แสงสีฟ้าจากทางเดินด้านล่างไม่ได้สว่างขึ้นทันที
มันค่อย ๆ เปิดออกทีละขั้น ทีละ่ ทีละเส้น เหมือนวิหารกำลังชั่งใจว่าจะยอมให้ผู้บุกรุกกลุ่มเล็ก ๆ นี้เดินลึกลงไปอีกแค่ไหน
คาเอลก้าวลงบันไดเป็คนแรก
พื้นใต้รองเท้ายังเย็นเหมือนเดิม เย็นจนความรู้สึกนั้นซึมผ่านหนังรองเท้าเข้ามาในฝ่าเท้า แล้วไล่ขึ้นมาตามกระดูกหน้าแข้งอย่างช้า ๆ เขาไม่แน่ใจว่ามันคืออุณหภูมิจริง หรือเป็เพียงความรู้สึกจากสถานที่ที่ไม่ต้อนรับมนุษย์อย่างเต็มใจ
ด้านหลังเขา เสียงฝีเท้าของคนอื่นตามลงมาอย่างระมัดระวัง
ไม่มีใครพูดมาก
หลังจากทาลันดาร์ถูกสัญญาณแปลกปลอมยึดร่าง ความเงียบในกลุ่มก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง มันไม่ใช่ความเงียบจากความเหนื่อยอย่างเดียว แต่เป็ความเงียบของคนที่เพิ่งรู้ว่าศัตรูไม่ได้มีแค่สิ่งที่วิ่งไล่ตามหลังมา
มีบางสิ่งที่สามารถแตะต้องระบบ
แตะต้องวิหาร
แตะต้องจิตสำนึกของโปรทอสส์
และเกือบใช้ทาลันดาร์เป็อาวุธกับพวกเขา
คาเอลกำ C-14 แน่นขึ้น
ปืนยังอยู่ในมือ
น้ำหนักของมันคุ้นกว่าเมื่อหลายชั่วโมงก่อนมากเกินไป
ก่อนหน้านี้มันคือสิ่งแปลกปลอม เป็อาวุธที่ระบบยัดเข้ามาในชีวิตเขา เป็สัญลักษณ์ว่าเกมไม่ใช่เกมอีกต่อไป แต่ตอนนี้มือของเขาจับมันเหมือนจับสิ่งที่ควรอยู่ตรงนั้น
นั่นทำให้เขาไม่สบายใจ
เขาไม่อยากคุ้นกับอาวุธเร็วขนาดนี้
ไม่อยากคุ้นกับการเล็ง
ไม่อยากคุ้นกับการตัดสินใจว่าใครอยู่ ใครตาย
แต่ความจริงคือเขาคุ้นไปแล้วบางส่วน
และบางส่วนในตัวเขารู้สึกขอบคุณที่คุ้น
เพราะถ้าไม่คุ้น พวกเขาอาจตายไปนานแล้ว
ความคิดนั้นเย็นเกินไป
คาเอลหายใจเข้า
อากาศในบันไดลึกมีกลิ่นแร่เย็นชัดขึ้นกว่าเดิม กลิ่นคล้ายฝนตกลงบนหิน แต่ไม่มีความชื้นแบบโลกภายนอก ไม่มีฝุ่น ไม่มีเชื้อรา ไม่มีความเน่าเปื่อยของรังเซิร์ก มันสะอาดเกินไปจนคล้ายอากาศที่ถูกกรองผ่านเวลาหลายพันปี
แสงสีฟ้าบนผนังไหลตามจังหวะก้าวของเขา เส้นลวดลายโปรทอสส์บนกำแพงขยับช้า ๆ เหมือนมีการตอบสนองต่อการมีอยู่ของพวกเขา
ไม่ใช่การต้อนรับ
เป็การตรวจสอบ
มิเลียเดินอยู่ด้านหลังและเยื้องไปทางซ้าย
ระยะห่างระหว่างเธอกับคาเอลยังไม่กลับมาเหมือนก่อน แต่ก็ไม่ไกลเท่าตอนออกจากห้องเซิร์ฟเวอร์ เธอไม่ได้แตะเขา ไม่ได้ถาม และไม่ได้พูดอะไรที่อาจทำให้ความเงียบระหว่างพวกเขาแตกง่ายเกินไป
แต่เธออยู่ในตำแหน่งที่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา เธอยิงคุ้มกันได้ทัน
คาเอลรู้สึกได้
และเขารู้ด้วยว่าแค่นั้นก็มีความหมายมากพอแล้วสำหรับตอนนี้
นิกซ์เดินถัดจากบัลธาซาร์ เด็กหนุ่มเอาแขนซ้ายกอดแขนขวาของตัวเองไว้ตลอดทาง เกล็ดสีคล้ำใต้ผิวยังไม่หาย แต่พอเข้ามาลึกในเขตวิหาร มันนิ่งลงราวกับถูกรั้งไว้ด้วยสนามบางอย่างที่มองไม่เห็น
“เสียงรังเบาลงอีกแล้ว” นิกซ์พูดเบา ๆ
แจ็กซ์ที่เดินตามหลังหันไปมอง
“ถือว่าเป็ข่าวดีได้ไหมครับ หรือควรกลัวว่ามันเงียบเพราะวางแผนอยู่”
โวร่าตอบแทนโดยไม่หัน
“ถ้านายกลัวทั้งสองอย่าง ก็ไม่ต้องเลือก”
“ขอบคุณครับ พี่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นแบบหดหู่มาก”
บัลธาซาร์มองนิกซ์
“แล้วเสียงอื่นล่ะ”
นิกซ์เงียบไปครู่หนึ่ง เขาหลับตาลง
คาเอลเห็นไหล่เด็กหนุ่มเกร็งเล็กน้อย
“มีเสียงของวิหาร” นิกซ์ตอบ
“แต่ไม่เหมือนรัง มันไม่ได้เรียก มัน…รอ”
คำว่า “รอ” ทำให้ทุกคนเงียบลงอีกครั้ง
เพราะั้แ่พวกเขาหลุดเข้ามาในโลกนี้ ทุกสิ่งที่รอพวกเขามักไม่ใช่สิ่งดี
บันไดทอดลึกลงไปเรื่อย ๆ ไม่มีทางแยก ไม่มีประตู ไม่มีป้าย ไม่มีสิ่งใดบอกว่าปลายทางคืออะไร แสงสีฟ้าค่อย ๆ เปิดนำหน้าเขาเพียงไม่กี่ขั้น ราวกับวิหารไม่อนุญาตให้มนุษย์มองอนาคตไกลเกินกว่าที่ควร
ทุกก้าวทำให้โลกด้านหลังเบาลง
เสียงฝูงเซิร์ก เสียงห้องเซิร์ฟเวอร์ เสียงคอร์ เสียง rack ล้ม เสียงผู้รอดชีวิตร้อง ทั้งหมดเหมือนถูกความลึกของวิหารกดให้ไกลออกไป
แต่ไม่ได้หายไป
โดยเฉพาะเสียงสุดท้าย
เสียงที่เขาไม่ได้ยินด้วยหูอีกแล้ว แต่ยังค้างอยู่ในหัวเหมือนเศษกระจก
คาเอลพยายามไม่คิดถึงมัน ยิ่งพยายาม ภาพก็ยิ่งชัด ใบหน้าคนที่ติดอยู่หลัง ตู้แร็ค มือที่ยื่นออกมา ปากที่อ้าค้างเหมือนกำลังเรียกชื่อใครสักคน และดวงตาที่เปลี่ยนจากความหวังเป็ความเข้าใจในชั่วเสี้ยววินาที
ความเข้าใจนั้นเลวร้ายกว่าความโกรธ คนที่โกรธยังเชื่อว่าความยุติธรรมบางอย่างควรมีอยู่ แต่คนที่เข้าใจแล้วว่าเขาจะไม่ถูกรอด…
เขาไม่มีอะไรให้คาเอลตอบกลับเลย
คาเอลกำปืนแน่นขึ้นจนข้อนิ้วตึง ความเย็นของโลหะช่วยดึงเขากลับมาได้เล็กน้อย
บัลธาซาร์พูดขึ้นจากด้านหลัง น้ำเสียงนิ่งเหมือนหินที่ผ่านฝนมานาน
“อย่าปล่อยให้คนตายกลายเป็โซ่”
คาเอลไม่หันกลับไปแต่ฝีเท้าของเขาช้าลง
บัลธาซาร์เดินต่ออย่างสงบ
“ให้พวกเขาเป็น้ำหนักของดาบก็พอ”
แจ็กซ์กระซิบกับโวร่า
“อันนี้เป็คำปลอบหรือคำขู่ครับ”
โวร่าตอบ
“ทั้งสองอย่าง”
คาเอลหายใจออกช้า ๆ
“ถ้าดาบหนักเกินไปล่ะ”
บัลธาซาร์เงียบไปครู่หนึ่ง
“ก็อย่าถือมันคนเดียว”
คำตอบนั้นเรียบง่ายเกินกว่าจะเรียกว่าเทศนา แต่เพราะมันเรียบง่าย คาเอลจึงรู้สึกถึงน้ำหนักของมันชัดกว่าเดิม
เขาไม่ได้ตอบ
มิเลียก็ไม่ได้พูดอะไร
แต่จากหางตา คาเอลเห็นเธอขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเพียงครึ่งก้าว
แค่ครึ่งก้าว
ในที่แบบนี้ ครึ่งก้าวก็ชัดพอ
บันไดสิ้นสุดลงที่โถงวงกลมอีกแห่งหนึ่ง
ห้องนี้ลึกกว่าโถงก่อนหน้า เพดานสูงแต่ไม่เปิดกว้างเท่าเดิม เสาโค้งสิบสองต้นล้อมรอบพื้นที่กลางห้องอย่างสมมาตร เสาแต่ละต้นมีแสงสีฟ้าไหลขึ้นลงอย่างช้า ๆ เหมือนเครื่องจักรที่ไม่้าชิ้นส่วนเคลื่อนไหว ตรงกลางห้องมีวงแหวนหินหรือโลหะซ้อนกันหลายชั้น ลอยอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย
และกลางวงแหวนเ่าั้มีบางอย่างลอยอยู่
อาร์ติแฟกต์
มันไม่ใช่วัตถุใหญ่
ขนาดเพียงประมาณฝ่ามือสองข้างประกบกัน รูปร่างคล้ายผลึกยาวแปดเหลี่ยม สีฟ้าเงินโปร่งแสง ภายในมีเส้นแสงเล็ก ๆ หมุนวนอยู่เหมือนดวงดาวขนาดจิ๋วที่ถูกขังไว้ ทุกครั้งที่เส้นแสงนั้นหมุน อากาศรอบตัวมันจะสั่นเบา ๆ จนแสงทั้งห้องดูเหมือนหายใจตาม
คาเอลหยุดที่ขอบโถง หัวใจเขาเต้นแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะความสวย แต่เพราะระบบในตัวเขาตอบสนองทันที
หน้าต่างสถานะปรากฏขึ้นโดยไม่เรียก
[ตรวจพบแกนเชื่อมต่อ]
[สัญญาณโปรทอสส์: เสถียร]
[เส้นทางย้อนกลับ: สามารถเปิดได้ภายใต้เงื่อนไข]
[คำเตือน: การเปิดใช้งานต้องใช้ตัวกลางที่เชื่อมต่อกับโปรโตคอลผู้บัญชาการ]
คาเอลอ่านบรรทัดสุดท้ายแล้วรู้สึกเหมือนพื้นเย็นขึ้น
ตัวกลาง?
ตัวเขา?
แจ็กซ์ชะโงกมองจากด้านหลังโดยไม่กล้าเข้าไปใกล้เกินไป
“ผมไม่รู้ว่าควรพูดว่าสวย หรือควรถอยห่างจากของที่ลอยได้โดยไม่มีฐานรองรับ”
โวร่าพูด
“ฉันเลือกถอย”
“เข้าใจง่ายดีครับ”
มิเลียมองอาร์ติแฟกต์ แล้วมองคาเอล
เธอเห็นบางอย่างบนหน้าเขา
“มันตอบสนองนาย?”
คาเอลพยักหน้า
“ระบบบอกว่ามันเปิดทางกลับได้ แต่ต้องใช้คนที่เชื่อมกับโปรโตคอลผู้บัญชาการ”
ไม่มีใครถามว่าใคร
คำตอบชัดเกินไป
บัลธาซาร์เดินขึ้นมาข้างเขา
“นั่นหมายความว่านายต้องแตะมัน”
คาเอลมองอาร์ติแฟกต์ แสงในผลึกหมุนช้าลงเล็กน้อย เหมือนมันได้ยิน
“คงจะใช่”
แจ็กซ์ยกมือขึ้นทันที
“ขออนุญาตเสนอความเห็นจากคนที่รอดมาได้เพราะระแวงทุกอย่างนะครับ ของโบราณลอยได้ในวิหารต่างดาวที่ระบบบอกว่าให้แตะ…ฟังดูเหมือนประโยคเปิดเื่ของเหตุการณ์หายนะมาก”
โวร่าพยักหน้า
“ครั้งนี้ฉันเห็นด้วย”
คาเอลไม่ได้ตอบ
เพราะเขาก็เห็นด้วย แต่พวกเขาไม่มีทางอื่น และนั่นเป็ปัญหาที่ใหญ่กว่าความกลัว
เขาก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว
ทันทีที่เท้าแตะพื้นวงแหวนชั้นนอก แสงในเสาทั้งสิบสองต้นสว่างขึ้นพร้อมกัน เสียงต่ำดังขึ้นจากพื้นไม่ใช่เสียงเตือนไม่ใช่เสียงเครื่องจักร มันเป็เสียงเหมือนวัตถุขนาดมหึมากำลังตื่น
มิเลียยกปืนขึ้นทันที
“คาเอล ถอยออกมา”
เขาหยุด แต่ไม่ถอย
แสงสีฟ้าในวงแหวนเริ่มไหลเร็วขึ้น ลวดลายบนพื้นเปลี่ยนจากเส้นนิ่งเป็รูปแบบซับซ้อนซ้อนทับกันหลายชั้น บางเส้นหมุนตามเข็มนาฬิกา บางเส้นหมุนสวน บางเส้นเคลื่อนผ่านใต้เท้าเขาโดยไม่ัั แต่ทำให้ิัใต้เสื้อขนลุก
นิกซ์ถอยหลังครึ่งก้าว
“มันมีบางสิ่งบางอย่างตื่นครับ”
ไม่มีใครตอบได้
จากเสาทั้งสิบสองต้น แสงรวมตัวเป็รูปร่าง ทีละส่วน ทีละชั้น ทีละเส้น มันไม่ใช่ร่างเนื้อ แต่เป็ชุดเกราะ
สูงกว่ามนุษย์มาก ลำตัวเรียวแต่แข็งแกร่ง แขนยาว ปลายมือเหมือนใบมีดแสงที่ยังไม่เปิดใช้งาน ใบหน้าไม่มีปาก มีเพียงช่องแสงสีฟ้าสองดวงที่สว่างขึ้นอย่างไร้อารมณ์
ผู้พิทักษ์โปรทอสส์
มันก้าวออกจากแสงโดยไม่มีเสียงฝีเท้า
แต่พื้นสั่นเล็กน้อยเมื่อมันยืนเต็มตัว
มิเลียขยับมุมปืน
โวร่าลดตัวต่ำ
แจ็กซ์ค่อย ๆ ถอยไปหลังบัลธาซาร์โดยไม่พยายามทำเหมือนไม่กลัว
“ผมเดาว่านี่ไม่ใช่พนักงานต้อนรับ”
ผู้พิทักษ์ยกแขนขึ้น ใบมีดแสงสีน้ำเงินยาวออกจากปลายแขนทั้งสองข้าง อากาศรอบคมแสงสั่น งช
บัลธาซาร์พูดเบา ๆ
“มันจะทดสอบเรา”
โวร่าหันมามอง
“คุณรู้ได้ยังไง”
“ถ้ามันจะฆ่าเรา มันไม่ต้องรอให้เราตั้งตัว”
ผู้พิทักษ์พุ่งเข้ามา เร็วเกินกว่าร่างสูงใหญ่ควรเคลื่อนไหวได้
มิเลียยิงทันที ะุลูกซองกระแทกเข้ากับเกราะแสงด้านหน้าของผู้พิทักษ์ เกิดประกายสีฟ้ากระจาย แต่ร่างมันไม่หยุด เพียงเบี่ยงมุมเล็กน้อยเหมือนคำนวณแรงกระแทกไว้แล้ว
โวร่าพุ่งอ้อมซ้าย พยายามเข้าด้านข้าง
ผู้พิทักษ์หมุนตัว
ไม่เร็วแบบเซิร์กลิง
แต่เร็วอย่างแม่นยำ
ใบมีดแสงกวาดผ่านอากาศ โวร่ากลิ้งหลบได้ทัน เส้นผมบางส่วนของเธอถูกตัดขาดลอยไปในแสงฟ้า
“โอเค” เธอพูดเสียงต่ำ
“มันอ่านจังหวะเคลื่อนไหวเป็”
คาเอลยก C-14 ขึ้น
เขาเล็งที่ข้อเข่าของผู้พิทักษ์
ปัง…
ะุพุ่งตรง
แต่ก่อนถึงเป้าหมาย ผู้พิทักษ์ยกแขนขึ้นในมุมที่พอดีเกินไป ะุกระแทกโล่แสงข้างแขนแล้วสะท้อนออกไปชนพื้น
ไม่ใช่แค่ป้องกัน
มันรู้ว่าเขาจะยิงตรงไหน
คาเอลรู้สึกถึง RS ในหัวขยับขึ้นทันที
ตำแหน่ง… มุม… ความเร็ว…
รูปแบบการตอบสนอง
ข้อมูลเริ่มเรียงตัว ผู้พิทักษ์ไม่ได้สู้เหมือนสัตว์ ไม่ได้สู้เหมือนคน มันสู้เหมือนระบบป้องกันที่ศึกษาผู้บุกรุกขณะต่อสู้ยิงซ้ำตำแหน่งเดิมไม่ได้ โจมตีตรงไม่ได้ หลอกจังหวะต้องซ้อนมากกว่าหนึ่งชั้น
ความคิดของคาเอลเร็วขึ้น แต่ก่อนที่มันจะเย็นลงเกินไป เสียงมิเลียดังขึ้นจากด้านขวา
“มันไม่ได้ฆ่าเราเต็มแรง!”
คาเอลชะงัก
มันคือเื่จริง ทุกครั้งที่ผู้พิทักษ์มีโอกาสฟันจุดตาย มันเลือกตัดเส้นทาง เลือกบังคับถอย เลือกผลัก ไม่ใช่ฆ่าทันที
มันกำลังทดสอบ ไม่ใช่ปะา คาเอลลดปลายปืนลงเล็กน้อย
“อย่าทำลายมัน!” เขาะโ
“แค่เปิดทางให้อาร์ติแฟกต์!”
“พูดง่ายนะ!” แจ็กซ์ะโจากหลังเสา
“สิ่งที่พยายามผ่าคนด้วยไฟดาบมักไม่ชอบการเจรจา!”
ผู้พิทักษ์พุ่งเข้าใส่คาเอล
เขาถอยหนึ่งก้าว ไม่ยิงทันที รอให้มันยกแขนขวาแล้วค่อยยิงพื้นใกล้เท้าซ้าย
ปัง…
แรงกระแทกไม่ได้ทำลายเกราะ แต่มันทำให้ผู้พิทักษ์เสียสมดุลเพียงเสี้ยววินาที
เสี้ยวนั้นโวร่าเข้าไป เธอไม่แทงตัวมัน แต่ฟันเส้นแสงวงหนึ่งที่เชื่อมจากพื้นกับข้อเท้าของมัน เส้นนั้นขาด ส่วนผู้พิทักษ์การเคลื่อนไหวชะงัก
มิเลียยิงซ้ำที่พื้นด้านหลังมัน ะุกระแทกวงแหวนชั้นนอกจนแสงสั่น ผู้พิทักษ์หันไปตอบสนอง
คาเอลเห็นช่องนี้
“แจ็กซ์!”
แจ็กซ์สะดุ้ง
“ผมไม่ชอบเวลาพี่เรียกชื่อผมระหว่างของโบราณกำลังโมโห!”
“วงแหวนด้านหลังมัน มีแผงควบคุมหรือจุดเชื่อมไหม!”
แจ็กซ์มองผ่านความวุ่นวาย ตาเขากวาดตามเส้นแสงบนพื้นอย่างรวดเร็ว
“ไม่ใช่แผง แต่มันมี รูปแบบซ้ำ ๆ ! ถ้าตัดจังหวะวงแหวนสามชั้นพร้อมกัน อาจทำให้มันชะงักนานขึ้น!”
“ต้องทำยังไง”
“มันต้องเข้าใกล้ ซึ่งเป็คำตอบที่ฉันไม่ชอบที่สุด!”
บัลธาซาร์เดินไปข้างเขา
“ฉันจะพาไป”
แจ็กซ์หันขวับ
“ผมอยากให้คำว่า ‘พาไป’ หมายถึงพาไปที่ปลอดภัย ไม่ใช่พาไปกลางวงฟันแสงนะครับ”
“เดินซะ”
แจ็กซ์กลืนน้ำลาย
“ครับผม”
บัลธาซาร์พาแจ็กซ์เคลื่อนอ้อมขอบวงแหวน ผู้พิทักษ์หันไปทางพวกเขาทันที แต่คาเอลยิงดักสองนัด บังคับให้มันยกโล่ มิเลียยิงอีกนัดที่พื้นหน้าเท้า ทำให้มันหยุดจังหวะ โวร่าพุ่งเข้าตัดเส้นแสงอีกเส้น
ทั้งหมดทำงานเป็จังหวะเดียวกัน คาเอลไม่ได้แค่ออกคำสั่ง เขารู้สึกถึงตำแหน่งของทุกคน
มิเลียด้านขวา
โวร่าซ้ายต่ำ
บัลธาซาร์กับแจ็กซ์กำลังอ้อม
นิกซ์อยู่หลังกลุ่มผู้รอดชีวิต
ผู้พิทักษ์กลางวง อาร์ติแฟกต์เหนือแท่น เส้นทางเข้า เส้นทางถอย เขากำลังอ่านสนามรบ ไม่ใช่เหมือนผู้เล่นแต่เหมือนผู้บัญชาการ
ความรู้สึกนั้นทรงพลังและอันตราย
มิเลียมองเขาแวบหนึ่งระหว่างบรรจุะุใหม่
เธอเห็นเหมือนทุกครั้ง เธอเห็นตอนเขาเย็นลง เห็นตอนเขาเร็วขึ้น เห็นตอนเขากลายเป็บางอย่างที่จำเป็ต่อการรอด แต่ไม่แน่ใจว่านั่นยังเป็คาเอลคนเดิมหรือไม่
แล้วเสียงแปลก ๆ ก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องแกน
แกรก ๆ …..
คาเอลหันไปทันที เสียงนั้นไม่ใช่ผู้พิทักษ์ ไม่ใช่แสง ไม่ใช่กลไกโปรทอสส์ มันคือเสียงกรงเล็บ
นิกซ์หน้าซีดทันที
“เซิร์ก…”
ทางเข้าที่พวกเขาผ่านมาเริ่มมีเส้นสีดำเลื้อยเข้ามาตามพื้น รอยแตกเล็ก ๆ บนขอบประตูที่ควรสะอาดเริ่มมีของเหลวสีม่วงเข้มซึมออกมา
ผลจากการแทรกแซงก่อนหน้า เขตป้องกันของวิหารอ่อนลงและรังหาทางตามกลิ่นพวกเขามาได้ เซิร์กลิงตัวแรกพุ่งเข้ามาในห้องแกน ทันทีที่มันแตะพื้นโถง แสงสีฟ้ารอบประตูสว่างวาบเหมือนพยายามเผามัน ร่างของมันกระตุก แต่ไม่ตาย มันฝืนพุ่งต่อด้วยความหิวที่ไม่รู้จักเจ็บ
มิเลียหันปืน
ปัง…
ร่างมันแตกออกก่อนถึงผู้รอดชีวิต แต่ด้านหลังมันมีอีกหลายตัว
“แย่แล้ว” แจ็กซ์พูดเสียงแห้ง
“ผมขอแก้คำก่อนหน้า ผู้พิทักษ์ไม่ใช่ปัญหาเดียวแล้วครับ”
โวร่าถอยกลับครึ่งก้าว
“ในที่สุดก็มีเื่ใหม่”
คาเอลมองสถานการณ์ตรงหน้า ผู้พิทักษ์ยังขวางอาร์ติแฟกต์ เซิร์กลิงกำลังบุกจากด้านหลัง ผู้รอดชีวิตอยู่กลางห้องแจ็กซ์ยังไม่ถึงจุดเชื่อม ถ้าถอยตอนนี้ พวกเขาจะเสียอาร์ติแฟกต์
ถ้าฝืน ทุกคนอาจถูกบดระหว่างผู้พิทักษ์กับฝูงเซิร์ก
แต่เขาจำเป็ต้องสั่ง ด้วยความเร็ว แม่นยัง โดยไม่มีเวลาลังเล
“มิเลีย คุมทางเข้า อย่าให้เซิร์กลิงเข้าถึงผู้รอดชีวิต!”
เธอหันมามองเขาแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้า ไม่มีคำพูด แต่เธอทำตามเขาสั่ง
“โวร่า ตัดจังหวะผู้พิทักษ์ต่อ อย่าเข้าแกนกลาง!”
“รู้แล้ว”
“บัลธาซาร์ พาคนเจ็บถอยไปหลังเสาที่สาม แจ็กซ์ ถ้าจะทำอะไรก็ทำตอนนี้!”
แจ็กซ์กำลังคุกเข่าหน้าวงแหวนด้านหลังผู้พิทักษ์ นิ้วเขาสั่น แต่สมองยังทำงาน
“ผมกำลังทำอยู่! และขอแจ้งว่าไม่มีปุ่ม ‘หยุดผู้พิทักษ์อย่างปลอดภัย’ ให้กด!”
“งั้นนายสร้างปุ่มเองเอง!”
“คำพูดพี่สร้างแรงบันดาลใจและความดันโลหิตสูงพร้อมกันครับ!”
นิกซ์ยืนแข็งอยู่ด้านหลังกลุ่มผู้รอดชีวิต ดวงตาเขาจับเซิร์กลิงที่บุกเข้ามา แขนขวาสั่น เสียงฝูงกลับมาแม้เบากว่าตอนอยู่นอกรัศมีวิหาร แต่ว่ามันกลับมา…
คาเอลมองเขา
“นิกซ์”
เด็กหนุ่มสะดุ้ง
“อย่าตอบมัน” คาเอลพูด
“แต่ใช้มันบอกทางเรา”
นิกซ์กัดฟัน
“ผมไม่แน่ใจว่าทำได้”
“ทำเท่าที่ทำได้”
นิกซ์หลับตาสั้น ๆ
เมื่อเขาลืมตา สีหน้าของเขาไม่มั่นคง แต่เขายืนอยู่
“ด้านซ้ายจะมีสามตัวลอดใต้เสา”
มิเลียยิงไปทางซ้ายก่อนจะเห็นอะไร
เซิร์กลิงสามตัวโผล่มาตามคำพูด
ะุลูกซองกวาดมันล้มลงทันที
“้า!” นิกซ์ะโ
โวร่าหันขึ้น ฟันตัวที่กระโจนจากเสาแสง้าจนตกลงมาข้างผู้พิทักษ์
ผู้พิทักษ์หันไปตอบสนองต่อเซิร์กลิงทันที มันฟันร่างเซิร์กลิงขาดครึ่งด้วยใบมีดแสง
คาเอลเห็นผู้พิทักษ์ต่อต้านเซิร์ก มันขวางพวกเขา แต่ก็ขวางรัง นี่ไม่ใช่ศัตรูเดียว มันคือระบบป้องกันที่ทดสอบทุกสิ่งที่เข้ามา
“อย่าล่อเซิร์กลิงไปหาแจ็กซ์!” คาเอละโ
“แต่ล่อให้มันปะทะผู้พิทักษ์ด้านหน้า!”
โวร่าเข้าใจทันที
เธอเปลี่ยนตำแหน่ง ไม่ฆ่าทุกตัวที่หลุด แต่ตัดมุมให้เซิร์กลิงบางตัวพุ่งเข้าสู่เส้นทางของผู้พิทักษ์
ผู้พิทักษ์ฟันมัน จังหวะของมันเปิด คาเอลยิงมีมิเลียยิงเซิร์กลิงด้านหลังนิกซ์บอกตำแหน่ง บัลธาซาร์ดันผู้รอดชีวิตหลบ แจ็กซ์ทำงานกับวงแหวน โวร่ากลายเป็เงาที่ตัดทิศทางศัตรู
สนามรบเริ่มมีรูปแบบ ถึงแม้จะไม่ปลอดภัยแต่พวกเขาก็พอควบคุมได้
คาเอลรู้สึกมันชัดมากและอีกครั้งเขากลัวความชัดนั้น
“เอาล่ะ ได้แล้ว!” แจ็กซ์ะโ
วงแหวนด้านหลังผู้พิทักษ์สั่น แสงสามชั้นที่หมุนไม่ตรงกันถูกบังคับให้หยุดในจังหวะเดียวกันเพียงเสี้ยววินาที
ผู้พิทักษ์ค้างกลางท่า แค่เสี้ยวเดียว แต่พอให้เขามีจังหวะไปหาอาร์ติแฟกต์
“คาเอล!” มิเลียะโ
เขาพุ่งเข้าไปหาอาร์ติแฟกต์
ผู้พิทักษ์เริ่มขยับกลับมา เซิร์กลิงสองตัวพุ่งจากด้านซ้าย โวร่าตัดตัวหนึ่ง มิเลียยิงอีกตัว แต่แรงถีบทำให้เธอเซ นิกซ์ร้องเตือนสายเกินไปหนึ่งเสี้ยว
เซิร์กลิงตัวเล็กอีกตัวหลุดจากใต้ซากแล้วพุ่งเข้าหาคาเอล
จังหวะนั้นคาเอลเองก็หันปืนไม่ทัน บัลธาซาร์ขว้างเศษโลหะจากพื้นใส่มันกระแทกหัวมันเบี่ยงไปครึ่งทาง โวร่าพุ่งเข้ามาตาม ฟันมันตกลงก่อนถึงคาเอล
“อย่าหยุด!” เธอะโ
คาเอลไม่หยุด
เขาก้าวขึ้นแท่นแสงจากอาร์ติแฟกต์สว่างขึ้นทันที มันตอบสนองต่อเขาไม่ใช่เหมือนเครื่องรับคำสั่ง เหมือนสิ่งที่รอให้เขายอมรับว่าต้องแตะมัน
คาเอลยื่นมือออกไป ปลายนิ้วััผลึกเย็นเฉียบโลกทั้งใบหายไป ไม่ใช่ความมืด ไม่ใช่แสง แต่เป็ความว่างเปล่าที่มีน้ำหนัก
เหมือนทุกสิ่งรอบตัวถูกดึงออกไปทีละชั้น ทีละชั้น จนเหลือเพียงการรับรู้ของเขาที่ลอยอยู่โดยไม่มีร่างให้ยึดเกาะเสียงแรกที่กลับมาไม่ใช่เสียงปืน ไม่ใช่เสียงเซิร์ก เป็เสียงหายใจของตัวเอง สั้น ไม่สม่ำเสมอ เหมือนคนที่เพิ่งหนีตายมาแล้วไม่ทันรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่
จากนั้นภาพก็เริ่มไหลเข้ามา ไม่ใช่ภาพเดียวไม่ใช่ลำดับแต่เป็เศษ เศษความจริงที่ถูกโยนใส่เขาโดยไม่มีคำเตือน
ร้าน VR
แสงนีออนขาว
เสียงพัดลมเครื่อง
เสียงคนหัวเราะ
เสียงแจ็กซ์บ่นเื่แลค
เสียงใครบางคนพูดว่า “อีกตาเดียวก็จบแล้ว”
และภาพเกิดการกระตุก หน้าจอขึ้นคำว่า Syncing 99% แต่ไม่มีใครสนใจมัน
100%
ไม่มีใครถอดเครื่อง
ภาพค่อย ๆ แตกออก
เขาเห็นตัวเองกำลังนั่งอยู่ ไม่ขยับเขยื้อน สายเชื่อมต่อยังติดอยู่ที่ท้ายทอย และด้านข้าง… มีคนคนหนึ่งกำลังสั่น อีกคนล้มลงจากเก้าอี้เสียงใครบางคนะโเรียกชื่อเพื่อน
แต่ไม่มีใครตอบ
ภาพเปลี่ยนอีกครั้ง
เร็วขึ้น
แรงขึ้น
เหมือนมีใครกำลังบังคับให้เขาดู ห้องเซิร์ฟเวอร์ที่ตู้แร็ค แสงเขียว น้ำเงิน ส้ม เสียงพัดลม เสียงโลหะล้ม แล้วเขาเห็นมันชัดกว่าครั้งก่อน
เด็กคนนั้นไม่ใช่แค่เงาภาพอีกต่อไป ไม่ใช่แค่ภาพสั้น ๆ ก่อนทุกอย่างพัง เขาเห็นตาและเห็นปากที่พยายามพูดอะไรบางอย่าง เห็นมือที่ยกขึ้นมาหาเขา ไม่ใช่เพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่เหมือนจะบอกว่า…
ไม่เป็ไร
หลังจากนั้นภาพหยุดค้าง
คาเอลพยายามหันหนี แต่ไม่มีร่างให้หัน ไม่มีเปลือกตาให้หลับ
เขาถูกบังคับให้เห็น เสียงหนึ่งดังขึ้นมาแทรก มันเบามาก แต่ชัดเจน และอยู่ใกล้เกินไป
“เ้าปล่อยเขา”
เสียงที่เขาได้ยืน ไม่ใช่เสียงในระบบ ไม่ใช่เสียงเตือน ไม่ใช่เสียงที่มีที่มา
คาเอลรู้สึกได้
“ถ้านายช่วย…” เสียงนั้นพูดต่อ
“แนวจะพัง”
ภาพสองทางซ้อนกัน
ถ้าช่วยทุกคนตาย…
ไม่ช่วยบางคนตาย…
ไม่มีทางที่ถูก ไม่มีทางใดผิด มีแต่ทางที่เลือกแล้วต้องรับ คาเอลรู้สึกบางอย่างบีบที่อก ไม่ใช่ความเสียใจ ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็การยอมรับที่เขาไม่อยากยอมรับ
เขาเลือกแล้วและถ้าเกิดอีกครั้ง เขาอาจเลือกเหมือนเดิม
เสียงเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังฟังเขา
“งั้นจำมันไว้”
“อย่าทำเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น”
ภาพแตกออกเป็เส้นแสง แล้วเสียงอีกเสียงก็ดังขึ้น เย็นกว่า นุ่มลึกกว่า เหมือนมาจากใต้ทุกอย่าง
“เ้ารู้แล้ว”
อิซชา
“เพียงยอมรับ”
ภาพเปลี่ยนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความทรงจำ เป็สิ่งที่กำลังจะเกิด เมือง ถนน มีรถชนกัน เกิดไฟไหม้
ผู้คนวิ่งหนี
เสียงไซเรนรถพยาบาล
เสียงปืนตำรวจและทหาร
แล้วบนตึกสูง…
เงา
ไม่ใช่มนุษย์
ไม่ใช่สัตว์
บางอย่างที่ยังมาไม่ถึงเต็มตัว
คาเอลรู้สึกถึงมัน เหมือนมันกำลังมองลงมา ไม่ใช่มองด้วยตา แต่มองด้วยความตั้งใจ
โลกนี้ไม่ใช่ปลายทางมันแค่จุดเริ่มต้น เสียงของทาลันดาร์แทรกเข้ามา ห่างออกไป เหมือนกำลังถูกอะไรบางอย่างกดทับ
“เส้นทางถูกเปิด…แต่ราคายังไม่ถูกจ่าย…”
เสียงอิซชาซ้อนทับ
“พวกเ้าจะกลับไป”
“ไม่ใช่เพราะคู่ควร”
“แต่เพราะยังมีประโยชน์”
คาเอลกำอาร์ติแฟกต์แน่นขึ้น แม้เขาไม่รู้ว่ามือยังอยู่หรือไม่
“ฉันไม่ได้กลับไปเพื่อเป็เครื่องมือของพวกแก”
ความเงียบตอบกลับมา
แล้วพูดว่า
“เช่นนั้น จงจำไว้”
“การหยุด ไม่เหมือนการลบ”
“การชนะ ไม่เหมือนการรอด”
“และการรอด ไม่ได้แปลว่ายังเป็มนุษย์”
คำสุดท้ายแทงลึกกว่าเสียงใด ๆ เพราะมันไม่ใช่คำขู่ มันคือคำเตือน
จากนั้นก็เกิดแสงะเิออกมา
คาเอลถูกดึงกลับมาสู่ร่างในห้องแกนทันที
เขายังยืนอยู่บนแท่น มือจับอาร์ติแฟกต์ ผู้พิทักษ์ที่เริ่มขยับกลับมาหยุดนิ่งอีกครั้ง แสงในร่างมันเปลี่ยนจากพร้อมโจมตีเป็ยอมรับชั่วคราว
วงแหวนทั้งหมดในห้องหมุนเร็วขึ้น
แจ็กซ์ะโ
“ผมหวังว่านี่คือขั้นตอนปกติ!”
พื้นทั้งห้องสั่น
มิเลียหันไปยิงเซิร์กลิงอีกตัวที่พุ่งเข้ามา
โวร่าะโ
“ถ้าจะกลับก็กลับเดี๋ยวนี้ ตอนนี้!”
แสงจากอาร์ติแฟกต์แผ่ออกเป็วง ััแรกเหมือนน้ำเย็นผ่านผิว ััต่อมาเหมือนร่างทั้งร่างถูกแยกออกเป็เส้นเล็ก ๆ จากนั้นทุกอย่างก็กลายเป็เสียง
เสียงพัดลมของห้องเซิร์ฟเวอร์
เสียงรัง
เสียงวิหาร
เสียงปืน
เสียงลมหายใจ
เสียงหัวใจ
แล้วทั้งหมดถูกบีบรวมเป็จุดเดียว
คาเอลรู้สึกเหมือนตก ไม่ใช่ตกลง แต่ตกกลับ ผ่านชั้นของความมืด ผ่านแสงสีฟ้า ผ่านเสียงที่เรียกชื่อเขา ผ่านความรู้สึกของมือใครบางคนที่เกือบแตะเขาแต่ไม่ทัน
แล้วเขาก็หายใจเข้า อากาศแรกที่เข้าปอดไม่เย็น มันร้อน เต็มไปด้วยควันและมีกลิ่นพลาสติกไหม้
คาเอลลืมตาตื่นขึ้นพบว่าเขานอนอยู่บนพื้น
ไม่ใช่พื้นวิหาร
เป็พื้นกระเบื้องสีดำของร้าน VR
แสงไฟในร้านดับเกือบทั้งหมด เหลือเพียงไฟฉุกเฉินสีแดงที่หมุนช้า ๆ บนเพดาน หน้าจอหลายจอแตก บางจอยังขึ้นภาพค้างเป็เส้นสีฟ้า บางเครื่องมีควันจาง ๆ ลอยออกมาจากช่องระบายอากาศ เก้าอี้ VR เรียงเป็แถวเหมือนศพของเครื่องจักรที่เพิ่งถูกไฟฟ้าช็อต
เสียงไซเรนดังอยู่ไกล ๆ
รถพยาบาล
ตำรวจ
หรือทหาร
เขาไม่แน่ใจ
มีเสียงคนะโจากนอกอาคาร
เสียงกระจกแตก
เสียงอะไรบางอย่างะเิห่างออกไปจนพื้นร้านสั่นเบา ๆ
คาเอลยันตัวขึ้น หัวเขาหนักเหมือนถูกบีบจากด้านใน มือยังรู้สึกเย็นจากอาร์ติแฟกต์ แต่ในมือเขาไม่มีอะไร
เขาหันไปรอบ ๆ
มิเลียอยู่ไม่ไกล เธอกำลังดึงอุปกรณ์ VR ออกจากศีรษะตัวเอง มือเธอสั่นเล็กน้อย แต่สายตากลับคืนสู่ความคมอย่างรวดเร็ว โวร่ากลิ้งตัวลงจากเก้าอี้อีกตัวแล้วคว้ามีดที่ไม่มีอยู่จริงก่อนจะชะงัก แจ็กซ์ตื่นขึ้นพร้อมไออย่างแรง แล้วดึงสายเชื่อมต่อออกจากคอเสื้อด้วยสีหน้าเหมือนอยากฟ้องบริษัทผู้ผลิตทุกแห่งในโลก
“โอเค…” แจ็กซ์หอบ
“คราวนี้ผมจะเขียนรีวิวเกมนี้หนึ่งดาวแน่นอน”
นิกซ์อยู่บนพื้นอีกด้าน เด็กหนุ่มขดตัวและกุมแขนขวาไว้ เกล็ดบนแขนยังอยู่
ไม่ใช่ภาพจากระบบ แต่มันอยู่จริง
บัลธาซาร์ลุกขึ้นช้าที่สุด เขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ VR ดวงตาเปิด แต่สายตาเหมือนยังเดินกลับมาจากที่ไกลมาก
คาเอลมองเก้าอี้อื่น ๆ บางคนตื่น บางคนไม่มีโอกาสแล้ว…
บางแคปซูลว่างเปล่าทั้งที่ควรมีคน
บางเครื่องยังทำงานผิดปกติ ไฟกะพริบรัวเหมือนหัวใจที่กำลังจะหยุด
ผู้เล่นบางคนที่เคยอยู่ในร้านก่อนทุกอย่างเกิดขึ้นนอนนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าซีดเกินไป ไม่มีเสียงหายใจให้ได้ยินจากหลายคน
ความหวังว่าการกลับโลกจริงจะหมายถึงการตื่นจากฝันร้ายแตกสลายทันที
ร้าน VR ไม่ใช่ที่ปลอดภัย แต่มันเป็จุดเริ่มต้นของภัยพิบัติ
มิเลียลุกขึ้นแล้วมองไปทางหน้าร้าน กระจกบานใหญ่แตกเป็รอยยาวจากมุมหนึ่งถึงอีกมุมหนึ่ง ด้านนอกมีแสงไฟสีแดงและน้ำเงินสะท้อนจากรถฉุกเฉินที่วิ่งผ่านไปอย่างเร่งรีบ ควันสีดำลอยขึ้นจากถนนฝั่งตรงข้าม
อุปกรณ์สื่อสารที่ข้อมือมิเลียสั่น
เธอกดรับทันที
เสียงปลายสายแตกพร่า แต่คาเอลได้ยินบางคำ
“...เขตกลางเมือง…ตั้งฐานชั่วคราว…คำสั่งจากนายพล…”
มิเลียหน้าตึงขึ้น
“ฉันออกมาแล้ว” เธอพูด
“ยังมีผู้รอดชีวิตกับฉัน…ไม่ เราไม่ได้อยู่ในสภาพจะอธิบายทางวิทยุ”
ปลายสายพูดบางอย่างเร็วมาก
มิเลียเงียบไปครู่หนึ่งแล้วตอบเสียงต่ำ
“บอกพ่อว่าอย่าเพิ่งยิงทุกคนที่ใช้พลังได้”
แจ็กซ์ที่เพิ่งลุกขึ้นได้หันขวับ
“ขอโทษนะครับ เมื่อกี้คำว่า ‘พ่อ’ กับ ‘อย่ายิง’ อยู่ในประโยคเดียวกันใช่ไหม”
มิเลียไม่มองเขา
“พ่อฉันคุมกำลังเสริมส่วนหนึ่งอยู่”
คาเอลมองเธอ
มิเลียหลบสายตาเขาไปชั่วเสี้ยวหนึ่ง
นี่ไม่ใช่การหลบเพราะผิด
แต่เป็การหลบของคนที่รู้ว่าความจริงบางอย่างควรถูกพูดเร็วกว่านี้ แต่ไม่มีเวลาที่เหมาะเลย
“นายพล?” โวร่าถาม
มิเลียพยักหน้า
คำดังกล่าวทำให้ความเงียบในร้านหนักขึ้นอีกชั้น ไม่ใช่เพราะทุกคนรู้จักเขา แต่เพราะคำว่า "นายพล" ในเวลานี้หมายถึงอำนาจ หมายถึงคำสั่ง หมายถึงคนที่อาจช่วยพวกเขาได้ หรืออาจสั่งให้ปืนทั้งหมดหันมาหาพวกเขา หากตัดสินว่าพวกเขาเป็ภัยมากกว่าผู้รอดชีวิต
คาเอลยังไม่ทันถามอะไร เสียงกระจกด้านหน้าร้านก็แตกดังสนั่น บางสิ่งพุ่งชนจากด้านนอกเข้ามา
เซิร์กลิง
ตัวจริง
ไม่ใช่ในระบบแบบที่ผ่านมา
ร่างของมันกระแทกพื้นร้านจนเศษกระจกกระจาย มันลุกขึ้นทันที กรงเล็บขูดพื้นกระเบื้องเกิดเสียงแหลม ดวงตาดำสะท้อนแสงไฟฉุกเฉินสีแดง
คนที่เพิ่งตื่นบางคนกรีดร้อง
มิเลียยกปืนลูกซองตามสัญชาตญาณ แต่ในโลกจริง เธอไม่มีปืนลูกซองในมือเธอชะงักเพียงเสี้ยวเดียว
เซิร์กลิงพุ่งเข้าหาพวกเขา
คาเอลยกมือขึ้น เขาไม่รู้ว่าจะเรียกมันได้หรือไม่ เขาไม่ได้คิดเป็คำ ไม่ได้กดหน้าต่างระบบ ไม่ได้สั่งด้วยเสียงมีเพียงความ้าที่ชัดเจนจนเหมือนคำสั่งในกระดูก
C-14
แสงสีฟ้าขาวแตกออกจากมือเขา โลหะประกอบตัวกลางอากาศ น้ำหนักคุ้นเคยตกลงในฝ่ามือ และ C-14 ได้ปรากฏจริงทำให้โลกทั้งใบเหมือนหยุดไปครึ่งวินาที
มิเลียเห็น
โวร่าเห็น
นิกซ์เห็น
แจ็กซ์อ้าปากค้าง
“ไม่…ไม่ ๆ ๆ แบบนี้ไม่ควรข้ามมาด้วยสิครับ!”
คาเอลไม่มีเวลาตอบ
เขายิง
ปัง…
ะุทะลุหัวเซิร์กลิงกลางร้าน VR ร่างของมันกระแทกพื้นและไถลไปชนเคาน์เตอร์ เครื่องดื่มกระป๋องหล่นกระจาย เืสีเขียวคล้ำไหลไปตามพื้นกระเบื้องจริง ๆ
กลิ่นคาวร้อนพุ่งขึ้นมาทันที
จริงยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ครั้งนี้ไม่มีเส้นแบ่งแล้ว
ไม่มีเกม
ไม่มีระบบจำลอง
ไม่มีข้ออ้างว่าเมื่อถอดอุปกรณ์ออก ทุกอย่างจะจบ
มิเลียมองปืนในมือคาเอล แล้วมองศพเซิร์กลิงบนพื้น สีหน้าเธอไม่ได้ใแบบคนไม่เคยเห็น แต่เป็ความเงียบของคนที่คำตอบแย่ที่สุดได้รับการยืนยัน
นิกซ์ก้มมองแขนตัวเอง เกล็ดยังอยู่
เขากระซิบ
“มันตามเรากลับมา…”
คาเอลมอง C-14 ในมือ มีน้ำหนักจริง แรงถีบจริง กลิ่นดินปืนจริง เขาอยากให้มันหายไป แต่ส่วนหนึ่งของเขากลับโล่งใจที่มันอยู่ และนั่นทำให้เขากลัวตัวเองอีกครั้ง
เสียงประกาศฉุกเฉินดังจากลำโพงนอกอาคาร
“ประชาชนทุกคนมุ่งหน้าไปยังศูนย์อพยพกลางเมือง…หลีกเลี่ยงถนนสายหลัก…ย้ำ หลีกเลี่ยง…”
เสียงประกาศถูกเสียงะเิกลบ ไฟในร้านกะพริบ
มิเลียกดอุปกรณ์สื่อสารอีกครั้ง
“เราต้องไปศูนย์กลางเมือง” เธอพูด
“ตอนนี้”
โวร่าเดินไปหยิบท่อนเหล็กจากเคาน์เตอร์ที่พัง มองมันเหมือนพิจารณาว่าพอใช้แทนมีดได้ไหม
“มีทางไหนไม่เต็มไปด้วยตัวแบบนั้นบ้าง”
มิเลียมองออกไปนอกกระจกแตก
ถนนด้านนอกมีควันหนา รถชนกันกลางแยก ไฟไหม้จากร้านฝั่งตรงข้าม ผู้คนวิ่งผ่านเงาไฟฉุกเฉิน มีทหารบางกลุ่มพยายามตั้งแนวป้องกันตรงหัวมุมถนน แต่เสียงปืนของพวกเขาดูเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับเสียงบางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ไกลออกไป
“ไม่มีทางที่ปลอดภัย” มิเลียตอบ
“มีแค่ทางที่ยังผ่านได้”
แจ็กซ์ถอนหายใจ
“ผมคิดถึงตอนที่ปัญหาใหญ่ที่สุดของชีวิตคือเน็ตหลุดตอนโหลดเกม”
บัลธาซาร์ลุกขึ้นเต็มตัวในที่สุด
เขามองศพเซิร์กลิง มองคาเอล มองมิเลีย แล้วมองออกไปยังเมืองที่กำลังแตก
“งั้นเราต้องทำให้คนที่เหลือเดินถึงฐาน”
คาเอลหันไปมองผู้รอดชีวิตในร้าน บางคนยังสั่น บางคนยังไม่เข้าใจ บางคนเพิ่งตื่นจากระบบมาเจอโลกจริงที่เลวร้ายกว่า แต่บางคนไม่มีสิทธิ์ตื่นอีกเลย….
เขานึกถึงคำถามของเสียงปริศนา
กลับไปเพื่ออะไร
ตอนนี้คำตอบอยู่ตรงหน้า เพื่อคนพวกนี้ เพื่อคนที่ยังไม่รู้ว่าจะต้องหนีไปไหน เพื่อโลกที่กำลังถูกดึงเข้าไปในาก่อนมีใครพร้อม
มิเลียเดินไปที่ประตูแตก หยุดข้างเขา ไม่ใกล้เท่าเดิมแต่ยืนในแนวเดียวกัน
“ถ้าไปศูนย์กลางเมือง เราอาจเจอทหารของพ่อฉัน” เธอพูด
“พวกเขาจะถามว่าเราเป็อะไร”
คาเอลมอง C-14 ในมือ
“แล้วคำตอบคืออะไร”
มิเลียเงียบไป ด้านนอก เสียงไซเรนดังยาว
เธอตอบในที่สุด
“ตอนนี้…คงเป็คนที่ยังยิงสวนได้”
คำตอบนั้นไม่สวย แต่คือความจริงที่สามารถบอกได้ที่สุดในสถานการณ์นี้
โวร่าเดินออกเป็คนแรกหลังจากนั้น ท่อนเหล็กในมือเธอไม่ใช่อาวุธที่ดี แต่ดีกว่ามือเปล่า แจ็กซ์ช่วยพยุงผู้รอดชีวิตคนหนึ่งที่ยังเดินโซเซ นิกซ์เดินใกล้บัลธาซาร์ แขนขวายังกอดไว้แน่น คาเอลเห็นเด็กหนุ่มหันไปมองศพเซิร์กลิงอีกครั้งก่อนออกจากร้าน เหมือนอยากแน่ใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงนั้นไม่ใช่ภาพหลอน
เมื่อประตูร้าน VR ถูกผลักเปิดออกเต็มที่ อากาศด้านนอกพุ่งเข้ามาเหมือนคลื่นร้อน
กลิ่นน้ำมันไหม้
กลิ่นยางรถ
กลิ่นควัน
กลิ่นเื
และกลิ่นฝุ่นจากคอนกรีตที่แตกกระจาย
คาเอลก้าวออกไป พื้นถนนใต้เท้าไม่เรียบเหมือนในวิหาร มันแตก ทั้งร้อน เปื้อนเศษกระจกและคราบเืที่ยังไม่แห้ง
เมืองที่เขารู้จักไม่มีอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว…
รถคันหนึ่งพลิกคว่ำกลางถนน ไฟลุกจากเครื่องยนต์อย่างดื้อรั้น ผู้หญิงคนหนึ่งลากชายาเ็ออกจากทางเท้า เด็กเล็กกอดตุ๊กตาที่เปื้อนฝุ่นไว้แน่นขณะร้องไห้โดยไม่มีเสียงเพราะร้องจนหมดแรง เสียงไซเรนจากรถพยาบาลดังใกล้เข้ามาแล้วหายไปอีกทิศ เหมือนแม้แต่ความช่วยเหลือก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนก่อน
หน้าจอโฆษณาขนาดใหญ่บนตึกฝั่งตรงข้ามยังทำงานครึ่งหนึ่ง
ภาพเกม VR ยังค้างอยู่
ทหารในโฆษณายิ้ม
ตัวหนังสือกะพริบ
ััาเสมือนจริง
แล้วภาพแตกเป็เส้นสีขาวดำ
คาเอลมองมันนานเกินไป
คำว่าเสมือนจริงเลวร้ายจนเกือบตลก
แต่ไม่มีใครกล้าหัวเราะ
ไกลออกไป มีทหารตั้งแนวหลังรถหุ้มเกราะ พวกเขายิงเป็จังหวะสั้น ๆ ไปทางตรอกที่เต็มไปด้วยควัน เสียงปืนดังสะท้อนตึกสูง แต่บางครั้งเสียงนั้นก็ถูกกลบด้วยเสียงขูดของอะไรบางอย่างบนผนังปูน
มิเลียยกอุปกรณ์สื่อสารขึ้นอีกครั้ง
“เรากำลังออกจากจุดเดิม มุ่งหน้าไปศูนย์กลางเมือง มีผู้รอดชีวิตติดตามมา…ใช่และ มีคนใช้พลังได้… ห้ามยิงโดยไม่ยืนยันเป้าหมาย”
ปลายสายพูดอะไรบางอย่าง
มิเลียหน้าตึงขึ้น
“ฉันรู้คำสั่งของพ่อ”
เธอหยุด
“แต่ตอนนี้ถ้ายิงทุกคนที่แปลกหน้า เราจะเหลือศัตรูมากกว่าผู้รอดชีวิต”
คาเอลหันมามองเธอ มิเลียไม่หลบสายตาในครั้งนี้ แต่ก็ไม่อธิบายเพิ่ม
จากอีกฝั่งของถนน เสียงเครื่องยนต์หนักดังขึ้น รถทหารคันหนึ่งเลี้ยวผ่านหัวมุมอย่างรวดเร็ว ไฟหน้ากวาดผ่านควันแล้วส่องมาทางพวกเขา ทหารสามนายะโลงจากท้ายรถทันที ปืนยกขึ้นตามสัญชาตญาณ
ปลายกระบอกปืนหันมาทางคาเอลก่อน
เพราะ C-14 ในมือเขาไม่ควรมีอยู่บนโลกจริง
“วางอาวุธ!” ทหารนายหนึ่งะโ
มิเลียก้าวออกไปทันที
“ลดปืนลง”
เสียงเธอไม่ดังแต่เด็ดขาด
ทหารทั้งสามชะงัก คนที่ยืนหน้าสุดหันมามองเธอผ่านแสงไฟฉุกเฉิน แล้วสีหน้าเขาเปลี่ยนทันที
“ท่านมิเลีย…”
เขาลดปืนลงครึ่งหนึ่ง ก่อนจะรีบทำความเคารพ อีกสองนายทำตามทันที
แจ็กซ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังคาเอลเบิกตา
“โอเค…ผมขอเพิ่มคำถามเื่ครอบครัวคุณไว้ในรายการหลังรอดชีวิตนะครับ”
มิเลียไม่ตอบแจ็กซ์
เธอมองทหารตรงหน้า
“ศูนย์กลางเมืองยังตั้งแนวได้ไหม”
“ยังครับ แต่แนวตะวันออกเริ่มแตก เราได้รับคำสั่งให้พาคุณกลับทันที”
“ไม่ใช่แค่ฉัน” มิเลียพูด
“พาทุกคนไปด้วย”
ทหารมองผ่านเธอไปยังคาเอล นิกซ์ โวร่า แจ็กซ์ บัลธาซาร์ และผู้รอดชีวิต
เขาลังเลเมื่อเห็นแขนนิกซ์
คาเอลเห็นมือของทหารขยับเข้าใกล้ไกปืนเล็กน้อย มิเลียเองก็เห็นเหมือนกัน
“เขาพวกเดียวกับเรา” เธอพูด
สั้น
ไม่มีคำอธิบาย
แต่หนักพอให้ทหารหยุด
“รับทราบครับ”
เสียงจากตรอกด้านหลังดังขึ้นอีกครั้ง
แกรก….
ทุกคนหันไป เงาเซิร์กลิงสองตัวปรากฏบนกำแพงด้านข้างก่อนร่างจริงจะพุ่งออกมา
คาเอลยก C-14
ทหารยกปืน
มิเลียก้มลงหยิบปืนพกจากทหารนายหนึ่งที่ยื่นให้โดยไม่ต้องถาม
สามเสียงปืนดังแทบพร้อมกัน
เซิร์กลิงตัวแรกถูกยิงกลางอากาศ ตัวที่สองไถลลงพื้นแล้วพยายามลุก แต่โวร่าพุ่งเข้าไปฟาดด้วยท่อนเหล็กเต็มแรงจนหัวมันกระแทกพื้น ก่อนคาเอลจะยิงปิดท้าย
เืสีเขียวคล้ำกระเด็นบนถนนจริง ทหารมองคาเอลอีกครั้ง คราวนี้ในสายตาไม่ใช่แค่ความระวัง แต่มีความกลัวและความจำเป็ มิเลียหันไปทางศูนย์กลางเมือง
“ไป”
ไม่มีใครถามอีก พวกเขาเริ่มเคลื่อนตัวไปตามถนนที่เต็มไปด้วยควันและเศษซาก มีร้าน VR อยู่ข้างหลัง วิหารอยู่ไกลกว่าความจริง แต่ความเย็นของอาร์ติแฟกต์ยังค้างอยู่ในมือคาเอล
เขาเดินท่ามกลางเสียงไซเรน เสียงปืน เสียงร้อง และเสียงกรงเล็บที่ดังเป็ระยะจากตรอกมืด
เขาเคยคิดว่าการกลับโลกจริงคือการตื่นจากฝันร้าย
แต่เมื่อก้าวออกจากร้าน VR และเห็นเมืองที่กำลังแตกต่อหน้าต่อตา เขาถึงเข้าใจอย่างชัดเจน
ฝันร้ายไม่ได้จบลงตอนเขากลับมา มันตามเขากลับมาถึงบ้าน
และครั้งนี้
คนทั้งเมืองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ในเกมที่ไม่มีปุ่มออก…