เมื่อหลงเฉินพูดจบ นิ้วของเขาก็รวบคอของไป๋ซื่อจีและบีบอย่างเต็มแรง ไป๋ซื่อจีซึ่งบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว ในตอนนี้เขาเริ่มหายใจไม่สะดวก ดวงตาของเขาเบิกโพลงจนมองเห็นหลงเฉินได้เพียงราง ๆ เขาหวาดผวาจนตัวสั่นเทิ้ม เลือดสีดำไหลทะลักออกมาจากปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตกใจ
เมื่อเห็นสีหน้าของไป๋ซื่อจีและสายตาเย็นชาของหลงเฉิน คนของตระกูลไป๋ต่างหวาดกลัวจนต้องยั้งมือเอาไว้
เมื่อเห็นว่าลูกชายของตนอยู่ในสภาพน่าสังเวชถึงเพียงนี้ เปลวไฟแทบจะลุกโชนออกมาจากดวงตาของไป๋จ้านสง เขาจ้องเขม็งไปที่หลงเฉินและเอ่ยขึ้น
“หยุดเดี๋ยวนี้! หากซื่อจีเป็นอะไรไป ตระกูลหยางทุกคนจะต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน เจ้าเองก็เช่นกัน ข้าจะทรมานเจ้าจนตายตกไปตามกัน!”
เมื่อเห็นดวงตาที่ลุกโชนของไป๋จ้านสง หลงเฉินไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เช่นเดียวกับพลังในมือของเขาที่ไม่ได้ลดน้อยลงไป
“อย่างไรเสีย ข้าก็ต้องตายอยู่ดีไม่ใช่รึ แล้วข้าจะกลัวเจ้าด้วยเหตุใดกันเล่า หากเกิดเรื่องเลวร้ายที่สุด ข้าก็แค่ฆ่าตัวตายเสีย แล้วเจ้าจะทำอะไรข้าได้? แต่ถึงกระนั้น ดูเหมือนอาการบาดเจ็บของลูกชายเจ้าจะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ หากไม่รีบรักษาให้ทันท่วงที เขาอาจจะตายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็เป็นได้”
หลงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เมื่อพวกเขาเห็นสภาพน่าอนาถของไป๋ซื่อจี คนตระกูลไป๋ต่างรู้สึกตึงเครียดไปตาม ๆ กัน ในเวลานี้ ความหวังอันยิ่งใหญ่ทั้งสองของตระกูลไป๋อยู่ในมือของหลงเฉิน และแม้แต่ผู้นำตระกูลไป๋ก็ทำได้เพียงจับตาดูหลงเฉินเอาไว้
หลงเฉินพูดถูก หากเด็กทั้งสี่คนตายไป แม้ว่าพวกเขาจะกำจัดตระกูลหยางจนสิ้นซาก ทว่าตระกูลไป๋ก็จะไร้ผู้สืบสกุล ท่ามกลางเหล่าลูกหลานของตระกูลไป๋ที่อยู่ข้าง ๆ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็บรรลุเพียงขอบเขตชีพจรมังกรขั้นสี่เท่านั้น และไม่สามารถรับหน้าที่แทนไป๋จ้านสงและคนอื่น ๆ ได้อย่างแน่นอน
ในเวลานี้ เมื่อเห็นว่าคนตระกูลไป๋อยู่ในอาการหวาดกลัว หลงเฉินจึงหัวเราะอย่างเย็นชาและลากไป๋ซื่อจีกับไป๋ซื่อเฉินไปตรงหน้าผู้นำตระกูลหยาง
ไป๋จ้านสงเข้ามาขวางพวกเขาเอาไว้ หลงเฉินเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาเย็นชาและเอ่ยขึ้น
“หลีกไปให้พ้น!”
แน่นอนว่าไป๋จ้านสงไม่สามารถปล่อยพวกเขาไปได้ เมื่อเห็นว่าหลงเฉินจับตัวไป๋ซื่อจีและไป๋ซื่อเฉินไว้เป็นตัวประกัน เขาจึงต้องการทำเช่นเดียวกันและหันไปจับตัวคนตระกูลหยาง แต่เมื่เขาหันกลับไป คนตระกูลหยางต่างรู้ดีว่าเขาคิดจะทำอะไร
พวกเขาถูกวางยาพิษด้วยบุปผาฝันร้าย หากพวกเขาโคจรพลังปราณ พวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถจู่โจมโต้ตอบได้บ้าง ในเวลานั้น ผู้นำตระกูลหยางหัวเราะร่า เขามองไปที่หลงเฉินด้วยความชื่นชมยินดีและเอ่ยขึ้น
“เด็กดี... แต่พวกเราต้องไม่เป็นตัวถ่วงให้เจ้าเช่นกัน หากพวกเขากล้าลงมือ ข้าจะทำให้พวกเขาได้ลิ้มรสการโจมตีของผนึกมังกรลึกล้ำจากยอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเก้า ดูสิ ว่าจะมีคนตระกูลไป๋สักกี่คนที่จะรับมือกระบวนท่านี้ได้!”
ผู้นำตระกูลหยางหลุดพ้นจากความคิดฉันพี่น้อง เขาจับจ้องไปยังผู้นำตระกูลไป๋อย่างดุดันและเอ่ยขึ้น
“ไป๋เซิง ข้า... หยางชางชง ช่างเป็นคนที่ไม่ได้ความ ข้าเพิ่งจะเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ต่ำทราม’ ในวันนี้ ทั้งหมดนั้นก็เป็นเพราะเจ้า เจ้าต้องการกำจัดตระกูลหยางของข้า แต่ข้าขอบอกอะไรเจ้าสักอย่าง มันเป็นไปไม่ได้หรอก หากเจ้าจะไม่ยอมสูญเสียอะไรเลย!”
ไป๋จ้านสงไม่สามารถพาตัวคนตระกูลหยางมาได้ ขณะที่ไป๋ซื่อจีและคนอื่น ๆ ก็ยังอยู่ในเงื้อมมือของหลงเฉิน เขาจึงไม่สามารถลงมือทำอะไรได้สักอย่าง และไม่สามารถหลีกทางไปได้เช่นกัน ช่างน่าละอายจริง ๆ!
เมื่อเขาเห็นว่ามือของเฉินหลงเจาะลึกลงไปในคอของไป๋ซื่อจีจนเริ่มมีน้ำลายฟูมปาก เขาจ้องเขม็งไปที่หลงเฉินด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร จากนั้นก็หลีกทางให้เขา
ในเวลานี้เอง หลงเฉินก็ได้มายืนต่อหน้าคนตระกูลหยางที่รวมตัวอยู่ด้วยกัน ขณะที่คนตระกูลไป๋ยืนรวมกลุ่มอยู่อีกด้าน ผู้นำตระกูลไป๋ยืนอยู่ด้านหน้าสุด ยอดฝีมือคนอื่น ๆ ของตระกูลไป๋อย่างไป๋จ้านหลง พี่ชายของไป๋จ้านสง ก็จับจ้องไปที่หลงเฉินเช่นกัน
ไป๋ซื่อเฉินคือลูกชายผู้เป็นความภาคภูมิใจของไป๋จ้านหลง แต่เมื่อได้เห็นลูกชายของตนเองมีสภาพน่าอนาถและไม่รู้เลยว่าอาการของเขาจะสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่ จิตสังหารที่มีต่อหลงเฉินนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าไป๋จ้านสงแม้แต่น้อย
ทั้งสองตระกูลต่างยืนประจันหน้ากัน หลงเฉินซึ่งจับตัวสองยอดฝีมือตระกูลไป๋เอาไว้สองคนยืนอยู่ด้านหน้าสุด เมื่อเห็นว่าคนที่เคยไร้ความสำคัญที่สุด กลับกลายมาเป็นเสาหลักของตระกูลหยาง คนตระกูลหยางทุกคนต่างก็รู้สึกราวกับฝันไป
หยางเสวี่ยชิงรู้สึกตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ออก ขณะจ้องมองแผ่นหลังของหลงเฉินด้วยความงุนงง นางรอคอยที่จะขอโทษและได้รับการให้อภัย แต่มันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ หลงเฉินกลับเป็นฝ่ายหันกลับมาและมองมาที่นาง
หลงเฉินเกลียดชังหยางเสวี่ยชิงสุดหัวใจ ทุกสิ่งที่เขาทำ เขาทำไปเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ในตอนนี้ไป๋ซื่อจีพ่ายแพ้ให้กับเขา และไป๋จ้านสงก็ถูกเขากดดันจนต้องหลีกทางให้ หลงเฉินทำไปทั้งหมดก็เพื่อผู้หญิงคนนี้!
สิ่งที่เขาจะทำก็คือแสดงให้เห็น และทำให้หยางเสวี่ยชิงเห็นว่าใครกันแน่ที่เป็นเศษสวะ เมื่อเห็นน้ำตาที่รื้นในดวงตาของหยางเสวี่ยชิง หลงเฉินก็ตกใจ ก่อนจะถอนสายตาที่หยิ่งผยองของตนเองและหันกลับไปอย่างไร้อารมณ์
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ช่างอ่อนแอเหลือเกิน แม้ว่าหลงเฉินต้องการจะเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจ แต่ในเวลานี้ เขาพบว่าตนเองกำลังรู้สึกเห็นใจนางอย่างบอกไม่ถูก
ราวกับว่าหากมีผู้หญิงคนนี้เฝ้ามองอยู่ข้างหลัง เขาจะสามารถกระตุ้นจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ไร้ขีดจำกัดของเขาได้ เช่นนั้นแล้ว สายตาเย็นยะเยือกที่เสียดแทงถึงกระดูกของเขาจึงพุ่งตรงไปที่คนตระกูลไป๋อีกครั้ง
ขณะนั้น หยางหยุนเทียนที่อยู่ข้าง ๆ หยางเสวี่ยชิงก็จ้องมองเขาด้วยความงุนงง ความเคียดแค้นเรื่องที่หลงเฉินทำให้ลูกชายเขาตาย และการที่หลงเฉินกำลังช่วยคนตระกูลหยางทั้งตระกูลกำลังขัดแย้งกันอยู่ในใจของเขาอย่างไม่ลดละ!
ผู้นำตระกูลหยางซึ่งยืนเคียงข้างหลงเฉินในตอนนี้ มองผู้นำตระกูลไป๋และเอ่ยขึ้น
“ไป๋เซิง เจ้าเป็นคนฉลาด ตระกูลไป๋ของเจ้าอาจฆ่าล้างบางตระกูลหยางได้อย่างง่ายดายในวันนี้ แต่เป็นเพราะลูกหลานของเจ้ายังไม่แข็งแกร่งมากพอ ในสถานการณ์เช่นนี้ เจ้าจึงไม่สามารถทำลายตระกูลหยางของข้าได้อีกต่อไป เว้นแต่เจ้าจะทิ้งอนาคตของตระกูลไป๋ของตนเองและมองดูเด็ก ๆ พวกนี้ตายไปต่อหน้า!”
“ข้าจะไม่พูดอะไรอีกแล้ว เอายาถอนพิษมาให้พวกเราซะ แล้วข้าจะปล่อยเด็กสี่คนนี้ไป สำหรับความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างเรานั้น พวกเราต่างก็อยู่ในเมืองพฤกษาหมอก หากเจ้าต้องการสะสางก็ยังมีเวลาอีกมีถมเถ ข้า... หยางชางชง จะสู้กับเจ้าทุกเมื่อที่เจ้าต้องการ!”
แม้ว่าคนตระกูลหยางจะถูกวางยาพิษบุปผาฝันร้าย ทว่าพวกเขายังมีพลังโจมตีเฮือกสุดท้ายที่สามารถสังหารผู้อื่นได้ หากหยางชางชงใช้ผนึกมังกรลึกล้ำกับสมาชิกคนอื่น ๆ ของตระกูลไป๋ พวกเขาจะต้องบาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยอดฝีมือถึงสี่คนก็ยังอยู่ในเงื้อมมือของฝ่ายศัตรู เท่ากับว่าต่อให้ตระกูลไป๋ฆ่าล้างโคตรตระกูลหยาง พวกเขาก็จะเหลือคนอยู่ไม่มากนัก
แม้ว่าคนตระกูลไป๋จะไม่เต็มใจอย่างยิ่ง ทว่าบทสรุปของเรื่องนี้ก็เผยออกมาแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ต้องการแต่ก็จำต้องยอมรับมัน
ตอนนั้นเอง หลงเฉินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หากเจ้ายังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง จงมอบยาถอนพิษมาเสีย พวกเราตระกูลหยางรอได้ แต่ข้าไม่คิดว่าไป๋ซื่อจีจะรอได้หรอกนะ ข้าว่าเขาคงเหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามเท่านั้นแหละ”
ไป๋ซื่อจีใกล้ความตายเข้าไปทุกที หากไม่มีใครช่วยเขาในตอนนี้ ตระกูลไป๋ก็ไม่สามารถช่วยเขาในภายหลังได้อีกแล้ว
แม้ว่าไป๋จ้านสงจะเป็นผู้ที่ไม่เต็มใจมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อการกระทำของหลงเฉินได้ย้ำเตือนให้เขานึกถึงความคับแค้นใจครั้งก่อน อย่างไรก็ตาม เขาตระหนักว่าลูกชายของตนเองกำลังจะหมดลม เขาจึงเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย
“ท่านพ่อ วันนี้เราทำไม่สำเร็จเสียแล้ว”
ผู้นำตระกูลไป๋มองผู้นำตระกูลหยางด้วยสายตาเย็นชา ในใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
หลังจากวางแผนมานาน ทุกอย่างกลับถูกทำลายด้วยน้ำมือของเด็กเหลือขอหลงเฉิน เขาจะยอมได้อย่างไร?
ไป๋จ้านสงยังตระหนักอีกว่าปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเพราะหลงเฉิน เขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
‘ตอนที่ข้าส่งนักฆ่าไปจัดการเขา ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าเด็กนี่จะต้องเป็นตัวปัญหา และอาจจะมีผลต่อความรู้สึกที่หยางเสวี่ยชิงมีต่อข้า ไม่คิดเลยว่าในที่สุดแล้วทุกอย่างจะพังทลายลงด้วยฝีมือของเขาจริง ๆ!’
เขาเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ผู้นำตระกูลไป๋และกระซิบ
“ท่านพ่อ เมื่อเรื่องนี้จบลง ท่านลุงรองจะต้องขอร้องให้เพื่อนของเขาที่สำนักเซียนโลหิตช่วยเรา เวลานั้นจะไม่มีใครในตระกูลหยางเหลือรอดไปได้อีก หากพวกเรายอมทนต่อความล้มเหลวอีกเพียงสิบวัน เราอาจจะชนะได้อีกครั้ง! อย่างไรเสีย หากเรารังจะสู้ต่อ เราจะไม่สามารถช่วยซื่อจีได้อีก”
บทสนทนาระหว่างไป๋จ้านสงและผู้นำตระกูลไป๋ถูกหลิงซีถ่ายทอดให้หลงเฉินฟังอีกครั้ง
เขาขมวดคิ้วเพราะไม่รู้ว่าคำพูดของไป๋จ้านสงนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่เขารู้ว่าต่อให้ตระกูลหยางรอดไปได้ในวันนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในภายภาคหน้า และเขาไม่รู้ว่าสำนักเซียนโลหิตที่ไป๋จ้านสงเอ่ยถึงนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
ตอนนั้นเองที่ผู้นำตระกูลไป๋มีท่าทีไขว้เขว
เขาจำต้องยอมรับความล้มเหลวในวันนี้ ดังนั้นเขาจึงโบกมือ หันไปทางผู้นำตระกูลหยางและเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา
“ข้าจะยอมมอบยาถอนพิษให้ แต่เจ้าต้องไม่มีลูกไม้ใด ๆ แอบแฝง หากหลานข้าเป็นอะไรไป วันนี้จะมีแต่ความตายเท่านั้น!”
คนในตระกูลหยางที่ตกเป็นเหยื่อในวันนี้ต่างไร้ซึ่งรอยขีดข่วน สิ่งที่พวกเขาต้องการคือออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัย ส่วนการต่อสู้ในภายภาคหน้า พวกเขาจำต้องรอจนกว่าตนเองและตระกูลหยางฟื้นตัวเต็มที่ พวกเขาจึงจะกลับมาต่อสู้กันอีกครั้ง
ผู้นำตระกูลหยางเองก็ไม่ต้องการที่จะสร้างปัญหาใด ๆ ในเวลานี้ เขาเอ่ยขึ้น
“มอบยาถอนพิษมา ข้าขอรับรองว่าพวกเขาจะไม่เป็นอะไร”
ผู้นำตระกูลไป๋นำขวดแก้วขวดหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ มันคือยาถอนพิษบุปผาฝันร้ายซึ่งทำมาจากส่วนของราก
ไม่มีใครในตระกูลไป๋ได้รับพิษในวันนี้ เป็นเพราะทุกคนกินยาถอนพิษไว้ล่วงหน้าแล้ว
บุปผาฝันร้ายนับเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ตราบใดที่กินรากและกลีบดอกของมันด้วยกัน มันจะช่วยเพิ่มพลังได้ระดับหนึ่ง
“เอาอย่างนี้ดีไหม? มอบยาถอนพิษให้เราก่อน และข้าจะปล่อยตัวพวกเขาสองคน จากนั้นก็รอจนพวกเราหายดี แล้วข้าจะปล่อยอีกสองคน”
ผู้นำตระกูลหยางเอ่ยขึ้น
ผู้นำตระกูลไป๋ทำสีหน้าเย้ยหยัน เขาโยนยาถอนพิษให้ผู้นำตระกูลหยางและหัวเราะเย็นชา
“หยางชางชง ในช่วงหลายสิบปีมานี้ เจ้าก็ยังเป็นคนขลาดเขลาไม่เคยเปลี่ยน วันนี้ข้าแพ้แล้ว และข้าไม่ต้องการจะเล่นลูกไม้อะไรกับเจ้าอีก แต่เจ้าจงระวังตัวเอาไว้เถอะ ทันทีที่เจ้าก้าวออกจากบ้านตระกูลไป๋ ตระกูลของเราจะเป็นศัตรูกันทันที”
เมื่อผู้นำตระกูลหยางสั่งให้หยางอู่และหยางหลิงเยวี่ยปล่อยไป๋ซื่อตงและไป๋จื้อซิง ทั้งสองก็เริ่มร้องไห้และเดินไปหาผู้เป็นพ่อ
ผู้นำตระกูลหยางเปิดขวดยาถอนพิษและลองดมดูเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นกลิ่นของรากบุปผาฝันร้ายจริง ๆ
“ท่านพ่อ ข้าขอลองเป็นคนแรกเถอะ”
หยางเสวี่ยชิงเอ่ยขึ้นในทันที
“ตระกูลไป๋ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบาย ดังนั้นเราจึงไม่ควรไว้ใจพวกเขาง่าย ๆ ท่านคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในฝั่งของเรา หากท่านเป็นอะไรไป พวกเราที่เหลือคงจะไม่รอด”
ผู้นำตระกูลหยางหัวเราะและเอ่ยขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอก ชิงเอ๋อร์ วันนี้ข้าทำให้เจ้าผิดหวัง เป็นความผิดของข้าเองที่เจ้าต้องมาเจอกับความอัปยศครั้งนี้”
ขณะที่เขาพูด เขาก็เทผงยาออกมาและกินเข้าไป หลังจากนั้น เขาก็ส่งขวดยาให้กับหยางชิงเสวียน เขานั่งลงและโคจรพลังปราณ ภายในเวลาเพียงชั่วครู่ พลังรุนแรงในร่างกายก็ปะทุออกมา ดวงตาเฉียบคมดุจเหยี่ยวเบิกโพลงขึ้น และเมื่อหลงเฉินเห็นดังนั้น หัวใจของเขาก็สั่นระรัว
“ยาถอนพิษนี้เป็นของจริง รีบกินมันเข้าไปเถอะ”
เมื่อผู้นำตระกูลหยางยืนยัน คนในตระกูลหยางที่เหลือก็รีบกินยาถอนพิษเข้าไป ภายในเวลาไม่นาน ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ฟื้นกลับคืนมา ในตอนนี้ ความแข็งแกร่งของตระกูลหยางก็เทียบได้กับตระกูลไป๋แล้ว
ผู้นำตระกูลหยางเอ่ยกับหลงเฉิน
“คืนเด็กพวกนี้ไปเถอะ ยังมีโอกาสที่จะเล่นงานพวกเขาได้อีก ตอนที่เจ้าเดินเข้ามา ข้าก็รู้แล้วว่าเจ้าแข็งแกร่งกว่าพวกเขามากนัก”
ก่อนหน้านี้ที่หลงเฉินต้องการฆ่าไป๋ซื่อจี เขาทำไปเพื่อต้องการพิสูจน์ให้หยางเสวี่ยชิงได้เห็น แต่ในเมื่อตอนนี้เขาได้พบกับเรื่องประหลาดใจครั้งใหญ่ จึงไม่มีเหตุจำเป็นที่เขาจะต้องพิสูจน์อะไรอีก
สำหรับไป๋ซื่อจี เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลงเฉินอีกต่อไปไม่ว่าจะเมื่อไรก็ตาม ดังนั้น หลงเฉินจึงไม่สนใจว่าเขาจะอยู่หรือตาย
เขาโยนทั้งสองลงออกไป ก่อนที่ร่างทั้งสองจะกระเด็นไปทางกลุ่มคนตระกูลไป๋
คนตระกูลไป๋รีบรับพวกเขาไว้ทันที เมื่อเห็นว่าอัจฉริยะทั้งสองของตระกูลไป๋อยู่ในสภาพที่น่าสังเวชเพียงใด คนตระกูลไป๋ต่างก็หันมองที่ หลงเฉินราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ไป๋จ้านสงพาลูกชายที่ใกล้ตายของตนเองมาหลบอยู่ด้านหลัง เขามองหลงเฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและเอ่ยขึ้น
“เจ้ามีชีวิตรอดไปได้ไม่ถึงสิบวันหรอก จงซาบซึ้งกับช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเจ้าเสีย!”
“แต่ข้ากลับแน่ใจว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดไม่พ้นวันนี้ด้วยซ้ำ”
หลงเฉินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
******************************