ตอนที่ 8: ขบวนเสด็จสู่เมืองหลวง
รุ่งอรุณของวันที่สาม ขบวนเสด็จอันยิ่งใหญ่ก็เคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองเมฆาหยกอย่างเป็ทางการ ขบวนทัพถูกจัดเรียงอย่างแ่า องครักษ์ชั้นสูงขององค์หญิงเจ็ดในชุดเกราะสีเงินวาววับขี่ม้านำอยู่หน้าขบวนและปิดท้ายอย่างน่าเกรงขาม ส่วนทหารของเมืองเมฆาหยกที่นำโดยหลี่เฉียงจะคอยคุ้มกันอยู่ตรงกลาง
หัวใจของขบวนเสด็จคือรถม้าที่หรูหราและกว้างขวาง มันถูกบุด้วยผ้าไหมอย่างดีและมีม่านหนาทึบปิดอยู่รอบด้าน ถูกจัดเตรียมขึ้นตามคำสั่งของเฟิงหลวนเพื่อ "ปกป้องร่างกายอันอ่อนแอของพี่สามจากลมแดด" แต่สำหรับเฟิงหวงแล้ว มันคือสถานที่บ่มเพาะพลังชั้นเยี่ยมที่เคลื่อนที่ได้
ด้านนอกรถม้า องค์หญิงเจ็ด เฟิงหลวน นั่งอยู่บนหลังอาชาสีขาวปลอดของนางด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเ็า สายตาของนางกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา สมกับเป็ผู้ควบคุมขบวนทั้งหมด
เมื่อขบวนเคลื่อนตัวออกไปไกลแล้ว ภายในรถม้าที่เงียบสงบ เฟิงหวงก็ไม่รอช้า เขานั่งลงขัดสมาธิและเริ่มโคจรลมปราณทันที พลังงานอันบริสุทธิ์จาก "โอสถฟื้นพลังเจ็ดสมบัติ" ที่ถูกดูดกลืนไว้เมื่อคืนก่อนได้กลายเป็เชื้อเพลิงชั้นยอด มันไหลเวียนไปทั่วร่าง ซ่อมแซมและเสริมสร้างเส้นลมปราณของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกระดับ
พลังงานหมุนวนเร็วขึ้นและเร็วขึ้น จนกระทั่ง...
ครืน!
เกิดเสียงดังขึ้นภายในร่างกายของเขา คอขวดที่ขวางกั้นอยู่ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย!
ขั้นปฐี !
เฟิงหวงลืมตาขึ้น ประกายแสงคมปลาบวาบผ่านไปในดวงตาของเขาก่อนจะกลับมาสงบดังเดิม ตอนนี้เขาสามารถสร้างใบมีดลมปราณได้พร้อมกันถึงสามสาย และยังสามารถควบคุมมันให้คงอยู่ได้นานขึ้นอีกด้วย
การเดินทางดำเนินไปอย่างราบรื่นเป็เวลาห้าวันเต็ม จนกระทั่งขบวนเสด็จได้เดินทางเข้าสู่ "หุบเขาหมอกอสรพิษ" ซึ่งเป็เส้นทางที่สั้นที่สุดในการมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง แต่ก็ขึ้นชื่อเื่ความอันตรายและเป็ที่ซ่องสุมของเหล่าโจรป่า
ทันใดนั้นเอง!
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับลูกธนูอาบยาพิษจำนวนนับร้อยที่พุ่งลงมาจากหน้าผาทั้งสองฝั่งราวกับห่าฝน!
"ตั้งค่ายกล! ป้องกัน!" องครักษ์ของเฟิงหลวนะโสั่งการ พวกเขายกโล่ขึ้นป้องกันอย่างพร้อมเพรียงและเป็ระเบียบ เสียงโลหะกระทบกันดังกึกก้อง
จากนั้น ร่างของกลุ่มคนในชุดผ้าสีดำคล้ำกว่าห้าสิบคนก็กระโจนลงมาจากหน้าผา พวกมันคือ "กลุ่มโจรวายุทมิฬ" ที่เลื่องชื่อในความโเี้ หัวหน้าของมันเป็ชายร่างกำยำใช้ขวานใหญ่เป็อาวุธ มีพลังอยู่ในขั้นแก่นแท้ระดับสูง!
"ฮ่าๆๆๆ! ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีปลาตัวใหญ่ผ่านมาให้เชือด! ส่งทรัพย์สินและผู้หญิงมาให้หมด แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเ้า!" หัวหน้าโจรหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
เฟิงหลวนแค่นเสียงเ็า นางทะยานลงจากหลังม้า ดาบยาวในมือถูกชักออกมาจากฝัก กลายเป็ลำแสงสีเงินที่พุ่งเข้าใส่กลุ่มโจร "บังอาจ!"
นางรวดเร็วดุจภูตพราย กระบวนดาบของนางงดงามแต่กลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ ทุกครั้งที่ดาบตวัดออกไป จะมีโจรล้มลงหนึ่งคนเสมอ นางคือยอดฝีมือขั้นปฐี การรับมือกับโจรระดับนี้ไม่นับเป็เื่ยากเย็นอะไรเลย
ในขณะที่การต่อสู้นอกรถม้ากำลังดุเดือด...
โจรวายุทมิฬสามคนอาศัยความชุลมุนลอบเข้ามาใกล้รถม้าของเฟิงหวงได้สำเร็จ พวกมันมองรถม้าที่หรูหราด้วยสายตาละโมบ
"ในนี้ต้องเป็หัวหน้าแน่ๆ! จับมันเป็ตัวประกัน!"
หนึ่งในนั้นกระชากม่านรถม้าออกอย่างแรง สิ่งที่มันเห็นคือองค์ชายรูปงามที่นั่งตัวสั่นเทาด้วย "ความกลัว" อยู่มุมหนึ่ง
"ฮ่าๆ! เจอตัวแ--"
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ...
ฉึก!
ดวงตาของมันก็เบิกโพลงด้วยความไม่เชื่อ มันก้มลงมองที่ลำคอของตนเอง เห็นเพียงรูเล็กๆ เท่ารูเข็มปรากฏขึ้นมา ก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบลงและล้มลงไปแน่นิ่ง
โจรอีกสองคนที่เหลือใ แต่ก็ยังไม่ทันได้ทำอะไร เข็มลมปราณที่มองไม่เห็นสองเล่มก็พุ่งออกจากปลายนิ้วของเฟิงหวงที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ทะลวงเข้าที่ขมับของพวกมันอย่างแม่นยำ!
ตุ้บ! ตุ้บ!
ร่างของโจรทั้งสองล้มลงไปโดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ส่งเสียงร้อง เฟิงหวงยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ใบหน้ายังคง "ซีดเผือด" ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่นานนัก การต่อสู้ด้านนอกก็จบลง เฟิงหลวนและองครักษ์ของนางกำจัดโจรวายุทมิฬได้ทั้งหมด
นางเดินมาที่รถม้าด้วยท่าทางที่ยังคงสงบนิ่งแม้จะเพิ่งผ่านการต่อสู้มาหมาดๆ "พี่สาม ท่านไม่เป็ไรนะ?"
ม่านรถม้าเปิดออก เฟิงหวงมองออกมาด้วยดวงตาที่ยังคงตื่นตระหนก "ขะ...ข้าปลอดภัย...พวกมัน...พวกมันถูกจัดการหมดแล้วใช่หรือไม่?"
"หมดแล้ว" เฟิงหลวนตอบเรียบๆ แต่แล้วสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นร่างของโจรสามคนที่นอนตายอยู่ข้างรถม้า
องครักษ์คนหนึ่งเข้าไปตรวจสอบและรีบรายงาน "เรียนองค์หญิง! แปลกมากพ่ะย่ะค่ะ โจรสามคนนี้ตายอย่างปริศนา...มีเพียงาแขนาดเท่ารูเข็มที่ลำคอและขมับเท่านั้น ไม่พบร่องรอยของอาวุธหรือพิษใดๆ เลย!"
คำรายงานนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงทันที
ดวงตาหงส์อันเ็าของเฟิงหลวนหรี่ลงเล็กน้อย นางจ้องมองาแประหลาดนั้น...แล้วหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ "หวาดกลัว" ของพี่ชายตนเอง
ความตายที่เงียบเชียบและแม่นยำเช่นนี้...มันไม่ใช่ฝีมือของโจรป่าแน่...แล้วก็ไม่ใช่ฝีมือขององครักษ์คนใดของนางด้วย
เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยที่ลึกซึ้งกว่าเดิม...ได้ถูกหว่านลงในใจขององค์หญิงเจ็ดแล้ว