เกิดใหม่ครั้งนี้พกสวนแห่งชีวิตสู่ยุค 70 พลิกชะตาตระกูลหลิน
ตอนที่ 29 : บ่ายวันหยุดกับปู่ที่โรงงานผลไม้กระป๋อง
หลังจากเกษียณจากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานทอผ้าที่ปักกิ่งหลินเต๋อชางไม่ได้อยู่ว่างเฉยๆ นานนัก ด้วยประสบการณ์บริหารที่สั่งสมมาหลายสิบปีทางโรงงานผลไม้กระป๋องประจำอำเภอจึงขอให้ท่านมาเป็นที่ปรึกษาให้บ้างแม้จะไม่ใช่ตำแหน่งบริหารเต็มตัวเหมือนเดิม แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ท่านรู้สึกว่าตัวเองยังมีประโยชน์อยู่เสมอ
บ่ายวันหยุดวันหนึ่งซินเยว่ตื้อขอตามปู่ไปดูโรงงานผลไม้กระป๋องบ้าง หลังจากได้ยินพี่ชายทั้งสองคนอย่างจื้อเผิงกับจื้อจวินเล่าเรื่องที่ทำงานให้ฟังบ่อยครั้งจนอยากรู้ว่าที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง
"ปู่คะพาหนูไปด้วยได้ไหมคะ หนูอยากไปดูโรงงานทำผลไม้กระป๋องมากเลยค่ะ นะ...นะคะ..."เธอเกาะแขนปู่ไว้แน่นพลางเอาแก้มถูไถอย่างออดอ้อน พร้อมกับส่งสายตาวิงวอนตาแป๋ว...ท่าไม้ตายที่เธอรู้ดีว่าใช้ทีไรปู่ก็ต้องยอมใจอ่อนให้ตามไปด้วยทุกที
หลินเต๋อชางหัวเราะเบาๆก่อนพยักหน้ายอม "ก็ได้ แต่ต้องเชื่อฟังปู่นะ ห้ามไปยุ่งกับหรือเข้าใกล้เครื่องจักรเด็ดขาด"
"ค่ะ! หนูสัญญารักคุณปู่ที่สุดเลย..." ซินเยว่ตอบอย่างดีใจสุดขีดกระโดดเข้าไปหอมแก้มปู่ และรีบวิ่งไปเปลี่ยนชุดเตรียมตัวทันทีหลินเต๋อชางหัวเราะเบาๆ ยิ้มไม่หุบเลย
---
โรงงานผลไม้กระป๋องตั้งอยู่ใกล้ตัวอำเภอเป็นอาคารก่ออิฐขนาดใหญ่ที่สุดในละแวกนั้น มีปล่องควันสูงตั้งอยู่ด้านหลังกลิ่นหอมหวานของผลไม้ต้มลอยอบอวลออกมาตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าใกล้ประตูโรงงาน
"หอมจังเลยค่ะ"ซินเยว่สูดกลิ่นด้วยความตื่นเต้นมือทั้งสองข้างจับมือปู่ไว้แน่นขณะเดินเข้าไปในบริเวณโรงงาน
คนงานที่เดินผ่านไปมาต่างทักทายหลินเต๋อชางด้วยความเคารพบางคนยิ้มให้ซินเยว่อย่างเอ็นดูเมื่อเห็นเด็กหญิงตัวเล็กเกาะแขนท่านที่ปรึกษามาด้วย
"นี่หลานสาวท่านที่ปรึกษาเหรอคะน่ารักจังเลย" คนงานหญิงคนหนึ่งทักทายพลางยิ้มกว้าง
"ใช่ครับ วันนี้ตื๊อขอตามมาดูโรงงานด้วย"หลินเต๋อชางตอบพลางหัวเราะ
ภายในโรงงานมีสายพานลำเลียงผลไม้ยาวเหยียดคนงานยืนเรียงแถวคัดแยกผลไม้ที่ไม่ได้คุณภาพออกก่อนที่จะนำไปแปรรูปเสียงเครื่องจักรดังหึ่งอยู่ตลอดเวลา ซินเยว่ยืนมองด้วยความทึ่งไม่เคยเห็นกระบวนการผลิตแบบนี้มาก่อนเลยแม้แต่ในชาติที่แล้ว
"นั่นพี่เผิงกับพี่จวินอยู่ตรงโน้นค่ะปู่!"ซินเยว่ชี้ไปที่มุมหนึ่งของโรงงานด้วยความดีใจเห็นลูกพี่ลูกน้องทั้งสองกำลังทำงานอยู่
จื้อเผิงที่เห็นน้องสาวเดินเข้ามารีบโบกมือทักทายด้วยความดีใจวิ่งมาหาทันทีที่มีเวลาว่าง "มาทำอะไรที่นี่เหรอน้องสาว"
"มาดูโรงงานกับปู่ค่ะ"ซินเยว่ตอบอย่างตื่นเต้น "พี่เผิงทำอะไรอยู่คะ"
"พี่ดูแลเรื่องพนักงานน่ะวันนี้กำลังจัดตารางกะทำงานให้เดือนหน้าอยู่"จื้อเผิงอธิบายอย่างภูมิใจในหน้าที่ของตัวเอง
จื้อจวินที่เห็นน้องสาวมาก็เดินมาสมทบด้วยรอยยิ้มกว้างมือเปื้อนน้ำมันเครื่องจากการซ่อมบำรุงเครื่องจักรตอนเช้า"อยากดูเครื่องจักรไหม พี่พาไปดูได้นะ แต่ห้ามเข้าใกล้เกินไป"
หลินเต๋อชางพยักหน้าอนุญาตเมื่อเห็นว่าหลานชายจะดูแลอย่างระมัดระวังจื้อจวินจึงพาซินเยว่เดินไปดูเครื่องกวนขนาดใหญ่ที่กำลังผสมน้ำเชื่อมกับผลไม้อยู่ห่างๆอย่างปลอดภัย
"เครื่องนี้กวนได้ทีละเยอะมากเลยนะ"จื้อจวินอธิบายอย่างตื่นเต้น เห็นได้ชัดว่าชอบงานที่ทำจริงๆ"ถ้าเครื่องพังตอนไหน พี่ต้องรีบซ่อมให้เร็วที่สุดไม่งั้นผลไม้ทั้งชุดจะเสียหมด"
"เก่งจังเลยพี่จวิน"ซินเยว่ชมด้วยความทึ่งจริงใจ มองดูเครื่องจักรหมุนวนอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
ระหว่างที่เดินชมโรงงานต่อไปหลินเต๋อชางแวะคุยงานกับหัวหน้าฝ่ายผลิตเรื่องปัญหาที่พบในสายการผลิตช่วงนี้ซินเยว่นั่งรอฟังอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ แม้จะฟังไม่เข้าใจศัพท์เทคนิคทั้งหมดแต่ก็สังเกตเห็นว่าปู่พูดคุยด้วยความมั่นใจและมีเหตุผลที่ทุกคนรับฟังด้วยความเคารพ
"ปัญหาอยู่ที่ขั้นตอนการคัดคุณภาพผลไม้ก่อนเข้าสายพานนี่แหละ"หลินเต๋อชางอธิบายพลางชี้ไปที่จุดที่คนงานกำลังคัดแยกอยู่"ถ้าปรับระบบตรงนี้ให้เร็วขึ้น ผลผลิตทั้งวันจะเพิ่มขึ้นได้อีกมาก"
หัวหน้าฝ่ายผลิตพยักหน้าเห็นด้วยทันที"ท่านที่ปรึกษามองออกจริงๆ ครับ ผมจะลองปรับดูตามที่แนะนำ"
ซินเยว่นั่งฟังอยู่ด้วยความภูมิใจในตัวปู่แม้จะเกษียณจากตำแหน่งใหญ่โตที่ปักกิ่งมาแล้วแต่ความสามารถและประสบการณ์ของท่านก็ยังคงเป็นที่ต้องการและได้รับความเคารพเสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
ช่วงบ่ายก่อนกลับหัวหน้าฝ่ายผลิตยื่นกระป๋องผลไม้ตัวอย่างให้ซินเยว่เป็นของฝาก"เอาไปกินเล่นนะหนู เป็นรุ่นทดลองที่เพิ่งทำเสร็จวันนี้เลย"
"ขอบคุณค่ะ!"ซินเยว่รับมาด้วยความดีใจ กอดกระป๋องไว้แน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า
ระหว่างทางกลับบ้านหลินเต๋อชางเดินจูงมือหลานสาวไปตามถนนลูกรัง แสงแดดยามบ่ายอบอุ่นสาดกระทบทั้งคู่
"ปู่มีความสุขกับงานที่โรงงานไหมคะ"ซินเยว่ถามด้วยความสนใจ
"มีความสุขนะถึงจะไม่เหมือนตอนเป็นผู้อำนวยการเต็มตัว แต่การได้ช่วยแนะนำให้ทุกอย่างดีขึ้นก็ทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังมีประโยชน์อยู่" หลินเต๋อชางตอบอย่างจริงใจ"แถมยังได้เห็นหลานชายทั้งสองทำงานเก่งขึ้นทุกวันด้วยยิ่งทำให้มีความสุขมากขึ้นไปอีก"
ซินเยว่ยิ้มฟังคำตอบนั้นด้วยความอบอุ่นใจกำมือเล็กๆ ของตัวเองไว้ในมือใหญ่ของปู่แน่นขึ้นอีกนิดรู้สึกโชคดีที่ได้มีปู่ที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อการเปลี่ยนแปลงและยังคงหาความหมายในชีวิตได้เสมอไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนก็ตาม
ระหว่างทางเดินกลับทั้งสองแวะพักที่ร้านน้ำเต้าหู้เล็กๆ ริมทางที่ปู่คุ้นเคยดีเจ้าของร้านเป็นชายชราที่ทักทายปู่อย่างเป็นกันเองราวกับรู้จักกันมานาน
"ท่านที่ปรึกษามาอีกแล้วเหรอครับวันนี้"เจ้าของร้านทักทายพลางยิ้ม
"พาหลานสาวมาเที่ยวที่โรงงานน่ะ"หลินเต๋อชางตอบพลางสั่งน้ำเต้าหู้สองถ้วย
ซินเยว่จิบน้ำเต้าหู้อุ่นๆด้วยความพอใจ มองดูปู่คุยกับเจ้าของร้านอย่างเป็นกันเองราวกับเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนี้มานานแล้วทั้งที่เพิ่งย้ายมาไม่ถึงปี
"ปู่รู้จักคนแถวนี้เยอะจังเลยนะคะ"ซินเยว่พูดขึ้นด้วยความทึ่ง
"ก็ต้องรู้จักไว้บ้างสิจะได้เข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี่มากขึ้น" ปู่ตอบอย่างอ่อนโยน"ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนการได้รู้จักและเข้าใจคนรอบข้างก็เป็นเรื่องสำคัญเสมอนะหลาน"
คำพูดนั้นทำให้ซินเยว่พยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจังแม้จะเป็นคำสอนง่ายๆ แต่ก็มีความหมายลึกซึ้งสำหรับเธอไม่น้อย
เย็นวันนั้น ซินเยว่เล่าเรื่องที่โรงงานให้ทุกคนในบ้านฟังอย่างตื่นเต้นไม่หยุดปากทั้งเรื่องเครื่องจักรใหญ่โต เรื่องพี่เผิงพี่จวินที่ทำงานเก่งและเรื่องปู่ที่ทุกคนในโรงงานให้ความเคารพทำให้บรรยากาศมื้อค่ำวันนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นเช่นเคย
"แล้วก็ได้กินน้ำเต้าหู้อร่อยมากด้วยค่ะปู่รู้จักเจ้าของร้านด้วยนะ" ซินเยว่เล่าต่อด้วยความตื่นเต้นมือถือกระป๋องผลไม้ที่ได้มาไว้แน่นราวกับกลัวใครจะแย่งไป
หวังซูเจินฟังลูกสาวเล่าเรื่องต่างๆด้วยความอบอุ่นใจ หันไปมองพ่อสามีด้วยรอยยิ้ม "ขอบคุณนะคะพ่อที่พาซินเยว่ไปเที่ยวด้วย เห็นลูกมีความสุขแบบนี้ หนูเองก็สบายใจ"
"ไม่มีปัญหาเลยพาหลานไปเที่ยวแบบนี้ปู่เองก็มีความสุขไม่แพ้กัน" หลินเต๋อชางตอบพลางยิ้มกว้างมองไปที่หลานสาวที่กำลังแบ่งผลไม้กระป๋องให้พี่ๆ ชิมด้วยความใจกว้าง