จุดจบของ...การเริ่มต้นของ...
“อาจารย์อาจารย์อาจารย์”
เสียงของซินซินะโร้องเรียกหาอาจารย์ของเขาด้วยความโศกเศร้า จนดังไปทั่วตรอกหลังมินิมาร์ทที่เขาฝึกฝนวิเศษกับอาจารย์ของเขาประจำ
“อาจารย์อาจารย์อาจารย์”
นี่เป็ครั้งแรกเลยที่ซินซินไม่เห็นอาจารย์ของเขา เขายังคงส่งเสียงเรียกหาอาจารย์ของเขาต่อไป พร้อมกับน้ำตาของตัวเองที่ยังไหลอยู่ด้วความคับแค้น
ถึงแม้ซินซินจะร้องเรียกหาอาจารย์ของเขามากเท่าไหน เป็เวลานานเท่าใด อาจารย์ของเขาก็ยังไม่โผล่มาหา ซินซินจึงทิ้งตัวนั่งลงที่พื้นอย่างหมดแรง เขานั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้น จนเวลาล่วงเลยไปนาน
ซินซินที่มองไปรอบตัวของตนก็นึกถึงวันเวลาที่ฝึกฝนกับอาจารย์ของเขาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขารู้สึกว่าอาจารย์ใจดีกับเขามากและคงไม่ทิ้งเขาไปอย่างนี้ ก่อนจะคิดได้ว่าอาจจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา เมื่อซินซินคิดได้ยังนั้นเขาก็เริ่มเดินมองดูสิ่งของต่างๆ ของอาจารย์เพื่อที่จะหาเบาะแส ก่อนที่จะมองไปยังบันไดปีน ที่อาจารย์ของเขาชอบหายขึ้นไปบนดาดฟ้าของมินิมาร์ทประจำ
ซินซินเดินไปจับกับราวบันไดไว้ ก่อนที่จะปีนขึ้นไปเผื่อจะเจออาจารย์ของเขา เมื่อซินซินปีนขึ้นมา้าก็พบว่าไม่มีอะไรอยู่เลยยกเว้นถุงนอนที่วางอยู่ ซินซินจึงเดินเข้าไปเปิดดูถุงนอนที่เขาคิดว่าเป็ของอาจารย์ของเขา และพบเข้ากับแคปซูลยาวิเศษจำนวนหลายร้อยเม็ดที่ว่างอยู่ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาดีใจเลย เพราะที่เขาอยากพบจริงๆ นั้นคืออาจารย์ของเขา
เมื่อไม่พบร่องรอยอะไรของอาจารย์ ซินซินก็ตัดสินใจที่จะปีนลงไปที่ด้านล่างของด้านหลังของมินิมาร์ทดั้งเดิม แต่เขาก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเห็นชายในชุดสูทสองคน เดินมาที่ด้านหลังของมินิมาร์ทและพูดคุยเื่บางอย่าง
“ทำไมเราต้องเริ่มแผนการพรุ่งนี้ด้วยล่ะมันไม่กะทันหันเกินไปหน่อยเหรอ”
“จะทำไงได้ล่ะ พรุ่งนี้เป็วันที่เรือเหาะอาร์เน่อยู่ห่างจากรัฐฟิฟตี้ที่สุด อีกทั้ง คู่ผัวเมียเลออนและแอนนั้น ก็ต้องไปประชุมหน่วยบริการประชาชนที่รัฐวาวันพอดีด้วย ถ้าไม่ให้ลงมือในวันที่วีรบุรุษสองคนนั้นไม่อยู่จะให้ลงมือวันไหนละ”
“เรากำลังพูดถึงเื่บุกโรงเรียนอยู่นะลูกของฉันก็เรียนอยู่ที่นั่นด้วยฉันยังไม่ได้เตรียมตัวกับพ่อเลยว่าจะพาซินซินและแอคโค่ไปหลบที่ไหน”
“นั่นมันเื่ของนาย แต่นี่มันเื่ของส่วนรวม ยังไงเราก็ต้องบุกโรงเรียนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกหน่วยบริการประชาชน แผ่นการนี้มันถูกวางมานานแล้วนายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”
“โถ่เว้ยยยย…ก็ได้ ฉันจะรีบแจ้งพ่อของฉันให้เตรียมตัว”
“ฉันเตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ก่อความวุ่นวายไว้ให้แล้ว นายจะเป็คนเดียวที่เขาไปในโรงเรียนนั้น ฉันหวังว่านายจะหนีออกมาทันก่อนที่จะโดนล้อมนะ”
“ฉันจะพยายาม ฉันจะอยู่ดูวันที่เราจะคืนดินแดนทั้งหมดนี้ให้กับท่านอดุลให้ได้”
“ขอบใจนายมากนะที่เสียสละ ฉันหวังว่าเราจะได้เห็นวันนั้นด้วยกัน…ลองลิฟรา”
“ลองลิฟรา”
“ให้ผมเป็คนทำเถอะครับพ่อ”
อยู่ดีๆ เสียงของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้นจาก้าของมินิมาร์ท จนทำให้ชายทั้งสองคนที่อยู่ด้านล่างรีบเงยหน้าหันไปมองที่มาของเสียงนั้น
“ซินซินทำไมลูกมาอยู่ที่นี่ล่ะ”
ซินซินที่ได้ยินคำถามจากพ่อของเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป เด็กหนุ่มค่อยๆ ปีนบันไดลงมาจนถึงพื้น และเริ่มคุยกับพ่อของเขา
“ผมเป็นักเรียนของที่นั่นให้ผมทำแทนพ่อเถอะครับ แค่เบี่ยงเบนความสนใจเองใช่ไหม”
“นี้ลูกของนายเหรอ”
ชายชุดสูทอีกคนที่เป็เพื่อนของพ่อซินซิน ก็มองซินซินด้วยความสนใจพร้อมกับถามเพื่อนของเขาออกไปเมื่อเห็นว่าเขาจะอาสาทำภารกิจให้
“หยุดความคิดของนายเดียวนี้นะมันอันตรายเกินไปนี่มันลูกของฉันนะ”
พ่อของซินซินที่เห็นท่าทีของเพื่อนเขาที่มองซินซินก็รีบบอกปัดความคิดของเขาออกไปทันทีด้วยความไม่พอใจ
“ผมได้ยินทั้งหมดแล้ว แผนการที่พ่อจะบุกโรงเรียนคือแค่เรียกร้องความสนใจจากหน่วยบริการประชาชนใช่ไหมครับถ้าอย่างนั้นมันจะอันตรายอะไรล่ะให้ผมทำเถอะครับ”
“ลูกของนายนี้กล้าหาญจริงๆ ถ้าเป็ฉัน ฉันคงไม่ขัดเจตนารมณ์ของเขาหรอกนะ”
“แต่การที่จะให้เด็กอายุสิบสามมาร่วมแผนด้วยนายไม่คิดว่ามันจะผิดพลาดหรือไงกัน”
พ่อของซินซินพูดออกมาด้วยความเป็ห่วง และเริ่มโวยวายออกมา เมื่อเห็นว่าเพื่อนของเขายังสนับสนุนอยู่ แต่ในขณะนั้นเองเขาก็ถูกเพื่อนของเขาจ้องด้วยสายตาที่จริงจัง ทำให้พ่อของซินซินนั้นเงียบลงเหมือนกลัวบางอย่าง และเดินตามเพื่อนของเขาที่กวักมือเรียกให้เขาตามออกจากตรอกไป
“ซินซินลูกไปรอพ่ออยู่ที่บ้านนะ”
หลังจากที่ซินซินกลับถึงบ้านแล้วเขาก็เอาของไปเก็บไว้ที่ห้องของเขาและพักผ่อนก่อนที่เมื่อถึงเวลาสองทุ่มจะเดินไปยังห้องบูชาที่มีหนังสือมากมายอยู่
“ลองลิฟรา”
ซินซินคุกเข่าของเขาลงและโค้งหัวตัวเองจนติดพื่นให้กับรูปใบหน้าชายที่มีหนวดเคราดกดำตรงหน้าเขา และเริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับอดุลซึ่งเป็กิจวัตรประจำวันที่ปู่ของเขาสั่งให้ทำถึงแม้ว่าจะพึ่งผ่านเื่ที่ทำให้เสียใจมาก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงก็เป็เวลาที่เขาเลิกอ่านและกำลังจะเดินไปเก็บหนังสือ
“ทำไมจะไม่ได้ละฉันสนับสนุนเต็มที่”
ซินซินที่กำลังเดินไปเก็บหนังสืออยู่ ก็ได้ยินเสียงะโของคุณปู่ของเขาขึ้นมา เขาจึงรีบเก็บมันและวิ่งไปยังที่มาของเสียงนั้นทันที ก่อนจะพบกับพ่อของเขาที่กำลังคุยกับคุณปู่ของเขาอยู่
“ซินซิน…หลานมาพอดีเลยปูได้ยินแล้วนะว่าหลานกล้าหาญขนาดไหนถึงกับขนาดอาสา ทำภารกิจด้วยตัวเอง”
เมื่อคุณปู่ของซินซินเห็นเขา ก็ลากสังขาลที่แก่ชราของตัวเองเพื่อเดินไปกอดซินซินด้วยความภูมิใจ
“แต่คุณพ่อครับถ้าแผ่นมันผิดพลาดขึ้นมา ซินซินจะใช้ชีวิตอยู่ยังไงต่อไปละ พ่อลืมไปแล้วหรอเื่เด็กในคำทำนายน่ะ”
“ผิดพลาดอะไรกันพวกเราวางแผนกันมาตั้งกี่ปีแล้ว ขอแค่เรายึดรัฐฟิฟตี้ได้ทางดีอาดูเอล ก็จะส่งเรือรบพร้อมกับกำลังพลมาช่วยเหลือเราทันที ส่วนเื่ซินซินทางผู้ใหญ่ก็รู้ดี ถ้าเขาสั่งลงมาก็แสดงว่าเขาต้องคิดเื่นี้ไว้แล้ว”
“แต่ว่า”
พ่อของซินซินที่ได้ฟังคำพูดของพ่อตัวเองก็พยายามจะแย้งออกไปแต่ก็โดนขัดไว้ก่อน
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ซินซินเองก็เห็นด้วยกับแผนการนี้ ฉันจะไม่ให้แกมาขัดขวางได้หรอกนะ”
คุณปู่ที่ไม่พอใจพ่อของซินซินก็ตวาดเขาออกไปด้วยความโมโหก่อนจะหันมาหาซินซินอีกครั้ง
“ซินซินปู่ภูมิใจมากนะที่หนูอาสาที่จะช่วยเหลือแผนทวงคืนดินแดนด้วย นี้จะเป็ก้าวแรกในการทวงคืนดินแดนให้กับท่านอดุลและเราจะเป็หนึ่งในประวัติศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เข้าใจใช่ไหม”
คุณปู่ค่อยๆ เอามือลูบไปที่หัวซินซินพร้อมกับมองเขาด้วยแววตาที่ปลาบปลื้มและภูมิใจในตัวหลานของตัวเอง ทำให้ซินซินที่ตอนแรกรู้สึกลังเลกับการตัดสินใจของตนเองเมื่อเห็นคุณปู่ที่ดูดีใจพร้อมกับคำพูดที่ให้กำลังใจเขา ความลังเลที่มีก็หายไปจนหมดในทันที
“ครับคุณปู่”