[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    72 ภารกิจที่ 1

    “แอชเชอร์ รู้ไหมว่าเธอถามในสิ่งที่ไม่ควรถาม”


    “ผมรู้ครับ”


    “งั้นฉันจะบอก แต่นายต้องเตรียมรับผลที่อาจจะเกิดจากคำถามนี้”


    ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 บอกถึงคนที่ลงคะแนนให้เขามารับหน้าที่ดูแลเขต F47 แทนที่จะรับหน้าที่ดูแลร่วมกันผู้บัญชาการกองทัพที่ 8 


    หลังจากที่แอชเชอร์ได้รู้จำนวนผู้บัญชาการที่ลงคะแนนนี้เอง เขาก็เริ่มหลับตาคิดไปถึงชีวิตก่อน จนรู้ว่ามีผู้บัญชาการ 4 คนที่ไม่ขาวสะอาด ได้แก่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 2 ผู้บัญชากรกองทัพที่ 4 ผู้บัญชาการกองทัพที่ 5 และผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 แต่เขาก็ยังไม่กล้ายืนยันว่าใน 4 คนนี้จะมีใครเป็นคนของพวกขนนกสีแดงเลือดหรือเปล่า ตอนนี้ที่เขายืนยันได้มีเพียงแค่ว่า 4 คนนี้ต้องการเล่นงานผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 เท่านั้น คงต้องดูกันต่อไปอีกสักระยะ 


    “มีอะไรอีกไหมแอชเชอร์”


    “ไม่ครับ ผมพอจะรู้แล้วว่าตัวเองต้องทำตัวแบบไหนเมื่อไปถึงค่ายทหารเขต F47”


    “งั้นก็ดี ถ้าอย่างนั้นฟังที่ฉันจะพูดสักหน่อยก็แล้วกัน”


    ก่อนที่พวกเขาจะวางสาย ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7  ได้เตือนบางอย่างกับแอชเชอร์ เพื่อเตือนสติให้เขาอย่าพยายามกระโดดเข้ามายุ่งเรื่องของผู้บัญชาการมากเกินไป จากวันที่พวกเขาคุยกันเพื่อทำข้อตกลงเข้าหน่วย แอชเชอร์ได้บอกจุดประสงค์ของการเป็นทหารที่ไม่ได้ทำเพื่อปกป้องพลเรือน ส่วนผู้บัญชาการก็ได้บอกความลับที่เขาต้องการจะทำ ถึงอย่างนั้นมันยังไม่เริ่ม ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่แอชเชอร์จะเข้าร่วม ผู้บัญชาการจึงเตือนให้เขาทำตัวเหมือนไม่รู้อะไรจะดีกว่า 


    หน้าที่ของเขาคือเป็นหน่วยสำรวจที่ดี หากหาเบาะแสมอนสเตอร์ได้ จะมีคะแนนถึง 500 เยอะกว่าภารกิจไหนๆที่ผ่านมา 


    “เอาล่ะ สุดท้าย ทำงานให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งมีคนรู้การเคลื่อนไหวของนายน้อยยิ่งดี ฉันจะหนุนหลังเองหากมีใครคิดว่าการกระทำของนายมันน่าสงสัย”


    “ครับ ผมจะทำเงียบๆ”


    สายของทั้งสองถูกตัดลงไป แอชเชอร์รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังถูกลากให้มาตายพร้อมกับผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ดูเหมือนว่าผู้บัญชาการจะสว่างเกินไป จนถูกผู้บัญชาการคนอื่นคิดจะเขี่ยทิ้งเพื่อนำคนของพวกมันขึ้นมาแทน ส่วนตัวของเขาคงจะเป็นผลพลอยได้จากเหตุการณ์นี้ ดูท่ากลุ่มขนนกสีเลือดน่าจะใช้โอกาสนี้เล่นงานเขาพร้อมกับผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ที่กำลังถูกผู้บัญชาการด้วยกันเล่นงาน การที่เขาถูกระบุให้ถูกส่งตัวมายังที่นี่ก็เป็นการยืนยันได้แล้วว่าพวกขนนกสีแดงเลือด คงมีอำนาจมากพอในสหพันธ์ จนชีวิตก่อนของเขาไม่มีใครรู้ถึงตัวตนของพวกมันเลย 




    แอชเชอร์ที่มองเห็นกำแพงใหญ่ของค่ายทหารในเขต F47 เขาจึงเก็บเอกสารพลางเตรียมตัวลงรถ เนื่องจากว่าเขาจำเป็นต้องเข้าประชุมที่กำลังเกิดเพื่อเดินทางสำรวจพื้นที่เขต F47 ในวันพรุ่งนี้


    เอี๊ยด~!


    รถยนต์ของแอชเชอร์หยุดในลาดจอด ก่อนจะมีทหารเข้ามาทำความเคารพเขาจำนวน 5 คน จากยศของเขาที่เป็นร้อยตรีทำให้ทุกคนที่พบทำความเคารพ


    “ร้อยตรีแอชเชอร์ ทางห้องประชุมกำลังรอคุณอยู่ครับ”


    “ขอบคุณครับ นำทางเลย”


    แอชเชอร์ยกกระเป๋าสะพายหลังแล้วเดินตามไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าเข้าสู่ห้องประชุม ตามความเป็นจริงเขาจำเป็นต้องได้สำรวจค่ายทหารแห่งนี้ก่อน แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น ทันทีที่ก้าวขาลงรถเขาก็ถูกนำตัวไปยังห้องประชุม ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยทหารราว 30 คน บางคนสวมใช่ชุดทหาร บางคนสวมใส่ชุดเกราะกำลังนั่งด้วยใบหน้าเคร่งเครียด


    “สวัสดีครับ ผมร้อยตรีแอชเชอร์ ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องรอนาน”


    “สวัสดีครับ ผมพันโทเจมส์ เชิญนั่งก่อน เรามีหลายอย่างต้องคุยกัน”


    แอชเชอร์รีบนั่งยังเก้าอี้ที่เตรียมเอาไว้ให้ จากนั้นเขาก็รับเอกสารการประชุม ปรากฎว่าด้านในเอกสารเป็นข้อมูลทั้งหมดที่มีการจัดตั้งหน่วยสำรวจขึ้นมา นอกจากข้อมูลหน่วยสำรวจแล้วยังมีเส้นทางที่หน่วยสำรวจหายไป แอชเชอร์จึงพยายามจดจำเส้นทางทั้งหมดที่เขาคิดว่ามันอันตราย พลางมองแผนการที่ค่ายทหารแห่งนี้จะลงมือทำในวันพรุ่งนี้  จากนั้นก็เริ่มมองไปยังคนอื่นในห้องแห่งนี้ ดูเหมือนว่าแต่ละคนที่นี่จะเป็นหัวหน้าหน่วยหรือไม่ก็เป็นตัวแทนของหน่วยที่อยู่ในค่ายแห่งนี้


    “ทางผมมีความคิดเห็นว่าจะจัดตั้งหน่วยสำรวจขึ้นมาใหม่ 2 หน่วย พรุ่งนี้เช้าเราจะเริ่มงานกัน โดยหน่วยที่สร้างขึ้น ผมได้เลือกจากความสามารถของบุคคลเพื่อให้มีโอกาสรอดสูงที่สุด”


    ทุกคนมองไปยังรายชื่อคนในหน่วยของตัวเองที่ถูกแยกออกไปสร้างหน่วยใหม่เฉพาะหน้าที่จะทำงานในวันพรุ่งนี้ แอชเชอร์จึงย่นคิ้วเพราะเขามีชื่ออยู่ในหน่วย เดิมทีเขาตกลงกับผู้บัญชาการเอาไว้แล้วว่าจะทำงานร่วมกับหน่วยตัวเองเท่านั้น อย่างไรก็ตามพริบตาที่เขามองเห็นชื่อของตัวเอง หน้าจอก็เกิดการรีเซ็ตใหม่ การเปิดครั้งนี้ของมันเขาไม่เห็นชื่อตัวเอง ดูเหมือนว่าผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 จะมีตำแหน่งใหญ่สุด สามารถโยกย้ายหรือเห็นต่างจนเปลี่ยนข้อมูลหลายอย่างได้ ถึงอย่างนั้นนาฬิกาของเขากลับแจ้งเตือนแทน จนเขารู้ว่าพรุ่งนี้เช้าจะต้องทำงานคนเดียว


    “เอาล่ะครับ พรุ่งนี้เช้าขอให้คนที่อยู่ในรายชื่อไปเตรียมตัวกันที่สนาม เราจะแจกจ่ายของที่จำเป็นต้องพกในการเดินทาง”


    การประชุมจบลงทุกคนเริ่มแยกย้ายกันไป แอชเชอร์เริ่มคิดหนัก การมาของเขาถูกต้อนรับด้วยภารกิจสำรวจที่มีโอกาสสูญหายสูงมาก  ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นเรื่องบัญเอิญ เขาเกรงว่าจะมีคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ การกระตุ้นให้เกิดหน่วยสำรวจกระทันหันจากเดิมจะจัดตั้งอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ทำให้แอชเชอร์ต้องระวังตัว พลางคิดถึงคำพูดของผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ที่เตือนให้เขาทำงานเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้


    “ร้อยตรีครับ ผมได้รับหน้าที่ให้พาร้อยตรีเดินชมค่ายแห่งนี้ครับ”


    “ได้ ขอบคุณมากครับ”


    แอชเชอร์ลุกออกจากเก้าอี้พลางเดินตามทหารที่เข้ามารับหน้าที่พาเขาเดินชมค่ายแห่งนี้ ในระหว่างที่แอชเชอร์เดิมตามทหารก็ได้ชี้นิ้วบอกกล่าวถึงส่วนสำคัญต่างๆของสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงอาหาร หอพัก คลังเก็บอาวุธ ตึกของนักวิจัย กระทั่งการเดินทางมาหยุดที่หน้าตึกวิศวกร แอชเชอร์ก็เดินตามชายที่เข้ามานำทางไปทันที


    “มีอะไรในนี้อย่างนั้นเหรอครับ”


    “ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ส่งผมมานำทาง ข้างในนี้มีบางอย่างที่ร้อยตรีต้องรับมัน”


    แอชเชอร์เข้าไปในตึกวิศวกร เขาได้มองไปรอบๆพบเข้ากับหลายอย่างที่เป็นอาวุธเสริมชุดเกราะวางเอาไว้บนแท่นจับ หุ่นรบ รถถัง หลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นเทคโนโลยีชุดเกราะล้วนอยู่ที่นี่ทั้งหมด กระทั่งเขามาถึงโต๊ะทำงานหนึ่งที่มีวิศวกรกำลังนอนหลับบนโต๊ะ ทหารก็ได้เคาะโต๊ะปลุกวิศวกรให้ตื่นขึ้นมา


    ก็อกก็อกก็อก


    “เกิดอะไรขึ้น ชุดเกราะใครพัง” วิศวกรหันซ้ายขวาด้วยท่าทางตกใจ ทหารที่พาแอชเชอร์มายังสถานที่สุดท้ายจึงได้ขอตัวลา ทิ้งไว้เพียงแค่วิศวกรกับแอชเชอร์เท่านั้น


    “สวัสดีครับผมแอชเชอร์ แอสลาส”


    “ชื่อคุ้นๆ ใช่ๆ คิดออกแล้ว ร้อยตรีแอชเชอร์คนที่ผู้บัญชาการส่งมา ผมน็อต ยินดีที่ได้รู้จักครับ เป็นวิศวกรชุดเกราะ”


    “ไม่ทราบว่าผู้บัญชาการทิ้งอะไรเอาไว้ให้ผมหรือเปล่าครับ” แอชเชอร์ถามเข้าประเด็น


    “ทิ้งครับทิ้ง  เมื่อเช้าผมได้รับพัสดุชิ้นหนึ่ง เป็นชุดเกราะมาร์คเอท ในจดหมายระบุเอาไว้ว่าให้มอบมันกับคุณ”


    แอชเชอร์มองตามน็อตไปจนถึงตำแหน่งหนึ่งที่ปิดทับเอาไว้ด้วยผ้าสีขาว ทันทีที่ดึงผ้าออกแอชเชอร์ก็มองเห็นชุดเกราะมาร์คเอทมีรหัส 04 ต่อท้าย ดูเหมือนว่ามันจะเป็นชุดเกราะที่เขาจำเป็นต้องสวมใส่ในการทำภารกิจที่ค่ายแห่งนี้


    “ถ้าจำไม่ผิด ตอนนี้มันเป็นรุ่นรองที่ห่างจากตัวใหม่ล่าสุดเพียงแค่ 1 รุ่นเท่านั้น แต่ประสิทธิภาพของมันที่ผมตรวจเช็ดดู เหมือนกับว่ามันจะถูกปรับแต่งมาก่อนแล้ว ด้านข้างกล่องมีอุปกรณ์เสริมครบ ไอพ่นทรงตัว ไอพ่นสำหรับบิน หรือจะเป็นอาวุธสำรองต่างๆ หมวกสามารถมองกลางคืนได้ชัดมากๆ แล้วก็แกนพลังงานใส่มาเยอะกว่าปกติ 1 ลูก”


    แอชเชอร์มองไปยังอุปกรเสริมที่ถูกน็อตเปิดระบบของชุดเกราะเพื่อแสดงมันออกมา เขาจึงรู้ได้ว่านี่เป็นชุดเกราะพร้อมรบของจริง และมีประสิทธิภาพสูงกว่าชุดเกราะที่เขาใช้ในค่ายฝึกพิเศษ


    “แล้วปืนนี่เกี่ยวข้องกับชุดเกราะด้วยเหรอ”


    แอชเชอร์หยิบปืนกระบอกหนึ่งขึ้นมาถือในมือ มันเป็นขนาดที่ใหญ่กว่าปกติเพราะมือที่จับเป็นมือของคนที่สวมชุดเกราะ


    “อ๋อ สิ่งนี้ไม่เกี่ยวข้องครับ มันเป็นเพียงแค่ปืนที่เอาไว้ส่งสัญญาณเท่านั้น ตอนนี้การใช้งานกระสุนจัดการกับมอนสเตอร์ทางสหพันธ์ยังไม่อนุญาตเพราะมันสิ้นเปลืองพลังงานเกินไป”


    “อ๋อ สรุปแล้วนี่เป็นชุดเกราะที่ผมจะต้องสวมใส่”


    “ใช่ครับ”


    แอชเชอร์เดินเข้าไปลูบคลำ จากนั้นเขาก็บอกบางอย่างที่ทำเอาวิศวกรตกใจ


    “แล้วผมสามารถปรับแต่งมันได้ไหม”


    “เออ หากปรับแต่งในตอนนี้กลัวว่ามันจะทำงานไม่เต็มที่ จากข้อมูลร้อยตรีจะออกทำภารกิจพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอครับ”


    “ถูกต้อง ผมจะทำภารกิจพรุ่งนี้เช้า แต่การปรับแต่งไม่มีอะไรมากหรอก สรุปแล้วผมปรับแต่งได้ไหม”


    “ได้ครับ แต่ผู้บัญชาการกำชับว่าผมจะต้องเป็นคนปรับแต่งเองกับมือ”


    “งั้นก็  ถอดเกราะป้องกันเสริมออกให้หมด”


    แอชเชอร์มองไปยังชุดเกราะมาร์คเอทตรงหน้า จากการสำรวจมันมีเกราะป้องกันเยอะเกินไป เขารู้ว่าผู้บัญชาการกลัวเขาไม่ปลอดภัยจึงเน้นหนักในเรื่องการป้องกัน


    “ทำไมถึงถอดครับ”


    “ผมเป็นสายความเร็ว ถอดออกเหลือไว้แต่เกราะป้องกันส่วนสำคัญ”


    “ถ้าอย่างนั้นผมจะลองคำนวณดูให้นะครับ”


    ภาพโฮโลแกรมชุดเกราะเปิดขึ้น จากนั้นวิศวกรจึงทำการถอดชิ้นส่วนชุดเกราะออกเพื่อให้แอชเชอร์ได้สำรวจว่าพอใจหรือเปล่า


    “ดี เอาตรงนี้ออกด้วย ผมไม่จำเป็นต้องป้องกันข้อพับ ส่วนแขนเหลือไว้แค่ปลอกแขนพอ  เพิ่มเกราะในส่วนถุงมือให้มากกว่านี้ผมชอบต่อย ตำแหน่งขายังคงหนักเกินไป จำเอาไว้ว่าผมเป็นสายความเร็ว ไอพ่นที่เท้าเอาออกผมไม่ต้องการ ไอพ่นที่หลังเอาออก โล่ที่แขนก็เช่นกัน ถอดออกให้หมด”


    วิศวกรทำหน้าตกใจ แต่ก็ทำตามที่แอชเชอร์สั่ง กระทั่งชุดเกราะที่พวกเขาปรับแต่งกลายเป็นชุดเกราะบางๆเน้นเคลื่อนไหวอย่างที่แอชเชอร์ต้องการ เขาก็ระบุอาวุธเข้าไปในทันที


    “ผมอยากให้ใต้ชุดเกราะซ่อนมีดได้เยอะเท่าที่ทำได้ ดาบขอเป็น 2 เล่ม ”


    “ครับ”


    “ ระเบิดของชุดเกราะเอาออกไป ผมต้องการน้ำหนักชุดเกราะที่เบา”


    “มีอะไรที่จะเอาออกอีกไหมครับ”


    “ไม่แล้ว ถ้าทำได้แบบนี้ก็ถือว่าดีเลย”


    “ผมจะพยายามครับ”


    แอชเชอร์เดินไปยังโต๊ะทำงานที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนที่เขาจะล้มตัวลงนอน ไม่ได้ไปยังห้องพักใหม่ เนื่องจากว่าเขามีภารกิจที่ต้องทำในตอนเช้า แต่เขาไม่สามารถทำงานตรงตามเวลาของหน่วยสำรวจได้ จึงคิดจะออกจากค่ายก่อนเวลา สำหรับข้อมูล เขาอ่านมาแล้วจนรู้ว่าตำแหน่งไหนไม่สมควรไปในการสำรวจครั้งแรก


    “อีกนานไหมมันจะเสร็จ”


    “น่าจะสักราวๆตี 4 ครึ่งครับ”


    “ดี ถ้าเสร็จแล้วปลุกผมด้วยนะ”