ผมมีระบบเจ้าเมือง

    บทที่ 39  ปล้นเผ่า

    บทที่ 39  

    ปล้นเผ่า


    เทคโนโลยีการต่อเรือมีประโยชน์มาก อีกทั้งค่ายของเขาอยู่ใกล้กับแม่น้ำหยุนชาง เมื่อมีทักษะการต่อเรือก็สามารถลงแม่น้ำได้และสะดวกต่อการทำอะไรอีกหลายๆอย่าง


    การปลูกพืชไร้ดินไม่ต้องพูดถึงมันเป็นวิธีที่จะเร่งการเจริญเติบโตของพืชอย่างรวดเร็ว


    และไม่จำเป็นต้องพูดถึงการ์ดผู้ติดตาม  2 ใบที่ได้รับจากภารกิจ และได้การ์ดผู้ติดตามรวมทั้งหมด 4 ใบ ตอนนี้ค่ายกำลังต้องใช้คน ย่อมมีประโยชน์เป็นอย่างมาก


    สำหรับการ์ด ไอเทม ก็เหมือนกับการ์ดเทคโนโลยี หลังจากใช้แล้วจะได้รับสิทธิ์สุ่มนำ ไอเทม บางอย่างออกจากมิติซึ่งขึ้นอยู่กับโชคพร้อมมีไอเทมจำนวนมาก  บางทีอาจได้เศษทองแดงหรือเศษเหล็กกองหนึ่ง  ซึ่งก็ไร้ประโยชน์

    “ส่งต่อเทคนิคการต่อเรือให้กับ อาเฉียง  เทคนิคการปลูกพืชไร้ดินเก็บไว้ก่อน ฉันจะคิดดูภายหลัง”


     หลี่มู่ฟาน ยกถ้วยชาขึ้น หลังจากจิบชาเข้าไป  หลี่มู่ฟาน ก็พูดว่า 


    “ระบบฉันต้องการใช้การ์ด ไอเทม”


    “ ติง  คุณเลือกใช้การ์ดไอเทมสุ่มรับไอเทม คุณได้รับแกนพลังงานของยาน”


    “พรูด” ชาในปากถูกพ่นออกมา


    “โอ้พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! แกนพลังงานนั้นหรอ?โชคดีขนาดนี้ได้ยังไง?”


    แกนพลังงานของยานเป็น ไอเทม ที่มีราคาแพงมากในมิติเกม มันเป็นอุปกรณ์ที่ให้พลังงานแก่ยานบิน อย่างต่อเนื่อง เป็นอุปกรณ์ที่มีเสถียรภาพซึ่งเหนือกว่าเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ปัจจุบันฐานไม่อาจสร้างด้วยตัวเอง แกนพลังงานทั้ง 10 ของโรงไฟฟ้าได้รับมาจากการเอาชนะเผ่าเครื่องจักร


    “ติ่งคุณใช้การ์ด ไอเทม  สุ่มไอเทมได้รับ หอปืนกลอัตโนมัติ!”


    “วันนี้ช่างเป็นวันที่โชคดี”


    “ติง คุณสามารถสืบหาความภักดีของทุกคนดินแดนได้”


    “ติง ภารกิจที่ 2  คุณจะต้องเพิ่มจำนวนประชากรของดินแดนเป็น 3,000 คน ภายใน 90 วัน เมื่อทำภารกิจสำเร็จ จะได้รับการ์ดผู้ติดตาม * 2  การ์ด ไอเทม * 2  การ์ดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี * 2  เงินอีก 2 m  หากภารกิจไม่เสร็จสมบูรณ์ คุณจะถูกจัดการ”


    “ฆ่ากันอีกแล้วหรอ?ฉันปฏิเสธได้ไหม?”


    “ติ่ง สิทธิ์ของคุณยังไม่เพียงพอไม่สามารถปฏิเสธภารกิจได้”

     หลี่มู่ฟาน ยิ้มอย่างขมขื่น


    “ระบบโหดร้ายมาก ตอนนี้ดินแดนของฉันมีประชากรกี่คน?”


    “ปัจจุบันดินแดนของคุณมีประชากร 1103 คน”


    “แค่พันกว่าคนเองหรอ?”


    เขาอึ้งไปเล็กน้อย “แล้วที่ฉันจับเชลยได้ล่ะ เมื่อรวมกับชาวบ้านแล้วน่าจะได้ 2,500คนไม่ใช่หรอ?”


    ระบบตอบว่า “ มีเพียงคนที่มีความจงรักภักดีมากกว่า 60 เท่านั้นที่จะนับว่าเป็นประชากรของดินแดน”


    “โอ้….”


    ในมิติโลกใหม่วันที่ 4


     กองทัพเดินทางได้มาถึงแผนที่ที่กำหนดแล้ว 

     หลี่มู่ฟาน สวมชุดเกราะและถือปืนไรเฟิลอัตโนมัติ และดาบขนาดใหญ่ที่เอวของเขา เขาซ่อนตัวอยู่ในป่าและมองไปที่เผ่าที่อยู่ด้านหน้าซึ่งประกอบไปด้วยผู้คนหลายร้อยคน เขาจึงส่งสัญญาณไปที่ ชุ่ยฮวน (ชุ่ยหวน)


    “ ตึง!”


    ปืนใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าชุ่ยฮวนส่งเสียงดังลั่น กระสุนปืนใหญ่ลูกหนึ่งพุ่งเข้าตรงไปยังค่ายด้านหน้าอย่างแม่นยำและเป็นชนวนไฟเผาบ้านไม้ทันที


    “ก๊อง ก๊อง ก๊อง” 


    ไคซวน และ อาจือ ควบคุมปืนใหญ่และยิงออกไปอีกครั้งเกิดทะเลเพลิงปรากฏขึ้นตรงหน้าของพวกเรา


     หลี่มู่ฟาน ใช้ระเบิดเพลิงเพื่อขับไล่ทุกคนออกไป ชาวพื้นเมืองกรีดร้องและวิ่งหนีไปทุกทิศทาง เมื่อเห็นสิ่งนี้เขาก็สั่ง “ยิง”


    “ฟิ้ว”


    ปืนไรเฟิลขั้นสูง 4 กระบอกยิงลูกกระสุนออกมา และมีคนล้มลงที่ด้านหน้าของพวกเขาทันที เขาได้กำชับไว้ก่อนแล้วว่าการปล้นในครั้งนี้เพื่อต้องการชาวอาณานิคมดังนั้นพวกเขาจึงพยายามที่จะให้มีคนตายน้อยที่สุด


    หลังจากยิงคนได้มากกว่า 10 คนทางเผ่าก็เริ่มตอบโต้ ธนูและลูกศรที่แข็งแกร่งถูกยิงออกมาอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีหน่วยหน้า 70-80 คนถืออาวุธเย็นและพุ่งใส่พวกเขา


    คนของเผ่านี้ไม่ใช่ที่จะดูถูกง่ายๆ แม้จะมีเพียงชนชั้นสูงไม่กี่คนที่อยู่ในเขตแดนหลอมรวมร่างกาย แต่น่าเสียดายแม้ธนูและลูกศรนั้นจะแข็งแกร่งมากแต่พวกมันก็ไม่สามารถเจาะทะลุชุดที่ถูกสร้างโดยแดนสวรรค์ขั้นสูงของอาณานิคมได้ ไม่ต้องพูดถึงชุดเกราะของ หลี่มู่ฟาน ที่สามารถติดอาวุธได้


    “ฟิ้ว”


    กระสุนที่ยิงออกมาจากป่าทึบราวกับมังกรไฟ 4 ตัวและมนุษย์ของเผ่าก็ล้มลงทีละคน


    การต่อสู้กินเวลาเพียง 15 นาที เผ่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่าครึ่งและที่อยู่อาศัยพังทลายลง พวกเขาแยกย้ายและเตรียมหลบหนี พวกเขาไม่สามารถตอบโต้การโจมตีครั้งนี้อีกต่อไป เทคโนโลยีล้ำสมัยมากเกินไปความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาจึงไม่ใช่ระดับเดียวกัน 


    หลังจากการไล่ล่าอาณานิคมอยู่พักหนึ่ง  หลี่มู่ฟาน ก็ตะโกนว่า “เร็วเข้ารักษาผู้บาดเจ็บและรักษาชีวิตของทุกคนไว้!”


    เป้าหมายหลักของการเดินทางในครั้งนี้ก็คือการจับคนเขาจะปล่อยให้เชลยตายได้อย่างไร?


    ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฝนก็โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า เปลวไฟที่ลุกโชนบนบ้านไม้ค่อยๆดับลง หลังจากกักตัวเชลยกว่า 30 คนเอาไว้ด้วยกันเขาก็เริ่มตรวจสอบของที่ได้รับ


    ชนเผ่าที่อยู่แยกรอบๆอาณาบริเวณต่างๆมักจะยากจนเสมอ เมื่อมองผ่านๆแล้วมันก็เป็นอย่างที่คิด ยกเว้นในโกดังเต็มไปด้วยหมั่นโถวไส้เนื้อแห้ง และสมุนไพรจำนวนเล็กน้อย


    ใช่ไม่มีอะไรเลย…


     หลี่มู่ฟาน มองหมั่นโถวไส้เนื้อแห้งที่อยู่เต็มโกดังอย่างหมดคำพูด


    “ระบบหมั่นโถวไส้เนื้อแห้งต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการนำออกจากมิติ?”


    “หมั่นโถวไส้เนื้อแห้งเป็น ไอเทม ของยุคหิน คุณสามารถนำออกจากมิติได้ในราคาเท่าเดิม หมั่นโถวไส้เนื้อแห้ง 1 ชิ้นมีมูลค่า 1 เหรียญเงิน”


    “ ชุ่ยฮวน  ไปเอาเกวียนของเรามาแล้วเก็บทุกอย่างกลับไปให้หมด!”


    “นอกจากนี้หาว่าแถวนี้มีเหมืองเงินที่ยังไม่ถูกขุดหรือไม่!”