ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

    EP-148 ลอบฆ่าหลินอู๋เฉิน

    โรงแรม'เตี่ยจุน'เป็นหนึ่งในโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งเมืองชุนเหลียน เทียบได้กับโรงแรมการ์เด้นกรีน แต่ด้อยกว่าไลอ้อนส์ฮัวพอสมควร

    อาหารถูกยกมาเสิร์ฟห้องส่วนตัว มีด้วยกันนับสิบอย่าง แต่ละจานเลิศล้ำราคาแพง แต่คนอย่างเหวินจิ้งอีก็คงงั้นๆ ราคาแค่นี้ถือว่าสบายมาก

    กินอาหารได้ครู่หนึ่งหลินอู๋เฉินวางตะเกียบลง ดื่มน้ำแกงล้างปาก กล่าวว่า “ชวนมากินอาหารที่นี่ คงไม่ใช่ว่ากินอย่างเดียวหรอกใช่ไหม”

    เหวินจิ้งอีแย้มมุมปากดังกลีบบุปผา งดงามตระการตา ชวนให้ผู้เป็นบุรุษต่างลุ่มหลงมัวเมาได้ง่ายๆ

    “คิดมากเกินไปแล้ว แค่อยากทานก็เลยมา กอปรกับเธอเองก็ชนะการแข่งขันคณิตศาสตร์จากเมืองหยูโจวไม่ใช่เหรอ ถือซะว่ามื้อนี้เป็นการเลี้ยงฉลองแล้วกัน”

    “เลี้ยงฉลอง...ในห้องที่อยู่กันสองคนแบบนี้ มันออกจะเงียบเหงาเกินไปหน่อย ว่างั้นไหม”

    “หรือว่าต้องการเปลี่ยนที่ ได้นะไม่ขัด เธออยากจะไปบาร์หรือผับล่ะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”

    “หึหึ ไม่คิดเลยว่าแม่ของเหวินจิงจะมีด้านแบบนี้ด้วย”

    “มันเป็นเรื่องปกติ ถึงฉันจะทำงานในโรงพยาบาลใช่ว่าต้องทำตัวเรียบร้อย เช่นที่ทุกคนเข้าใจว่า เป็นหมอต้องสุภาพเรียบร้อย เหมือนดังผ้าพับไว้ แต่ในความจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทุกคนต่างก็มีช่วงเวลาเป็นของตัวเอง”

    ชายหนุ่มยกน้ำแกงขึ้นมาดื่มอีกครา สำหรับคำพูดของเหวินจิ้งอีเขาเห็นด้วยไม่น้อย เมื่อปฏฺิบัติหน้าที่ก็ควรทำให้อย่างเต็มที่ ถึงเวลาพักผ่อนหย่อนกาย ก็ควรจะพัก ไม่ควรเอาเรื่องงานเข้ามาเอี่ยว

    เห็นเขาเงียบไป เป็นเธอที่ชวนคุย

    “ตอนนี้หูอี้เทียนยังมาป้วนเปี้ยนอยู่ในโรงพยาบาล แต่เขาไม่กล้าทำอะไรหรอก ด้วยชายคนนั้นที่มาจากตระกูลซู ทำให้ต้องไว้หน้าอยู่ส่วนหนึ่ง เพียงแต่ขึ้นอยู่กับเวลา หากยังมีผู้หญิงถูกกัดเข้ามาเรื่อยๆ ล่ะก็ เหตุการณ์จะยิ่งบานปลายขึ้น...”

    “พูดแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไมเหยื่อทุกรายถึงต้องเป็นผู้หญิง และแต่ละคนเองก็หน้าตาสวยๆ ทั้งนั้น แสดงว่าผู้ร้ายต้องมีรสนิยมความชอบส่วนตัว เธอว่างั้นไหม”

    หลินอู๋เฉินยิ้มเล็กน้อย ตอบว่า “เพราะคนที่กัด ต้องการพลังธาตุหยินจากร่างกายของสตรีน่ะสิ ถึงได้เลือกเหยื่อเฉพาะผู้หญิง จากที่ฉันคาดเดา รากฐานของผู้ที่บงการอยู่เบื้องหลังคงขาดแคลนธาตุหยิน จึงได้กระทำการอุกอาจ”

    “ฟังดูแล้วชวนงง อย่างกับเทพเซียนในนิยายงั้นแหละ...” เว้นไปเล็กน้อยเหวินจิ้งอีเสริมว่า “ฝีมือการฝังเข็มของเธอยอดเยี่ยมมาก เพียงแต่ไม่รู้ว่าด้านการผ่าตัดเป็นยังไง”

    “คงต้องพูดคำว่า 'หนึ่งเดียวไม่มีสอง'”

    คำพูดแสนเหย่อหยิ่งออกมาจากปากชายหนุ่มอายุ 20 ปี หากไม่รู้จักกันคงคิดว่าเขาไม่รู้จักประมาณตน แต่สำหรับเหวินจิ้งอีคำพูดเหล่านี้ของเขาถือว่าปกติ

    “งั้นก็ดี พักหลังนายผู้เฒ่าซูมาที่โรงพยาบาลบ่อยๆ กับหลานสาว ถึงเขาจะไม่พูดมันออกมาตรงๆ แต่ฉันพอจะเดาถึงจุดประสงค์ได้ไม่ยาก”

    “มาหาฉัน?”

    “ใช่ ด้วยข่าวที่พวกเขาได้รับทราบ เธอมีฝีมือทำให้ผู้ที่ถูกกัดฟื้นขึ้นมา นายผู้เฒ่าซูจึงอยากเชิญให้เธอไปรักษาลูกสาวที่พิการ....ไม่รู้ว่าเธอจะคิดยังไง แต่ฉันอยากให้เธอช่วยครอบครัวซูหน่อย ซูเฉียนเฉียนต้องอยู่แบบนั้นมาเป็นสิบปี สำหรับฉันมันคือช่วงเวลาเลวร้ายที่สุด หากเปลี่ยนเป็นตัวเองไม่รู้ว่าจะทนอยู่ในสภาพนั้นได้ไหม ในฐานะที่เป็นผู้มีความสามารถ หวังว่าเธอจะช่วยพวกเขาได้”

    หลินอู๋เฉินไม่ได้ตอบทันที เนิ่นนานจึงถอนหายใจ บอกไปว่า “ได้สิ ถูกขอร้องจากแม่ยายโดยตรงทั้งที หากไม่พยายามบ้างคงถูกกีดกัน”

    เหวินจิ้งอีค้อนเขาไปวงหนึ่ง “จากที่ฉันสังเกตมาระยะหนึ่ง เธอและจิงเออร์ไม่ได้ไปออกเดทด้วยกัน ไม่ได้มีความสัมพันธ์หวานๆ แบบนี้ยังจะเรียกเต็มปากว่าแฟนอีกเหรอ”

    หลินอู๋เฉินหัวเราะนิดหน่อย ไม่ได้ตอบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างลูกสาวเธอ หลังจากนั้นคุยได้ช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งสองจึงเดินออกมาจากโรงแรม กำลังไปที่รถ

    …..

    แต่ยังไม่ถึงรถดันถูกใครบางคนขวางทางไว้ เขามาด้วยกันถึงสามคน สวมชุดสีดำ ฮู้ดคลุมหน้าไว้ ยากที่จะมองออกว่าเป็นใคร

    เหวินจิ้งอียืนสงบนิ่ง รอดูว่าพวกเขาจะทำสิ่งใดกันแน่ แต่ไม่ทันไรฝ่ายนั้นก็ขยับร่างกายแทนพูดคุย มองเห็นหนึ่งในนั้นยื่นมือออกมา เคลื่อนไหวรวดเร็ว คล้ายแส้สีดำหลายสิบเส้นเชือดเฉือนกลางอากาศจนเกิดเสียงลมหวีดหวิว

    เหวินจิ้งอีร้องเสียงหลง ตกใจจนแข้งขาอ่อนแรง หลินอู๋เฉินเข้ามาคว้าเธอไว้ในอ้อมกอด การโจมตีจากชาย 3 คนจึงพลาดเป้า เส้นสายสีดำนั้นพาดยาวลงบนพื้น เกิดเป็นรอยแยกเล็กๆ คล้ายกับถูกดาบฟันลงไป

    “มันคืออะไรกัน...” เหวินจิ้งอีตกใจกลัวจนเผลอกอดเขาแน่น แต่ไม่ทันให้เธอได้ขบคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ระลอกสองเริ่มขึ้นแล้ว

    อาศัยแสงไฟเล็กๆ มองเห็นได้ไม่ยากว่ามันคือขาของตะขาบ และด้วยเสียงกรีดร้องของเหวินจิ้งอีจึงทำให้กลุ่ม รปภ โรงแรมรีบรุดหน้ามาที่นี่

    พวกเขาช่างโชคร้าย หวังจะเข้ามาช่วยเหลือแต่ร่างกายกลับถูกแยกเป็นชิ้นๆ เลือดสาดกระจาย อวัยวะภายในไหลหลุดล่วงลงสู่พื้น

    กลิ่นคาวเลือดโชยมาตามอากาศ

    แม้จะทำงานอยู่ในโรงพยาบาล พบเห็นคนตายมาก็เยอะแต่นี่คือครั้งแรกที่เหวินจิ้งอีได้เห็นคนถูกฆ่า อีกทั้งวิธีการยังพิศดารผิดมนุษย์ ดังนั้นจึงสลบเหมือดในอ้อมกอดของหลินอู๋เฉิน

    หลังจาก รปภ สองคนถูกฆ่าหั่นศพ ชายในชุดดำจึงเหวี่ยงมือที่เหมือนขาตะขาบไปในแนวตั้ง เป้าหมายคือหลินอู๋เฉินอย่างไม่ต้องสงสัย

    การเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ไม่เหมาะใช้'เนตรหมื่นอาณาจักร'อีกทั้งอ้อมกอดยังมีผู้หญิง หลินอู๋เฉินจึงทำได้เพียงป้องกัน

    เกิดแสงสีขาวพร่างพราวด้านหน้าเมื่อการโจมตีมุ่งหมายชีวิตมาถึง ชายชุดดำสามคนดูประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มคนนี้รอดจากแส้ตะขาบที่คมกว่าใบมีด ร่างกายไร้ร่องรอยขีดข่วน น่าประหลาดเกินไปแล้ว แต่กระนั้นพวกเขากับไม่ถอยหนี แต่เลือกกระจายตัวออกไป ล้อมตัวหลินอู๋เฉินไว้ตรงกลาง

    หลินอู๋เฉินตกอยู่ในวงล้อม มีท่าทางสงบนิ่ง นัยน์ตาคู่นั้นล็อกเป้าไปที่ชายตรงหน้า ก่อนจะชี้นิ้วออกไป เป็นเวลาเดียวกันกับที่ฝ่ายนั้นโจมตีด้วยตะขาบที่คล้ายแส้

    เพียงแต่นิ้วดัชนีของหลินอู๋เฉินรวดเร็วกว่า ยิงออกไปในเวลาเพียงเสี้ยววินาที มองเห็นศีรษะชายชุดดำคนหนึ่งกระจุย เลือดสาดกระจายไปโดยรอบ จากนั้นเขายกนิ้วชี้ไปยังคนที่สอง สภาพของศพจึงไม่ต่างจากคนแรก

    ชายชุดดำคนที่สามเห็นว่าแย่แล้ว ต้องการจะถอนตัวก็ไม่ทัน กอปรกับเขาได้เหวี่ยงแขนสองข้างที่เหมือนขาตะขาบโจมตี การเคลื่อนไหวร่างกายจึงช้ากว่าปกติ เพราะมัวแต่โฟกัสกับการควบคุมแขน พลันหลินอู๋เฉินหันหน้ามา ก็เป็นเวลาที่นิ้วชี้เคลื่อนไหว ยิง'ดัชนี'ทะลุหน้าอกชายชุดดำ สิ้นใจตายในครั้งเดียว

    หลินอู๋เฉินไม่คิดแช่อยู่นาน เนื่องจากที่นี่ยังอยู่ในบริเวณโรงแรม เขาจึงถอนตัว พาแม่ยายที่สลบเหมือดออกไปก่อน

    ........

    ขนแพรสั่นไหว วงหน้าขาวซีดเริ่มขยับ เหวินจิ้งอีตื่นแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าตนมาถึงบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ จิตใจจึงค่อนข้างสับสน ก่อนจะจดจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่นี้

    “หลินอู๋เฉิน...!” เหวินจิ้งอีร้องเสียงดัง จนคนข้างๆ เข้ามากุมมือไว้ ปลอบว่า

    “คุณ...ฝันร้ายเหรอ หน้าตาของคุณดูซีดมากเลยนะ ต้องการให้ผมช่วยไหม”

    เหลือบมองเจ้าของเสียง ค่อยพบว่าเป็นสามีของตน

    โดยปกติผู้ชายคนนี้ไม่อยู่ในสายตาเธออยู่แล้ว พลันเห็นเขาเวลานี้ เหวินจิ้งอีจึงยิ่งโมโห ตวาดเสียงดัง

    “หลินอู๋เฉินอยู่ไหน แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

    เถียนเล่าตกใจภรรยา แต่สงบสติอารมณ์ลง แล้วตอบคำถามอย่างใจเย็น “เขากลับไปเมื่อครู่ เห็นบอกว่าคุณร่างกายอ่อนแอ พออออกจากร้านอาหารก็ล้มฟุบเป็นลมไป จึงพาคุณมาส่งบ้าน ระหว่างนั้นเห็นว่าช่วยฝังเข็มให้คุณตอนอยู่ในรถ”

    “จะว่าไปเห็นคุณไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ผมล่ะเป็นห่วงแทบแย่ตอนที่เขาอุ้มคุณเข้ามาในบ้าน...”

    เหวินจิ้งอีไม่สนใจคำพูดของสามี แค่กำลังคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    มันไม่ใช่ความฝันแต่คือเรื่องจริง

    มนุษย์ประหลาดนั่นเล่นงานเธอและเขา สุดท้ายรอดมาได้ แต่ด้วยวิธีไหนเธอเองก็ไม่รู้

    “ช่างเถอะ ไว้ค่อยถามเขาพรุ่งนี้แล้วกัน” เหวินจิ้งอีบอกตัวเอง ก่อนจะมองหน้าสามีราคาถูกด้วยความรู้สึกรังเกียจ

    เถียนเล่าสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิต จึงบอกไปว่า “คุณมาเหนื่อยๆ ร่างกายต้องการการพักผ่อน...งั้นนอนเถอะ ผมจะดับไฟนะ”

    .........

    เงาสีดำวูบไหวท่ามกลางยามค่ำคืนอันเงียบสงัด กระทั่งมาถึงที่รกร้างเหมือนคอนโดแห่งหนึ่ง เงาสีดำจึงได้หยุดลง แล้วคุกเข่าลงบนพื้น

    ด้านหน้ามีใครคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ ลักษณะดำมืด กลิ่นอายตลบอบอวลด้วยความสยอง

    “เป็นยังไงบ้าง หมอคนนั้นตายแล้วใช่ไหม” เสียงนั้นถาม มองไม่เห็นหน้า หากแต่เห็นบางสิ่งวูบไหวผ่านความมืด เป็นเงาสีดำขนาดใหญ่ คล้ายกับมังกร

    ชายที่คุกเข่าเร่งตอบคำถาม “เอ่อ..นายท่าน ผู้ชายคนนั้นเก่งมาก โชคดีที่ผมแฝงตัวอยู่ห่างๆ จึงรอดชีวิต ไม่งั้นคงตายกลายเป็นศพเหมือนกับเจ้าสามคนนั้น”

    “ตายหมดแล้ว?” คนที่อยู่ในเงามืดเงียบเสียงลง บรรยากาศอึมครึม ทำเอาชายที่คุกเข่าไม่กล้าหายใจ

    “จับตาดูเขาไว้ให้ดี หากเป็นไปได้ ก็ฆ่าคนสนิทของเขาซะ!”

    “ครับ นายท่าน!”

    แสงจันทร์วาดผ่านวงหน้าของชายที่คุกเข่า มีความหล่อเหลาและถือดี หากซูเมิ่งหรันอยู่ที่นี่คงจำเขาได้แม่น สวีข่าย!

    คล้ายกับเรื่องผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล ที่คุณอ่าน