ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 62

    “ฮ่าๆๆ ไอ้เราก็ลุ้นตั้งนานว่ามันจะโทรหาใคร ที่แท้ก็โทรหาผู้จัดการธนาคารนี่เอง.. แกคิดจริงๆหรือว่าทางธนาคารอะไรนั้นจะช่วยเหลือแกได้น่ะ จะบอกให้เอาบุญอีกครั้ง สุนัขน่ะมันจะเลือกเจ้าของของมันเอง แกคิดว่าระหว่างแกที่เป็นเบี้ยตัวน้อย กับฉันที่เป็นกรรมการบอร์ดบริษัทของคิงเเดรี่ฟูดส์.. เขาจะเลือกเข้าข้างใคร” อดัมกล่าวพร้อมกับหัวเราะ “ก็ไม่รู้สินะครับ.. ทำไมเราไม่รอให้เธอมาตัดสินใจเองล่ะว่าเธอจะเข้าข้างใคร” โอ๊ตกล่าวยิ้มๆ เขาเดินกลับมานั่งที่โซฟาตัวเดิมอย่างเฉยชา เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้จัดการคนนั้น เธอจะเข้าข้างใครกันแน่ อย่างแย่สุดเขาก็แค่ปิดบัญชี และย้ายเงินไปใช้บริการอีกแห่งหนึ่งเท่านั้น“ไอ้หนูแกคงไม่คิดว่าผู้จัดการธนาคารนั้นจะเข้าข้างแกหรอกนะ.. ฮ่าๆ” ผู้จัดการอาทิตย์กล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาตามเจ้านายของมัน โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มๆ จริงๆเขาก็อยากจะเรียกกิตติมาด้วยตัวเองเลย แต่ว่าเขาเองก็เป็นประเภทที่ชอบเปิดไพ่ทีละใบสองใบ จะเอาใบที่แข็งแกร่งที่สุดมาเล่นก่อน มันจะไปสนุกอะไรกันล่ะ อีกอย่างคนประเภทนี้มันจะต้องค่อยๆเจ็บปวดอย่างช้าๆ ให้มันเรียกคนมาช่วยมันทีละคนสองคน จากนั้นโอ๊ตตั้งใจจะปิดเกมด้วยการเทกระดานให้พวกมันชักดิ้นชักงอคุกเข่าร้องขอชีวิตกันเลยทุกตัว“เฮ้ยๆ แกก็อย่าไปพูดอย่างนั้นสิ!.. ยังไงก็ตามฉันก็ยังอยากจะเห็นสิ่งบันเทิงที่เรียกว่า ‘หน้าแตก’ ยับของไอ้คนอวดเก่งนี้อยู่ ฉันจะรอผู้จัดการอะไรนั่นมาก็ได้.. ฮ่าๆ” อดัมกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดังอีกที“ใช่ครับคุณอดัม.. มันกำลังคิดว่ามันสามารถทำให้ผู้จัดการธนาคารคล้อยตามมันได้ และมันจะได้รู้ว่าเหนือฟ้าก็ยังมีสวรรค์อย่างคุณชายอยู่ครับ ฮ่าๆ” อาทิตย์กล่าวเสริมก่อนจะหัวเราะไปด้วยอีกคน“ถ้าแกยอมตอนนี้ ฉันจะใจดีพิจารณาไม่เอาเรื่องก็ได้นะ แต่ว่าแกจะต้องขายคอนโดห้องคิงให้กับฉันในราคา 1 ล้านบาท.. นี่ก็ถือว่าให้มากไปแล้วด้วยซ้ำนะจะบอกให้” อดัมกล่าว โอ๊ตที่ได้ยินก็ถึงกับหัวเราะออกมาเลยทีเดียว เขาทำท่าเหมือนกับคนคิดอะไรออก ก่อนจะพูดกล่าวออกไป“เออ.. เข้าใจละ ที่แท้แกก็ไม่มีเงินกันนี่เอง.. ก็เลยรวมหัวกันกดดันให้ฉันขายคอนโดให้ในราคาที่ถูก.. ที่แท้ก็เป็นพวก 18 มงกุฎ พวกมิจฉาชีพอะไรอย่างนั้นสินะ! เฮ้อ..มีมือมีเท้า ทำไมไม่ไปหากินอย่างอื่นล่ะ จะมาทำอย่างนี้ทำไมกัน สงสารพ่อแม่ของพวกแกจริงๆที่มีลูกทรพีอย่างนี้..” โอ๊ตกล่าว และแน่นอนว่าคนอย่างนี้เขาไม่จำเป็นต้องสุภาพแต่อย่างใด ด้วยคำพูดของโอ๊ตนั้นทำให้อดัมถึงกับของขึ้น รวมไปถึงผู้จัดการคอนโดด้วยเช่นกัน พวกเขาเริ่มจะทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของชายหนุ่มตรงหน้าที่กล้ามาลูบคมพวกเขา ถ้าไม่สั่งสอนมันเสียบ้าง มีหวังได้เป็นที่กล่าวนินทาของคนอื่นแน่ๆ“หึหึ.. ใจกล้าดีนี่หว่า แกคงจะไม่รู้จักคำว่านรกอย่างนั้นสินะ!..” อดัมกล่าว“ให้ผมจัดการมันเองขอรับคุณชาย ระดับมันไม่ควรให้คุณชายเปื้อนมือทำเองหรอกครับ” อาทิตย์หันมากล่าวกับอดัม ก่อนจะชี้หน้าของโอ๊ตด้วยความโมโห เหลืออดเหลือทน อดัมที่เห็นว่าลิ่วล้อของเขาจะจัดการเอง เขาก็ยิ้มออกมาอย่างสะใจ และจะรอรับชมผลงานอย่างเงียบๆ“..คุณชายท่านอุตส่าห์ให้โอกาสแก ไม่เอาเรื่อง แต่แกกลับปฏิเสธน้ำใจของคุณชาย แถมยังลบหลู่บิดามารดาของพวกเราอีก ถ้าวันนี้แกไม่ถูกสั่งถูกสอน ก็อย่ามาเรียกฉันว่าอาทิตย์..” ผู้จัดการอาทิตย์กล่าวอย่างเดือดดาล เขาหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาก่อนจะกดโทรไปหาใครสักคน และไม่นานสายนั้นก็ถูกรับ..“สวัสดีครับพี่หวัง.. ผมอาทิตย์เองนะครับ พอดีมีคนปากดีมาสร้างปัญหากับคอนโดที่ผมดูแลอยู่น่ะครับ” อาทิตย์คิดจะใช้นักเลงที่เขานั้นรู้จัก มาจัดการกับเจ้าคนปากดีนี้ เขาอยากจะเห็นไอ้เด็กเวรนี้ถูกรุมกระทืบ และให้มันคลานมาร้องขอชีวิต“เฮ้อออ จริงๆพวกฉันก็ยังไม่อยากรับงานประเภทนี้หรอกนะ.. แต่ว่าถ้าแกให้เงินถึง มันก็อีกเรื่องหนึ่ง” สมหวังพูดกลับไปยังสายที่โทรมา เมื่อวานพวกเขาก็แทบจะหมดสภาพกันอยู่แล้ว ลูกน้องหลายสิบชีวิตจะต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และพวกเขาก็ไม่สามารถเรียกร้องอะไรจากคู่กรณีได้เลย ดังนั้นการรักษาคนกว่า 40 คนมันจำเป็นต้องใช้เงิน เขาจึงต้องตั้งราคาเอาไว้สูงสักหน่อย“แน่นอนครับพี่หวัง พี่เรียกเงินมาได้เลย ผมต้องการสั่งสอนไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้จริงๆ”อาทิตย์กล่าวออกมาดังคติที่ว่า ‘เสียเงินไม่ว่า แต่ข้าเสียหน้าไม่ได้’ และด้วยหลายประโยคที่อาทิตย์ได้กล่าวกับสมหวังนั้น อดัมก็นึกออกในทันที เขาจำได้ว่าสมหวังคนนี้เป็นนักเลงของคุณลุงภาคภูมิ คุณปู่น้อยของเพื่อนน้องชายตน เขาก็ยิ่งพึงพอใจเข้าไปใหญ่ ถึงเขาจะไม่สนิทกับคุณลุงคนนั้น แต่ก็พอได้ยินถึงอิทธิพลของเขามาอยู่บ้าง รับรองว่าไอ้หน้าจืดนี้ไม่ตายดีแน่นอน“พี่หวังที่แกกำลังพูดถึง.. คือมือขวาของคุณภาคภูมิหรือเปล่า” อดัมย้ำกล่าวถามกับอาทิตย์“ใช่แล้วครับคุณอดัม เขาเป็นมือขวาของคุณภาคภูมิคนนั้น...” อาทิตย์หันมาตอบกลับกับคุณชาย และหันไปต่อราคากับสมหวังอีกครั้ง แน่นอนว่าการจัดการผู้ชายเพียงคนเดียว อาทิตย์จะต้องทุ่มเงินไปมากกว่า 20,000 บาทเลยทีเดียว“ได้!.. ฉันจะส่งเด็กๆของฉันไปสัก 4-5 คน เสร็จงานแล้วก็จ่ายตังค์ด้วย อย่าให้ต้องได้ทวง เข้าใจไหม” สมหวังที่ตกลงราคาที่แสนจะหอมหวานได้แล้ว เขาก็ขู่กับอาทิตย์ไปเล็กน้อย ซึ่งอาทิตย์ก็พยักหน้า และพูดกับสมหวังอย่างสุภาพ“แน่นอนครับพี่หวัง.. ผมเคยเบี้ยวเงินพี่ที่ไหน ไม่ต้องห่วงครับ หลังจากที่เสร็จธุระตรงนี้แล้ว ผมจะเอาเงินไปจ่ายพี่ด้วยตัวเองเลยครับ” อาทิตย์กล่าวอย่างสุภาพ โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะอยู่เฉยๆรอให้คนมากระทืบ และยิ่งได้ยินว่าไอ้คนที่กำลังมาเป็นเด็กของเจ้าหมูตอนภาคภูมิอีกก็ยิ่งเข้าทาง นึกไปแล้วก็สงสารมันไม่น้อยเลยทีเดียวที่ต้องมาจัดการปัญหาอย่างนี้ให้กับเขา โอ๊ตหยิบมือถือเครื่องเก่าของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง.. ทางด้านภาคภูมิ ที่ตอนนี้เขาจะต้องมารายงานตัวกับพี่ชายของเขาตั้งแต่เช้า เหตุก็เพราะด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ หลังจากเล่าเรื่องทั้งหมดไป เสรีก็ยิ้มอย่างออกหน้าออกตา เพราะดูเหมือนว่าคุณชายจะสนใจในตัวของหลานเขาไม่น้อยเลยทีเดียว“คุณชายสนใจในตัวของหลานมนต์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ถ้าตระกูลของเราได้คุณชายเป็นที่พึ่งก็จะเป็นเรื่องที่น่ายินดีเอามากๆ” เสรีกล่าว แต่ทว่าภาคภูมิที่ได้ยินก็ถึงกลับไม่พอใจพี่ชายตัวเองที่จะขายหลานสาวเพื่อตระกูลอย่างนี้“พี่!.. ผมไม่ยอมให้หลานมนต์ต้องตกเป็นของเล่นของคุณชายหรอกนะครับ เราน่าจะมีวิธีอื่นที่สามารถสานสัมพันธ์กับคุณชายเขาได้.. แต่ต้องไม่ใช่หลานมนต์” ภาคภูมิกล่าว เสรีที่รู้ดีว่าเจ้าน้องชายต่างแม่คิดยังไง รู้สึกยังไง เขาก็ได้หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น“ฮ่าๆ แกคงโดนคุณชายท่านต้มจนเปื่อยแล้วล่ะ.. จริงๆแล้วหลานมนต์น่ะชอบพอกับคุณชายอยู่แล้ว นี่แกไม่รู้เลยเหรอเนี่ย..” เสรีกล่าว และมันก็ยิ่งทำให้ภาคภูมิที่ได้ยินถึงกับมึนงง“เรื่องจริงเหรอพี่!.. ได้ยังไงกัน ผมเริ่มตามไม่ทันแล้วครับ” ภาคภูมิกล่าวถามอย่างสงสัย“แกไม่รู้ก็คงไม่แปลก จริงๆแล้วคุณชายเป็นเพื่อนที่เรียนสาขาเดียวกับหลานมนต์ นอกจากนี้ถ้าแกยังจำเรื่องที่เกิดน้ำป่าไหลหลากตอนนั้นได้ คนที่ช่วยชีวิตหลานมนต์นั้นก็คือคุณชายท่านเอง.. ตอนแรกฉันก็สับสนเหมือนกันคิดว่าหลานมนต์เกลียดคุณชายเสียอีก แต่กลับกลายเป็นว่าไปหลงรักคุณชายซะอย่างนั้น ฮ่าๆ” เสรีกล่าว ภาคภูมิที่ได้ยินก็ถึงบางอ้อกันเลยทีเดียว“ไม่แปลกใจเลยที่คุณชายท่านมีเบอร์ของหลานมนต์ แท้จริงแล้วพวกเขาสองคนกุ๊กกิ๊กกันอยู่นี่เอง.. ฮ่าๆ ถ้าหลานมนต์ไม่ได้ถูกบังคับฝืนใจอะไร ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆครับพี่!..” ภาคภูมิกล่าวอย่างดีใจ ในอนาคตตระกูลของพวกเขาจะเจริญรุ่งเรืองแน่นอน ถ้าพึ่งใบบุญของคุณชายใหญ่แห่งสุวรรณภูมิ“เอาเถอะ! แกก็ควรดูเหล่าลูกน้องแกให้ดี อย่าให้มันผิดพลาดเหมือนเมื่อคืนอีกล่ะ ครั้งนี้ยังโชคดีที่คุณชายหาข้ออ้างเกี่ยวกับหลานมนต์ให้แกรอดมาได้.. ถ้าคุณชายไม่อ้างอย่างนั้น แกโดนท่านกิตติเล่นงานไปแล้ว เฮ้ออ นี่ก็เพราะหลานช่วยเอาไว้แท้ๆ..” เสรีกล่าวก่อนจะถอนหายใจในความโชคดี“แน่นอนครับพี่!.. ผมจะกำชับลูกน้องผมให้ดี พี่ไม่ต้องห่วง..กรี๊ง! กรี๊ง!.. ใครโทรมาเวลานี้วะ ขอโทษนะพี่ ใครก็ไม่รู้โทรมา..” ภาคภูมิที่กล่าวกับพี่ชายของเขาอยู่ จู่ๆเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น มันอดไม่ได้เลยที่เขาจะกล่าวบ่นออกมา เพราะเขากำลังคุยเรื่องที่น่ายินดี มันช่างขัดกับความสุขจริงๆ“ฮัลโหลๆ นั่นใครกันวะ เอาเบอร์ของฉันมาจากไหน..” ภาคภูมิรับสายก่อนจะกล่าวถามไปอย่างอารมณ์เสีย โอ๊ตที่ได้ยินเจ้าหมูตอนนี้กล่าวกับเขาเช่นนี้ มันก็อดไม่ได้ที่เขาจะยิ้มสยองออกมา ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก ราวกับภูเขาน้ำแข็งมาเอง“แกจำเสียงของฉันได้ไหมเจ้าหมูตอน ผ่านไปแค่คืนเดียวดูเหมือนว่าแกจะใจกล้าขึ้นมากนะ” โอ๊ตกล่าว“หืออ.. เอ๊ะ! คุณชายอย่างนั้นเหรอครับ ขออภัยขอรับกระผมไม่คิดว่าจะเป็นคุณชาย ไม่ทราบว่ามีอะไรให้กระผมคนนี้รับใช้ขอรับ..” ภาคภูมิพยายามนึกสิ่งที่อีกฝ่ายพูดกับเขา และมันก็มีคนเดียวที่กล้าพูดเช่นนี้กับเขา เขาจึงกระวนกระวายเอามากๆที่เผลอพูดไม่สุภาพกับท่านไป และตอนนี้เขาก็แทบอยากจะตบหัวตัวเองจริงๆ.. 

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน