ตอนที่ 25
แต่นั่นก็ไม่วายมารอลุ้นตอนนอนอีก
นางอยากจะกลายร่างเป็กระต่ายได้แล้วโดดหนีออกนอกหน้าต่างเสียตอนนี้เลย!
หานซวนยืนหันหลังให้ เขากำลังจะถอดชุดที่ใส่มาทั้งวันแล้วออก ภายใต้แสงไฟในตะเกียงแสงที่ริบหรี่ไม่ได้ช่วยให้นางหายขนลุกได้เลย
เรือนร่างของบุรุษที่ผ่านการฝึกซ้อมมาตลอดมักจะสมบูรณ์แบบมากกว่าผู้ที่นั่งกินนอนกินเสมอ หากสตรีอื่นได้เห็นเข้าคงจะพากันขาอ่อนล้มพับเป็แน่
โธ่เอ๊ย นางไม่อยากจะเป็สตรีอื่นเลย!
แต่ถึงจะร้องอยู่ในใจเช่นนั้นนางก็ต้องหยุดเสียตอนนี้ เพราะหานซวนกำลังจะล้มตัวลงนอนที่หมอนอีกใบข้างนาง
เตียงนิ่มยวบลงทำให้นางสะดุ้งขยับตัวไปอีกทางแต่ดันมีมือหนึ่งคว้าเอวนางไว้และดึงตัวนางเข้าไปใกล้ “ปล่อยตัวข้า”
“ข้าก็แค่กลัวว่าเ้าจะตกเตียง เดี๋ยวก็หาว่าข้าดันเ้าตก”
“ข้า..ข้าไม่ได้จะคิดเช่นนั้นเสียหน่อย ท่านปล่อยมือได้แล้ว”นางพยายามดึงมือของเขาออกจากตัว แต่เขากลับทำเหมือนว่าตนเองหลับไปแล้ว
ดึงไม่ออก..
“หานซวนปล่อยข้า ไหนว่าแค่นอนข้างกัน ท่านนี่มันยังไงกันแน่”
“อือ..”
“หานซวน”
“หานซวน..”
“ห..”
เลี่ยงหลิ่งหันหน้ากลับไปมองอีกคนที่ตอบนางมาแค่สั้น ๆ เพราะนางเรียกเท่าไรเขาก็ไม่ตอบแล้ว แต่พอหันกลับไปก็ต้องหยุดเพียงเท่านั้น
เขาหลับไปแล้ว หลับทั้ง ๆ ที่ยังกอดนางไว้อยู่
“ตอนหลับก็ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัยดีเหมือนกัน”นางเอ่ยบอกกับคนที่หลับไปแล้วและเผลอยิ้มออกมา
นางมองหน้าเขาจนใจของนางทำให้นางรู้สึกปวดหนึบไปทั้งใจ มันไม่ได้เจ็บแต่มันเป็ความรู้เหมือนเมื่อครั้งที่นางหลบหน้าเขาอยู่หลายวัน..ใจเต้นจนจะทะลุออกมาอยู่แล้ว “ท่านรู้ไหมว่าท่านกำลังทรมานข้าอยู่”
หลังจากที่เลี่ยงหลิ่งขอให้หานซวนช่วย เขาก็ทำเื่ใช้หนี้ให้แก่เอ้อร์หนี่ แสดงว่าตอนนี้หานซวนคือเ้าหนี้คนใหม่ของเอ้อร์หนี่แทนแล้วและแน่นอนว่าถึงแม้เศรษฐีจะไม่ค่อยเต็มใจเพราะอยากได้เอ้อร์หนี่มาเป็อนุภรรยาเป็ทุนเดิมแต่ก็ต้องยอมเพราะคนที่จ่ายหนี้คือหานซวน แม่ทัพใหญ่แห่งตระกูลฟาน ผู้มีฉายาว่าปีศาจทมิฬตาเดียว
ใครจะกล้าต่อกรด้วยกัน..ขืนทำเช่นนั้นได้ตายหมู่แน่
ในขณะเดียวกันเอ้อร์หนี่ก็ยังตัวติดกับเลี่ยงหลิ่งอยู่เช่นเดิมแต่ไม่ได้ละลาบละล้วงถึงหานซวนเพราะถือว่าหานซวนเป็ผู้มีพระคุณของนางแล้วในตอนนี้
ส่วนเลี่ยงหลิ่งนางสงสัยว่าเขาไปพูดยังไง ไปจัดการอย่างไรให้เศรษฐียอมเื่ของเอ้อร์นี้และนางก็หวังว่าเขาจะไม่ใช้วิธีสกปรกหรอกนะ
เขาเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ ไม่สมควรจะทำเช่นนั้น ถ้าทำสิ่งที่เป็แค่ข่าวลือจะกลายเป็สิ่งที่เกิดขึ้นจริงและพิสูจน์ได้อย่างแน่นอน คราวนี้เฉียนฮ่องเต้คงไม่เอาไว้เป็แน่ ฐานทำให้พระองค์เสียชื่อเสียงไปด้วยถึงแม้ว่าตระกูลฟานจะเป็ตระกูลแม่ทัพสืบต่อกันมาั้แ่บรรพบุรุษก็ตาม
“เ้าจะเลิกจ้องหน้าข้าได้หรือยัง?”หานซวนปิดหนังสือราชการลงและหันไปมองหน้าภรรยาที่นั่งจ้องหน้าเขาอยู่พร้อมกับทานขนมไปด้วย “ท่านบอกข้ามาประเดี๋ยวนี้ว่าท่านทำอย่างไรให้เศรษฐีผู้นั้นยอมตกลงเื่หนี้สิน”
“เ้ามาถามข้าด้วยเื่เท่านี้น่ะหรือ? ไร้สาระ”
“มันไร้สาระอย่างไรกันเล่า ข้าจำเป็ต้องรู้ไว้ก่อนสิ เอ้อร์หนี่เป็น้องสาวของข้านะ”นางบอก “บอกข้ามา”
“ไม่บอก”
“ข้ายอมนอนข้างท่านมาหลายวันแล้ว แค่นี้ยังไม่พอใจอีกหรือ?”
“ตอนนั้นตกลงว่าจะช่วย ไม่ได้แปลว่าข้าจะบอกวิธีช่วย”
“ข้าไม่พูดด้วยแล้ว! ท่านทำข้าหงุดหงิด!”นางยัดขนมเข้าปากเคี้ยวแก้มตุ่ยนั่งหน้าบึ้งอยู่ข้าง ๆ เขา จนอีกคนที่เห็นแก้มตุ่ย ๆ นั้น นึกอยากจะจิ้มเข้า “ข้าแค่ส่งคนของข้าไปตกลงกับเศรษฐีและบอกเขาว่าตอนนี้แม่นางเหรินเป็คนของเ้า”
“เ้ากำลังอุปการะนางอยู่”
“แล้วอย่างไรต่อ”เลี่ยงหลิ่งหันหน้าควบกลับมาถามราวกับว่าเมื่อครู่นางไม่ได้หงุดหงิดอะไรเขาเลยสักนิด “ทีแรกเขาไม่ได้ตกลงแต่เห็นชื่อข้าจึงตกลง”
“ก็แน่อยู่แล้ว ผู้ใดล่ะจะกล้าขัดท่าน”
“ที่พูดมาเมื่อครู่ไม่รู้ตัวหรือว่าพูดถึงตนเองอยู่?”เขาตอบกลับไป นางยิ้มแหยะ ๆ ให้ นั่นก็จริงที่นางชอบขัดเขา แต่นางก็ไม่ได้สร้างเื่อะไรให้เขาเสียหน่อย
อาจจะแค่่นี้ที่ไม่สร้างเื่..
“อย่างน้อยข้าก็ไม่สร้างให้ท่านนะ”
“ถ้านี่เรียกว่าไม่สร้างเื่ แสดงว่าเื่ที่เ้าจะสร้างให้ข้ามันใหญ่กว่างั้นสิ?”พูดถึงเื่เอ้อร์หนี่
“แล้วท่านจะให้ข้าทำอย่างไร ข้อตกลงข้าก็ตกลงไปแล้ว ท่านได้ผลประโยชน์ ข้าก็ได้ช่วยน้องสาวข้าแค่นี้มันไม่ถือว่าลบล้างได้หรอกหรือ”เลี่ยงหลิ่งบ่นไม่หยุดจนหานซวนเอานิ้วจิ้มแก้มของนางที่กำลังอมขนมไว้ข้างแก้มนั้นจนตุ่ยออกมาเหมือนกระต่าย ส่วนคนโดนจิ้มแก้มจากที่บ่นอยู่ก็หยุดบ่นทันที
“เคี้ยวก่อนดีหรือไม่ แก้มเ้าตุ่ยเป็กระต่ายแล้ว เช่นนี้จะไม่ให้ข้าเรียกกระต่ายของเ้าด้วยชื่อเ้าได้อย่างไร”เขาเอ่ยบอก แต่การเอ่ยบอกเช่นนี้เหมือนเขาได้หลุดพูดออกไปแล้ว เขาคงจะจำไม่ได้ว่าได้พูดอะไรตอนอุ้มไป๋เซ่อบ้างแต่นางยังจำได้ดีเลย!
ไม่! เขาพูดกับไป๋เซ่อ ไม่ได้พูดกับข้า เขาแค่เปรียบเทียบ อย่าคิดไปไกลสิ! นางคิดกับตัวเอง เตือนตัวเองและบอกตัวเอง ที่หานซวนพูดมาเขาอาจจะแค่พูดไม่คิดเท่านั้น ไม่มีทางที่หานซวนจะคิดแบบนั้นได้แน่
“พักหลังเ้าหน้าแดงบ่อย ข้าว่าเ้าให้หมอมาตรวจดีหรือไม่”เขาเอ่ยบอกเพราะสังเกตเห็นสีหน้าและท่าทางเหม่อลอยของภรรยา เขาเกรงว่านางจะเป็ไข้
อีกรอบ “เพิ่งจะหายไข้ประเดี๋ยวก็เป็อีก”
“ข้าไม่ใช่เด็กแล้ว ท่านไม่ต้องกังวลหรอก”
“แต่ก็ยังทำตัวเหมือนเด็ก”
”ทีท่านแก่ ข้ายังไม่ว่าท่านเลย ไปดีกว่า!”นางพูดจบก็รีบวิ่งออกไปพร้อมกับขนมที่นำมาแต่แรก นางก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตนเองมานั่งอยู่กับเขาตั้งนานสองนานได้อย่างไรั้แ่แรก
“ท่านพี่ไปไหนมาเ้าคะ ข้ารอพบท่านตั้งนานแล้ว”พอเลี่ยงหลิ่งออกมาจากห้องทำงานของหานซวน เอ้อร์หนี่ก็รีบวิ่งเข้ามาหา นางเกาะแขนเลี่ยงหลิ่งไว้ด้วยท่าทีสนิทสนม “อ๋อ! ข้าไปเอาขนมมาน่ะ นี่ไงเอามาให้เ้าด้วย”เลี่ยงหลิ่งนิ่งคิดไปว่าจะพูดอย่างไรดี ประจวบเหมาะกับที่นึกได้ว่าในมือตนถือถ้วยไม้ใส่ขนมอยู่จึงบอกไป
“เราไปนั่งเล่นตรงโน้นกันดีกว่า”นางบอกพร้อมกับจูงมือเอ้อร์หนี่ไปที่สนามหญ้า พาไปนั่งที่ชุดโต๊ะเก้าอี้รับแขกที่ตั้งอยู่ภายในสนามหญ้า
“เอาสิเอ้อร์หนี่ เ้ากำลังโตทานเยอะ ๆ นะ”
“ขอบใจเ้าค่ะ”เอ้อร์หนี่รับขนมจากมือของเลี่ยงหลิ่งมาแต่ยังไม่ได้ทานมันเข้าไป จนเลี่ยงหลิ่งจับสังเกตได้จึงเอามือแตะสะกิดตัวอีกคน
“เป็อะไรไปหรือ? เ้าไม่สบายหรือเปล่า”
“เปล่า..ข้าแค่อยากขอบใจท่านแม่ทัพที่ช่วยเหลือข้า”
“แต่ว่า..”
“แต่ว่าอะไร..เ้าเป็สิ่งใด เ้าบอกข้าตรง ๆ ก็ได้เอ้อร์หนี่ ข้าไม่อยากให้เ้าเป็ทุกข์ ยิ่งจากบ้านมาไกลยิ่งไม่อยากให้เจอความโศกเศร้า”
“ข้าว่าข้าคงเป็ตัวถ่วงของท่าน”
“เ้าหมายความว่าอย่างไร?”
เอ้อร์หนี่มองหน้าเลี่ยงหลิ่งที่กำลังคิ้วผูกเป็ปมอยู่ แท้จริงแล้วนางได้ยินทุกอย่างที่หานซวนและเลี่ยงหลิ่งตกลงกันก่อนที่จะช่วยนางแล้ว จึงทำให้นางรู้ว่าหานซวนและเลี่ยงหลิ่งไม่ได้มีความรู้อะไรต่อกัน
ที่อยู่เพราะหน้าที่ที่ผู้ใหญ่มอบให้เท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้นความรักที่นางมอบให้เลี่ยงหลิ่งมันก็เป็สิ่งที่เป็ไปไม่ได้ เลี่ยงหลิ่งไม่มีทางรับความรักเช่นนี้ได้ ความรักที่เลี่ยงหลิ่งจะรับได้มีเพียงความรักเยี่ยงพี่สาวและน้องสาวเท่านั้น
เอ้อร์หนี่ยิ้มให้และส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะทานขนมในมือเข้าไป นางนั่งมองหน้าเลี่ยงหลิ่งและนึกถึงภาพซ้อนในครั้งที่เลี่ยงหลิ่งคือ เลี่ยงไป๋
รักของนางที่ให้เลี่ยงหลิ่งไม่ต่างอะไรจากชายรักหญิงเลยสักนิดแต่มันผิด..ผิดที่นางเกิดมาเป็สตรี ไม่ใช่บุรุษ
“เ้าร้องไห้ทำไม”เลี่ยงหลิ่งใกับท่าทีของเอ้อร์หนี่ นางทานขนมอยู่ดี ๆ ก็ร้องไห้ออกมาโดยที่เลี่ยงหลิ่งก็ไม่ทันจะได้ตั้งตัว เลี่ยงหลิ่งจึงรีบหยิบผ้าออกมาเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายทันที
แต่ยิ่งเลี่ยงหลิ่งทำเช่นนี้ พร้อมกับสายตาที่เป็ห่วงที่ถูกส่งมาให้เอ้อร์หนี่ทำให้นางยิ่งร้องหนักกว่าเดิมขณะที่กำลังเคี้ยวขนมในปาก
“เ้าเป็อะไรเ้าบอกพี่สิ”เลี่ยงหลิ่งปาดน้ำตาให้นึกห่วง ที่สุดแล้วเอ้อร์หนี่ก็ทำใจไม่ได้โผเข้ากอดเลี่ยงหลิ่ง อีกฝ่ายพอได้เห็นการกระทำเช่นนี้แล้วก็พอจะเดาออกแล้วว่าน้องสาวต่างท้องกำลังคิดอะไรอยู่ “พี่ขอโทษที่ทำให้เ้าเสียใจ”
“และขอบใจที่เ้าไม่โกรธพี่”
“โกรธสิ ข้าโกรธท่าน”
“หากแค่รู้ว่าท่านแต่งงานคงไม่เสียใจเท่านี้ ข้าไม่น่ามาขอความช่วยเหลือท่าน ข้าจะได้ไม่ต้องพบกับความจริง..ความจริงที่ถึงแม้ว่ามันจะเป็เื่ที่คาดไม่ถึงก็ตาม แต่ข้าก็ไม่อาจยอมรับได้ตอนนี้”
“เอ้อร์หนี่..ข้า..”
“ท่านไม่ต้องพูด ไม่ต้องกล่าวอะไรแล้ว ข้ารู้ว่าสิ่งที่ท่านกล่าวมันคือความจริงทุกอย่างแต่ข้ายังยอมรับไม่ได้ในตอนนี้ ข้าขออภัยท่านพี่”เอ้อร์หนี่ผละออกจากอ้อมกอดของอีกคน นางรีบลุกวิ่งกลับเข้าไปในจวนท่านแม่ทัพ แต่ก็พบเข้ากับหานซวนที่ยืนมองทั้งสองคนอยู่ที่ประตูในมุมที่เลี่ยงหลิ่งมองไม่เห็น
“ท่านจงใจให้ข้าเห็นใช่หรือไม่ท่านแม่ทัพ”เอ้อร์หนี่ปาดน้ำตาและเอ่ยถามบุรุษหนุ่ม “ข้าว่าท่านรู้ว่าข้ารู้สึกอย่างไร ท่านเป็ถึงแม่ทัพจะไม่รู้ตัวเชียวหรือว่ามีผู้ใดแอบดูอยู่”
“นอกจากเลี่ยงหลิ่งแล้วยังมีเ้า..ที่ฉลาดมากพอ”
“ท่านเป็แม่ทัพใหญ่..ท่านจะไปแสดงละครเก่งเท่านางโลมได้อย่างไรกันเล่า”นางบอกพร้อมกับหัวเราะในลำคออย่างนึกสมเพชตนเอง
“ข้าไม่ปฏิเสธ”
“ท่านรักนางใช่ไหม?”
คำถามของเอ้อร์หนี่ทำให้หานซวนชะงักไป นางก็เพิ่งจับเขาได้เมื่อครู่จากการกระทำและเขาไม่ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้จงใจทำให้นางรู้ถึงเื่นี้..เื่ข้อตกลง
“ว่าอย่างไรท่านแม่ทัพ ตอบตามสัตย์จริง ข้าไม่กลัวท่าน”
“แต่สัตย์จริงของข้า เ้าจะรับได้จริงอย่างนั้นหรือ?”หานซวนถามกลับไป เขาไม่คิดว่าการที่เขาตอบคำถามนี้แล้วจะทำให้เอ้อร์หนี่ตัดใจได้
นางจะยิ่งทุกข์ทรมานไปเสียเปล่า แต่ในเมื่อนางคาดคั้นจะเอาคำตอบจากเขาเสียให้ได้ เขาก็ไม่จำเป็ต้องไม่ตอบ
“ใช่”
“ข้ารักนาง”
“รักมาก่อนเ้า”
“นางเป็ของข้ามาั้แ่แรก..เป็มาั้แ่เกิด ผู้อื่นก็ได้แค่มอง เ้าก็ด้วย”
“ไม่มีข้อแม้ใด ๆ สำหรับเื่นี้ทั้งนั้น ขออภัยที่จะต้องบอกแม่นางเช่นนี้แต่ข้าจะไม่มีทางให้ผู้ใดมาแย่งนางไปจากข้าและแม่นาง..ไม่สิจะไม่มีชายใดได้นางไปอย่างแน่นอน”
“ไม่มีทาง”
เขาบอกแก่เอ้อร์หนี่ตามสัตย์จริงอย่างที่นาง้าจะฟังแล้ว นี่คือความในใจจากเขาที่เขาไม่เคยได้พูดที่ไหน ต่อให้จะเป็องค์ชายสี่ หากอยากจะฟังความสัตย์จริงของเขา และต่อให้ตอบไปแล้วจะโดนลงโทษหรือโดนปะาชีวิตเขา ข้อหาิ่พระเกียรติ เขาก็จะตอบเช่นนี้
“ถ้าข้าเลือกเกิดได้ ข้าคงจะเกิดเป็บุรุษเช่นท่าน ข้าจะได้มาแย่งท่านพี่ไปจากท่าน แต่เพราะข้าเป็สตรีและติดหนี้บุญคุณท่านเช่นนั้นข้าจึงไม่อาจทำเยี่ยงนั้นได้”
“ท่านฉลาดรู้จักจุดอ่อนของคน แต่ไม่รู้วิธีทำให้ท่านพี่รักท่าน”
“แล้วท่านจะต่างอะไรกับข้า..หรือบุรุษอื่นกันเล่า”