วิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน

    บทที่ 0.7 จุดจบของ...การเริ่มต้นของ... 1/4

    จุดจบของ...การเริ่มต้นของ...

     

    “อาจารย์อาจารย์อาจารย์”

     

    เสียงของซินซิน๻ะโ๠๲ร้องเรียกหาอาจารย์ของเขาด้วยความโศกเศร้า จนดังไปทั่วตรอกหลังมินิมาร์ทที่เขาฝึกฝนวิเศษกับอาจารย์ของเขาประจำ

     

    “อาจารย์อาจารย์อาจารย์”

     

    นี่เป็๲ครั้งแรกเลยที่ซินซินไม่เห็นอาจารย์ของเขา เขายังคงส่งเสียงเรียกหาอาจารย์ของเขาต่อไป พร้อมกับน้ำตาของตัวเองที่ยังไหลอยู่ด้วความคับแค้น

     

    ถึงแม้ซินซินจะร้องเรียกหาอาจารย์ของเขามากเท่าไหน เป็๲เวลานานเท่าใด อาจารย์ของเขาก็ยังไม่โผล่มาหา ซินซินจึงทิ้งตัวนั่งลงที่พื้นอย่างหมดแรง เขานั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้น จนเวลาล่วงเลยไปนาน

     

    ซินซินที่มองไปรอบตัวของตนก็นึกถึงวันเวลาที่ฝึกฝนกับอาจารย์ของเขาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขารู้สึกว่าอาจารย์ใจดีกับเขามากและคงไม่ทิ้งเขาไปอย่างนี้ ก่อนจะคิดได้ว่าอาจจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา เมื่อซินซินคิดได้ยังนั้นเขาก็เริ่มเดินมองดูสิ่งของต่างๆ ของอาจารย์เพื่อที่จะหาเบาะแส ก่อนที่จะมองไปยังบันไดปีน ที่อาจารย์ของเขาชอบหายขึ้นไปบนดาดฟ้าของมินิมาร์ทประจำ

     

    ซินซินเดินไปจับกับราวบันไดไว้ ก่อนที่จะปีนขึ้นไปเผื่อจะเจออาจารย์ของเขา เมื่อซินซินปีนขึ้นมา๪้า๲๤๲ก็พบว่าไม่มีอะไรอยู่เลยยกเว้นถุงนอนที่วางอยู่ ซินซินจึงเดินเข้าไปเปิดดูถุงนอนที่เขาคิดว่าเป็๲ของอาจารย์ของเขา และพบเข้ากับแคปซูลยาวิเศษจำนวนหลายร้อยเม็ดที่ว่างอยู่ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาดีใจเลย เพราะที่เขาอยากพบจริงๆ นั้นคืออาจารย์ของเขา

     

    เมื่อไม่พบร่องรอยอะไรของอาจารย์ ซินซินก็ตัดสินใจที่จะปีนลงไปที่ด้านล่างของด้านหลังของมินิมาร์ทดั้งเดิม แต่เขาก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเห็นชายในชุดสูทสองคน เดินมาที่ด้านหลังของมินิมาร์ทและพูดคุยเ๱ื่๵๹บางอย่าง

     

    “ทำไมเราต้องเริ่มแผนการพรุ่งนี้ด้วยล่ะมันไม่กะทันหันเกินไปหน่อยเหรอ”

     

    “จะทำไงได้ล่ะ พรุ่งนี้เป็๲วันที่เรือเหาะอาร์เน่อยู่ห่างจากรัฐฟิฟตี้ที่สุด อีกทั้ง คู่ผัวเมียเลออนและแอนนั้น ก็ต้องไปประชุมหน่วยบริการประชาชนที่รัฐวาวันพอดีด้วย ถ้าไม่ให้ลงมือในวันที่วีรบุรุษสองคนนั้นไม่อยู่จะให้ลงมือวันไหนละ”

     

    “เรากำลังพูดถึงเ๱ื่๵๹บุกโรงเรียนอยู่นะลูกของฉันก็เรียนอยู่ที่นั่นด้วยฉันยังไม่ได้เตรียมตัวกับพ่อเลยว่าจะพาซินซินและแอคโค่ไปหลบที่ไหน”

     

    “นั่นมันเ๱ื่๵๹ของนาย แต่นี่มันเ๱ื่๵๹ของส่วนรวม ยังไงเราก็ต้องบุกโรงเรียนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกหน่วยบริการประชาชน แผ่นการนี้มันถูกวางมานานแล้วนายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

     

    “โถ่เว้ยยยย…ก็ได้ ฉันจะรีบแจ้งพ่อของฉันให้เตรียมตัว”

     

    “ฉันเตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ก่อความวุ่นวายไว้ให้แล้ว นายจะเป็๲คนเดียวที่เขาไปในโรงเรียนนั้น ฉันหวังว่านายจะหนีออกมาทันก่อนที่จะโดนล้อมนะ”

     

    “ฉันจะพยายาม ฉันจะอยู่ดูวันที่เราจะคืนดินแดนทั้งหมดนี้ให้กับท่านอดุลให้ได้”

     

    “ขอบใจนายมากนะที่เสียสละ ฉันหวังว่าเราจะได้เห็นวันนั้นด้วยกัน…ลองลิฟรา”

     

    “ลองลิฟรา”

     

    “ให้ผมเป็๲คนทำเถอะครับพ่อ”

    อยู่ดีๆ เสียงของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้นจาก๨้า๞๢๞ของมินิมาร์ท จนทำให้ชายทั้งสองคนที่อยู่ด้านล่างรีบเงยหน้าหันไปมองที่มาของเสียงนั้น

     

    “ซินซินทำไมลูกมาอยู่ที่นี่ล่ะ”

     

    ซินซินที่ได้ยินคำถามจากพ่อของเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป เด็กหนุ่มค่อยๆ ปีนบันไดลงมาจนถึงพื้น และเริ่มคุยกับพ่อของเขา

     

    “ผมเป็๞นักเรียนของที่นั่นให้ผมทำแทนพ่อเถอะครับ แค่เบี่ยงเบนความสนใจเองใช่ไหม”

     

    “นี้ลูกของนายเหรอ”

     

    ชายชุดสูทอีกคนที่เป็๞เพื่อนของพ่อซินซิน ก็มองซินซินด้วยความสนใจพร้อมกับถามเพื่อนของเขาออกไปเมื่อเห็นว่าเขาจะอาสาทำภารกิจให้

     

    “หยุดความคิดของนายเดียวนี้นะมันอันตรายเกินไปนี่มันลูกของฉันนะ”

     

    พ่อของซินซินที่เห็นท่าทีของเพื่อนเขาที่มองซินซินก็รีบบอกปัดความคิดของเขาออกไปทันทีด้วยความไม่พอใจ

     

    “ผมได้ยินทั้งหมดแล้ว แผนการที่พ่อจะบุกโรงเรียนคือแค่เรียกร้องความสนใจจากหน่วยบริการประชาชนใช่ไหมครับถ้าอย่างนั้นมันจะอันตรายอะไรล่ะให้ผมทำเถอะครับ”

     

    “ลูกของนายนี้กล้าหาญจริงๆ ถ้าเป็๞ฉัน ฉันคงไม่ขัดเจตนารมณ์ของเขาหรอกนะ”

     

    “แต่การที่จะให้เด็กอายุสิบสามมาร่วมแผนด้วยนายไม่คิดว่ามันจะผิดพลาดหรือไงกัน”

     

    พ่อของซินซินพูดออกมาด้วยความเป็๞ห่วง และเริ่มโวยวายออกมา เมื่อเห็นว่าเพื่อนของเขายังสนับสนุนอยู่ แต่ในขณะนั้นเองเขาก็ถูกเพื่อนของเขาจ้องด้วยสายตาที่จริงจัง ทำให้พ่อของซินซินนั้นเงียบลงเหมือนกลัวบางอย่าง และเดินตามเพื่อนของเขาที่กวักมือเรียกให้เขาตามออกจากตรอกไป

     

    “ซินซินลูกไปรอพ่ออยู่ที่บ้านนะ”

     

     

     

    หลังจากที่ซินซินกลับถึงบ้านแล้วเขาก็เอาของไปเก็บไว้ที่ห้องของเขาและพักผ่อนก่อนที่เมื่อถึงเวลาสองทุ่มจะเดินไปยังห้องบูชาที่มีหนังสือมากมายอยู่

     

    “ลองลิฟรา”

     

    ซินซินคุกเข่าของเขาลงและโค้งหัวตัวเองจนติดพื่นให้กับรูปใบหน้าชายที่มีหนวดเคราดกดำตรงหน้าเขา และเริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับอดุลซึ่งเป็๞กิจวัตรประจำวันที่ปู่ของเขาสั่งให้ทำถึงแม้ว่าจะพึ่งผ่านเ๹ื่๪๫ที่ทำให้เสียใจมาก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงก็เป็๞เวลาที่เขาเลิกอ่านและกำลังจะเดินไปเก็บหนังสือ

     

    “ทำไมจะไม่ได้ละฉันสนับสนุนเต็มที่”

     

    ซินซินที่กำลังเดินไปเก็บหนังสืออยู่ ก็ได้ยินเสียง๻ะโ๷๞ของคุณปู่ของเขาขึ้นมา เขาจึงรีบเก็บมันและวิ่งไปยังที่มาของเสียงนั้นทันที ก่อนจะพบกับพ่อของเขาที่กำลังคุยกับคุณปู่ของเขาอยู่

     

    “ซินซิน…หลานมาพอดีเลยปูได้ยินแล้วนะว่าหลานกล้าหาญขนาดไหนถึงกับขนาดอาสา ทำภารกิจด้วยตัวเอง”

     

    เมื่อคุณปู่ของซินซินเห็นเขา ก็ลากสังขาลที่แก่ชราของตัวเองเพื่อเดินไปกอดซินซินด้วยความภูมิใจ

     

    “แต่คุณพ่อครับถ้าแผ่นมันผิดพลาดขึ้นมา ซินซินจะใช้ชีวิตอยู่ยังไงต่อไปละ พ่อลืมไปแล้วหรอเ๹ื่๪๫เด็กในคำทำนายน่ะ”

     

    “ผิดพลาดอะไรกันพวกเราวางแผนกันมาตั้งกี่ปีแล้ว ขอแค่เรายึดรัฐฟิฟตี้ได้ทางดีอาดูเอล ก็จะส่งเรือรบพร้อมกับกำลังพลมาช่วยเหลือเราทันที ส่วนเ๹ื่๪๫ซินซินทางผู้ใหญ่ก็รู้ดี ถ้าเขาสั่งลงมาก็แสดงว่าเขาต้องคิดเ๹ื่๪๫นี้ไว้แล้ว”

     

    “แต่ว่า”

     

    พ่อของซินซินที่ได้ฟังคำพูดของพ่อตัวเองก็พยายามจะแย้งออกไปแต่ก็โดนขัดไว้ก่อน

     

    “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ซินซินเองก็เห็นด้วยกับแผนการนี้ ฉันจะไม่ให้แกมาขัดขวางได้หรอกนะ”

     

    คุณปู่ที่ไม่พอใจพ่อของซินซินก็ตวาดเขาออกไปด้วยความโมโหก่อนจะหันมาหาซินซินอีกครั้ง

     

    “ซินซินปู่ภูมิใจมากนะที่หนูอาสาที่จะช่วยเหลือแผนทวงคืนดินแดนด้วย นี้จะเป็๞ก้าวแรกในการทวงคืนดินแดนให้กับท่านอดุลและเราจะเป็๞หนึ่งในประวัติศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เข้าใจใช่ไหม”

     

    คุณปู่ค่อยๆ เอามือลูบไปที่หัวซินซินพร้อมกับมองเขาด้วยแววตาที่ปลาบปลื้มและภูมิใจในตัวหลานของตัวเอง ทำให้ซินซินที่ตอนแรกรู้สึกลังเลกับการตัดสินใจของตนเองเมื่อเห็นคุณปู่ที่ดูดีใจพร้อมกับคำพูดที่ให้กำลังใจเขา ความลังเลที่มีก็หายไปจนหมดในทันที

     

    “ครับคุณปู่”