแดงอมส้มแผ่กระจายไปทั่วทำให้ภาพตรงหน้าดูงดงามจับตา
“ว้าว… ดวงตะวันช่างงดงามยิ่งนัก”เด็กหญิงร้องออกมาอย่างตื่นเต้นพลันหายจากอาการงัวเงียเป็ปลิดทิ้ง
เมื่อมีบางสิ่งเย็น ๆ มาัับริเวณคอ เสี่ยวมาวจึงก้มหน้าดูในทันทีและพบว่าเซียวจิ่งหลงกำลังสวมสร้อยคอให้นางซึ่งตรงกลางไม่ใช่จี้แต่กลับเป็แหวนเงินวงหนึ่ง
“ข้านำลวดลายที่เ้าออกแบบไปปรึกษากับช่างทำเครื่องประดับเขาแนะนำให้ทำเป็แหวน ข้าจึงทำออกมาเหมือนกันสองวง อยู่ที่ข้าวงหนึ่งและอยู่ที่เ้าวงหนึ่งเอาไว้ให้เ้าเติบโตกว่านี้ค่อยสวมมันติดกาย”
“ข้าชอบมากเลย!ต่อไปนี้ทุกครั้งเมื่อท่านมองดูแหวนก็ย่อมต้องนึกถึงข้า”เด็กหญิงร้องบอกอย่างดีใจพลางจับแหวนที่คอพลิกไปพลิกมาเพื่อดูลวดลายที่ตนเองออกแบบอย่างภาคภูมิใจัคือต้าหลง ส่วนลูกแมวน้อยก็คือตัวของนาง
“ต่อให้ไม่มีแหวนข้าก็ไม่มีวันลืมเ้า…” เซียวจิ่งหลงยิ้มละไมด้วยความรู้สึกที่ลึกล้ำ
“จริงรึ ?”เสี่ยวมาวมองคนตัวโตตาแป๋วเอียงคอถามด้วยกิริยาน่ารัก
“จริงที่สุด!”
สิ้นคำเด็กน้อยก็โผเข้าไปซบอกคนตัวโต สองมือเล็กโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจุ๊บคางแล้วกอดเขาแน่นอย่างดีใจ
“ช่างดีจริง ๆ นับแต่นี้ข้าจะไม่เป็คนที่ถูกลืมอีกต่อไปแล้ว…”
“เหตุใดเ้าจึงคิดเช่นนั้นเล่า ?” มือใหญ่ลูบไล้เส้นผมนุ่มลื่นอย่างเอ็นดู
“หากว่าคนในครอบครัวไม่พากันลืมเลือนข้าไปเสียหมด…แล้วไยที่ผ่านมาข้าจึงต้องอยู่คนเดียวเล่า” น้ำเสียงของเด็กหญิงเศร้าสร้อย
“บางทีพวกเขาอาจกำลังพยายามตามหาเ้าอยู่ก็เป็ได้เพียงแต่ยังตามหาตัวเ้าไม่พบ” ชายหนุ่มเอ่ยถ้อยคำปลอบใจ
“นั่นน่ะสิ! ข้าเป็เด็กดีออกปานนี้พวกเขาคงไม่ใจดำทอดทิ้งข้าไปอย่างแน่นอน” ดวงตากลมโตส่องประกายอย่างมีความหวังคล้อยตามคำพูดของพี่ชายบุญธรรมอย่างง่ายดายท่าทางอันไร้เดียงสานั้นทำให้ชายหนุ่มหัวใจอ่อนยวบมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน
ยามท้องฟ้าเริ่มสว่างไสวเสี่ยวมาวจึงได้เห็นว่าตนเองกำลังอยู่ท่ามกลางดอกไม้นานาพันธุ์เซียวจิ่งหลงอุ้มเด็กหญิงลงจากหลังม้าอย่างนุ่มนวลก่อนพานางไปนั่งใต้เงาไม้ใหญ่
เสี่ยวมาวเก็บดอกไม้บริเวณรอบ ๆถักทอร้อยเข้าด้วยกันเป็มงกุฎ สวมให้ตนเองอันหนึ่งและสวมให้กับเซียวจิ่งหลงอันหนึ่ง
“ท่านสวมมงกุฎแล้วหล่อเหลามากจริง ๆเหมือนองค์ชายเลย” เสี่ยวมาวมองคนตัวโตอย่างชื่นชมไม่ว่าเขาจะทำอะไรมองมุมไหนล้วนดูดีไปเสียหมด
เซียวจิ่งหลงเอื้อมมือมาปลดเชือกมัดผมของเด็กหญิงเพื่อปลดปล่อยเส้นผมของนางให้เป็อิสระบัดนี้ผ่านไปหลายเดือนเด็กน้อยเริ่มมีเนื้อมีหนังจนแก้มกลายเป็สีชมพู เส้นผมดกดำสยายลงมาราวกับม่านน้ำตกทำให้เสี่ยวมาวยิ่งดูงดงามจับตา
“เ้าเองก็งดงามมาก…”
ชายหนุ่มจ้องมองคนตัวเล็กด้วยแววตาเป็ประกายยากคาดเดาเขายกยิ้มอย่างพอใจก่อนคว้าอุปกรณ์ในย่ามออกมาวาดรูปของเสี่ยวมาวอย่างตั้งใจและใส่ใจในทุกรายละเอียดใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยามภาพวาดจึงเสร็จสิ้น
“คนในภาพนี้คือตัวข้าจริง ๆ หรือ ?”ดวงตาของเด็กหญิงพลันเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ภาพที่เซียวจิ่งหลงวาดออกมานอกจากจะมีลายเส้นที่งดงามเป็เอกลักษณ์แล้วยังดูสมจริงราวกับมีชีวิต
“เ้าอยากลองวาดภาพของข้าดูบ้างหรือไม่เล่า?” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากอย่างมีเสน่ห์
“เอาสิ… ข้าเองก็อยากลองวาดภาพของท่านดูเหมือนกัน”
เด็กหญิงรีบหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาวาดภาพของพี่ชายบุญธรรมอย่างตั้งใจใช้เวลาเกือบชั่วยามจึงได้ภาพที่สมบูรณ์นางเขียนชื่อและวันที่ลงบนภาพเลียนแบบเซียวจิ่งหลง
“ฝีมือของเ้าดีมากทีเดียว หากหมั่นฝึกฝนต้องพัฒนาความสามารถไปได้ไกลกว่าข้าอย่างแน่นอน”
เมื่อกล่าวจบเซียวจิ่งหลงได้นำภาพทั้งสองม้วนเก็บลงในกระบอกไม้ไผ่พอหันกลับมาอีกทีคนตัวเล็กก็ผล็อยหลับไปท่ามกลางกลีบดอกไม้ร่วงหล่นทับซ้อนกันจนหนานุ่มภาพนั้นงดงามเสียชายหนุ่มต้องเปลี่ยนใจหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาวาดภาพอีกหน
ครั้นวาดเสร็จแล้ว เซียวจิ่งหลงจึงล้มตัวลงนอนข้างๆ พลางดึงตัวเด็กหญิงเข้ามาในอ้อมกอด