“อร๊าก เจ็บแขนโว๊ย”
ลู่จิวตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าพร้อมกับร้องตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด เขาลืมไปว่าเมื่อวานตัวเองถูกกระทืบและถูกหักแขนไปหนึ่งข้าง เช้านี้จึงลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจเช่นทุกวัน จนทำให้แขนของเขาเกิดอาการเจ็บ
“ตื่นแล้วเหรอ ออกมาคุยกันหน่อย”
“ลูกพี่”
ฉาน จ้าน เป่า รีบคลานออกมาจากห้อง ตงฟางจึงมองพวกเขาทั้ง 3 คนสลับกับมองลู่จิวยืนสะพายแขนข้างซ้ายกำลังถูกดามด้วยไม้หลายท่อน จากฝีมือของตงฟางเมื่อคืนที่ผ่านมา
“บาดแผลหายกันแล้วสินะ”
“ลูกพี่ แขนของผมเป็นฝีมือลูกพี่อย่างนั้นเหรอ” เป่าถามด้วยความสงสัย เขาจำได้ว่าเมื่อคืนสลบไปหน้าห้องตงฟางแล้วไม่รู้อะไรอีกเลย
“ใช่ ฉันรักษาพวกแกเอง แขนนั่นได้รับยาแล้ว ต้องรออีก 10 วันมันจะกลับมาหายดี เอาล่ะไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันรู้ทุกอย่างแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ตงฟาง แล้วเราจะทำยังไง” ลู่จิวสงสัย ตอนนี้ร้านของพวกเขาพังเสียหายไปแล้ว หากจะกลับไปขายก็อาจถูกทำร้ายอีกด้วย
“ไม่ต้องห่วง เอาล่ะไหนๆเราก็อยู่ด้วยกันมานาน ฉันจะบอกทุกอย่างเกี่ยวกับการสร้างกลุ่มน้อยหน่าก็แล้วกัน” ตงฟางเลือกที่จะบอกทุกคน เพราะเขากลัวว่าหากบอกช้าไป คนที่เข้ากลุ่มจะคิดว่าเขาหลอกใช้
“สาเหตุที่ฉันสร้างกลุ่มนี้ขึ้นมาก็เพื่อไต่เต้าในสถาบันเฟยเทียน ทุกคนคงเห็นแล้วว่าหากจะทำอะไรสักอย่าง ต้องมีคนหนุนหลัง ต้องมีกลุ่ม เราในฐานะที่มาจากหมู่บ้านยากจนไม่สามารถพึ่งใครได้ ฉันจึงจะสร้างกลุ่มขึ้นมาโดยสร้างที่พึ่งให้พวกเราด้วย”
“ยังไงเหรอลูกพี่” เป่ายังคงสงสัยเช่นเดิม
“จุดประสงค์ที่ฉันให้พวกแกขายของด้วยวิธีแปลกๆ ก็เพื่อล่อเท้าศิษย์สายนอก แล้วรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องทำแบบนั้น”
ทุกคนส่ายหน้ายกเว้นลู่จิว
“ก็เพราะว่าเราไม่มีศิษย์สายนอกอยู่เลยสักคนไง หากจะท้าสู้ก็ไม่มีศิษย์สายนอกคนไหนอยากจะสู้กับเราที่เป็นพวกบ้านนอก ฉันจึงสร้างสถานการณ์ต่างๆขึ้นมา ตอนนี้เราปั่นหัวร้านจงกู่ได้แล้ว หากปั่นต่อไปอีกศิษย์สายนอกจะต้องโกรธ แล้วมันจะอยู่ในแผนของฉัน”
“ลูกพี่จะได้ท้าสู้กับศิษย์สายนอกได้ใช่ไหมครับ”
ฉานพูดออกมาด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล
“ใช่ เอาล่ะ ช่วงนี้เราต้องเจ็บตัวกันหน่อยเพราะไม่มีศิษย์สายนอกคุ้มกัน หากฉันเป็นศิษย์สายนอกแล้วการขายยาของเราจะง่ายขึ้น เว้นแต่ว่าอีกฝ่ายจะมีศิษย์สายในร่วมด้วย หากเป็นแบบนั้นก็ดีกับเราเช่นกัน เพราะฉันจะได้สู้กับมันด้วยเลย”
“โหว” ตาของฉาน จ้าน เป่า เปล่งประกายออกมาหลังจากรับรู้ได้ถึงแผนการอันยิ่งใหญ่ของพวกเขา
“เอาล่ะ วันนี้ไปขายยาเช่นเดิม แม้จะมีการชกต่อยเกิดขึ้นก็ปล่อยไป พวกแกจำเอาไว้ว่าต่อยคืนได้ แล้วก็ไม่ต้องกลัว ฉันจะเข้าไปในช่วงที่คิดว่าเรื่องมันกำลังจะหนัก”
“ได้เลย วันนี้ฉันจะหักแขนของมันคืน”
ลู่จิวแสดงท่าทางโมโหออกมาคนทั้ง 3 ที่ยืนอยู่ข้างหลังก็แสดงท่าทางไม่ต่างกัน ตงฟางจึงมอบแหวนเก็บของให้ลู่จิวรักษาเช่นเดิมเพื่อนำยาในส่วนของวันนี้ไปขาย
“หึหึ”
ตงฟางแสยะยิ้มด้วยความชั่วร้าย เขารู้สึกว่าวันนี้จะต้องสนุกอย่างแน่นอน เขาอดไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับคนของร้านจงกู่ที่กำลังจะมาหาเรื่องในไม่ช้า
—-----------------------------
พรึ่บ~!
พัดสีเหลืองคลี่ออกมาปิดหน้าชายสวมชุดสีเหลือง หลังจากมันเดินเข้ามาในหอประมูลโคมกระจ่าง
“ถ้าเดาไม่ผิด ตอนนี้ใบหน้าของเจ้าของหอประมูลโคมกระจ่างคงจะมีเรื่องให้คิดวิตกใช่ไหม”
“นายน้อยกู่ ท่านจะเดินทางมาทำไมไม่ส่งคนมาบอกข้าก่อน ข้าจะได้จัดเตรียมสถานที่เอาไว้ให้” ใบหน้าที่กำลังแสดงท่าทางวิตกกังวลเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าแย้มยิ้มในช่วงเสี้ยววินาที หลังจากรู้ว่าใครเข้ามาข้างหลังเพื่อกล่าวทักทาย
“เอาล่ะ พอดีข้ามีเรื่องกลุ้มใจนิดหน่อยจึงเดินทางมาหอประมูลโคมกระจ่าง หากไม่มากลัวว่าทรัพย์สินที่ลงทุนไปจะกระทบ”
“นายน้อยกู่มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ” ชายร่างอ้วนพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ตระกูลกู่มีส่วนร่วมในหอประมูลของมัน จึงทำให้มันกล้าแข่งกับหอประมูลในเมืองหลงไห่
“ตอนนี้กำลังประสบปัญหาลูกค้าหายใช่ไหม”
“ใช่ หลายวันมานี้ที่หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้านำยาคุณภาพ 10 ส่วนออกมาขายแล้วก็นำยาเสวียนอู่ระดับ 3 คุณภาพ 10 ส่วนออกมาประมูล ทำให้ลูกค้าของเราหายไปเกือบหมด ที่เดินทางมาก็มีเพียงแค่ลูกค้าประจำเท่านั้น หน้าใหม่ล้วนไปหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า”
“ข้าได้ยินเรื่องยายี่จง ยาทงเทียน แล้วก็ยาเสวียนอู่มาเช่นกัน จึงได้เดินทางมานี่แหละ ไม่ทราบว่าลุงโจวเตรียมแผนรับมือไว้หรือยัง”
“เรื่องนี้ข้าเตรียมรับมือไว้แล้ว เราได้เชิญนักหลอมยาระดับ 5 มาจากเมืองหลวงเพื่อหลอมยาให้กับร้านเรา คาดว่าน่าจะดึงลูกค้ากลับมาได้ไม่น้อย”
“แต่ระหว่างเดินทางมา ลูกค้าของเราน่าจะหายไปหมด ลุงโจววางแผนอะไรเอาไว้ไหม”
“วางแผนไว้แล้ว ตอนนี้ร้านสมุนไพรทั้งหมดในเมืองหลงไห่ทำสัญญากับหอประมูลโคมกระจ่างเอาไว้แล้ว ว่าจะขายสมุนไพรระดับ 1 - 3 ให้กับหอประมูลของเรา ด้วยวิธีนี้จะทำให้หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไม่มีสมุนไพรพอต่อความต้องการของผู้คนแน่นอน”
“เป็นแผนที่ดี”
“ไม่เพียงเท่านั้น ข้ายังได้จ้างชาวบ้านให้ไปก่อกวนหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอีกด้วย มันจะต้องวุ่นวายอย่างแน่นอน”
“ฮ่าๆๆ งั้นข้าก็ไม่มีอะไรแล้วหลังจากได้ยินเรื่องที่ลุงโจววางแผน เอาล่ะคงต้องขอตัวลา”
“ไว้แวะมาจิบน้ำชาใหม่นายน้อยกู่”
ชายร่างอ้วนฉีกยิ้มกว้างส่งนายน้อยตระกูลกู่กลับขึ้นรถม้า หลังจากส่งนายน้อยกลับมันก็ยิ้มหน้าบานเพราะตอนนี้คนของมันน่าจะลงมือป่าวประกาศผลกระทบของยายี่จงที่ทางหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้านำออกมาขายแล้ว
—--------------------------------
“ซิงเยียน ดูเหมือนหอประมูลโคมกระจ่างจะเคลื่อนไหวอย่างที่ลูกคิดไว้แล้ว”
“ไม่ต้องตื่นตระหนกไปค่ะพ่อ ต่อให้พวกมันจะซื้อสมุนไพรทั้งเมืองไปเป็นระยะเวลา 1 ปี สมุนไพรที่เราซื้อตุนไว้มีมากพอต่อการทำยาแน่นอน”
ซิงเยียนฉีกยิ้มหลังจากเห็นหมากที่หอประมูลโคมกระจ่างกำลังเดิน เธอคาดการณ์เอาไว้แล้วจึงส่งคนไปกวาดซื้อสมุนไพรสำหรับทำยายี่จง ยาทงเทียน และยาเสวียนอู่มาให้มากที่สุดก่อนหน้านี้แล้ว ด้วยผลของหญ้าน้ำค้างเลือดทำให้เธอได้ยามากขึ้น 10 เท่า จึงไม่ใช่ปัญหาเลย
“พ่อคะ หนูขอไปดูหน้าบ้านก่อนนะคะ น่าจะมีคนมาก่อความวุ่นวายให้เราแล้ว”
“อืม ถ้าเป็นชาวบ้านคุยดีๆนะ แต่ถ้าเป็นลูกน้องของไอ้โจวให้พวกมันได้คลานกลับ”
“ค่ะพ่อ”
—-------------------------------
“พี่สาว เร่เข้า! ร้านยาน้อยหน่าของเราเปิดแล้ว”
“เชิญทุกคนทางนี้ ไม่ว่าจะเป็นพี่สาวปัดหน้าเทา หน้าขาว หรือหน้าลอย ทุกคนล้วนเป็นหญิงสาวทั้งหมดที่ร้านของเราอยากต้อนรับ เชิญทางนี้!”
เสียงประกาศชวนให้ผู้คนเดินเข้าไปตบดังออกมาจากร้านน้อยหน่า ร้านขายยายี่จงคุณภาพ 10 ส่วนที่ใครต่างก็กล่าวถึง
แม้เสียงร้องตะโกนจะชวนให้ทุกคนเดินเข้ามาตบ ทุกคนกลับไม่คิดอย่างนั้นเพราะมันกลายเป็นจุดขายของร้านยาน้อยหน่าไปแล้ว ทันทีที่เสียงร้องตะโกนของร้านน้อยหน่าดัง ศิษย์มากมายล้วนวิ่งมาต่อแถว บางคนสวมใส่เสื้อผ้าเตรียมจะออกไปล่า บางคนมีบาดแผลอยู่บนร่างรอให้ร้านเปิดจะได้ซื้อยามารักษาตัว
“ฉันเอา 1 กล่อง เร็วด้วย เร็ว เจ็บแผลจนทนไม่ไหวแล้ว”
“ฉันเอา 2 กล่อง”
การค้าขายเริ่มขึ้นทันทีที่ร้านเปิด จากสายตาของตงฟางเขารู้สึกดีใจเพราะตอนนี้ร้านน้อยหน่าของเขาได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เดิมทีเขาคิดว่าจะหลอมยาอื่นออกมาขายกลับคิดว่ายังไม่จำเป็น ยายี่จงยังคงได้รับความนิยมเพราะศิษย์ทั่วไปเข้าถึงได้ เขาจึงคิดว่าจะขายเน้นปริมาณแทนการขายเน้นกำไร ยังไงเงินที่เขามีตอนนี้ก็มากมายมหาศาลจากการขายยาที่หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า
“เฮ่ย~! จ่ายค่าคุ้มครองมาซะ”
เสียงร้องของศิษย์ทั่วไปจำนวน 20 คนร้องตะโกนจนทำให้คนอื่นๆที่มารอซื้อยาถอยห่างจากร้านน้อยหน่า จากจำนวนที่พวกมันขนมาตงฟางรู้สึกว่าร้านยาจงกู่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง
“เท่าไหร่เหรอพี่ชาย” ลู่จิวเป็นคนถาม
“100 หินวิญญาณ”
“ฮะ ทำไมมันแพงกว่าเมื่อวานล่ะ เมื่อวานยังแค่ 20 หินวิญญาณเองนะ” เป่าร้องตะโกนออกไปด้วยความโมโห พวกเขากำลังถูกรีดไถ ไม่ใช่ถูกเก็บค่าคุ้มครอง หากเป็นเงิน 20 หินวิญญาณเหมือนร้านอื่นๆ พวกเขายินดีจ่าย แม้จะเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าพวกเขาก็ยินดี ตอนนี้มันกลับเพิ่มเป็น 100 หินวิญญาณพวกเขาจึงร้องด้วยความโมโห
“โอ๊ะไม่สิมันต้อง 1,000 หินวิญญาณ ร้านของแกขายดีไม่ใช่เหรอ งั้นก็จ่ายมา ถ้าไม่ ฉันจะทำลายร้านของแก”
“หนอย มันจะมากเกินไปแล้ว เมื่อวานพวกแกก็ทำลายร้านของพวกเราไปแล้ว ตอนนี้มันยังมีอะไรให้ทำลายอีก แล้วเงินของพวกเราที่พวกแกปล้นไปอีก เอาคืนมาซะ”
“ฮ่าๆๆ ใครขโมยเงินพวกแก อย่ามาใส่ร้ายกันหน่อยเลย ทุกคนว่าไง เห็นคนขโมยเงินหรือเปล่า”
เสียงยียวนกวนประสาทจากหัวหน้ากลุ่มที่มาเก็บค่าคุ้มครองหันมองผู้คนรอบข้าง โดยไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือหรือออกความเห็นเลยสักนิด
“เห็นไหม ไม่มีใครเห็นเลย แล้วพวกฉันจะขโมยไปได้ยังไง”
“หนอย คิดว่าเป็นระดับสัมผัสวิญญาณขั้น 8 พวกเราจะกลัวหรือไง ไอ้พวกหมาหมู่” เป่ายังคงต่อปากไปเรื่อย เขาจำได้ว่าตงฟางต้องการให้พวกมันเข้ามาโจมตี
“หา~ นี่แกคิดจะท้าทายพวกเราเหรอ เอาล่ะ พวกเราไม่เอาแล้วค่าคุ้มครอง วันนี้จะหักแขนของพวกแกคนละข้างเป็นค่าคุ้มครองก็แล้วกัน”
ตู้ม~!
โต๊ะไม้วางกล่องยาถูกกระแทกด้วยค้อนจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง ยังดีที่ลู่จิวเก็บกล่องยาทั้งหมดได้ทันจึงไม่มีตัวยาเสียหาย ทันใดนั้นพวกเขาทั้ง 4 ก็ถูกเข้ามาทุบตี แม้จะพยายามสู้กลับคืนไป กลับเป็นการเพิ่มความโกรธให้อีกฝ่าย ด้วยศิลปะการต่อสู้ของพวกเขาแม้จะทำให้หลบและสวนกลับไปได้ การที่อีกฝั่งมีระดับพลังที่เหนือกว่าแล้วยังมีจำนวนที่เหนือกว่า ทำให้พวกเขานอนลงไปกองบนพื้นดิน แต่ก็ไม่มีใครร้องออกมาเลยสักคน
ผั๊วะ~!ผั๊วะ~!ผั๊วะ~!ผั๊วะ~!ผั๊วะ~!ผั๊วะ~!ผั๊วะ~!
อิฐสีแดงพุ่งเข้ากระแทกหัวคนทั้ง 20 จนพวกมันล้มตัวลงไปนอนบนพื้นดินด้วยท่าทางเจ็บปวด สองมือพยายามยกขึ้นจับไปยังบริเวณที่ถูกอิฐพุ่งชน ทันใดนั้นพวกมันทุกๆคนต่างพบเข้ากับเลือดสีแดงไหลอาบไปทั่วมือ
“ใคร ใครปาอิฐมา แกไม่อยากมีชีวิตแล้วใช่ไหม”
เสียงร้องเต็มไปด้วยความโกรธมาพร้อมกับพลังระดับสัมผัสวิญญาณขั้น 8 ระเบิดกระจายไปทั่วเพื่อข่มขู่ให้คนที่ปาอิฐโผล่หัวออกมา พวกมันกลับไม่พบใครเคลื่อนไหวเลยสักนิด
“บ้าเอ๊ย นี่พวกแกทำบ้าอะไร ร้านของฉัน คนของฉัน ไอ้พวกบ้าเอ๊ย พวกแกมันหมาหมู่ พวกหมาหมู่ ไอ้พวกคนจากร้านจงกู่ ไอ้พวกสารเลวขอให้มันล้มละลาย ไอ้พวกชั่ว~!”
ตงฟางวิ่งเข้ามาพยุงร่างของลู่จิวแล้วร้องตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงเสียใจ ใครก็ตามที่เห็นน้ำตาของตงฟางกำลังรินไหลต่างยืนมองด้วยความสงสารกับคำพูดที่เขาพยายามเอ่ยออกมา
“พวกแกมันไม่ใช่คน ร้านเล็กๆของเราทำอะไรให้พวกแกกันถึงได้รังแกขนาดนี้ หรือว่าพวกฉันมันจนพวกแกเลยจะทำอะไรก็ได้”
“ไอ้พวกชั่วช้า ไอ้พวกสารเลว พวกเราก็แค่หาเลี้ยงชีพด้วยการขายยาประทังปากท้องเท่านั้น คนในหมู่บ้านต่างก็รอความหวังจากพวกเรา เงินที่ได้เราก็ส่งให้หมู่บ้านเพื่อให้พวกเขามีการกินอยู่ที่ดีขึ้น แต่พวกแกกลับ พวกแกกลับทำลายพวกเรา รู้ไหม ว่ามีอีกหลายร้อยชีวิตต้องลำบากเพราะพวกแก ไอ้พวกสารเลว”
“แก แกใช่ไหมที่โยนอิฐใส่พวกเรา”
“ใช่ แล้วมันจะยังไง มาสิ เข้ามา วันนี้ฉันจะทำให้พวกแกเจ็บปวดเอง”
ตงฟางเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้นมาด้วยความโกรธ ด้วยระดับพลังระดับสัมผัสวิญญาณขั้น 7 ทำให้กลุ่มคนที่ลงไปนอนหัวเราะเยาะด้วยความสะใจ
“ดีดี ดีมาก กล้าทำกล้ารับ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกจะขายยาเพื่ออะไร แต่วันนี้ฉันจะทำให้แกไม่ต่างจากเพื่อนของแก”
“เข้ามา ไอ้พวกชั่ว~!”