เมื่อเห็นว่าฉางเฟิงมีพลังจิตระดับจักรพรรดิขั้นที่ แล้วผู้อาวุโสนิกายซากศพก็ไม่กล้าดูถูกฉางเฟิงอีกต่อไปรีบนพยันต์แผ่นหนึ่งออกมาและเปิดใช้งานทันที
“โอ้ยันต์ปกป้องดวงจิตงั้นเหรอ แถมยังเป็นระดับจักรพรรดิอีกด้วย ดูเหมือนพวกเจ้าจะเตรียมตัวมาดีสินะ”ฉางเฟิงกล่าว
“แน่นอนนิกายซากศพของข้านั้นก่อตั้งมาหลายหมื่นปีแม้จะถูกทำลายไปหลายครั้งก็สามารถฟื้นคืนมาใหม่ได้แน่นอนว่าย่อมรู้ถึงจุดอ่อนของตัวเองและยังหาวิธีป้องกันเอาไว้นานแล้ว
ฉางเฟิงข้ารู้ว่าเจ้านั้นแข็งแกร่งแต่ว่าอาณาจักรสวรรค์ของเจ้านั้นเทียบกับนิกายซากศพไม่ได้หรอก เพราะในนิกายของข้ามีระดับจักรพรรดิอยู่หลายสิบคนและมีทหารศพระดับจักรพรรดิอีกนับร้อยเพราะงั้นทางที่ดียอมจำนนต่อพวกข้าดีกว่าแล้วพวกข้าจะไว้ชีวิตอาณาจักรของพวกเจ้า” ผู้อาวุโสนิกายซากศพกล่าว
“โอ้แบบนี้นี่เอง ข้าได้ข้อมูลมาใหม่แล้ว แต่ว่านะเจ้าดูถูกอาณาจักรสวรรค์มากเกินไปแล้วเจ้าอย่าลืมสิว่าข้าเองเป็นนักปรุงยาระดับ 5 ขั้นสูงสุดในตอนอยู่ระดับปฐพีแต่ตอนนี้ข้าอยู่ระดับราชันแล้ว” ฉางเฟิงยกยิ้ม
หลังจากทะลวงระดับราชันมาทรัพยากรที่ต้องใช้ก็มากขึ้นทำให้ฉางเฟิงไม่สามารถทะลวงระดับได้ต่อเนื่องเหมือนกับระดับปฐพีต่อจากนี้ฉางเฟิงคิดว่าจำเป็นต้องหาทรัพยากรที่มีระดับสูงมากๆเอาไว้บ้างแล้ว
“นักปรุงยาระดับ6 งั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้ เจ้าอายุเท่าไหร่เองไม่มีทางที่จะเป็นนักปรุงยาระดับ 6 ได้”ผู้อาวุโสนิกายซากศพคำราม
“เรื่องนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าใจก็ได้แต่ตอนนี้การต่อสู้ของพวกเรายังไม่จบเพราะงั้นมาเริ่มกันเถอะ” ฉางเฟิงเปลี่ยนของเหลวศักดิ์สิทธิ์จากกระบี่เป็นหอกและใช้พลังสายฟ้าหุ้มหอกเอาไว้ก่อนจะโจมตีออกไป
“โฮก!!!!!!!!!”ศพระดับราชันใช้แขนทั้งสองข้างป้องกันการโจมตีของฉางเฟิงแต่พริบตานั้นเองพลังสายฟ้าที่ปะทะกับร่างกายของทหารศพปรากฎควันสีดำลอยออกมาพร้อมกับทหารศพกรีดร้องโหยหวน
“เป็นไปไม่ได้หรือว่าสายฟ้านั่นเป็นสายฟ้าจากสวรรค์”สีหน้าของผู้อาวุโสนิกายซากศพตื่นกลัว
“แบบนี้นี่เองนี่คือจุดอ่อนของทหารศพสินะ เพราะเป็นสิ่งชั่วร้ายเลยแพ้ทางพลังของสวรรค์งั้นเหรอ”ฉางเฟิงเผยรอยยิ้มออกมา
ย่างก้าวอสนีของฉางเฟิงนั้นใช้พลังของสายฟ้ามาฝึกฝนและฉางเฟิงต้องยอมถูกฟ้าผ่าเพื่อดูดซับสายฟ้าของสวรรค์มากักเก็บเอาไว้ใช้อีกด้วยดังนั้นสายฟ้าที๋ฉางเฟิงใช้ต่อสู้จึงไม่ต่างจากสายฟ้าของสวรรค์
“ไม่ดีแล้วต้องรีบถอยก่อนตัวตนของเจ้าเด็กนี่น่ากลัวเกินไปต้องรีบไปรายงานท่านผู้นำเป็นอันดับแรก” ผู้อาวุโสนิกายซากศพตัดสินใจให้ศพระดับราชันระเบิดร่างทันที ส่วนตัวเองพาศพอีกสี่ร่างหลบหนีไป
“ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!”
ศพระดับราชันระเบิดร่างออกมาแน่นอนว่าย่อมเกิดพลังทำลายที่แข็งแกร่งฉางเฟิงนั้นมีความเร็วที่น่าทึ่งจงหลบออกมาได้ทันฉางเฟิงเผยสีหน้าเย็นชาการต่อสู้กับทหารศพนั่นยุ่งยากอย่างมาก แม้มันจะไม่มีสติปัญญาแต่กลับมีร่างกายที่แข็งแกร่งและสามารถระเบิดตัวเองได้อย่างไม่ลังเล
“คิดจะหนีงั้นเหรอฝันไปเถอะ”ฉางเฟิงพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงสุด
“บัดซบเอ้ย”ผู้อาวุโสนิกายซากศพควบคุมทหารศพระดับราชันอีก 3ตัวให้พุ่งเข้าหาฉางเฟิงหมายจะถ่วงเวลาฉางเฟิงไว้
“ใสหัวไป!!!!!!!”ฉางเฟิงระเบิดพลังสายฟ้าในร่างออกมาทำให้พลังสายฟ้าที่กักเก็บเอาไว้ถูกใช้ไปเกือบครึ่งในพริบตา
แต่เพราะระเบิดพลังสายฟ้าออกมาทำให้ทหารศพทั้งสามกระเด็นออกไปใกลพร้อมกับร่างได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงและขยับไม่ได้
“บ้าเอ้ยอย่าเข้ามายุ่งกับข้า”
“หืมฮ่า ฮ่า ดูเหมือนโชคของพวกเจ้าจะไม่ดีเลยนะ” ฉางเฟิงมองไปยังท้องฟ้าและพบว่าสายฟ้าบนท้องฟ้าเริ่มรวมตัวกัน
“ไม่อย่านะ อย่ามาตอนนี้” ใบหน้าของอีกฝ่ายถึงกับเหวอทันที
“เข้ามาเลยสายฟ้าเอ๋ยจังผ่าลงมาที่ข้าและอาณาจักรแห่งนี้ให้หมด”ฉางเฟิงคำรามและท้าทายสายฟ้าทนท้องฟ้าทันที
“เปรี้ยง!!!!!!!!!!”ราวกับสวรรค์กำลังโกรธ สายฟ้ามากหมายนับไม่ถ้วนปรากฎบนท้องฟ้าและผ่าลงมาอย่างอาณาจักรจงชิงและฉางเฟิงอย่างบ้าคลั่ง
“อ๊ากกกกกกกกกก”เสียงกรีดร้องดังไปทั่วอาณาจักรจงชิง
ทหารศพที่อยู่ในอาณาจักจงชิงล้วนแต่หวาดกลัวสายฟ้าเหล่านี้และพากันมุดดินหลบหนีบางตัวไม่สามารถหนีได้ทันถูกสาฟ้าผ่าลงมาและแหลกสลายทันที
“ฉางเฟิง!!!!!!!!!!!!!!”ผู้อาวุโสนิกายซากศพคำรามด้วยความโกรธแค้น
“เจ้าจะเรียกข้าทำไมหรือว่าจำชื่อข้าไม่ได้เลยต้องเรียกบ่อยๆ”ฉางเฟิงที่ถูกสายฟ้าผ่าลงมาเหมือนกันแต่ฉางเฟิงกลับทนรับเอาไว้ได้และนำการดูดซับสายฟ้าเอาไว้อย่างต่อเนื่อง
"นิกายซากศพไม่ปล่อยเรื่องนี้เอาไว้แน่ท่านผู้นำจะต้องยกพลพุกเข้าไปโจมตีอาณาจักรสวรรค์ของเจ้า"ผู้อาวุโสนิกายซากศพคำรามด้วยความโกรธ
“ก็ให้พวกมันมาแต่สำหรับเจ้าวันนี้ยังไงก็ต้องตาย” ฉางเฟิงนำสายฟ้าที่ผ่าลงมาผสานเข้ากับหอกในมือก่อนจะพาออกไปด้วยความเร็ว
“ป้องกันให้ข้า”ผู้อาวุโสนิกายซากศพรีบใช้ทหารศพระดับจักรพรรดิเข้ามาป้องกันทันที
“โฮก!!!!!!!!!!!!”
ทหารศพระดับจักรพรรดิมีหรือจะทนกับการโจมตีนี้ได้ร่างถูกแทงทะลุจนเกิดรูขนาดใหญ่
“มันยังไม่จบ”หอกพุ่งเข้าสู่มือของฉางเฟิงก่อนจะเปลี่ยนเป็นธนู
ฉางเฟิงใช้สายฟ้าเป็นศรก่อนจะยิงออกไปศรสายฟ้านั้นรวดเร็วอย่างมาพริบตาก็เข้าถึงตัวของผู้อาวุโสนิกายซากศพแล้วผู้อาวุโสนิกายศากศพใช้ยันต์อีกแผ่นเพื่อป้องกันการโจมตีของฉางเฟิงเอาไว้ได้
“มีของดีเยอะเหลือเกินนะ”ฉางเฟิงอดที่จะตกตะลึงไม่ได้ ยันต์แต่ละแผ่นนั้นถูกสร้างมาจากปรมาจารย์ยันต์พลังจิตที่อยู่ระดับจักรพรรดิอย่างไม่ต้องสงสัยดังนั้นอานุภาพของมันจึงสูงขนาดนี้
“ฮ่าฮ่า ยังไงวันนี้เจ้าก็สังหารข้าไม่ได้” ผู้อาวุโสนิกายซากศพหลบหนีอย่างบ้าคลั่ง
“ใครจะให้หนีกัน”ร่างของฉางเฟิงปรากฎข้างหน้าของอีกฝ่ายพร้อมกับของเหลวศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนเป็นดาบขนาดใหญ่
“ผ่าภูผา”ฉางเฟิงคำรามและใช้พลังกายอันแข็งแกร่งฟาดฟันออกไป
“ม่ายยยยยยยยย”
ตูม!!!!!!!!!!!!!!
คราวนี้แม้แต่ยันต์ป้องกันก็เอาไว้อยู่และร่างถูกผ่าครึ่งทันทีฉางเฟิงอดที่จะถอนหายใจไม่ได้เห็นได้ชัดว่าความมั่งคั่งของศัตรูไม่ธรรมดา ถ้าเปลี่ยนเป็นคนของนิกายใหญ่ฉางเฟิงคิดว่าคงจะสังหารลงได้ไม่อยากเพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็แค่ระดับราชันขั้นที่9 เท่านั้นเอง
“ดูท่าข้าต้องเตรียมการในอีกหลายด้านเลยทีเดียว”ฉางเฟิงกล่าว
ไม่นานข่าวอาณาจักรสวรรค์ลงมือช่วยเหลือคนในอาณาจักรจงชิงก็แผ่กระจายออกไปประชาชนของอาณาจักรอื่นๆไม่รอช้ารีบรวมตัวกันและติดต่อกับอาณาจักรสวรรค์หมายอยากจะย้ายไปอยู่ในอาณาจักรสวรรค์ทันที
แน่นอนว่าฉางเฟิงก็ลงมือช่วยเหลือคนเหล่านั้นมาโดยม่สนใจราชาของอาณาจักรเลยแม้แต่น้อยเพราะตัวตนของราชาเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของฉางเฟิงอีกต่อไป