ฝนไม่มีทีท่าจะหยุดตกทำให้อันนาต้องติดอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของพีทนานกว่าที่ทั้งคู่วางแผนไว้ความอึดอัดจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่ลอยอยู่ในอากาศระหว่างทั้งสองไม่มีใครกล้าพูดถึงมันตรง ๆ เรานั่งเงียบ ๆ ฟังเสียงฝนที่กระทบกระจก
“ดูเหมือนฝนจะไม่หยุดง่าย ๆ นะ”อันนาพึมพำ ขณะมองออกไปที่ถนนที่เปียกชุ่ม
พีทพยักหน้า หลีกเลี่ยงการสบตาเธอ “เราน่าจะเรียกแท็กซี่แล้วตรงไปที่ร้านเลยเธอคงกลับไปที่ห้องในสภาพนี้ไม่ได้หรอก”
เธอก้มมองเสื้อยืดตัวใหญ่ที่เธอกำลังใส่อยู่—เสื้อของพีท—แล้วถอนหายใจ“มันใช้ได้แหละ” เธอพูด “ไปกันเถอะ”
ความเงียบเมื่อสักครู่ตามทั้งสองไปจนถึงรถแท็กซี่แต่ในใจของพีทกลับไม่เคยเงียบเลย มันเต็มไปด้วยความคิดยุ่งเหยิงซ้ำไปซ้ำมากับ่เวลาที่เขาไม่สามารถลืมได้
ร้านที่พวกเขานัดเบสและน้ำไว้เต็มไปด้วยผู้คนแสงนีออนสะท้อนบนผนังในขณะที่เสียงดนตรีสั่นะเืในอากาศ น้ำรอทั้งสองอยู่ที่โต๊ะใกล้เวทีโบกมือเรียกอย่างตื่นเต้น
“ในที่สุดพวกนายก็มาถึง!”เธอพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง “ฉันนึกว่าจะโดนฝนซัดหายไปแล้ว”
พีทและอันนานั่งลงสั่งเครื่องดื่ม ความรู้สึกในร้านเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเบสและวงดนตรีของเขาขึ้นเวทีเขาดูเหมือนเกิดมาเพื่ออยู่ใต้แสงไฟ—มั่นใจ มีเสน่ห์ และเป็ตัวของตัวเองที่สุดฝูงชนร้องเรียกหาเมื่อวงเริ่มเล่นเพลง และทั้งร้านดูเหมือนจะเคลื่อนไหวเป็หนึ่งเดียว
มองดูเบสอยู่ตรงนั้นพีทอดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจในตัวเบส เขาเดินทางมาไกล จากการเล่นดนตรีในมหาวิทยาลัยจนถึง่เวลานี้เขากำลังใช้ชีวิตในความฝันของเขา และพีทเองก็อดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นเขาส่องแสงประกายเจิดจ้าเช่นนี้
เมื่อจบโชว์เบสมาที่โต๊ะ ใบหน้าแดงก่ำจากเหงื่อและความตื่นเต้น
“ว่าไง? ฉันทำได้ดีมั้ย?” เขาถาม พลางยิ้มกว้าง
“ยอดเยี่ยม!”อันนาตบมือด้วยความกระตือรือร้น
“สุดยอด!” น้ำพูดพลางเลื่อนเครื่องดื่มให้เขา “การแสดงที่ดีที่สุดเลย”
พีทและอันนาเอาของขวัญให้พวกเขา—แจ็กเก็ตวินเทจสำหรับเบสและโปสเตอร์ภาพยนตร์เรโทรสำหรับน้ำ ทั้งคู่ยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นความสุขของพวกเขาทำให้พีทรู้สึกเหมือนเราย้อนกลับไปใน่เวลามหาวิทยาลัยอีกครั้งหัวเราะและหยอกล้อกันโดยไม่มีความกังวลใด ๆ
แต่แล้วสายตาของเบสก็จับจ้องไปที่อันนา และรอยยิ้มของเขาเปลี่ยนเป็ยิ้มเ้าเล่ห์
“เดี๋ยวนะ ทำไมเธอใส่เสื้อของพีทล่ะ?” เขาถามพร้อมเลิกคิ้ว
น้ำโน้มตัวเข้ามา “ใช่ อะไรกันเนี่ย?”รอยยิ้มของเธอเข้ากันกับเบสอย่างสมบูรณ์
อันนากลอกตาอย่างเหนื่อยใจ “มันไม่ใช่อย่างที่พวกนายคิดเราติดฝนแล้วฉันไม่มีเวลาเปลี่ยนชุดก่อนจะมาที่นี่ แค่นั้นแหละ”
คำอธิบายของเธอไม่ได้หยุดสายตาแซวๆ จากพวกเขาเลย แต่หัวข้อเปลี่ยนกลับไปที่การแสดงของเบสอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม พีทจับได้ว่าอันนาแอบมองเขาจากมุมตาแก้มของเธอเปลี่ยนเป็สีชมพูเล็กน้อย
แล้วเขาก็ได้ยินมันอีกครั้ง
คลิก คลิก คลิก
เสียงจังหวะนั้นตัดผ่านเสียงดนตรีและบทสนทนา ทำให้พีทสะดุ้งอีกครั้ง ใจเขาเต้นแรงเมื่อเสียงนั้นเข้าไปในหูเขา
“เป็อะไรไป?” อันนาถาม เมื่อเห็นท่าทางตึงเครียดของฉัน
“เสียงนั้น” พีทพูดขึ้นขณะที่สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ห้อง “เสียงคลิกที่ฉันได้ยินมาหลายเดือนแล้ว”
น้ำเอียงคออย่างสงสัย “เสียงอะไร?”
“มันอยู่ที่นี่” พีทพูดพลางลุกขึ้นทันที หัวใจเต้นระรัวขณะที่เขาพยายามหาที่มาของเสียง
และเขาก็เห็นมันอีกครั้ง
ร่างเงาเคลื่อนไหวผ่านฝูงชนเคลื่อนที่อย่างมีจุดมุ่งหมายแต่เลือนลาง หัวใจพีทแทบหยุดเต้นเมื่อพยายามนึกถึงมันใบหน้านั้น—มันกระตุ้นบางอย่างในความทรงจำของเขา แต่เขานึกไม่ออกว่าคืออะไร
โดยไม่คิดอะไรต่อพีทผลักฝูงชนและไล่ตามเสียงนั้น เพื่อน ๆ เรียกเขาจากข้างหลัง แต่พีทไม่สนใจอะไรทั้งนั้นครั้งนี้เขาไม่คิดที่จะปล่อยให้มันหลุดมือไปอีก
เสียงบางอย่างที่กระทบพื้นนำทางเขาเหมือนแสงไฟพีทเดินตามมันไปที่ทางออก หัวใจเขาเต้นแรงด้วยความเร่งด่วนแต่ทันทีที่ก้าวออกไปข้างนอก เสียงนั้นก็หยุด
ฝนยังคงตกหนักแสงไฟนีออนสะท้อนบนพื้นเปียก พีทยืนอยู่ตรงนั้น มองหาที่มาของเสียง แต่มันก็หายไปเสียแล้ว
“พีท นายทำบ้าอะไรอยู่น่ะ?” เสียงของอันนาะโเรียกจากข้างหลังเต็มไปด้วยความกังวล
“ฉันสาบานว่าฉันเห็นใครบางคน” พีทพูดพลางลูบผมที่เปียกน้ำ“เสียงนั้น… ใบหน้านั้น… มันคุ้นมาก แต่ฉันจำไม่ได้”
อันนาสบตากับน้ำและเบสที่ตามมาติดๆ พวกเขาดูเป็ห่วง แต่ก่อนที่ใครจะพูดอะไร เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“พีท?”
เสียงเรียกชื่อพีททำให้เขาหยุดนิ่งไม่ใช่เสียงธรรมดา—มันคือเสียงของเธอ
เขาหันไปหาช้า ๆ หัวใจเต้นโครมครามดังกว่าเสียงฟ้าร้อง
ยืนอยู่ข้างหลังอันนาในชุดเอวลอย กางเกงยีนส์ และรองเท้าส้นสูงสีดำ คือผู้หญิงที่พีทไม่ได้เจอมานานหลายปี
“พี่นิว?” พีทพูดออกมาด้วยความใ
เธอยิ้มริมฝีปากของเธอโค้งขึ้นเหมือนที่เขาเคยจำได้—รอยยิ้มที่หยอกเย้าและเต็มไปด้วยเื่ราวที่ไม่ได้พูด
“หวัดดี พีท” เธอพูดน้ำเสียงเบาแต่แฝงความหนักแน่นของอดีตที่ไม่ได้ถูกลืม
โลกเหมือนหมุนเอียงในขณะที่พีทจ้องมองเธอสมองเขาพยายามตามให้ทัน เขาเองไม่รู้ว่าควรรู้สึกโล่งใจ สับสน หรืออะไรอีกบ้างแต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอน—นี่คือใบหน้า เสียง และความทรงจำที่หลอกหลอนเขามาหลายเดือนคือสิ่งนี้
และตอนนี้เธอก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว