* เทศกาลชุมนุมนิกาย เปลี่ยนเป็ พรรคจงหยวน *
"ศิษย์พี่ซู ข้าอยากเข้าร่วมแข่งขัน ข้าปรารถนาจะเป็ผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ " เมื่ออู่ อวี้สอบถามรายละเอียดจากซู หยานลี่ จึงทำให้เขาล่วงรู้สถานการณ์เป็อย่างดี หากเขาสามารถชนะการแข่งขันครั้งนี้ได้ และ กลายเป็ผู้พิทักษ์ เมื่อเขากลับไปยังอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน จะต้องกลับไปอย่างนิกายของตัวเอง ฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เพื่อร่วมเข้าแข่งขันในครั้งนี้
ซูหยานหลี่ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า " เกรงว่าจะไม่ได้ เพราะตามกฎแล้ว ผู้มีสิทธิ์จำต้องมีพลังอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณ และ จะต้องเป็ศิษย์หลักในนิกายเท่านั้นถึงจะร่วมลงแข่งขันได้ แต่ระดับยุทธของเ้ายังไม่ถึงขั้นหลอมรวมลมปราณเลยด้วยซ้ำ "
อู่ อวี้ไม่อาจละเลยกฎระเบียบในข้อนี้ได้ แม้เขาจะกล่าวว่าตัวเองนั้นปรารถนาจะไปเป็ผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ก็ตาม แต่การกล่าวคำย่อมง่ายกว่าการปฏิบัติจริง จากนั้นเขาจึงกล่าวถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นว่า " ศิษย์พี่ซู เื่นี้สำคัญกับข้ามาก หากว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง จะถือเป็ความกรุณาอย่างยิ่ง "
กฎย่อมเป็กฎ แต่ซู หยานหลี่เป็ศิษย์ที่ท่านเ้านิกายโปรดปรานยิ่ง หากนางปรารถนาจะช่วยเหลืออู่ อวี้ให้ได้เข้าแข่งขันในครั้งนี้ ย่อมเป็เื่ง่ายดายหากนางใช้ศักดิ์ฐานะ และ ความสัมพันธ์ที่มี
เมื่อซู หยานหลี่เห็นว่าอู่ อวี้ ยืนกรานหนักแน่น อีกทั้งเขายังมีความบาดหมางส่วนตัวที่ค้างคา นางจึงกล่าวขึ้นว่า " ผู้เตรียมการสรรหาผู้เข้าแข่งขันเป็ผู้พิทักษ์ ยังคงเป็ผู้เฒ่ามู่เกอเช่นเดิม ท่านผู้เฒ่านั้นจงรักภักดีกับท่านอาจารย์เป็อย่างยิ่ง ส่วนตัวข้าเองก็มีความสัมพันธ์อันดีกับท่านาุโด้วยเช่นเดียวกัน ฉะนั้นหากเ้ายังยืนกรานความปรารถนาเดิม เ้าก็ต้องมีพลังเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณให้จงได้ เ้าถึงจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามข้าอยากจะเตือนเ้าไว้สัก 2 ข้อ "
" ศิษย์พี่ซู โปรดชี้แนะ " อู่ อวี้ล่วงรู้ว่า สิ่งที่นางจะกล่าวต่อไปนี้ จะต้องเป็เื่สำคัญ เนื่องจากเวลานี้ท่าทางของนางดูจริงจังยิ่งนัก
" ประการแรกซือตู๋ ิหลาง จะเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ และ แน่นอนว่ามันต้องใช้เส้นสายจากศักดิ์ฐานะของมัน เพื่อเล่นงานเ้า เมื่อถึงเวลาเหมาะสม ที่เ้าเข้าสู่การต่อสู้ เ้าจะไม่ต่างจากคนหูหนวกตาบอด และ เมื่อถึงเวลานั้นมันจะสังหารเ้า แถมมันยังสามารถพลิกลิ้นตลบตะแลงเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดได้อีกด้วย หากเ้าดึงดันที่จะเข้าร่วมจริงๆ เ้าก็ต้องเตรียมใจให้ดีเพื่อที่จะรับมือในการต่อสู้กับมัน ความบาดหมางระหว่างพวกเ้าทั้งสองเห็นได้ชัดว่า มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะ อยู่ หรือ ตาย และสามารถเป็เซียนผู้พิทักษ์ปกป้องอาณาจักรมนุษย์ "
อู่ อวี้เข้าใจเหตุผลในข้อนี้เป็อย่างดี แต่มันยังไม่มากพอ ที่จะทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจในการกลับไปยังอาณาจักรบูรพา เย่วอู่
ซู หยานหลี่กล่าวต่ออย่างหนักแน่น " ประการที่สอง เื่นี้สำคัญมาก หากเ้าสามารถชนะการแข่งขัน แล้วกลายเป็ผู้พิทักษ์อาณาจักรเยว่อู่อย่างแท้จริงแล้ว เมื่อเ้าต้องไปรับหน้าที่พิทักษ์อาณาจักรเยว่อู่ ครั้นเมื่อเ้าต้องเดินทางไปถึงอาณาจักร เ้าก็ต้องพบเจอกับผู้พิทักษ์คนก่อนหน้า และ คนผู้นั้นอาจกระทำการยั่วยุ หรือ ท้าทายเ้า เนื่องจากกฎและธรรมเนียมเก่าแก่ของ 'พรรคจงหยวน ' ที่กำหนดไว้ว่าเมื่อครบกำหนดหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนในทุกๆ 10 ปี จึงทำให้ผลประโยชน์ที่มันพึงได้รับจากอาณาจักรต้องหายไป แต่เหตุผลจริงๆ ที่เ้ากลับไปก็คือการแก้แค้น ดังนั้นเ้าต้องจำเอาไว้ให้มั่นว่า อย่าได้ให้ใครรับรู้เป็อันขาดว่าเ้า้าที่จะไปสังหารอีกฝ่าย เพราะเมื่อถึงเวลานั้นเ้าคือตัวแทนของนิกายกระบี่์ อีกทั้งยังเป็ตัวแทนของ 'พรรคจงหยวน ' อีก หากว่าทาง 'พรรคจงหยวน' ล่วงรู้เข้าว่านิกายกระบี่์เป็ผู้สังหารศิษย์ของนิกายอื่นเข้า มันจะเกิดการขัดแย้งระหว่างนิกายขึ้น จากนั้นมันก็จะลุกลามกลายเป็เื่ใหญ่โต จนเกิดเป็าระหว่างนิกาย เ้าคงจะเข้าใจถึงความน่ากลัวและความเสี่ยงในการที่จะส่งเ้าไปแล้วนะ? "
อู่ อวี้ รู้ และ เข้าใจสิ่งที่ซู หยานหลี่กล่าวเป็อย่างดี เนื่องจากเขาเป็ศิษย์ของนิกายกระบี่์ หากเขามีการต่อสู้ฆ่าฟันกับตัวแทนนิกายอื่น เขาจะไม่สามารถกระทำอย่างโจ่งแจ้งได้ เนื่องจากจะเกิดผลกระทบร้ายแรงใหญ่หลวง ต่อความสัมพันธ์ระหว่างนิกายทั้งสองได้ และ อาจบานปลายจนก่อเกิดเป็ความขัดแย้งระหว่างนิกายขึ้น
อู่ อวี้ได้ทำความเข้าใจแผนภูมิดินแดนเทพตงเสิ้ง[1](#_ftn1)แล้ว ซึ่ง ‘พรรคจงหยวน’ นั้นถือว่าเป็พรรคที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่างมาก และเพราะว่านิกายกระบี่์เองก็เป็คู่ต่อสู้ที่หินที่สุด ทำให้เป็การแข่งขันที่ไม่มีใครยอมใคร แต่เมื่อเทียบกับนิกายกระบี่์ แล้ว ในสายตาของเหล่าผู้คน ‘พรรคจงหยวน’ ถือเป็ที่รู้จักในนามดินแดนผู้เกรียงไกร ซึ่งแตกต่างกับกระบี่นิกาย์อย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว
เขาไม่อยากจะเชื่อว่า ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน จะมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งถึงขนาดนี้ แน่นอนว่าการไปล้างแค้นในครั้งนี้คงจะไม่ใช่เื่ง่ายอย่างที่คิด
" เ้าแน่ใจแล้วใช่หรือไม่ ว่าเ้ายังปรารถนาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ " เหตุผลที่ซู หยานหลี่ เล่าให้อู่ อวี้ฟังถึงข้อดี และ ข้อเสีย เพราะ้าให้เขาตรึกตรองอย่างรอบคอบ แต่ถ้าไม่คิดถึงเื่ความยากลำบาก หรือ อุปสรรคใดๆ ที่จะเกิดขึ้น การได้กลับไปยังอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ถือเป็ความปรารถนาอันใหญ่ยิ่งสำหรับเขา
" แน่นอน "
" ตกลง ข้าจะส่งเ้าให้ถึง เซียนไท่ ส่วนเื่จะอยู่ หรือ ตายก็สุดแท้แต่เ้าก็แล้วกัน "
เซียนไท่ เป็สถานที่โอ่อ่าสง่างาม และ กว้างขวางอย่างยิ่ง สถานที่แห่งนี้ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อการประลองแข่งขัน ระหว่างศิษย์ภายในนิกายกระบี่์
" ขอบคุณศิษย์พี่ที่เมตตา! "
ฉับพลัน ดวงตาของอู่ อวี้ สาดประกายด้วยเพลิงโทสะอันบ้าคลั่ง
ขณะที่อู่ อวี้กำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความคิด ซู หยานหลี่ก็บินขึ้นไปบนฟากฟ้าพร้อมกับนกกระเรียน์ของนาง ในวันนี้นางสวมใส่ชุดสีขาวคลุมยาว ยามเมื่อชุดของนางพลิ้วไหวไปตามสายลมมันช่างดูงดงามอย่างยิ่ง บัดนี้ร่างอันสวยงามราวกับเทพธิดากำลังเลือนหายเข้าไปในกลีบเมฆ
" ศิษย์พี่ซู ท่านช่างมีน้ำใจงดงามยิ่งนัก ตัวข้าเองก็ปรารถนาที่จะอยู่ในเทือกเขาครามเช่นกัน ข้าปรารถนาที่จะอยู่อย่างสงบ และ เติบโตขึ้น เหตุชักนำที่ต้องทำให้ข้าเลือกเข้าสู่เส้นทางนี้ เพราะข้า้าจะจบเื่ราวทุกอย่าง! "
แม้ว่าบางครั้งนางจะดูเ็า และ จริงจังไปบ้าง อู่ อวี้จดจำได้อย่างขึ้นใจว่า นางมักยื่นมือมาช่วยเหลือเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เพียงแต่ความสามารถซ่อนเร้นเท่านั้น นางยังยอมรับในตัวตนของเขา
......
" ศิษย์น้องห้า บัดนี้รายชื่อผู้เข้าร่วมการแข่งขันชิงตำแหน่ง ผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ จากนิกายกระบี่์ได้รับการประกาศเป็ที่เรียบร้อยแล้ว และ ในปีนี้พิเศษมากกว่าทุกปี เพราะมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 12 คน ฉะนั้นเพื่อสะดวกในการจัดแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันจะถูกแบ่งออกเป็ 2 สาย สายละ 6 คน และ ผู้ชนะจะได้รับการคัดเลือกให้เป็ ผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ " ในวันนั้นเหล่าศิษย์ผู้มากด้วยพร์ของหลานฮั้วหยุน ก็เดินทางมาจากยอดเขาอัสนี
" 12 คนเชียวหรือ? ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้มี 11 คน? " เมื่อทราบข่าวซือตู๋ ิหลางก็รีบเดินออกจากสถานที่ฝึกตนทันที ในทุกๆ ย่างก้าว ปรากฏลมพายุเสียงฟ้าร้องคำราม และ สายฟ้าฟาดลงมา ใต้ฝ่าเท้าของมันมีลมหมุนอยู่ด้านล่าง ทำให้แต่ละย่างของมันรวดเร็วราวกับล่องหนก็ไม่ปาน
ศิษย์คนอื่นๆ ต่างหัวเราะกันอย่างขบขันพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า " การแข่งขันในครั้งนี้น่าสนใจยิ่ง เหล่าศิษย์ในนิกายต่างพูดคุยกันถึงเื่นี้อย่างเผ็ดร้อน เื่ที่อู่ อวี้ได้เข้าแข่งขันในครั้งนี้ด้วย มันช่างน่าแปลกใจยิ่งนัก ว่ามันมีคุณสมบัติเพียงพอจนสามารถผ่านการคัดเลือกมาได้อย่างไร ในเมื่อระดับพลังของมันยังห่างไกลจากท่านหลอมรวมลมปราณ มันซึ่งอยู่ในระดับขั้นทะลวงจุดชีพจร ด้วยพลังระดับนี้ยังไม่สามารถต่อต้านพวกเราได้ด้วยซ้ำ แต่ข้ารู้ว่าเ้าจะต้องไม่คัดค้านใช่หรือไม่? "
ซือตู๋ ิหลางเป็เสียงหัวเราะในลำคอออกมา พร้อมกล่าวขึ้นว่า " หึ หึ ช่างน่าขันยิ่งนัก เป็เื่ไร้สาระสิ้นดี ข้าเป็ตัวเต็งในการแข่งขันครั้งนี้ ทั้งยังมีผู้คนนับหมื่นเฝ้าสนับสนุน หากข้าปรารถนาสังหารมัน ก็ช่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้วขยับ? เนื่องจากมันรนหาที่เช่นนี้ แล้วข้าจะไม่รีบคว้าโอกาสอันงดงามเช่นนี้ได้อย่างไร การขึ้นมายังบน เซียนไท่ แล้ว ไม่ใช่ว่าจะได้ลงไปง่ายๆ หรอกนะ ศิษย์พี่ 3 ข้าจะเร่งไปหาท่านอาจารย์เพื่อให้ท่านเตรียมการในการทำให้ข้าได้ไปอยู่สายเดียวกับอู่ อวี้ "
" ไม่ต้องกังวล เื่นี้ข้าได้พูดคุยกับท่านอาจารย์แล้ว นางได้จัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้กับเ้าแล้วล่ะ "
" วิเศษ " ซือตู๋ ิหลางยิ้มจางๆ ในตอนนี้มันรู้สึกกระตือรือร้นอย่างยิ่ง มีอยู่เื่เดียวที่มันยังคาใจ และ ไม่คาดคิดก็คือเยี่ยกู่หยู มันส่งนางไปลอบสังหารอู่ อวี้ มันตั้งตารอให้นางกลับคืนมาเพราะอยากรู้ผลลัพธ์ ทว่าั้แ่วันนั้นนางก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย หลังจากนั้นอู่ อวี้ก็มุดหัวอยู่แต่บนยอดเขา ทำให้มันไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าในคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง อีกทั้งตัวมันเองก็ไม่มีโอกาส ไปสืบหาเื่ราวจากอู่ อวี้โดยตรง
เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเป็เสมือนดั่งหนามแหลมคอยทิ่มแทงหัวใจของมัน ยิ่งนานวันหนามแหลมชิ้นนี้ก็สร้างความหงุดหงิดรำคาญใช้ให้แก่มันมากยิ่งขึ้น จนส่งผลกระทบอย่างยิ่งกับมัน ในเวลาที่มันนั่งเข้าฌานเพื่อฝึกจิตของมัน มันได้จินตนาการถึงภายภาคหน้าที่จะเกิดขึ้น ว่าจะดีเพียงใดหากมันสามารถขจัดเสี้ยนหนามที่ปักคาหัวใจมันออกได้ และ คว้าชัยชนะได้รับคัดเลือกกลายเป็ผู้พิทักษ์ เท่ากับว่ามันยิงศรเพียงแค่ดอกเดียวกลับได้นกถึงสองตัว เมื่อมันคิดได้ดังนั้นก็ทำให้จิตใจของมันสงบขึ้น ทำให้มันสามารถเข้าฌานฝึกตนต่อได้
" เยี่ยม... แต่มันก็น่าประหลาดเกินไป เ้าคิดว่ามันจะสังหาร เยี่ยกู๋หยูไปรึเปล่า? " ในเื่นี้เหล่าสาวกเองก็ยังติดใจสงสัย
" คงต้องบอกว่ามันโชคดีอย่างยิ่ง ร่างกายของมันช่างน่าอัศจรรย์ ระดับการสละร่างของมันก็รุดหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ร่างกายที่ยอดเยี่ยมของมัน จะสู้พลังของผู้เข้าสู่ระดับขั้นหลอมรวมลมปราณได้เช่นนั้นหรือ? หึ หึ " ซือตู๋ ิหลางหัวเราะในลำคอ เนื่องจากมันศึกษา และ หาข้อมูลของอู่ อวี้มาเป็อย่างดี ฉะนั้นมันจึงรู้จุดอ่อนจุดแข็งของอู่ อวี้เป็อย่างดี
วิชาแห่งเต๋า มันจะเป็ฝันร้ายสำหรับมัน
" ข้าไม่ปรารถนาให้กระบี่ของข้า ต้องมาแปดเปื้อนโลหิตอันต่ำต้อยโสมมของเ้า แต่เ้ามันรนหาที่ตายเอง เ้ามันยั่วโทสะข้ามากเกินไปจนทำให้ข้าไม่มีสมาธิฝึกตน แต่จะว่าไป... หากโลหิตเปื้อนดาบเช็ดล้างไม่กี่วันก็คงจะเลือนหาย แต่ความเคียดแค้นที่อยู่ภายในจิตใจ ถ้าไม่ได้ล้างด้วยเืก็คงจะไม่มีทางเลือนหายไปไหนได้ "
ซือตู๋ ิหลาง มองไปยังทิศทางของสนามประลองเซียนไท่ ด้วยความคาดหวังบางอย่าง
เมื่อรายชื่อผู้เข้าแข่งขัน ถูกประกาศขึ้นอย่างเป็ทางการ ภายในนิกายกระบี่์ก็เกิดความปั่นป่วนอย่างยิ่ง หลายคนรู้สึกไม่พอใจถึงความไม่ชอบธรรมบางอย่าง ถึงแม้ว่าอู่ อวี้จะมีชื่อเสียงเื่นี้เป็อย่างมาก แต่การที่เขาได้รับอภิสิทธิ์เหนือกฎเกณฑ์ข้อบังคับที่มีอยู่มาเป็เวลายาวนาน ถึงสองครั้งสองครา มันจึงเป็เื่ที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง
การแหกกฎครั้งแรกของเขา คือการสังหารศิษย์ร่วมสำนักไปถึง 5 คน แต่บทลงโทษที่เขาได้รับแค่ถูกกักขังเพียง 1 ปีเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ศิษย์ในนิกายหลายคน ต่างรู้สึกไม่พอใจพวกเขาต่างจับกลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับเื่ของอู่ อวี้ หลายคนอยากรู้ตื้นลึกหนาบาง และ เื้ั ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงได้มีอภิสิทธิ์เหนือศิษย์คนอื่นมากมายเช่นนี้ แล้วสิ่งที่น่าแปลกประหลาดยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ถึงแม้ว่าอู่ อวี้จะพำนักอยู่บนยอดเขาหวังเทียนก็ตาม แต่เขาก็ไม่เคยพบปะผู้คนอยู่อย่างสันโดษ จึงไม่มีผู้ใดได้พบเห็นหน้าเขา
ซึ่งในความเป็จริงอู่ อวี้ล่วงรู้ตัวเองดีว่า ระดับพลังของตนเองในตอนนี้ไม่ใช่คู่มือของซือตู๋ ิหลาง ฉะนั้นเขาจึงใช้่เวลาในโค้งสุดท้าย เพื่อทะลวงผ่านการสละร่างเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนเป็เซียน
กายาเพชระ แข็งแกร่ง และ สอดคล้องมากพอที่จะทำให้เขา สามารถทะลวงผ่านในขั้นต่อไปของการสละร่าง ซึ่งมีชื่อเรียกว่า " เซียนวานรจำแลง " หากฝึกฝนจนสำเร็จ เขาจะสามารถเปลี่ยนร่างกลายเป็เซียนวานรซึ่งจะมีร่างกายแข็งแกร่งประดุจราวกับทวยเทพ ถ้าเปรียบเทียบกับร่างกายของมนุษย์แล้วจะต่างกันราว์กับปฐี เขาจะแข็งแกร่งขึ้น , เร็วขึ้น,ทนทานขึ้น, ร่างกายแข็งแกร่งยืดหยุ่นมากขึ้น และ มีพลังงานมากขึ้น
การทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นต่อไปนั้นไม่ใช่เื่ง่าย อู่ อวี้ครุ่นคิดอยู่เป็เวลานาน แต่ก็ยังคืบหน้าได้ไม่มากนัก เขารู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งสำคัญบางอย่างขาดหายไป การทะลวงผ่านวิชากายาเพชระในขั้นนี้ เพราะมันไม่มีคำอธิบายใดๆ พอจะไขปริศนาให้กับเขาได้
เดิมทีร่างกายของเขา เป็แค่ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ถ้าเขาสามารถผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ ร่างกายของเขาก็จะเปลี่ยนเป็เซียน หลังจากพยายามพิจารณาอยู่นาน เขาจึงคิดว่าในขั้นตอนนี้น่าจะต้องใช้โลหิตของวานร เช่นนั้นตอนนี้เขาต้องควานหาโลหิตของวานร หรือไม่ก็ต้องเป็สมบัติล้ำค่าบางอย่าง ซึ่งมันจะทำให้เขาใกล้ชิดวานรขึ้นไปอีกขั้น
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ซึ่งตอนนี้เวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปหลายวันแล้ว ่เวลาแห่งการต่อสู้ของเหล่าผู้คัดเลือก ผู้ซึ่งจะกลายเป็ผู้พิทักษ์เซียนในอาณาจักรมนุษย์ ได้ใกล้เข้ามาทุกขณะ ตอนนี้อู่ อวี้ยังไม่พบเงื่อนงำการทะลวงด่านแม้แต่น้อย ซึ่งมีความเป็ไปได้สูงว่าการต่อสู้ในครั้งนี้เขาจะเป็ฝ่ายปราชัย และ มันทำให้เขาหดหู่เป็อย่างยิ่ง
" หากการแข่งขันในครั้งนี้ ข้ายังไม่อาจคว้าชัยชนะมาได้ แล้วเมื่อไหร่กัน ข้าถึงจะตัดศีรษะของ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ได้ "
ต่อให้เขากลับไปที่อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ได้ เขาก็ไม่สามารถแก้แค้นฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ได้อยู่ดี
ด้วยเวลาที่บีบคั้น เขาต้องเร่งรีบในการฝึกตนให้ก้าวสู่ในขั้นต่อไป และ บุรุษผู้นี้เป็แรงกระตุ้นชั้นเยี่ยม มันทำให้เขาฮึกเหิมอยากจะบดขยี้มัน
" เป็เพราะข้าเอง ข้าผลักดันตัวเองให้ตกลงมาสู่สถานการณ์สิ้นหวัง เป็เพราะข้าทะนงตนมากเกินไป ในวันนี้ข้านำพาความยุ่งยากมาสู่ตนเอง จนแทบไม่สามารถกระดิกกระเดี้ยวนิ้วมือได้ การต่อสู้กับซือตู๋ ิหลางในครั้งนี้ จริงๆ แล้วมันเหมือนกับข้ากำลังรนหาที่ตายโดยแท้ "
* อ๊ากกกก! *
เขากระแทกกำปั้นอัดลงสู่พื้น ด้วยความคับแค้นใจ ด้วยพลังทำลายล้างของกำปั้นนั้นทำให้พื้นศิลาถูกบดขยี้เป็เสี่ยงๆ ทันที
" เส้นทางแห่งการฝึกตนนั้นช่างโหดร้าย ข้าได้ดูถูกเส้นทางนี้มากเกินไป ในตอนนี้จิตใจของข้ารู้สึกมีความหวาดกลัวต่อหลายสิ่งก่อตัวขึ้นมามากมาย ดังนั้น ่เวลานี้จิตใจของข้าต้องทนแบกรับต่อแรงกดดันบีบคั้นมากมายอย่างถึงที่สุด เหล่าเซียนั้แ่อดีตกาล หากเซียนคนใด สามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ คนผู้นั้นก็จะเติบโตโดยไร้ขีดจำกัด! "
ในมือข้างหนึ่ง เปี่ยมล้นไปด้วยพลัง และ แรงปรารถนาอันท่วมท้น
ในมืออีกข้างหนึ่ง เปี่ยมล้นไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม และ ความจริงที่ไม่อาจจะหนีพ้น
เื่นี้บีบคั้นจิตใจของอู่ อวี้เป็อย่างยิ่ง มันจึงทำให้หัวใจเขาลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะอันเข้มข้น
" อู่ อวี้เ้าทำอะไรอยู่ " ทันใดนั้นน้ำเสียงไพเราะก็ดังขึ้น ชิงเิปรากฏตัวออกมาจากด้านนอก ซึ่งถ้าคาดเดาดูแล้วเหมือนกับว่านางกำลังมาทางนี้ และ นางได้ช่วยปลุกเขาให้ตื่นขึ้นจากภวังค์
"ชิงเิ" อารมณ์พลุ่งพล่านของอู่ อวี้เริ่มสงบลง ดวงตาสีทองที่เปล่งประกายอยู่เมื่อสักครู่นี้ค่อยๆ เลือนหายไป เขารีบจับอาภรณ์ให้อยู่ความเรียบร้อย เมื่อเขามองไปยังด้านนอกก็เห็นชิงเิกำลังมองเขาอยู่ จากนั้นนำคำกล่าวขึ้นว่า " เสียงเ้ามันดังรบกวนจนหูจะแตก ข้ากำลังข่มตาให้หลับอยู่แต่ก็ต้องตื่นมาเพราะเ้า "
" ขออภัยด้วย " อู่ อวี้ รู้สึกแย่ที่ตะคอกออกไป จึงได้กล่าวออกมาด้วยความอับจนหนทาง
" ยังไม่ได้เื่อีกเช่นนั้นหรือ? ดูเหมือนว่าจะเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 10 วันเท่านั้น หากพลังของเ้ายังไม่หลุดหน้ามากไปกว่านี้ข้าเกรงว่า… " ชิงเิแสดงท่าทางวิตกเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองอะไรนาง
" อื้ม " ดูเหมือนว่าระดับพลังของอู่ อวี้ในเวลานี้ ไม่อาจเทียบชั้นกับซือตู๋ ิหลางได้
"หรือว่าเ้ายังขาดสมบัติอะไรบางอย่างรึเปล่า ถ้าอย่างนั้นทำไมพวกเราไม่ไปที่ 'หุบเขาอัญมณี' กันล่ะ บางทีอาจจะมีสมบัติบางอย่างที่ช่วยพวกเราได้ก็ได้นะ" ชิงเิ ชี้ทางขึ้น
.....................................................................................................................
เชิงอรรถ
1.东胜神洲记 แผนภูมิดินแดนเทพตงเสิ้ง คือดินแดนที่รวม 3000 อาณาจักรไว้ด้วยกัน
ส่วน 东神国 อาณาจักรตงเสิน (ิญญาบูรพา) คือหนึ่งในอาณาจักรที่อยู่บนโลกมนุษย์
---------------------------------------------------------------
[1](#_ftnref1)