เช้าวันต่อมา
แสงแดดจาง ๆ สาดลอดผ่านผ้าม่านเหมือนเดิม
เตียงหลังเดิม
ผ้าห่มผืนเดิม
ผู้ชายคนเดิมที่นอนอยู่ข้างเธอ
แต่มินตรากลับรู้สึก...ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เธอตื่นก่อน
ไม่ได้เพราะเสียงนาฬิกา
ไม่ใช่เพราะแสงแดด
แต่เพราะเธอฝันถึงคำๆ หนึ่ง
“วรรณิกา”
มันชัดเจน
ทั้งที่ไม่รู้ว่าใคร
แต่ชื่อหญิงสาวนั้นหลุดออกมาจากปากธีร์เมื่อคืนตอนเขากำลังครางเบาๆ ข้างหูเธอ
มันไม่ใช่ชื่อเธอ
แน่นอน
เธอลุกขึ้นอย่างเบามือ
หยิบเสื้อเชิ้ตเขามาสวมไว้
แล้วเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ ราวกับไม่ใช่เ้าของพื้นที่นั้น
ในครัว เธอต้มน้ำร้อน ชงกาแฟให้ตัวเอง
กลิ่นกาแฟหอมแตะจมูก ปลุกหัวใจให้ตื่นขึ้น
แต่ก็ไม่อาจกลบ "ความรู้สึกแปลกแยก" ในใจได้
เธออยู่บนเตียงของตัวเอง
แต่กลับรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าในชีวิตเขา
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังมาจากด้านหลัง
ธีร์เดินออกมาจากห้องนอน สวมเพียงกางเกงผ้าฝ้ายสีเข้ม ท่อนบนเปลือยเปล่า ผมยุ่งนิด ๆ อย่างเป็ธรรมชาติ
เขาหยุดยืนตรงกรอบประตู
มองเธอชงกาแฟเงียบ ๆ
“ตื่นนานยัง” เขาถาม
เธอพยักหน้า ไม่หันไปมอง
“…ฝันอะไรนิดหน่อย” เธอว่า
เขาเดินเข้าใกล้ โอบจากด้านหลัง จมูกซุกลงที่บ่าของเธอ สูดกลิ่นผิวหอมอุ่นที่เขาติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น
“ฝันไม่ดีเหรอ…” เสียงเขาอ่อนลงเมื่อรับรู้ได้ว่าเธอไม่ได้อารมณ์ดี
“อืม... ฝันว่าเรารู้จักกันน้อยกว่าที่คิด”
เธอพูดเบา แต่เสียงนั้นฟังเหมือนเข็มเสียบกลางอก
ธีร์ชะงัก
มือที่โอบไว้หยุดนิ่งกลางอากาศ
เธอหันกลับมาสบตาเขา
“เมื่อคืน...นายเรียกชื่อคนอื่น”
ธีร์นิ่ง
ไม่แก้ตัว
ไม่หลบตา
ไม่โกหก
แต่เงียบ...
ความเงียบ...คือคำสารภาพ
มินตรายิ้มเล็กน้อย
“แค่อยากรู้ว่าเธอคือใคร”
“…อดีตน่ะ” เขาตอบในที่สุด
“ไม่ได้คิดถึงแล้ว แค่...เผลอ”
“นายฝังเธอไว้ในใจลึกขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงเผลอพูดชื่อออกมาตอนอยู่กับฉัน?”
ธีร์ก้มหน้า
น้ำเสียงเธอไม่ใช่ประชด
แต่มัน “เจ็บ”
เจ็บเพราะมันเป็คำถามที่คนรักกันไม่อยากได้ยินคำตอบ
เขาเดินเข้าใกล้
มือแตะใบหน้าเธอเบา ๆ
“มินตรา…ฉันอยู่ตรงนี้ กับเธอ ไม่ใช่กับใครที่ไหน”
“แต่ใจนายยังไม่แน่ชัดนี่…”
“แล้วเธอล่ะ?” เขาตอบกลับทันควัน ดวงตาเริ่มเข้ม
“…เธอเคยถามตัวเองไหม ว่าที่เรียกฉันขึ้นมาทุกคืน มันเพราะเหงา หรือเพราะรัก”
คำถามนั้น
ทำให้เธอเงียบไปบ้างเหมือนกัน
ใช่สิ…
ทุกคืนที่ผ่านมา
เขาเป็คนที่ทำให้เธอรู้สึกดี
แต่เธอเองก็ไม่เคยถามว่าเขารู้สึกยังไง
มินตราวางแก้วกาแฟลงแรงเกินควร
เสียงกระทบโต๊ะทำให้ธีร์สะดุ้งเล็กน้อย
“ฉันไม่รู้ว่าฉันรักนายรึเปล่า แต่ฉันรู้ว่าฉันไม่อยากให้นายไปไหน”
เธอกระซิบ
ก่อนจะเดินเข้าใกล้
คว้าคอเขาลงมา
จูบเขาแน่น
ธีร์ตอบรับจูบของเธอทันที
ไม่มีการถอย ไม่มีการปฏิเสธ
ริมฝีปากบดเบียดกันหนักหน่วง
ต่างคนต่างกดความอึดอัด ความสงสัย ความไม่มั่นใจ…ลงบนเนื้อตัวของอีกฝ่าย
มือเขารวบเธอขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์ครัว
เสื้อเชิ้ตหลุดจากไหล่ เผยผิวขาวล้วนร้อนจัดใต้ฝ่ามือเขา
เขาก้มลงดูดข้างลำคอเธออย่างแรง
เสียงสูดอากาศของเธอดังชัดเจน
“ฉันก็ไม่อยากไปไหน ถ้าเธอจะมีแค่ฉัน”
ธีร์ยกตัวมินตราขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์อย่างง่ายดาย ราวกับเธอไร้น้ำหนัก
เขากระชากเสื้อเชิ้ตที่เธอสวม — ซึ่งเป็ของเขาเอง — ออกจนหลุดจากตัวในเสี้ยววินาที
ร่างเปลือยเปล่าใต้แสงแดดอ่อนๆ ที่สาดผ่านกระจก ทำเอาเขาเกือบเสียการควบคุม
เธอสวย...แบบเ็ปจนอยากกอดแน่นๆ แล้วไม่ให้เธอหนีไปไหนอีก
มือของเขารวบข้อเท้าเธอแยกออกช้าๆ
ลากปลายนิ้วผ่านผิวต้นขาด้านในที่ร้อนจัดจนเหมือนมีไข้
ลมหายใจของเธอสะดุดเป็จังหวะ
มือยันหลังไว้เพื่อประคองตัว
แต่หัวใจของเธอ...สั่นรุนแรงเกินควบคุม
“ธีร์…”
เสียงเธอเบาแ่เหมือนอ้อนวอน
แต่เขาไม่พูดอะไร
เขาแค่จับเธอแน่น กดสะโพกเข้าแนบชิด
ก่อนที่ปลายลำแข็งขึงของเขาจะสอดเข้าไปในร่างเธอแบบไม่มีการเตือน
“อ๊า!”
เธอร้องเสียงสูง หัวสั่นสะท้าน มือขยุ้มบ่ากว้างของเขาแน่นจนเล็บจิกลงไปในผิว
เขาไม่รอให้เธอปรับตัว
แรงขยับแรกตามมาทันที
เร็ว ลึก
และหนักเสียจนเสียงกระทบกันของร่างทั้งสองดังก้องทั่วครัว
เคาน์เตอร์ครัวสั่นตามแรงโยก
เสียงน้ำในกาต้มน้ำเดือดเบา ๆ แต่ไม่มีใครสนใจ
ธีร์บดสะโพกเข้าหาเธอในจังหวะต่อเนื่อง
มินตราแอ่นรับแบบไร้สติ ปลายเท้าจิกเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ เสียงหอบดังสะท้อนกลับผนัง
นี่ไม่ใช่เซ็กส์ธรรมดา
นี่คือความโกรธที่ไม่กล้าพูด
ความรักที่ไม่กล้ายอมรับ
และความกลัว…ที่จะเสียกันไป
เขาก้มลงยอดอกของเธอไว้ในปาก
ฟันเขาขบเบา ๆ ตามด้วยลิ้นที่ไล้เลียจนเธอกระตุก
มืออีกข้างเอื้อมโอบแผ่นหลัง ดึงเธอเข้ามาแนบอกมากขึ้น
ร่างของเธอแทบลอยจากเคาน์เตอร์เพราะแรงกดของเขา
มินตราสะอื้นในลำคอ
ไม่ใช่เพราะเจ็บ
แต่เพราะในวินาทีนั้น
เธอรู้แล้วว่า…หัวใจเธอไม่มีที่ให้ใครอีกแล้ว นอกจากเขา
“ธีร์…ฉันจะเสร็จแล้ว…!”
เสียงเธอสั่นพร่า สะโพกเธอกระตุกไม่หยุด
เขากระแทกเข้าครั้งสุดท้าย ลึกจนเธอต้องกรีดร้อง
ตัวสั่นเกร็ง น้ำตาซึม
และในวินาทีเดียวกัน
เขาก็ปลดปล่อยตาม
ร่างทั้งร่างสั่นระริก
ใบหน้าซบลงตรงบ่าของเธอ ขณะที่มือยังโอบแน่นเหมือนไม่อยากให้เธอหายไปไหน
หลังความเงียบเข้าปกคลุม
เสียงลมหายใจทั้งสองคนดังถี่สลับกัน
ธีร์ยังคงกอดเธอไว้
จูบที่หน้าผาก และเลื่อนมือมาประคองแก้มเธอ
“ขอโทษนะ…”
เขากระซิบ
“สำหรับทุกอย่างที่ยังพูดไม่ได้”
มินตรายกมือขึ้นแตะใบหน้าเขา
จ้องลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น
เธอเห็นบางอย่างที่เขาพยายามซ่อน — ความเสียใจ ความอดทน และความรักที่ยังไม่กล้าเรียกมันว่า "รัก"
“นายเคยมีครอบครัวมาก่อนใช่ไหม…”
เธอถามเบา ๆ
ไม่ได้กดดัน
ไม่ได้ประชด
แค่อยากรู้
ธีร์นิ่ง
แล้วค่อย ๆ พยักหน้า
“…เธอชื่อวรรณิกา”
“ภรรยาฉัน”
“เสียเมื่อสองปีก่อน จากอุบัติเหตุ”
คำพูดสั้น ๆ แต่หนักพอจะทำให้มินตรานิ่งไป
“…ฉันขับแท็กซี่วันนั้นด้วย” เขายิ้มเศร้า
“ฝนตกหนัก รถอีกคันเสียหลัก พุ่งชนด้านที่เธอนั่ง…”
“…ฉันอยู่ตรงนั้น แต่ปกป้องเธอไม่ได้”
น้ำเสียงเขาไม่สั่น
แต่น้ำตาของเธอเริ่มไหล
เพราะเธอเข้าใจแล้ว
ว่าเื้ัความเงียบของเขา
คือหัวใจที่แตกละเอียดมานาน...และยังไม่เคยสมาน
“ตอนนั้น ฉันคิดว่าฉันจะไม่รักใครอีกแล้ว”
“แต่เธอ...ดื้อจริงๆ มินตรา”
“เธอเข้ามาในชีวิตฉันเหมือนเมา แต่กลับทำให้ฉันต้อง ‘สร่าง’ ทุกครั้งที่เจอเธอ”
เธอหัวเราะทั้งน้ำตา
โอบเขาแน่น
แล้วกระซิบช้า ๆ
“ฉันจะอยู่ตรงนี้…จนกว่านายจะกล้ารักฉันเต็มหัวใจ”
หลังจากคำพูดนั้น ทุกอย่างเงียบลง
ไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด
แต่เป็ความเงียบที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องพูด
ธีร์นั่งนิ่งอยู่ตรงขอบเตียง มือของเขาไม่ปล่อยมือเธอ
มินตราซบไหล่เขา ดวงตายังแดงจากน้ำตาที่ไหลเมื่อครู่
แต่หัวใจเธอเบากว่าที่เคยเป็
“ฉันขอโทษที่ถาม... แต่ฉันดีใจที่นายพูดออกมา”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนายขนาดนี้…”
“ทั้งที่นายก็ยังไม่ใช่อะไรกับฉันเลย”
ธีร์ยิ้ม
จูบมือเธอเบา ๆ
“สำหรับฉัน...เธอเป็มากกว่าทุกคนที่ผ่านมา”
“แต่เธอเป็คนแรก...ที่ฉันกลัวจะเสียไป”
คืนนั้นไม่มีเซ็กส์อีก
มีแค่ร่างกายที่กอดกัน
ลมหายใจที่ประสานกันใต้ผ้าห่ม
และความเงียบที่ซึมซับกันและกันจนแแ่ยิ่งกว่าครั้งไหน
เธอหลับสนิทในอ้อมแขนเขา
เป็คืนแรกในชีวิตที่รู้สึกว่า...แม้จะเปลือยทั้งร่าง แต่กลับปลอดภัยที่สุดเท่าที่เคยรู้จัก
แต่เช้าอีกวัน...เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ปัง! ปัง! ปัง!
แรงเกินปกติ
เร็วจนไม่ใช่เ้าหน้าที่ หรือแม่บ้าน
และแน่นอน...ไม่ใช่คนรู้จักของเธอ
มินตราหยิบเสื้อคลุมมาสวมลวก ๆ ขณะธีร์รีบใส่กางเกง
เธอเปิดประตูอย่างระแวดระวัง
สิ่งที่เห็นตรงหน้า...ทำให้เธอยืนนิ่ง
ผู้หญิงคนหนึ่ง อายุราว 30 ต้น ๆ ผิวขาวจัด แต่งตัวเรียบหรู ตาคมจัดแบบมีพลัง
และที่น่าใกว่านั้นคือ
ดวงตาของเธอจ้องธีร์…ไม่กระพริบ
“ธีร์…”
เสียงเธอแ่
“…ในที่สุดฉันก็หาตัวนายเจอ”
มินตรามองหน้าเขา
ธีร์นิ่งสนิท
ดวงตาเขาแข็ง เหมือนมีบางอย่างปะทะในใจ
“วรรณิกา?”
เสียงเขาเบาและแตกพร่า
“…คุณไม่ควรอยู่ที่นี่”
ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะเบา ๆ
“…ก็เห็นว่ามีคนใหม่แล้วเลยมาหา”
“ฉันตายจากชีวิตนายไปก็จริง”
“แต่ยังไม่ยอมหายจากใจนายใช่มั้ย?”
คำพูดนั้นฟังเหมือนประชด
แต่แววตากลับเศร้าเกินทน
มินตาาไปทั้งร่าง
นี่มันบ้าอะไร...
เธอชื่อวรรณิกา — เหมือนชื่อภรรยาของธีร์ที่เสียไปในอุบัติเหตุ
แต่เธอยืนอยู่ตรงหน้า
ตัวเป็ๆ
“ธีร์…เธอคือ…”
มินตราพูดไม่ออก
ใจร่วงลงตาตุ่ม
ธีร์หลับตาแน่น
ก่อนจะพึมพำเบาๆ
“วรรณิกา...ไม่ตาย”
“ฉันโกหกเธอ...เพราะอยากให้ทุกอย่างจบ”
“ตอนนั้น...เราหย่ากันแล้ว”
“แต่ฉันยังลืมเธอไม่ได้…จนไม่กล้าบอกความจริงกับใคร”
โลกของมินตราพลิกในพริบตา
เตียงที่เธอคิดว่าเป็ของเธอ
ผู้ชายที่เธอคิดว่าเธอได้เขาทั้งใจ
กลับกลายเป็ว่า
เขายังมีอดีตที่ ‘มีชีวิต’ ยืนอยู่ตรงหน้า
วรรณิกาเหลือบมองมินตรา
“ขอโทษนะที่มาทำให้เธอสับสน”
“แต่ฉันต้องรู้ให้แน่...ว่านายลืมฉันจริงๆ หรือแค่โกหกตัวเอง”
“ทีนี้ฉันรู้แล้ว”
เธอยิ้มบาง
แล้วหันหลังเดินจากไปทันที
ไม่หันกลับ
มินตรายืนตัวแข็ง
ธีร์เดินเข้ามาหา
พยายามแตะไหล่เธอ
แต่มือเธอปัดออก
เบา
แต่น้ำหนักเท่ากับหัวใจที่แตก
“นายโกหกฉัน...”
“ไม่ใช่แค่เื่ผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เื่ความรู้สึกทั้งหมดที่นายบอกเมื่อคืน...มันจริงรึเปล่า?”
ธีร์อยากตอบ
แต่ไม่มีคำไหนมากพอจะลบแววตาเธอในตอนนี้ได้
มินตราไม่รอคำตอบ
เธอเดินเข้าไปในห้อง
คว้ากระเป๋าสตางค์
แล้วพูดเพียงแค่ว่า
“ฉันจะไปให้ไกลเท่าที่หัวใจฉันจะทนไหว”