บทที่ 1 ตอนที่ 8 น้องสาว และเ้าหญิง
พอกลับมาถึงโถงพิธีงานเลี้ยง ก็พบว่าแขกต่างบ้านต่างเมืองส่วนใหญ่ก็ได้กลับไปยังเรือนรับรองกันหมดแล้ว ส่วนหนึ่งที่พวกเขา และเธอทั้งหลายกลับที่พักกันเร็วอาจเป็เพราะว่าตัวเอกของงานทั้งสองต่างอยู่ในจุดที่พวกเขา และเธอทั้งหลายเข้าไปทาบทามไม่ไหว…
“ท่านพี่นอกใจหนูอ๋อออ~?”
“นายน้อยทำดิฉันเป็ห่วงนะเ้าคะ~?”
เซอซิลตอนนี้ได้ตกอยู่ในสภาพที่ไม่อาจเปรียบเปรยยกตัวอย่างถึงได้ หลังจากที่กลับมาถึงโถงพิธีซึ่งงานเลิกแล้ว เขาจึงถูกพาไปยังห้องรับรองขนาดกลางที่ท่านพ่อท่านแม่ทั้งสองของเขา รวมน้องสาว และเมดสาวของเขารออยู่…
และแน่นอนว่าเมื่อเขามาถึงก็โดนมาเรียน่าซึ่งเป็เมดของเขา และน้องสาวอุ้มไปนั่งบนตักของเธอทั้งแบบนั้น ไม่เพียงแค่นั้น น้องสาวสุดที่รักของเขาเฟลิเซียยังไหวตัวมานอนพาดทาบผ่านบนตักเขาอีกทอดหนึ่งซะอีก ทำเอาเขาขยับไปไหนไม่ได้…
หนักที่สุดคงจะเป็การที่หัวของเขาซุกใต้หน้าอกของมาเรียน่าเนี่ยแหละ ยิ่งในเวลานี้เธอไม่ได้สวมชุดเมดตามปกติอย่างที่เคยแล้ว ทำให้เขาััได้ถึงความนุ่ม และกลิ่นหอมละมุนอันสุดแสนจะอันตรายต่อจิตใจของคนหนุ่มสุขภาพดีของเขา…
“หมดสภาพเชียวนะ…”
วิลเลียมซึ่งมารับหลานสาวของเขามาร์รูเซีย เอ่ยขณะพยายามกลั้นขำต่อสภาพของเด็กชายผู้เงียบขรึมราวกับผู้ใหญ่ในงานเลี้ยง ที่ตอนนี้หมดสภาพไม่ต่างอะไรกับสามีที่ถูกคุณภรรยาจับได้ว่าแอบหนีเที่ยว เลยมาดักรอหน้าบ้าน และจับได้…อย่างไงอย่างนั้น
“แล้วหลานสาวข้า เ้าคุยอะไรกันมาล่ะนี่~?”หายกันไปตั้งชั่วโมงกว่า…
“คุยกันหลายเื่เลยค่ะท่านปู่!”เด็กหญิงเอ่ยตอบคำถามผู้เป็ปู่ด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“หลายเื่เลยหรือ…ตัวอย่างเช่นอะไรบ้างล่ะ?”
“เวทมนตร์ค่ะ! พวกเราคุยเื่เวทมนตร์กัน!”ฝ่ายวิลเลียมซึ่งเป็ปู่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเป็ปกติในเวลาเพียงครู่เดียว
“จริงรึ แปลว่า…หลานบอกความสามารถของหลายไปแล้วสินะ?”
“อืม! หนูบอกไปแล้วค่ะ”พอได้รับคำตอบ วิลเลียมก็เบนสายตาไปหาเด็กชาย
“ทำไมหลานถึงบอกไปล่ะ…”วิลเลียมถามโดยไม่สบตาหลานสาว เซอซิลนั้นััได้ถึงความเกรี๊ยวกราดที่ออกจากวิลเลียมก็ได้แต่ตั้งมั่นพร้อมรับทุกสถานการณ์…
“เซอซิลจะสอนเวทมนตร์ให้หลานล่ะ!”
‘‘เรียกท่านพี่ / นายน้อย ห้วนๆ เลยเหรอ…'’เฟลิเซีย กับมาเรียน่าต่างเหลือบเบนสายตาไปทางเด็กผู้หญิงซึ่งอาจเป็คู่แข่งคนใหม่ของพวกเธอทั้งสองคนก็เป็ได้…
“โห่…ก็ดีเหมือนกัน หลานสาวของเราจะได้มีเพื่อนวัยเดียวกันด้วย”
“เ้าตกลงง่ายแปลกๆ นะวิลเลียม…”เรสซิลเอ่ยออกด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเฉย
“ข้าเชื่อในตัวหลานตัวเอง และอีกอย่าง…มันยืนยันข่าวลือเื่ลูกคนเล็กทั้งสองของเ้า”เฟลิเซียที่นอนพาดอยู่ตักพี่ชายของตัวเองสะดุ้งนิดหน่อย ส่วนเซอซิลนั้นนิ่งเงียบขรึม
“…งั้นรึ มีข่าวรั่วออกไปจริงด้วย”คนเป็บิดาของเด็กทั้งสองกล่าวพร้อมลุกขึ้นจากโซฟา และเดินไปที่หน้าต่างก่อนจะมองออกไปยังแสงไฟจากในตัวเมือง
“สหายข้า เื่นั้นไม่สำคัญอีกแล้ว…มาร์รูเซีย หลานสาวของข้าเอง ก็มีระดับพลังเวทไม่ต่างจากลูกๆ ของเ้า”วิลเลียมได้ตัดสินใจเผยถึงความลับภายในให้ทุกคนในห้องได้รับรู้ ไม่ว่าจะอาร์เรเซีย มิเรียน่า มาเรียน่า รวมถึงเฟลิเซียยังใ…
“ข้าจึงดีใจที่หลานสาวมีเพื่อนวัยเดียวกัน ซึ่งตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน…”วิลเลียมกล่าวจบก็หลับตาลง ในเวลานั้น เรสซิลหันไปสบตากับภรรยาทั้งสองที่พยักหน้าลงเบาๆ เหมือนเป็การรู้กัน
“เฟลิเซีย มาเรียน่า…ทั้งสองคนตามแม่ออกมาข้างนอกหน่อยจ๊ะ”
หญิงสาวผู้งดงามมากล้นไปด้วยเสน่ห์หาอันน่าหลงใหล และมีนัตย์ตาสีม่วงอเมทิตส์ รวมถึงเส้นผมสีดำรัตติกาล เธอกล่าวเรียกลูกสาว และเมดสาว ทันทีที่ลุกขึ้นปีกสีดำคล้ายค้างคาวก็สยายออกมา เช่นเดียวกับเขาแกะสีดำบนศีรษะ และหางสีดำซึ่งส่วนปลายมีลักษะคล้ายรูปหัวใจ
เธอคือ มิเรียน่า ลูฟ ฟอน โครเวลส์ ภรรยาลำดับที่ 1 แกรนด์-ดัซเซสแห่งโครเวลส์ รอยยิ้มอันอ่อนหวาน และน่าหลงใหลคลี่ออกมาบางๆ ทำเอามาเรียน่า และเฟลิเซียรู้ว่าพวกตนไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธ ไม่เพียงแค่ท่านแม่ใหญ่(มิเรีย)ท่านแม่อาร์เรเซียก็ลุกขึ้นด้วย…
“ท่านพี่…”เธอหันไปเรียกพี่ชายอย่างอาลัยอาวรณ์หลังจากลุกจากตักเขามาแล้ว
“เดี๋ยวพี่…ชดเชยให้นะ”เขาเอ่ยตอบท่าทางอันอาลัยอาวรณ์นั้นด้วยน้ำเสียงที่ตัวเขาเอง คิดว่าน่าจะอ่อนโยนเหมาะสมที่สุด…
“อืม! หนูจะรอนะ…”แล้วเฟลิเซียก็เดินออกไปจากห้องก่อน
“นายน้อยเ้าคะ…”ไม่เว้นมาเรียน่า เธอก็เอ่ยเรียกผู้เป็นายเหนือหัวด้วยน้ำเสียงอาลัยอาวรณ์ และใช้สายตาห่อเหี่ยวจับจ้องไปยังเด็กชายไม่ต่างกัน…
“เรา…จะชดเชยให้นะ”เขาไม่แน่ใจว่าอีกฝ่าย้าอะไรเท่าไหร่ จึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียง และอารมณ์ความรู้สึกแบบเดียวกัน…
“เ้าค่ะ ดิฉันจะเฝ้ารอ…”เธอย่อตัวลงแสดงความเคารพเพื่อกล่าวลา ก่อนจะออกไปพร้อมปิดประตูห้องลง…ทิ้งไว้แต่ความเงียบ และสองบุรุษผู้เป็ผู้ใหญ่ กับเด็กชาย และเด็กหญิงวัยห้าขวบ
“รูเซีย หลานไปนั่งข้างเซอซิลเขาเถอะ”วิลเลียมลืมตาขึ้นพร้อมกับหันไปกล่าวกับหลานสาว
“ไปได้เหรอคะ…?”เธอหันไปถามผู้เป็ปู่เพื่อความแน่ใจ
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ…”
“ขอบคุณค่ะท่านปู่!”พอได้รับอนุญาต! มาร์รูเซียก็ลงจากเก้าอี้ และก้าวเข้าวิ่งเข้าไปเซอซิลซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาตัวกว้างใหญ่เพียงลำพัง ก่อนจะหันหลัง และทิ้งตัวนั่งลงไปข้างเด็กชายอย่างเต็มที่…
“นั่งสบายไหม อึดอัดรึเปล่า…?”เซอซิลเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง หลังจากที่เธอทิ้งตัวยวบหายลงไปในเบาะโซฟาก่อนจะเด้งกลับออกมาเป็ปกติ…
“ไม่เลย~!”เธอตอบความเป็ห่วงนั้นด้วยน้ำเสียงสดใสร่าเริง เช่นเดียวกับรอยยิ้มร่า นั่นทำเอาเซอซิลเผลอที่จะยิ้มออกไปอย่างเสียไม่ได้…
“ซะ-เซอซิล ลูกยิ้มรึ…?”เรสซิลถึงกับตาเบิกกว้างด้วยความแปลกใจ
“เดี๋ยวนะ เ้าพูดอย่างกับลูกชายตัวเองไม่เคยยิ้มแน่ะ~?”วิลเลียมหันไปถามด้วยความสงสัย และแปลกใจนิดหน่อยกับท่าทางของสหาย
“ปกติลูกก็ยิ้มนะ…ท่านพ่อ”แต่ว่าเมื่อกี้เขายิ้มงั้นเหรอ
“ไม่ ไม่ ไม่…พ่อหมายถึง นี่เป็ครั้งแรกที่ลูกยิ้มอย่างอ่อนโยน”ไม่มีความโศกเศร้าเคล้าเสียใจผสมผสานอยู่น่ะนะ…
“อย่างนั้นรึครับ ลูกไม่รู้ตัวเลย…”ปกติเขายิ้มแล้วมันสื่ออารมณ์แบบไหนออกไปเนี่ย
“งืมมม~”จู่ๆ มาร์รูเซียก็ร้องขึ้นมา พร้อมกับเอียงตัวพิงเซอซิลทั้งอย่างนั้น…
“ดะ-!?/ รอยยิ้มของเซอซิลน่ะ…อบอุ่นออก”สิ่งที่มาร์รูเซียเอ่ยนั้น ทำเอาเซอซิลพูดไม่ออก แต่คำพูดที่เธอเอ่ยออกมานั้น เป็คำพูดเดียวกับที่มาร์รูเซียคนนั้นเคยกล่าวกับเขาครั้งยังเป็เพียงมนุษย์…
“…หลานสาวเ้าเนี่ย คารมดีนะ”เรสซิลหันไปกระซิบเบาๆ
“ข้าก็เพิ่งรู้เนี่ยแหละ…แต่ลูกชายเ้าก็ใช่ย่อยน่า”เมดสาวสวยยังหลง น้องสาวตัวเองก็หวงพี่ชายสุดๆ เสน่ห์แรงแบบนี้ในอนาคตเห็นแววพวกเดียวกันอยู่ร่ำไร…
“แน่นอน…ลูกชายข้านิ”เรสซิลกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“สหาย…อย่าหาว่าข้าแช่งนะ แต่ในอนาคตเ้าคงปวดหัวแน่ๆ”
“อันนั้น…เตรียมใจไว้แล้วล่ะ”ั้แ่วันที่รู้ว่าเ้าลูกชายสอนวิธีควบคุมให้แก่เมดของตนแล้วน่ะนะ
“…อย่าลากแผ่นดินข้าไปลุกเป็ไฟด้วยล่ะ”วิลเลียมกล่าวด้วยน้ำเสียงละหม้ายคล้ายล้อเล่น แต่ก็แฝงไปด้วยความจริงจัง…
“วิลเลียมเอ่ย…แค่หลานสาวเ้าทำลูกชายเรายิ้มได้ แผ่นดินเ้าก็ถูกลาดน้ำมันแล้ว”เหลือแค่โยนคบเพลิงลงไปเพื่อจุดก็เท่านั้นแหละ
“เวรกรรม…”
วิลเลียมสบถเบาๆ ก่อนจะชวนสหายของตัวเองคุยสัพเพเหระไปเรื่อยเพื่อลดความเครียดของบทสนทนาระหว่างเ้าตัวกับสหาย ส่วนเซอซิลกับมาร์รูเซียนั้น ทั้งสองก็คุยเล่นกันด้วยบรรยากาศที่ดูแล้วนั้นอบอ่วนไปด้วยความสุข…จนเวลานั้นล่วงเลยไปถึงเวลาดับไฟ
“เราขอฝากหลานสาวไว้กับเ้าด้วย…”
“ขอรับ ฝ่าาวิลเลียม”เซอซิลกล่าวพร้อมกระชับแขนทั้งสองข้าง
“เราเดินเองก็ได้น๊า…”ไม่เห็นต้องอุ้มกันเลย
ตอนนี้พวกเขาอยู่บนทางเดินซึ่งมืดสลัวนอกห้องรับแขกใหญ่ที่นั่งพูดคุยสนทนากันั้แ่แรก และเพราะเวลาในตอนนี้ค่อนข้างดึกแล้ว และมืดพอสมควร เซอซิลจึงช้อนอุ้มาร์รูเซียขึ้นมาไว้ในห้อมอกด้วยท่าอุ้มเ้าหญิง…
“ไม่ได้หรอก…”เซอซิลปฎิเสธทันควัน
“ทำไมอ่ะ…?”มาร์รูเซียเธอเอียงคอ และถามออกไผด้วยความสงสัย…ทำไมไม่ได้ล่ะ
“มันมืด…เดี๋ยวหลง”เพราะเธอคนนั้นก็ค่อนข้างหลงบ่อย แม้แต่ในบ้านตัวเองยังหลง…
“ระ-เราไม่หลงหรอก…”เขารู้ได้ไงว่าเธอมีปัญหาเื่จำทิศจำทาง…
“ให้ปล่อยรูเซียลงน่ะ…ไม่เอาหรอก”ต่อให้มาร์รูเซียยืนยันเสียงแข็ง ยังไงเขาก็ไม่ปล่อยเธอลงเดินด้วยตัวเองแน่ๆ เพราะยังไงก็หลง…
“อีกอย่างนะ…ผมต้องพารูเซียไปส่งหาเฟลิเซียน้องสาวของผมนะ คืนนี้จะได้เปิดอกพูดคุยกันด้วยไง”ถึงจะเดาว่าอาจเจอความแปลกของน้องสาวเขาจนพูดไม่ออกก็เถอะนะ
“ตะ-ต้องเปิดอกด้วยเหรอ…”เธอกอดหน้าอกตัวเองอย่างอายๆ
“ไม่ใช่เปิดอกแบบนั้นสิ…”
“งืม…แล้วแบบไหนอ่ะ~?”เปิดอกมีหลายแบบด้วยอ๋อ…เพิ่งรู้เลยนะเนี่ย
“…เปิดใจน่ะ แบบพวกเราสองคนที่คุยกันได้ทุกเื่”ไม่นึกเลยว่าความซื่อความเปิ่นยังเหมือนกัน แต่คงต้องดูไปก่อนอีกสักระยะน่ะนะ…ในตอนนั้นเองเรสซิลก็ออกมาจากห้องรับแขก
“เซอซิลลูกพาองค์หญิงไปพักเถอะ…พ่อกับวิลเลียมยังต้องปรึกษาหารืออะไรกันอีกสักหน่อย”
“เฮ้ย…นี่ก็ดึกมากแล้วน่า”ยังจะปรึกษาหารืออะไรกันอีกล่ะฮึ
“อย่าบ่น ถ้าไม่อยากให้แผ่นดินลุกเป็ไฟก็ตามมา…”เรสซิลกล่าวแค่นั้น ก่อนจะเดินนำออกไปโดยไม่รอสหายผู้เป็อดีตกษัตริย์ที่ต้องรีบวิ่งตามไปติด…จึงเหลือเพียงแค่เด็กชาย และเด็กหญิงเพียงสองคน
“ไม่ปล่อยเราลงจริงๆ อ๋อ~?”เธอเดินเองได้น๊า~ขอสัญญาในใจเลยว่าจะไม่หลง…
“ไม่ปล่อยเด็ดขาดครับ…”เซอซิลกล่าวราวกับยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“งื้อออ…เราเป็เ้าหญิงนะ มาอุ้มกันแบบนี้ เราก็ไม่มี ‘ท่านผู้กล้า’ มาแต่งงานด้วยสิ”มาร์รูเซียเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ซุกซน แต่สิ่งที่เอ่ยมานั้น…
“งั้นผม…จะเป็ผู้กล้าให้รูเซียเอง”
“เป็ผู้กล้า…ให้เราเหรอ?”ดวงตาสีทองของเด็กหญิงกว้าง พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรง และเืที่สูบฉีด จู่ๆ เธอก็รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่างอย่างไม่มีเหตุผล…มือเล็กๆ นั้น กำเสื้อโค้ทของเด็กชายแน่น
“แต่ตอนนี้…”
เซอซิลเผยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะกลับหลังหันหมุนตัว และก้าวออกไปบนทางเดินซึ่งมีเพียงจากเปลวไฟบนเชิงเทียน บรรยากาศนั้นเงียบสงบ และมืดสลัว ตลอดทางนั้นมีเพียงเสียงเดินของเด็กชาย และเด็กหญิงนั้นทำได้แต่เพียงจ้องใบหน้าของเด็กชาย
ในขณะที่ใบหน้าของเธอเองนั้นแดงก่ำ และร้อนผ่าวอย่างไร้เหตุผล หัวใจที่เต้นระรัว เวลาหายใจก็รู้สึกติดขัด แล้วก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่างกาย---มาร์รูเซียรู้สึกสับสนขณะจ้องใบหน้าของเซอซิลซึ่งเป็ตกเหตุของความผิดปกตินี้ แต่ไม่รู้ทำไม เธอถึงไม่อยากละสายตาจากเขาเลย…
“ท่านพี่~!”
“เฟลิเซีย…!”เซอซิลกางแขนออกรับการปะทะจากน้องสาวที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วเทียบเท่าราวกับศรมนตราจนเขาเองถึงเซถอยหลัง…
โชคดีว่าเขาให้มาร์รูเซียลงเดินก่อนหน้านี้เล็กน้อย ไม่งั้นมีหวังโดนแรงปะทะจากน้องสาวสุดรักสุดหวงของเขาจนเจ็บแน่นแหงๆ---เซอซิลที่ตั้งหลักได้ก็โอบกอดน้องสาวของเขาตอบอย่างอ่อนโยน เพราะเขาเองต้องชดเชยในส่วนที่ทิ้งให้อยู่ในงานเพียงลำพัง…
“งะ! ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ!?”เฟลิเซียเหลือบนัตย์ตาสีฟ้าไปเห็นเด็กหญิงอีกคนที่ยืนแก้มแดงระเรื่อข้างหลังพี่ชายสุดที่รักของเธอ…
“ท่านพ่อ กับฝ่าาวิลเลียม…เห็นพ้องอยากให้น้องได้เป็เพื่อนกับเ้าหญิงมาร์รูเซียน่ะ”เขาคลายกอดน้องสาว พร้อมกับกล่าวอธิบายให้ฟังด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายธรรมดา…
“นะ-หนูยังไม่อยากมีพี่สะใภ้น๊าาา~!!!”สิ่งที่เฟลิเซียโพล่งออกไปทำเอามาร์รูเซียสะดุ้งแรง
“มะ-ไม่ใช่แบบนั้นนะ! ระ-เราอยากเป็เพื่อนด้วยจริงๆ นะ!”เธอพยายามอธิบายให้น้องสาวของเซอซิลฟังด้วยท่าทางลนลาน…
“แฮรรร่~!!!”เฟลิเซียััได้ถึงพลังงานบางอย่างจึง ‘แฮรรร่~!!!’ ออกไป
“…เอาเป็ว่า คืนนี้ทั้งสองก็เปิดอกคุยกันด้วยล่ะ”เซอซิลเอ่ยแทรกขึ้นมา
““ฟุนิ้ว!? / งื้อ!?””
เฟลิเซียมองหน้าพี่ชายตัวเองอย่างใ ก่อนจะมองสลับไปมากับคู่แข่งของเธอเองที่กำลังแก้มแดงระเรื่ออยู่ ก่อนจะนึกทวนคำพูดของพี่ชายสุดที่รักของเธอเองดีๆ อีกครั้ง---และทันใดนั้น แก้มทั้งสองเฟลิเซียก็ร้อนขึ้น!
“หน้าอกหนูมีไว้ให้ท่านพี่ดูเท่านั้นน๊าาา~!!!”เธอกอดอกพร้อมกับะโอัดหน้าพี่ชาย
“ดะ-เดี๋ยว…พี่ว่ามันไม่ใช่นะ”แล้วก็อย่าะโอะไรที่ชวนเข้าใจผิดแบบนี้ออกมาบนโถงทางเดินสิ!
“ชะ-ชอบดูหน้าอก…?”น้องสาวตัวเองงั้นเหรอ!? มาร์รูเซียเหมือนจะเข้าใจบางอย่างผิดไปไกล
“จะ-ใจเย็นก่อน ไม่ใช่แบบนั้นนะ…”หน้าอกน่ะถ้าเป็หน้าอกของผู้หญิงที่เขารักน่ะชอบอยู่หรอก แต่ไอ้ที่คุยกันอยู่เนี่ย! ยังไงก็ไม่ใช่นะ! เซอซิลพยายามแก้ตัวอย่างตะกุกตะกัก
“ทำอะไรกันอยู่…เ้าคะ?”
เมดสาวที่รออยู่ข้างในห้องทนไม่ไหวจึงออกมาดูมารออะไรกันอยู่ ก็เห็นว่าตอนนี้คุณหนูกำลังกอดอก และแก้มแดงระเรื่อจ้องมองนายน้อยของเธอ และอีกท่านหนึ่งเ้าหญิงจากต่างประเทศก็ใบหน้าแดงก่ำจ้องนายน้อยของเธอ…
“ไม่รู้หรอกนะเ้าคะ ว่าเถียงเื่อะไรกันอยู่…”มาเรียน่าลากเสียงยาว ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ทั้งคุณหนู และเ้าหญิง…
“แต่มันทำนายน้อยหนักใจอยู่นะเ้าคะ”
““ฮร๊ายยย~!!!”
เด็กหญิงทั้งสองร้องเสียงหลงอย่างตื่นตระหนกใ หลังจากที่ถูกเมดสาวสอดมืออุ้มใต้จักแร้ซึ่งมืออุ่นๆ ท่ามกลางอากาศเย็นๆ มันช่างจักจี้ราวกับขนนกมาลูบ---มาเรียน่าอุ้มทั้งสองเข้าไปทิ้งไว้ในห้อง ก่อนจะออกมา และล็อกประตู(จากด้านนอก)…
““… / …””
ทั้งเฟลิเซีย และมาร์เซียได้แต่มองสบตากันอย่างมึนงงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะเพิ่งรู้ตัวว่าพวกตัวเองโดนขังไว้ในห้องด้วยกันตามลำพัง---มาเรียน่าหลังจากจัดการเด็กหญิงทั้งสองเสร็จ ซึ่งทั้งสองคนที่ว่าเป็ถึงเ้าหญิง และคุณหนู…
“ช่วยได้มากเลย ขอบคุณ…”เซอซิลเอ่ยขอบคุณเมดสาวจากใจจริง
“เป็เกียรติอย่างสูงเ้าค่ะ…นายน้อย”เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานปิติยินดีอย่างที่สุด
“แล้ว…เกิดอะไรขึ้นรึเ้าคะ”เธอถามอย่างสงสัย เพราะปกติคุณหนูท่านไม่น่าเสียเวลาลากนายน้อยเข้าห้องนานขนาดนี้ จะว่าเถียงกับเ้าหญิงท่านก็ไม่น่าจะใช่…
“อยากรู้จริงๆ หรือ…?”มันค่อนข้างจะแบบว่า…เป็เื่ไม่เป็เื่นะ
“หากนายน้อยไม่ลำบากใจเ้าค่ะ…”
ถึงเธอจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่เธอก็อยากรู้จริงๆ แม้จะได้ยินที่มาเรียนน่าเอ่ยแล้ว เขาจะไม่เล่าก็ได้ แต่…เขาััได้ว่าเธอดูจะอยากรู้อย่างสุดๆ และด้วยเหตุผลอะไรหลายๆ เขาเชื่อว่ามาเรียน่าจะต้องเข้าใจเื่นึ้อย่างแน่นอน
เขาจึงตัดสินใจเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้เธอฟัง เมื่อเซอซิลตัดสินใจเช่นนั้น เขาก็ได้เล่าย้อนไปถึงเหตุผลที่พาเ้าหญิงมา และสาเหตุที่น้องสาวของเขา รวมถึงเ้าหญิงจ้องคาดครั้นเขาเมื่อสักครู่---มาเรียน่าที่ฟังั้แ่ต้นจนจบ ก็หลับตาลวพร้อมแก้มทั้งสองข้างแดงขึ้นมาเล็กน้อย…
“นายน้อยเ้าคะ ไม่มีใครรู้จักสำนวน 'เปิดอกคุยกัน' หรอกนะเ้าคะ”เธอก็พอเข้าใจอยู่ที่คุณหนู กับเ้าหญิงจะเข้าใจผิด…แต่ถ้านายน้อยบอกให้เธอเปิดอก เธอจะรีบถอดอย่างไม่ลังเลเลย!
“จริงรึ…”ทั้งที่เป็สำนวนเปรียบเปรยธรรมดาสามัญแท้ๆ
“เ้าค่ะ เพราะงั้นนายน้อยต้องระวังนะเ้าคะ…เพราะค่อนข้างจะเป็การล่วงเกินพื้นที่ลับของอิสตรีน่ะเ้าค่ะ”เพราะกับท่านหญิง คุณหนูบางท่านค่อนข้างเคร่งครัดในเื่แบบนี้
“จะพึงระวังไว้…”เขาพลาดในเื่ไม่เป็เื่แฮะ
“จริงสิ…มาเรีย ช่วยย่อตัวลงมาหน่อย”เมดสาวเผยสีหน้าสดใส แต่ก็ไม่ขัดคำสั่ง เธอค่อยๆ นั่งลงคุกเข่าพร้อมกับโน้วใบหน้าลงมา…และเซอซิลชิงเคลื่อนไหวทันทึ
“นะ-นายน้อย!?”ใบหน้าของเมดสาวร้อนผ่าว และแดงเป็ลูกตำลึงต่อสิ่งที่เด็กชายทำ
“รางวัลชดเชย…”
ปลายนิ้วของเด็กชายเอื้อมไปแตะริมฝีปากของเมดสาวหลังจากที่ตัวเขาชิงไหวตัวมอบรางวัลเป็การจุมพิตที่มุมปากของเมดสาว ซึ่งนั่นทำให้ฝ่ายถูกจูบตื่นตระหนกใปนเขินอายอย่างที่สุด---เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เธอเคยเห็นนายน้อยทำอะไรแบบนี้!?
สิ่งสุดท้ายก่อนแยกกัน เซอซิลได้เอ่ยว่า 'ขอฝากทั้งสองคนด้วย' ก่อนจะกล่าวราตรีสวัสดิ์กับเมดสาว และจากไปทั้งแบบนั้น---มาเรียน่าที่ได้รับสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดก็มีพละกำลังเต็มเปี่ยม ในการจัดการกับทั้งคุณหนู และเ้าหญิงให้เปิดใจคุยกันทั้งคืน…