ตอนที่ 18 ผู้ที่ปีนขึ้นมาจากนรก (2)
“หนิงอ๋องขอท่านทำตามคำสั่งเสียของมารดาหม่อมฉัน ฝังนางไว้ที่สวนดอกซิ่งหลังจวนของเซียวเหยาโหวเถิด!” เว่ยเยียนหรานกล่าวกับเจียงอวิ่นจืออีกครั้ง
“เหลวไหล! นางเป็นฮูหยินของข้า จะฝังก็ควรฝังไว้ที่สุสานตระกูลเว่ย และตั้งป้ายบูชาในศาลบรรพชนตระกูลเว่ย”เว่ยเส่าชิงอับอายจนโมโห เขาถลึงตาใส่เว่ยเยียนหราน หากเจ้าเดรัจฉานน้อยที่สมควรตายนางนี้นำท่านหญิงอิ๋นจูไปฝังไว้ที่สวนดอกซิ่งแล้วชื่อเสียงเขาจะเหลืออะไรเล่า
“มารดากล่าวกับข้าว่าแต่ก่อนนางอายุยังน้อยไม่รู้ความ ทำให้นางนึกเสียใจที่คิดผิด น่าเสียดายที่ทำได้เพียงถูกผูกมัดไว้ตลอดชีวิตนางหวังว่าเมื่อตายไปแล้วนางจะได้รับอิสระ นางชอบสวนดอกซิ่งหลังจวนเซียวเหยาโหวเป็นที่สุดเมื่อสิ้นชีวิตแล้วต้องฝังนางไว้ที่นั่น ให้วิญญาณของนางไปสู่สุขคติอย่างไร้ข้อผูกมัด!” เว่ยเยียนหรานไม่ยอมอ่อนข้อนางจ้องไปที่เว่ยเส่าชิงแล้วกล่าวออกมาอย่างเย็นชา
“เจ้า...”เว่ยเส่าชิงโมโหจนหน้าดำคล้ำ เขามองไปที่เจียงอวิ่นจือแต่กลับได้ยินเจียงอวิ่นจือกล่าวว่า “ผู้ตายสำคัญที่สุดพวกเราต้องเคารพความต้องการของผู้ตาย ฝังท่านหญิงไว้ที่สวนดอกซิ่งตามความปรารถนาของนางก็แล้วกัน! ใต้เท้าเว่ยสามารถตั้งป้ายบูชานางไว้ที่สุสานบรรพชนตระกูลเว่ยได้ เรื่องนี้ไม่ได้ขัดข้องอันใดส่วนเว่ยเซิ่งนั้น!”
เว่ยเส่าชิงจ้องไปที่เจียงอวิ่นจืออะไรคือฝังร่างไว้ที่สวนดอกซิ่ง แต่ป้ายบูชาตั้งไว้ที่สุสานบรรพชนตระกูลเว่ยหากทำเช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับให้ตระกูลเว่ยกราบไหว้บูชาป้ายเปล่าแผ่นหนึ่ง
เห็นได้ชัดว่าเจียงอวิ่นจือยืนกรานไม่ยอมให้ฝังท่านหญิงอิ๋นจูไว้ที่สุสานบรรพชนตระกูลเว่ยเขาขมวดคิ้ว หนิงอ๋องแทรกมือเข้ามาทำให้เรื่องนี้ยุ่งยากขึ้น นอกจากจะยอมให้ฝังท่านหญิงอิ๋นจูไว้ที่สวนดอกซิ่งก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก
เจียงอวิ่นจือจ้องมองเว่ยเซิ่งด้วยแววตาน่ากลัวจนเขาขนลุกไปทั้งร่างพลันรู้สึกถึงการอยู่ไม่สู้ตายขึ้นมา “ต่อให้เจ้าตายไปก็ยังไม่สาสมเลยจริงๆมู่เฟิง ส่งเขาไปให้มู่เหลย!”
มู่เฟิงมองเว่ยเซิ่งราวกับมองคนตายคนอื่นไม่รู้จักมู่เหลยแต่เขารู้จัก มู่เหลยคือบุคคลใต้อาณัติของท่านอ๋องที่ทำให้ผู้คนต้องอกสั่นขวัญแขวนเป็นที่สุดหากตกอยู่ในกำมือของเขา เขาจะมีวิธีการนับไม่ถ้วน ที่ขอเพียงยังมีลมหายใจก็สามารถเค้นถามเอาความจริงในสิ่งที่ต้องการจนได้
จือหลานและชวีเอ๋อร์เห็นเว่ยเซิ่งถูกลากออกไปราวกับสุนัขตัวหนึ่งก็ตกใจจนหมดแรงทรุดลงไปกองกับพื้น จือหลานคลานเข้าไปหมอบแทบเท้าเว่ยเยียนหราน “คุณหนูใหญ่ข้าถูกปีศาจร้ายครอบงำจิตใจ ข้าผิดไปแล้ว ข้ามันไม่ใช่คนพ่อบ้านให้ข้ากล่าวเช่นนี้ คุณหนูใหญ่ โปรดช่วยข้าด้วยเถิด!”
ชวีเอ๋อร์เห็นดังนั้นก็หวาดกลัวขึ้นมาจริงๆนางคลานมาอยู่แทบเท้าของเว่ยเยียนหราน “คุณหนู ชวีเอ๋อร์ผิดไปแล้ว ชวีเอ๋อร์อายุยังน้อยไม่รู้ความจึงถูกคนหลอกใช้ เป็น...เป็นพ่อบ้านที่ให้ข้ากล่าวเช่นนี้ คุณหนูใหญ่ท่านช่วยชวีเอ๋อร์ด้วย!”
เว่ยเยียนหรานจ้องมองคนทั้งสองที่อยู่แทบเท้านางสายสัมพันธ์นายบ่าวที่แน่นแฟ้นมานานหลายปี สุดท้ายก็สู้คำมั่นสัญญาเพียงลมปากของบุรุษไม่ได้ทั้งน่าเศร้าใจและน่าเวทนานัก
เจียงอวิ่นจือจ้องมองจือหลานและชวีเอ๋อร์อย่างรังเกียจ“ข้าเกลียดคนทรยศที่สุด โดยเฉพาะการทรยศเจ้านายตนเอง มู่เฟิง นำตัวพวกนางส่งให้มู่เหลยไปพร้อมกัน!”
อารามฉืออวิ๋นกลับคืนสู่ความสงบร่างของท่านหญิงอิ๋นจูถูกคนของวังหนิงอ๋องยกไปที่จวนของเซียวเหยาโหวแล้วคนที่หนิงอ๋องและเว่ยโหวพามาก็ทยอยจากไป อารามฉืออวิ๋นที่ดูเบียดเสียดกันเมื่อครู่บัดนี้กลับเหลือเพียงกลุ่มแม่ชีน้อยที่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นดังเช่นปกติราวกับไม่เคยเกิดเรื่องขึ้นมาก่อน ทั้งๆ ที่ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c296c31b0765291b1e1f03a511502655