7 ชะตาฟ้าสังหาร : (命運回到過去)
ตอนที่ 1
จริงฝันยากจำแนก
ท่าเท้าไว เคลื่อนด้วยวิชาตัวเบาอันภาคภูมิกลายเป็หนาหนัก ฝุ่นทรายที่ติดกรังพื้นรองเท้าหนาฟุ้งกระจายไปตามแรงกดทับที่มากขึ้นทุกขณะแม้ผู้เป็อาจารย์ยินยอมสละชีวิตเพื่อถ่วงเวลาของศัตรูผู้น่าหวาดหวั่น แต่สุดท้ายเด็กหนุ่มแซ่หลงยังมิอาจสลัดหลุดไปจากมัน
...เหตุใดจึงถูกไล่ล่า
...ความฝันหนึ่งตื่นนั้นเล่าคือสิ่งใด
...เื่ราวมากมายยากหาคำตอบพลันเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน ในเวลาไล่เลี่ยก่อนหน้า
.
.
เื่ราวต้องย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อนสมบัติวิเศษชิ้นหนึ่งที่กองโจรเก้าั ได้รับมาจากการปล้นสุสานไร้นามแห่งหนึ่ง...สมบัติประหลาดถูกปิดผนึกเอาไว้ในหีบขนาดเล็กคล้ายโลงศพใส่ทารกผู้หนึ่งการปล้นชิง แสวงหาสุดยอดสมบัติ ล้วนอาศัยฝีมือของมหาโจร แต่การเปิดผนึกอักขระโบราณสูงล้ำเพื่อนำสิ่งของภายในออกมา ย่อม้าฝีมือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านดุจเดียวกัน...ผู้รอบรู้อักขระ
หลงจิวเมิ่งถูกเลือกให้ติดตามผู้เป็อาจารย์และหัวหน้าค่ายโจรเก้าัเพื่อนำสมบัติวิเศษที่ปล้นมาจากสุสานไร้นามชิ้นนี้ เดินทางไปยังชนเผ่าาลึกลับกลางทะเลทรายทางทิศตะวันตก
...นั่นจึงเป็ที่มาของจุดเริ่มต้นแห่งความวุ่นวายรวมถึงจุดสิ้นสุดในคราเดียวกัน
“เข้าไปได้เพียงสองคนเท่านั้น”น้ำเสียงห้วนเข้ม พร้อมท่าทางยโสเอ่ยกังวาน ร่างสูงใหญ่ของยามเฝ้าประตูชั้นในเร่งแผ่รัศมีลมปราณปฐีปะทุเด่นคุกคามผู้คนเป็การข่มขวัญ
เมื่อผู้ดูแลมีกฎ ผู้มาเยือนย่อมต้องคล้อยตาม จอมโจรผู้มีสมญานาม...เฉียนผ่ายจำต้องสั่งให้ลูกศิษย์ที่ติดตามมาด้วย รอคอยที่ด้านนอกห้องเจรจา
เฉียนผ่าย...ผู้เป็อาจารย์เดินเข้าภายในพร้อมประมุขค่ายโจรด้วยบุคลิกองอาจส่วนศิษย์กลับแตกต่าง สายตาลุกลี้ลุกลนของหลงจิวเมิ่งสอดส่ายไปทั่ว สำรวจดูอักขระนับล้านที่ว่ายวนกันอยู่กลางหาวทุกตัวอักษรวิจิตรล้วนส่องแสงระยิบระยับราวหมู่ดาว แม้หลงจิวเมิ่งเคยบุกฝ่าไปทั่วหล้ายังอดตื่นตะลึงกับภาพเบื้องสูงในตอนนี้มิได้ ความงดงามพิสดารของอักขระกะพริบแสงคล้ายหมู่ดาวบนฟากฟ้าช่างน่าหลงใหล
ความเพลิดเพลินคงอยู่เพียงชั่วแล่น จู่ ๆ เหตุการณ์ก็แปรเปลี่ยนกะทันหันสายตาของหลงจิวเมิ่งยังไม่ทันสำรวจรอบ ลมเย็นสายหนึ่ง พลันหอบโชยกลิ่นหอมจรุงหวานคล้ายดอกจวี๋ฮวา(เก็กฮวย)เข้ามาภายใน
สายลมเย็นปะทะชนเข้ากับใบหน้าขาวของชายหนุ่มแม้จมูกจะสูดดมความสดชื่นเอาไว้ แต่นั่นเป็เพียงจุดเริ่ม เพราะเื้ัลมหอบนี้ปรากฏหญิงสาวรูปร่างสะโอดสะองภายใต้ชุดคลุมม่วงอ่อนแ่พลิ้วปกปิด ลอยเหินลงมาจากฟากฟ้าด้านนอกราวเทพธิดา
หลงจิวเมิ่งแม้ไม่มีตำแหน่งใหญ่โตในค่ายโจรเก้าัแต่ประสบการณ์ดิ้นรนเอาตัวรอดนั้นโชกโชน พริบตาที่รับรู้ถึงคลื่นลมปราณแปลกประหลาดสมองพลันสลัดเลือนความเพลิดเพลินก่อนหน้าตั้งสมาธิจับจ้องหญิงสาวด้วยความระแวดระวัง แต่สุดท้ายกลับไม่อาจััได้ว่า...เท้าเปลือยเปล่าของหญิงสาวแตะกระทบพื้นยามใดความสูงล้ำและแตกต่างกันของฝีมือทั้งสองฝ่ายล้วนปรากฏชัด
หญิงสาวปริศนาเยื้องย่างผ่านประตูใหญ่ ตรงเข้ามาภายในโดยมิมีผู้ใดขัดขวางด้วยทุกบุรุษล้วนตกอยู่ภายใต้อาการหลงใหลเคลิบเคลิ้ม ดวงตายังคงเหลือบสูงเหม่อลอยใบหน้าทุกคนล้วนเปี่ยมด้วยสุขสันต์
...แม้ความงามอ่อนช้อย อาจสะกดบุรุษทั่วหล้าให้หลงใหลแต่มิใช่สำหรับหลงจิวเมิ่ง
...ชายหนุ่มไร้สามารถล้มเหลวบนเส้นทางฝึกตนกลายเป็ร่องรอยด่างพร้อยในสำนึก คิดโทษความเขลาในวัยเยาว์ของตนเองแทบทุกลมหายใจ จึงแสวงหาทุกวิถีทางเพื่อความแข็งแกร่งและอยู่รอดทำให้ชั่วชีวิตสี่สิบกว่าปีผ่านร้อนผ่านหนาว ต้องต่อสู้เอาตัวรอดจากปากเหวแห่งความตายมาหลายครั้งพบพานอุปสรรคเก้าตายหนึ่งรอดมามากกว่านิ้วบนหนึ่งฝ่ามือ แต่ที่ยังคงมีลมหายใจมาจนถึงทุกวันนี้...เพราะจิตที่มุ่งมั่นอยากจะลบล้างโชคชะตาอันเลวร้ายของตนเองในอดีต จากหยดน้ำแห่งความคิดที่เข้มข้นกลายเป็ตะกอนแห่งจิตที่มุ่งมั่น สุดท้ายหล่อหลอมกลายเป็อิฐศิลาก้อนหนึ่งแม้ไร้เคล็ดวิชาศึกษา แต่สุดท้ายกลับเติบใหญ่กลายเป็ญาณวิถีแห่งจิตอันแน่วแน่โดยมิรู้ตัววิชามายาหลอนจิตที่สาวงามใช้ออกจึงส่งผลน้อยกว่าที่ควรจะเป็
เท้าเปลือยเปล่ายิ่งเคลื่อนใกล้ดวงตาสีฟ้าเข้มที่โผล่พ้นผ้าคลุมยิ่งขยายใหญ่ สองตาสุกสกาวกระจ่างจ้าจับจ้องไปบนใบหน้าหล่อเหลาที่แต่งแต้มไปด้วยาแของหลงจิวเมิ่งแม้สายตานั้นจับจ้องเด่นชัดจนผิดวิสัยของอิสตรีดีงาม แต่หลงจิวเมิ่งกลับรับรู้ได้ว่าสาวงามผู้นี้หาได้มีความคิดเชิงชู้สาวแอบแฝงแม้เพียงน้อย แต่ยิ่งรับรู้จิตใจยิ่งสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ยากบรรยายและไม่อาจเข้าใจ
เมื่อเผชิญเื่ราวที่ขบคิดมิออกว่าเพราะเหตุใด ส่งผลให้หญิงสาวปริศนายิ่งเคลื่อนใกล้หลงจิวเมิ่งยิ่งร้อนรน สุดท้ายตัดสินใจชักเท้าขึ้น หมายเคลื่อนกายถอยห่าง แต่สองเท้ากลับไม่ยินยอมเชื่อฟังต่อให้ออกแรงมากเพียงใด แต่กลับมิอาจขยับเคลื่อนแม้แต่น้อย ยามนั้นความคิดกลายเป็ตื้อตันทั้งร่างกลายเป็ชาด้าน ครั้นจะส่งเรียกะโเรียกผู้เป็อาจารย์ ลำคอก็กลับแห้งผากไม่อาจพ่นสิ่งใดออกมาแม้สักครึ่งคำ
...นี่มันคือจิตสะกดข่มนางมารผู้นี้มีพลังจิตสูงล้ำถึงขั้นใดกัน
ความคิดในทางลบปะทุขึ้นโดยมิอาจหักห้ามสาวงามปริศนาเสมือนหนึ่งรับรู้ความคิดของหลงจิวเมิ่ง เคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้แนบชิดใบหูลมหายใจอุ่นพ่นพร้อมถ้อยคำออกจากริมฝีปากอิ่มในจังหวะเดียวกัน
“อย่าได้เป็กังวลไปต่อให้คนทั้งโลกจ้องทำร้ายเ้า แต่เชื่อเถอะ ว่าข้าจะไม่มีวันทำร้ายเ้าอย่างเด็ดขาด...จิวเมิ่ง”
...ถ้อยคำยิ่งฟังยิ่งสับสน เหตุใดนางจึงรู้ชื่อของตนเอง
แม้เสียงกระซิบอยู่ใกล้ แต่หลงจิวเมิ่งกลับมิอาจหันกลับไปมองใบหน้างามที่อยู่ห่างเพียงคืบกระทั่งยามที่ร่างของนางถอยห่างออกไปหยุดยืนที่ฝั่งตรงข้าม สติของหลงจิวเมิ่งก็พลันเลอะเลือนเคลิบเคลิ้มดุจเดียวกับผู้คนของหออักขระมายา
...ทำไมข้ารู้สึกคุ้นเคยกับนางยิ่งนักแต่กลับนึกไม่ออกว่าเพราะเหตุใด
“จงอยู่นิ่งไว้...สิ่งที่ผิดพลาด...ข้า...”เสียงกล่าวแ่เบาลงจนไม่อาจจับใจความ เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกับมือเรียวขาวโผล่พ้นออกจากชุดคลุมม่วงอ่อนปลายนิ้วชี้เรียวของหญิงปริศนาพลันปรากฏอักขระคำ...ผลึก ส่องประกายสีแดงฉานเจิดจ้าหยกทรงกลมขนาดเล็ก พลันปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าตรงหน้า แม้หลงจิ่วเมิงยังคงอยู่ในอาการสติเลอะเลือนแต่ยังพยายามฝืนเพ่งสายตาอันขุ่นมัวจับจ้อง แต่เพราะเหตุการณ์เกิดเพียงชั่วแวบเดียวเท่านั้นหยกวิเศษก็ถูกจารึกทะลวงเข้าไปยังส่วนกลางหว่างคิ้วของชายหนุ่ม
...ความร้อนลวกรุนแรงชำแรกผ่านิั ก่อนจะปะทุลามไปทั่วศีรษะหลงจิวเมิ่งรู้สึกราวกับว่า ภายในหัวของตนปรากฏลมปราณร้อนลวกขุมหนึ่งปะทุเดือดอยู่ภายในเ็ปจนแทบคล้ายกับว่าสมองนุ่มจะแตกะเิออกเป็เสี่ยง ๆ ได้ทุกเมื่อสุดท้ายชายหนุ่มไม่อาจทนทานได้อีกต่อไป แม้ถูกสะกดข่มด้วยพลังของจิตรานุภาพจนสติเลอะเลือนแต่ความเ็ปที่เกิดนั้นกลับรุนแรงยิ่งกว่า
อ๊ากกกก !!!
เสียงร้องระบายความเ็ปดังลั่นร่างแกร่งกลายเป็อ่อนระทวยล้มทรุดลงกระแทกพื้น
“เ้าเป็อะไรไป...” ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่ขวางกั้นหลงจิวเมิ่งกับผู้เป็อาจารย์เอ่ยพลางมองดูหลงจิวเมิ่งซึ่ง จู่ ๆ ก็ล้มพับลงไปด้วยสายตาแปลกพิกล
เมื่อสติกลับคืน ความเ็ปของหลงจิวเมิ่งก็มลายหายไปพร้อมกัน
“แม่นางผู้นั้น...” คำแรกที่ยังคงติดอยู่ในหัวของหลงจิวเมิ่งถูกเอ่ยออกมาแทบจะทันที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่นาง แม่นางอะไรของเ้า ฝันกลางวันละสิท่า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีแต่ชายหนุ่มหากอยากหาแม่นางก็ไปที่หอกระจายหอมนู้น” น้ำเสียงและแววตาแสดงออกถึงความเหยียดหยามดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง
...แม้ผู้อื่นมิอาจทนทานถ้อยคำดูิ่ แต่สำหรับหลงจิวเมิ่งเขาชินชากับมันเสียแล้ว
“ข้าฝันไปหรือนี่...” ถ้อยคำพึมพำเบาติดอยู่ที่ปากของหลงจิวเมิ่งซึ่งตอนนี้กำลังใช้มือที่หยาบกร้านของตน ััถูไปมาที่บริเวณหว่างคิ้ว ทุกอย่างยังคงราบเรียบดุจเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงหากแต่เื่ราวเมื่อครู่ มันเสมือนจริงเกินกว่าจะเป็เพียงแค่ฝัน แต่เหตุใด...
เปรี้ยง !!!
สายฟ้าเส้นมหึมา พาดผ่านลงมาจากฟากฟ้าซัดจนส่วนยอดแหลมของหออักขระมายาหักโค่น แสงปกป้องของอักขระที่จารึกรอบพลันส่องสว่างวาบขึ้นพร้อมกันกลายเป็ม่านป้องกันสิ่งที่คิดจะรุกล้ำสถานที่แห่งนี้
แต่สายฟ้าเป็เพียงเหตุวุ่นวายประการแรก เพราะเื่ราวที่เกิดมิได้จบเพียงนั้นภายในห้องลงอักขระเจรจา กลับปรากฏเสียงอึกทึกขึ้นอย่างไร้วี่แวว มิติเวิ้งว้างภายในห้องพลันปริแตกลมปราณอันน่าสะพรึงพวยพุ่งทะลักล้นออกมา กวาดกระแทกสรรพสิ่งโดยรอบในทันที ลมปราณประหลาดทรงพลังยิ่งนักเพียงระลอกแรกก็ผลักดันผู้ฝึกตนที่มีฝีมืออ่อนด้อยกว่าลมปราณชั้นปฐีจนตกตายส่วนผู้ที่สูงส่งกว่านั้น ถูกพัดถอยห่างเสียการทรงตัว บ้างเป็ลมล้มพับไปก็มี
ความวุ่นวายสุดระงับ ภาพแรกที่ปรากฏต่อสายตาของหลงจิวเมิ่ง หลังจากกำแพงอาคมแตกสลายคือร่างของผู้นำค่ายโจร ถูกเสียบทะลุอยู่บนพลองแปดเหลี่ยมสีดำสนิทไร้ประกาย โลหิตแดงเข้มไหลอาบย้อมชโลมลงบนพื้นไม่ขาดสาย
หนี !!!
เฉียนผ่าย...ผู้เป็อาจารย์ ท่าเท้าว่องไวสุดเปรียบ วิชาตัวเบาใช้ออก ทะยานพรวดเดียวก็พุ่งล้ำหน้าผู้คนออกไปทางประตูใหญ่แต่ก่อนจากยังไม่ลืมหันมาะโบอกหลงจิวเมิ่งให้เร่งหลบหนี
“ไอ้บัดซบ ฆ่าพวกมันให้หมด พวกมันเอาสมบัติต้องสาปมาให้พวกเราคลายผนึก”เสียงตวาดดังมาจากด้านใน ก่อนที่ผู้ฝึกตนของหออักขระมายา จะพร้อมใจกันเรียกอาวุธวิเศษคู่กายออกมากระชับมั่นในมือผู้ฝึกตนทั้งหลายของหออักขระมายา ต่างเร่งเร้าท่าร่างพุ่งทะยานตามหลังเฉียนผ่ายออกมาจากห้องเจรจา