แต่สำหรับจางซื่อเพียงแค่มองเห็นสีหน้าของชายอันเป็ที่รักและยังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาหลายสิบปี
เหตุใดจะไม่รู้ว่าเขาเป็คนที่คิดมากขนาดไหน นางกลัวว่าพ่อลู่สามีของนางจะมีปมในใจจึงไม่ได้ปล่อยผ่านเื่นี้ไป
“พ่อเอ๋ย เื่ที่จะส่งเงินให้บ้านใหญ่เพิ่ม พวกเรามิได้ว่ากล่าวเ้าหรอกพ่อเ้าก็รู้ว่าหากพวกเราให้ไปเท่าไหร่ ทางบ้านใหญ่นั้นก็ไม่เคยพอ
พี่ใหญ่ น้องสี่ น้องห้าแทบจะเป็เ้านายในบ้านอยู่แล้ว ลำพังเพียงพวกเขาช่วยกันทำงานทุกคนก็ไม่ต้องกังวลเื่ปากท้องเลย
หากเพิ่มให้พวกเขาเดือนละไม่กี่ตำลึงก็ไม่เป็อันใดแต่พ่อเ้าต้องคิดเผื่อลูก ๆ ด้วย พวกเขาไม่รู้จักพอ แล้วเราจะเหลือเงินไว้ให้ลูกและหลาน ๆอีกหรือ
เสี่ยวเป่าอีกไม่นานก็ต้องไปเข้าไปเรียนที่สำนักศึกษา เหวินเหยาเองก็ยังต้องร่ำเรียนและใช้เงินสำหรับไปสอบที่เมืองหลวง
หากวันหน้ามีน้อง ๆ ของเสี่ยวเป่าเพิ่มมาอีกเห็นหรือไม่ว่าต้องใช้เงินมากมายขนาดไหน ดังนั้นเราต้องเตรียมพร้อมให้มากเข้าไว้”
จางซื่อสูดหายใจเข้าแล้วพูดออกมารวดเดียวประโยคนี้น่าจะยาวที่สุดในชีวิตของนางแล้ว
ภายใต้ความเงียบของทุกคนบนโต๊ะอาหาร แม้กระทั่งเสี่ยวเป่ายังรู้สถานการณ์เขานั่งตัวตรงเงียบ ๆมองผู้ใหญ่สลับกันไปมา
หลังจากได้ฟังจางซื่อพูดจบพ่อลู่เองก็มิได้หงุดหงิดแต่อย่างใด ใจเขาย่อมรู้ดีว่าแม่และพี่ ๆ น้อง ๆของเขาเป็คนเช่นไร
เมื่อครั้งยังเป็เป็หนุ่มสาวเขาและจางซื่อมีใจต่อกัน แต่แม่เขาไม่ชอบนางเพราะครอบครัวนางยากจน
เขาทำทุกทางจนสุดท้ายได้แต่งนางเข้ามาสมใจตัวเขาและจางซื่อร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาครึ่งชีวิต ไหนเลยจะไม่รู้ว่านางห่วงใยตนเขาจึงตบหลังมือนางเบา ๆ
“นั้นสิเดี๋ยวมีน้องของเสี่ยวเป่าเพิ่มมา ปู่อย่างข้าต้องขยันหาเงินให้ได้มาก ๆ แล้วล่ะฮ่า ๆ ๆ กินข้าว ๆ ”
สีหน้าของจ้าวอิงและลู่เหวินเหยาดูไม่เป็ธรรมชาติอยู่บ้างท่าทางเหมือนกับมีอะไรบางอย่างติดคอพวกเขาอยู่
แต่เสี่ยวเป่ากลับถามขึ้นว่า
“ไหนละน้อง ๆ ข้า ท่านแม่น้อง ๆอยู่ไหนหรือ”
เขามองไปมาสลับกันระหว่างพ่อกับแม่ของเขา
เสี่ยวเป่าผู้ดีใจอยู่นั้น หารู้ไม่ว่าน้อง ๆของเขาต้องรออีกนานพอสมควรเลย
จ้าวอิงที่ตอนนี้รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วหน้าหาใช่เพราะเขินอายแต่นางกระดากใจมากกว่า
ลู่เหวินเหยาและจ้าวอิงอิงไม่เคยหลับนอนกันอีกเลย นับั้แ่วันที่เขาถูกวางยาแล้วก็มีเสี่ยวเป่า ครั้งนั้นน่าจะเป็เพียงครั้งเดียวที่พวกเขาหลับนอนและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน
นางจำได้รางๆว่านางคนเก่าและลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ในตำบลร่วมกันวางแผนมอมเหล้าและยังมียาปลุกกำหนัดอีกด้วย
ล่อลวงลู่เหวินเหยาที่ขณะนั้นยังเป็ศิษย์ใหม่ของสถานศึกษาจ้าวอิงอิงที่เห็นเขาครั้งแรกก็ตกหลุมรักเลย ถึงขั้นทำเื่อย่างว่าขึ้นมาแม้จะได้เสียกันครั้งเดียวแต่ก็แจ๊คพอตมีลูกเลย
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตอบคำถามของเด็กน้อยจ้าวอิงจึงกล่าวกับเสี่ยวเป่าว่า
“รอให้เสี่ยวเป่าเติบโตจนดูแลน้อง ๆได้เดี๋ยวก็มีน้อง ๆ เพิ่มมาเองแหละจ๊ะ มาสิชิมอันนี้อร่อยมากนะ”
อืม พูดแบบนี้คงไม่ผิดกระมั่งหากวันข้างหน้าพวกนางหย่ากันเขาต้องแต่งงานใหม่ถึงเวลานั้นก็ต้องมีลูกอยู่ดี
ไม่มีทางที่คนยุคนี้จะมีทายาทเพียงคนเดียวยิ่งเป็ผู้หญิงที่แต่งเข้ามาทีหลังด้วยแล้ว การมีลูกเป็ของตนเองจะช่วยให้มีความมั่นคงในตระกูลของสามีมากขึ้น
ส่วนลู่เหวินเหยาได้ยินก็คิดไปคนละทาง
‘หรือนางอยากมีลูกเพิ่มจึงบอกเสี่ยวเป่าแบบนั้นอืมต้องใช่แน่นอน’
นางอยากจะมัดเขาไว้อยู่แล้วส่วนเื่บนเตียงของสามีภรรยาเมื่อก่อนเขาไม่เคยคิดกับนางจริง ๆ หาใช่เพราะเขารังเกียจผู้หญิงที่รูปร่างอ้วน แต่เป็เพราะเขามิได้รักนางและคงรักนิสัยใจคอของนางไม่ลงด้วย
แต่ตอนนี้นางเปลี่ยนไปมากจริง ๆทั้งชวนให้อยากเข้าไปอยู่ใกล้ ๆนางมากขึ้น
‘โอ้ะ นี่เขาคิดบ้าบออะไรอยู่’
จ้าวอิงที่กลับมาเป็ปกติแล้วก็บอกเสี่ยวเป่าว่า
“เดี๋ยวกินเสร็จแล้วก็ไปบ้านท่านลุงถังกับท่านพ่อนะจะได้เดินย่อยอาหารไปด้วย”
“ขอรับ”
เสี่ยงเป่ารับคำ
พ่อลู่และจางซื่อคิดว่าจ้าวอิงเขินอายจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
แต่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับมาเป็ปกติแล้วพ่อลู่ปัดเื่กวนใจออกไปอย่างรวดเร็ว พูดคุยกับทุกคนเป็ปกติอีกครั้ง
หลังจบมื้ออาหารจางซื่อเข้าไปถอนวัชพืชในแปลงพ่อลู่แยกออกไปดูกับดักในป่า เสี่ยวเป่าก็ตามลู่เหวินเหยาไปบ้านช่างไม้
ส่วนตัวจ้าวอิงนำกระดาษออกมาออกแบบเครื่องเรือนเพิ่มตอนนี้นางฝึกใช้พู่กันจีนจนถนัดแล้ว จึงใช้พู่กันจีนมาลงงานออกแบบ
ชั้นหนังสือ โต๊ะในห้องหนังสือนางเพิ่มโต๊ะกลางสำหรับห้องโถง ตู้เสื้อผ้าก็ต้องมีให้ทุกคนเช่นกันนางออกแบบโดยอ้างอิงพื้นฐานของการใช้งานสมัยนี้และโลกเก่าของนาง
ที่จะเพิ่มพิเศษหน่อยก็จะมีลิ้นชักเก็บของช่องด้านข้างสำหรับวางเก็บพู่กัน ที่ฝนหมึก
อีกอย่างที่นาง้าคือหีบไม้สำหรับใส่สมุนไพรเวลานางหยิบของออกมาจากห้วงมิติแบบไม่มีที่ไปที่มาจะได้ไม่มีผู้ใดสงสัยอีกหน่อยนางจะได้สอนเสี่ยวเป่าเรียนรู้เื่สมุนไพรอีกด้วย
ลู่เหวินเหยาไปไม่นานก็กลับมาจ้าวอิงเองก็เตรียมแบบแปลนไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน และยังออกแบบห้องหนังสืออีกด้วยนางได้ส่งกระดาษทั้งหมดให้เขาลองดู
ลู่เหวินเหยาดูแล้วก็เห็นว่ารูปร่างแบบแปลนที่จ้าวอิงออกแบบมานั้นเข้าใจง่ายจากการจินตนาการตามแบบก็รู้สึกว่ายอดเยี่ยมมาก
หลังจากจ้าวอิงอธิบายเกี่ยวกับหีบสมุนไพรแล้วจึงยกงานทำเครื่องเรือนทั้งหมดให้ลู่เหวินเหยาไป
“ที่เหลือฝากท่านพี่ช่วยอธิบายให้กับช่างทำเครื่องเรือนด้วยนะเ้าคะหรือหากว่ามีตรงไหนไม่แน่ใจท่านเรียกข้าได้ตลอดเวลา”
เมื่อเห็นเขาพยักหน้าแล้วนางก็หันไปหาเสี่ยวเป่า
“มาเถอะเสี่ยวเป่าวันนี้แดดดีแม่จะสอนปีนต้นไม้”
ลู่เหวินเหยาได้ยินก็หันมามองสองแม่ลูกทันทีสายตาปรากฏเครื่องหมายคำถามอย่างชัดเจน จ้าวอิงจึงบอกเขา
“อ่อ ยังไม่ได้เล่าให้ท่านฟังเพื่อร่างกายที่แข็งแรงข้าจึงฝึกให้เสี่ยวเป่าออกกำลังกายด้วยน่ะ”
“ท่านพ่อ เสี่ยวเป่าเคยปีนต้นไม้แล้วไม่ยากเลยหลังจากนี้ท่านแม่บอกว่าจะฝึกยิงธนูด้วย”
กล่าวจบเสี่ยวเป่าก็วิ่งออกไปและรีบวิ่งกลับมาพร้อมหอบธนูคันเล็ก ๆสำหรับเด็กดาบไม้และกระบองอันเล็กๆออกมากองไว้ตรงหน้าของพ่อเขาเพื่ออวดนั่นเอง
จ้าวอิงได้แต่ยิ้มแห้ง นางลืมเื่นี้ไปสนิทเพราะลู่เหวินเหยากลับมาอย่างกะทันหันจึงลืมเื่พวกนี้ไปบัณฑิตแบบเขาอาจจะไม่ยินดีให้ฝึกกำลังอะไรแบบนี้
แต่ผิดคาด
“เสี่ยวเป่าของเราเก่งมากจริงๆแต่ต้องระวังด้วยนะอย่าให้ท่านแม่เ้าเหนื่อยเกินไป”
เขาบอกเสี่ยวเป่าพลางลูบหัวเขาไปด้วย
“ข้าทราบแล้วท่านพ่อ”
ลู่เหวินเหยาแยกตัวออกไปยังห้องว่างเพื่อรอสองพี่น้องบ้านสกุลถังมาหา
เมื่ออยู่คนเดียวเขาคิดเื่สลับิญญาอีกครั้งเดิมทีเขาไม่เคยเชื่อเื่แบบนี้แต่เมื่อเขาได้ััจ้าวอิงอิงในสองวันนี้เขาก็ยิ่งเอนเอียง
จ้าวอิงอิงคนเดิมไม่มีทางเห็นชอบให้เขาเรียนรู้การออกกำลังกายและมีความสามารถสอนศิลปะเหล่านี้ได้
อีกทั้งเื่สมุนไพรนางก็ดูมีความรู้มากเช่นกันทั้งที่ไม่เคยมีวี่แวว ว่านางจะรู้จักสมุนไพรพวกนี้มาก่อน บ้านเดิมของนางทำอาชีพค้าขายธัญพืชก็จริงแต่ไม่ได้มีขายสมุนไพร
ที่สำคัญคือเมื่อเขาได้เห็นแบบแปลนเครื่องเรือนที่นางบอกว่าเป็ผู้ออกแบบและลงมือวาดเองกับมือเขายิ่งใ
ยิ่งเขาจับสังเกตนาง ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่านางช่างชวนให้มองตามอย่างไม่อาจละสายตาได้จริงๆ
ระหว่างที่เขากำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นเขาไม่รู้ตัวเลยว่า มุมปากเขายกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
ทางด้านจ้าวอิง หลังจากพาเสี่ยวเป่าออกไปเล่น จนหมดแรงแล้วก็พากันมาชำระล้างร่างกาย แล้วก็ให้เขาไปนั่งเล่นกับจางซื่อไปก่อน
ส่วนนางเข้าไปเตรียมมื้อกลางวันมื้อนี้นางทำข้าวผัดไข่ ใส่ต้นหอม แครอท หัวหอมและยังเพิ่มไข่ดาวให้ทุกคนด้วย
เสี่ยวเป่ารับหน้าที่ตามทุกคนมากินมื้อกลางวัน
ลู่เหวินเหยาแปลกใจเป็อย่างมากเมื่อเสี่ยวเป่าเรียกเขาไปกินมื้อกลางวันปกติชาวบ้านทั่วไปรวมถึงครอบครัวพวกเขาไม่เคยกินมื้อกลางวัน
แต่แปลกใจก็ส่วนแปลกใจเขาก็ยังเดินตามเสี่ยวเปล่าเข้าไปยังห้องโถงหลังจากเดินมาถึงห้องโถงพบว่า ทุกคนมารอเขาและเสี่ยวเป่าอยู่ก่อนแล้ว
“โอ้โหท่านแม่วันนี้ข้าวสีสวยมากเลย”
“แม่ตั้งซื่อว่าข้าวผัดห้าสีเสี่ยวเป่าต้องกินเยอะ ๆ นะ”
จ้าวอิงส่งยิ้มและตอบเสี่ยวเป่า
“แน่นอน ข้าจะได้โตเร็ว ๆช่วยท่านแม่ทำงานได้”
จ้าวอิงจัดการตักข้าวแบ่งให้ทุกคนของพ่อลู่และลู่เหวินเหยาตักมากกว่าของจางซื่อและจ้าวอิงส่วนของเสี่ยวเป่าเองจะมีถ้วยประจำ
พร้อมส่งจานไข่ดาววางตรงกลางโต๊ะลู่เหวินเหยานั่งมองข้าวผัดที่ใส่เครื่องหลากหลาย กลิ่นหอมกรุ่นตักจนพูนจานและไข่ดาวสีเหลืองสวยนั้นอีกยิ่งเป็การยืนยันว่าครอบครัวเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
จางซื่อนั่งอมยิ้มมองปฏิกิริยาของลู่เหวินเหยาแต่นางไม่ได้พูดอันใดลูกชายนางย่อมเข้าใจได้เอง
หลังจบมื้อกลางวันจ้าวอิงให้เสี่ยวเป่าเดินย่อยเล็กน้อย แล้วตามจางซื่อไปนอนกลางวัน
ส่วนนางแยกตัวไปถอนสมุนไพรที่พร้อมเก็บเกี่ยวทั้งหมดเพราะใกล้เข้า่หิมะตกเต็มทีนางต้องเร่งมือตากแห้งและส่งขายทั้งหมดก่อนจะเข้าสู้่หยุดยาว
พ่อลู่บอกว่าปีนี้หนาวกว่าปีก่อนๆหิมะคงตกหนักและน่าจะยาวนานด้วย
นอกจากนี้ยังต้องเก็บผักต่างๆ ที่ปลูกไว้ เก็บเข้าไปในห้องใต้ดินบางส่วนต้องตากแห้ง ส่วนหัวผักกาดนางจะปล่อยไว้ก่อนเพราะมันทนความหนาวได้ดีรอหิมะเริ่มตกมาค่อยเก็บยังไม่สาย
เฮ่อนะ… ยุ่งยากจริงเชียวนางอยากจะหยิบผักออกมาจากห้วงมิติให้รู้แล้วรู้รอด จะได้จบๆ ไปชีวิตของนางคงง่ายขึ้นมากกว่านี้
ภายในห้วงมิติของนางผักไม่เน่าเสียแถมปลูกใหม่ก็โตเร็วกว่าด้านนอกหลายเท่า รสชาติยิ่งไม่ต้องพูดถึง นำมากินเปล่าๆก็ยังอร่อย
น่าเสียดายที่มีเพียงของในกระท่อมเท่านั้นที่จะรีเซตใหม่ในทุกๆวัน แต่แปลงปลูกพืชผักด้านนอกนั้นเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วก็หมดไปต้องปลูกใหม่เท่านั้น
หลังเก็บผักสมุนไพรมาเกือบหมดแล้วบางส่วนก็ตากใต้ชายคา ส่วนที่ต้องแช่เกลือก็แช่ไว้เรียบร้อย
จ้าวอิงไปหาพ่อลู่ให้ช่วยสอบถามเื่เกวียนของถังเสียนอีกครั้งเพื่อเข้าไปตำบล ครั้งนี้นางจะเข้าไปซื้อเนื้อจำนวนมากหน่อยอีกไม่กี่วันหิมะจะตกแล้ว นั้นคือตู้เย็นชั้นดีเลยทีเดียว วางเนื้อไว้ด้านนอกก็ไม่มีทางเน่าเสียง่ายๆ
โชคดีที่บ้านนี้มีห้องใต้ดินอยู่แล้ว เพียงต้องขยายและซ่อมแซมอีกเล็กน้อยเท่านั้นก็สามารถนำมาใช้ได้
คนสมัยโบราณแม้จะไม่มีวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยแต่พวกเขาก็สร้างสิ่งเหล่านี้ออกมาแข็งแรงทนทานใช้งานได้หลายสิบปีทีเดียว ..
•─────❅❀❅─────•