โจวหยวนเฉิงฝันเห็นเด็กชายวัยสิบสี่ปีคนหนึ่งที่มีนิสัยเกียจคร้านและเอาแต่ใจ มารดาของเด็กชายเสียชีวิตไปั้แ่คลอดเขามาได้เพียงหนึ่งเดือน ส่วนโจวสือชวินผู้เป็บิดาเมื่อภรรยาเสียชีวิตก็ไม่ได้สนใจกิจการร้านค้าของตัวเองเลย การค้าก็เริ่มขาดทุน ลูกจ้างก็คดโกง ทำให้เขาต้องยอมขายกิจการและทรัพย์สินออกไปเพื่อใช้ในการดำรงชีพ แต่ถึงอย่างนั้นโจวสือชวินก็รักและตามใจเด็กชาย ‘โจวหยวนเฉิง’ มาก ไม่ว่าลูกชายอยากจะได้อะไร ผู้เป็บิดาก็จะหามาให้อย่างไม่ขัดใจเลยสักครั้ง
การเจ็บป่วยครั้งนี้ของเด็กชายโจวหยวนเฉิงก็มาจากความเอาแต่ใจของเขานั่นเอง เพราะเด็กชายอยากได้จี้หยกห้อยเอวอันใหม่ที่มีราคาแพงมาก เขาตั้งใจที่จะใส่จี้หยกอันใหม่ไปอวดเพื่อนร่วมชั้นที่สำนักศึกษา แต่บิดาไม่มีเงินเหลือให้ใช้จ่ายมากนัก เงินจากการขายทรัพย์สินที่เหลืออยู่ก็ตั้งใจที่จะเก็บไว้ใช้เป็ค่าเล่าเรียนของลูกชาย โจวสือชวินจึงปฏิเสธคำขอของลูกชายสุดที่รักไปอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
เด็กชายโจวหยวนเฉิงโกรธและไม่พอใจมาก แต่ไหนแต่ไรบิดาไม่เคยขัดใจเขาเลยสักครั้ง เมื่อไม่ได้อย่างที่หวัง โจวหยวนเฉิงผู้เอาแต่ใจจึงไปนั่งตากฝนประท้วงบิดาอยู่ที่ลานกลางบ้านเป็เวลาหลายชั่วยาม ผลสุดท้ายเด็กชายโจวหยวนเฉิงจึงป่วยเป็ไข้หวัดขั้นรุนแรง แต่ที่แย่กว่านั้นคือเขามีอาการปอดบวมแทรกขึ้นมาอีกด้วย เมื่อคืนอาการของเด็กชายกำเริบหนัก หมอที่ถูกเชิญมาดูอาการได้แต่ส่ายหน้าและบอกให้เ้าของบ้านทำใจและสวดมนต์หวังพึ่งพาปาฏิหาริย์เท่านั้น
นายท่านโจวและลุงฝูอยู่เฝ้าไข้เด็กชายทั้งคืน จนนายท่านโจวทนไม่ไหวขอกลับไปพักก่อน ลุงฝูจึงอยู่เฝ้านายน้อยต่อคนเดียว ส่วนหน้าที่ต้มยา ลุงฝูก็สั่งให้ลูกชายของตนเป็คนจัดการ
“นายน้อย นายน้อยขอรับ นายน้อยลุกขึ้นมาดื่มยาสักหน่อยนะขอรับ”
โจวหยวนเฉิงได้ยินเสียงเรียกก็ลืมตาขึ้น เขามองเห็นชายวัยกลางคนท่าทางใจดีถือถ้วยยาไว้รอเขาอยู่ข้างเตียง
“ลุงฝู” โจวหยวนเฉิงเรียกเสียงเบา
“นายน้อย ดื่มยาสักหน่อยนะขอรับ ดื่มยาแล้วจะได้หายป่วยเร็วๆ นายท่านบอกเอาไว้ว่า ถ้านายน้อยหายป่วยดีแล้ว นายท่านจะพานายน้อยไปเลือกซื้อจี้หยกอันใหม่ ไม่ว่าจะแพงแค่ไหน นายท่านก็จะไม่ขัดใจนายน้อยแล้วขอรับ”
ลุงฝูมีชื่อว่า ‘ฝูเจา’ เคยเป็เด็กรับใช้ที่อยู่ข้างกายโจวสือชวินมาั้แ่เด็ก ถึงแม้โจวสือชวินจะคืนหนังสือสัญญาทาสให้กับเขาไปแล้ว แต่ลุงฝูก็ยังขออยู่รับใช้โจวสือชวินและโจวหยวนเฉิงต่อด้วยความรักและความผูกพัน
ลุงฝูมีครอบครัวของเขาเองอยู่เหมือนกัน แต่ภรรยาของลุงฝูเสียชีวิตไปหลายปีแล้วด้วยโรคระบาด แต่ยังโชคดีที่ลุงฝูยังมีลูกชายอยู่อีกหนึ่งคนชื่อ ‘ฝูหลี่เฉียง’ อายุมากกว่านายน้อยโจวหยวนเฉิงอยู่สองปี
ฝูหลี่เฉียงคอยเฝ้ารับใช้นายน้อยโจวหยวนเฉิงเช่นเดียวกับที่บิดาของเขาเคยรับใช้นายท่าน แต่นายท่านโจวสือชวินไม่ได้เลี้ยงดูฝูหลี่เฉียงเหมือนบุตรของคนงาน เขาเลี้ยงดูเด็กชายเหมือนลูกชายของเขาอีกคนหนึ่ง เพราะนายท่านโจวสือชวินหวังเอาไว้ว่าอย่างน้อยเมื่อเด็กหนุ่มทั้งสองคนเติบโตมาด้วยกัน ในอนาคตพวกเขาทั้งสองคนก็คงจะช่วยดูแลซึ่งกันและกันประหนึ่งพี่น้องที่คลานตามกันมา
แต่เพราะโจวหยวนเฉิงมีนิสัยเอาแต่ใจ บ่อยครั้งที่ฝูหลี่เฉียงมักจะไม่ตามใจเขา ทั้งสองจึงมีเื่ให้ต้องได้ลงไม้ลงมือกันอยู่บ่อยๆ แต่สุดท้ายก็เป็ฝูหลี่เฉียงที่ต้องโดนลงโทษ เพราะเผลอไปทำร้ายนายน้อยหนักไปหน่อย คนลงโทษฝูหลี่เฉียงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็บิดาของเขานั่นเอง
โจวหยวนเฉิงเดาเหตุการณ์ตรงหน้าได้ในทันที ชาติที่แล้วเขาคงสำลักควันตายไปแล้วแน่ๆ ตื่นมาคราวนี้ถึงได้มาอยู่ในร่างเด็กน้อยเอาแต่ใจที่มีชื่อเดียวกับตัวเอง
ในเมื่อโชคดีมีโอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง นับจากวันนี้เขาจะใช้ชีวิตเป็นายน้อยโจวที่จะนำพาครอบครัวโจวให้กับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เพื่อตอบแทนเด็กน้อยที่ได้เสียสละชีวิตและร่างกายให้เขาเข้ามาใช้ชีวิตแทน ‘เด็กน้อยต่อไปนี้พี่ชายจะดูแลคนในครอบครัวของเธอเองนะ’
โจวหยวนเฉิงมองตามมือของลุงฝูก็เห็นเขาถือถ้วยยาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า โจวหยวนเฉิงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งพิงหลังไปที่หัวเตียงก่อนจะรับถ้วยยามาดื่ม ต้องบอกว่ายาในยุคนี้ช่างขมสิ้นดี จะกลืนก็ลำบากจะบ้วนทิ้งก็ทำไม่ได้ โจวหยวนเฉิงจึงได้แต่กลั้นลมหายใจแล้วรีบกลืนยาลงท้องไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะชาติภพไหนเขาก็ไม่ชอบดื่มยาน้ำจริงๆ
“ยาถ้วยนี้ขมมาก” โจวหยวนเฉิงพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ยายิ่งขมยิ่งดีนะขอรับ นายน้อยดื่มอีกไม่กี่ครั้งก็คงจะหายดีแล้ว” ลูงฝูพูดอย่างใจดี
“ไม่อยากดื่มยาก็เลิกสร้างปัญหาสิ พาตัวเองไปนั่งตากฝนเองแท้ๆ ทำให้เดือดร้อนกันทั้งบ้าน” ฝูหลี่เฉียงพูดขึ้น
“หลี่เฉียง” ลุงฝูเตรียมจะหันไปดุลูกชายแต่โจวหยวนเฉิงพูดขัดขึ้นเสียก่อน
“ลุงฝู ข้าไม่เป็อะไรมากแล้ว ลุงฝูกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ หากท่านไม่สบายไปอีกคน บ้านเราต้องแย่แน่ๆ”
“นายน้อยไม่ต้องเป็ห่วงลุงฝูหรอกขอรับ มันเป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้ว” ลุงฝูมองนายน้อยอย่างซาบซึ้ง
“หากขอร้องแล้วลุงฝูยังไม่ฟัง ต้องให้นายน้อยอย่างข้าบังคับใช่หรือไม่” โจวหยวนเฉิงแกล้งพูดเอาแต่ใจขึ้นมา
“นายน้อย! นายน้อยอย่าเพิ่งโมโหไปเลยขอรับ ถ้าอย่างนั้นลุงฝูจะไปพักผ่อนเดี๋ยวนี้ แต่ถึงอย่างไร นายน้อยก็ให้หลี่เฉียงอยู่ดูแลนายน้อยต่อเถอะนะขอรับ ถ้าไม่อย่างนั้นลุงฝูจะไม่สบายใจ”
“อย่างนั้นก็ให้พี่หลี่เฉียงอยู่เฝ้าข้าต่อก็แล้วกัน”
ลุงฝูเห็นว่านายน้อยไม่ดึงดันต่อก็ค่อยรู้สึกโล่งใจ เขาเดินออกจากห้องไปเพื่อพักผ่อน แต่ก็ไม่ลืมที่จะกำชับลูกชายให้คอยดูแลนายน้อยให้ดีด้วย
ฝูหลี่เฉียงได้แต่ตอบรับ แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบนิสัยที่เอาแต่ใจของโจวหยวนเฉิง แต่เพราะเขาได้ดูแลคุณชายน้อยมาั้แ่เด็ก อีกทั้งอายุพวกเขาก็ไล่เลี่ยกัน ทำให้ฝูหลี่เฉียงรู้สึกรักและผูกพันกับนายน้อยประหนึ่งน้องชายแท้ๆ ของตัวเอง