จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 137 งานที่มาพร้อมเงื่อนไข Re

            ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงไปที่สำนักงานใหญ่ของ LSA  ระหว่างทางพวกเขาแวะไปรับอลิซมาด้วย  ซึ่งไป่ฉีนั้นทำหน้าเซ็ง  เพราะเวลาที่เขาจะอยู่กับเมิ่งชิงชิงส่วนใหญ่นอกจากในห้องเช่า ก็บนรถนี่แหละ  ตั้งแต่อลิซขึ้นมาก็พูดไม่หยุด  เมื่ออลิซถามคำถามไป่ฉีก็แค่ตอบสั้น ๆ เท่านั้น


            'ยัยเด็กนี่พูดมากชะมัด  ถ้าไม่ติดว่ายัยนี่อยู่ในความดูแลของชิงชิง  ข้าจะจัดให้ไปนอนโรงพยาบาลอีกสักเดือน ไม่สิ 2 เดือนเลยยิ่งดี' ไป่ฉีคิด


            “นี่  ไป่ฉี  จริงเหรอที่นายจะติวเข้มการแสดงให้ฉันน่ะ” อลิซที่นั่งอยู่เบาะหลังถาม


            “ใช่  เขียนจดหมายสั่งเสียไว้ให้เรียบร้อยซะล่ะ” ไป่ฉีตอบ


            “ชักสังหรณ์ไม่ค่อยดี  คราวที่แล้วตอนที่เจอนายในคลาสเรียนการแสดง  ฉันก็ท้องเสียไป 1 เดือนเต็มเลย” อลิซกล่าว


            “หึ ฉันมันตัวโชคร้ายของเธอ  แต่กับพี่ชิงชิง  ฉันมันเหมือนเครื่องผลิตเงินนะจะบอกให้” ไป่ฉีกล่าว


            “ชิ หมั่นไส้  ไม่คุยด้วยแล้ว” อลิซงอนแก้มป่อง


            “รอบที่ 10 ที่เธองอนฉัน  นิสัยเอาแต่ใจต้องปรับปรุง  ถ้าอยากได้ชื่อว่าเป็นมืออาชีพ” ไป่ฉีกล่าว


            “รู้แล้วค่า  คุณ รุ่น พี่” อลิซกล่าว


            เมิ่งชิงชิงไปส่งไป่ฉีที่บริษัท LSA สำนักงานใหญ่  ก่อนจะพาอลิซไปยังสถานที่ ๆ รับงานเอาไว้  ส่วนไป่ฉีก็เดินมุ่งหน้าไปที่ห้องของตงไห่ทันที  ด้านหน้าห้องของตงไห่นั้นมีเลขาสาวนั่งอยู่  ไป่ฉีจึงเดินเข้าไปหาเธอทันที


            “ขอโทษนะครับ  ไม่ทราบว่าคุณตงไห่อยู่รึเปล่าครับ” ไป่ฉีถาม


            “คุณไป่ฉีใช่ไหมคะ  เจ้านายกำลังรออยู่เลยค่ะ” เลขาสาวกล่าวขึ้น  ก่อนที่เธอจะกดโทรศัพท์เพื่อต่อสายหาคนในห้อง


            "เจ้านายคะ คุณไป่ฉีมาถึงแล้วค่ะ" เลขาสาวกล่าว


            [ให้เขาเข้ามาได้เลย] เสียงของตงไห่ตอบกลับมา


            'ทราบแล้วค่ะ' จากนั้นเลขาสาวก็วางสายไป  ก่อนที่เธอจะทำการเคาะประตู 3 ครั้ง แล้วเปิดประตูให้กับไป่ฉี


            ไป่ฉีเดินเข้ามา  เห็นตงไห่ที่มีขอบตาคล้ำ  ซ้ำกองเอกสารยังกองอยู่เต็มโต๊ะ  ข้างตัวก็มีแก้วกาแฟที่ยังร้อน  ส่งกลิ่นหอมมาเข้าจมูกของเขาอีกด้วย


            “มาซะทีนะ  นายควรช่วยรับงานพวกนี้ไปทำหน่อย” ตงไห่นำมือตบลงบนปึกกระดาษ  เขาค่อนข้างหงุดหงิดเพราะช่วงนี้พักผ่อนน้อย


            “ก่อนพูดคุยกัน  ดื่มนี่สักลหน่อยไหมครับ  มันดีกว่ากาแฟเยอะเลย” ไป่ฉีหยิบเอากระติกขนาดเล็กออกมาส่งให้กับตงไห่


            “หือ นี่คือ” ตงไห่ถาม


            “ชาสมุนไพรน่ะครับ  ผมดื่มเวลาเหนื่อย ๆ น่ะ” ไป่ฉีกล่าว  ตงไห่เปิดมันออก  ก่อนจะรินชาสมุนไพรใส่ฝากระติก  เขายกขึ้นดมกลิ่นของมัน  ฉับพลันเขาก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างแปลกประหลาด


            “ชาอะไรกัน  แค่กลิ่นของมันก็ทำให้สมองโล่งไปเลย” ตงไห่กล่าวจบก็ยกมันขึ้นดื่มอย่างระมัดระวัง  เพราะมันยังร้อนอยู่  เมื่อชาสมุนไพรไหลผ่านคอ  อาการปวดเมื่อยตามตัวก็ดูจะเบาขึ้น


            “เราคุยงานไป  ดื่มชาไปก็ได้นะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ได้สิ” ตงไห่ตอนนี้ดูจะอารมณ์ดีขึ้นมาก


            “เรื่องงานแฟชั่นโชว์  ลูกค้ากำลังมา  แต่ว่าก่อนหน้านั้น  นายช่วยทำอะไรกับงานพวกนี้ได้รึเปล่า” ตงไห่เริ่มหยิบเอกสารหลายปึกมาวางตรงหน้าไป่ฉี


            “อืม ได้ครับ  งานพวกนี้ไม่กระทบกับเงื่อนไขของปู่เมิ่งเจี่ย  ผมจะรับไว้  แต่มีข้อแลกเปลี่ยนนิดหน่อยครับ” ไป่ฉีเอ่ยขึ้น


            “ว่ามาสิ  อยากได้เปอร์เซ็นต์มากขึ้นเหรอ” ตงไห่ถาม


            “เปล่าครับ  เงื่อนไขในการช่วยของผมคือ  ส่งอลิซให้คนอื่นดูแล  ให้พี่ชิงชิงดูแลผมแค่คนเดียว  เพราะหากจะรับงานมากขนาดนี้ในคราวเดียว  แล้วต้องมาดูแล 2 คน  มันจะไม่ไหวเอาน่ะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            'ยอมเหนื่อยสักหน่อย  แต่กำจัดยัยเด็กนั่นไปให้พ้น ๆ จะได้สบายหูเวลานั่งรถสักที' ไป่ฉีคิด


            “แค่นั้นเหรอ” ตงไห่ถามซ้ำ  เขาคิดว่าไป่ฉีจะเรียกส่วนแบ่งเพิ่ม  ไม่ก็เรียกเงินค่าจ้างเพิ่มซะอีก


            “ยังครับ  หลังจากนี้ห้ามส่งใครมาให้พี่ชิงชิงดูแลอีก” ไป่ฉีกล่าว 


            ตงไห่พอจะรู้แล้วว่าไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงมีความสัมพันธ์กันยังไง  ฝ่ายชายออกตัวชัดเจนขนาดนี้  หากเขาไม่ได้รู้จักไป่ฉีมาก่อน  มองภายนอก  ความสัมพันธ์ของไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงนั้นดูเหมือนผู้จัดการกับดาราทั่วไป  แต่การยื่นเงื่อนไขแบบนี้แสดงว่าอีกฝ่ายไม่อยากแบ่งปันความเอาใจใส่ของเมิ่งชิงชิงกับใครแน่นอน


            “ขอบอกไว้ก่อนว่า ฉันไม่ได้ห้ามเรื่องความสัมพันธ์ของนายกับผู้จัดการ  จะดีกว่าถ้านายปิดมันต่อไปจนเลยอายุ 18 น่ะนะ” ตงไห่กล่าวเตือน


            “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ  อีกอย่างขอให้รีบดำเนินการด้วย  ผมจะต้องจัดตารางแบบเร่งด่วน  หากงานไหนที่ผมสามารถเริ่มได้ตั้งแต่พรุ่งนี้  ผมจะเริ่มทำมันทันที  ใกล้การสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายมิดการ์ดเข้ามาทุกทีแล้ว” ไป่ฉีกล่าว


            “ได้” ตงไห่กดโทรศัพท์ที่โต๊ะของตนเอง


            [มีอะไรให้รับใช้คะเจ้านาย] เสียงเลขาหน้าห้องดังขึ้น


            "ตามฝ่ายประสานงาน  ฝ่ายธุรการไปเจอกันที่ห้องประชุมใหญ่  อ้อ ฝ่ายกฎหมายด้วย  ได้เวลาสะสางงานที่ค้างอยู่แล้ว" ตงไห่กล่าว


            [ทราบแล้วค่ะ จะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ] เลขาสาวกล่าว


            "แล้วติดต่อฝ่ายบุคคล  ให้หาผู้จัดการให้อลิซ แทนเมิ่งชิงชิงด้วย  ให้บอกทางนั้นไปว่าไป่ฉีจะช่วยสะสางงานให้กับบริษัท  ทำให้เมิ่งชิงชิงไม่สะดวกที่จะดูแลอลิซ  แล้วย้ำว่าห้ามส่งดาราคนไหนมาให้เมิ่งชิงชิงดูแลอีก และให้ส่งคนไปแทนเดี๋ยวนี้" ตงไห่กล่าว


            [ได้ค่ะ  จะติดต่อให้ก่อนเลยนะคะ] กล่าวจบเลขาสาวก็วางสายไป


            “ไปกันเถอะ  ไป่ฉี  งานใหญ่รอพวกเราอยู่” ตงไห่ลุกขึ้นแล้วเดินนำออกจากห้องไป  โดยมีไป่ฉีเดินตามไปด้วย


            ด้านเมิ่งชิงชิง

            หลังเธอส่งอลิซเข้าห้องอัดเสียงแล้ว  ไม่นานก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามา  เขาเดินตรงมาที่เธอ  พร้อมกับยื่นนามบัตรให้


            “ผู้จัดแารเมิ่ง  พอดีทางบริษัทติดต่อมาให้ผมรับหน้าที่ดูแลอลิซต่อจากคุณ  ตอนนี้ขอให้คุณกลับไปที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท  ที่ห้องประชุมใหญ่มีงานที่คุณจะต้องสะสาง” ชายคนนั้นกล่าว  ขณะที่เมิ่งชิงชิงกำลังยืนงง  สมาร์ทโฟนของเธอก็ดังขึ้น  เบอร์ที่โชว์นั้นเป็นเบอร์ที่เธอไม่คุ้นเลย


            “สวัสดีค่ะ  เมิ่งชิงชิง พูดสายค่ะ” เมิ่งชิงชิงรับสาย


            [ฉันตงไห่เอง  คาดว่าคนที่ฉันส่งไปคงจะไปถึงแล้ว  เธอรีบกลับมาเลยนะ  การประชุมตอนนี้เริ่มไปบ้างแล้ว  จากที่นั่นมาคงใช้เวลาไม่นาน  แค่นี้ล่ะมาเร็ว ๆ ล่ะ] ตงไห่พูดจบก็วางสายไป  ทำให้เมิ่งชิงชิงยิ่งงงเข้าไปกันใหญ่  แต่ในเมื่อผู้บริหารสั่งมาเธอก็ต้องรีบไป


            “ฝากบอกอลิซด้วยนะคะ  แล้วก็นี่เป็นตารางงานของอลิซค่ะ” เมิ่งชิงชิงยื่นตารางงานของอลิซ  รวมถึงเอกสารที่จำเป็นอื่น ๆ ให้ผู้จัดการคนใหม่ของอลิซ


            “ได้ครับ  เดี๋ยวผมบอกให้” ผู้จัดการคนใหม่ของอลิซรับคำ  เมิ่งชิงชิงกล่าวลาและไปยังลานจอดรถ  สตาร์ทรถขับไปที่บริษัท LSA สำนักงานใหญ่ทันที


            เมิ่งชิงชิงเดินทางมาถึงบริษัทในเวลาไม่นาน  มาถึงเธอก็รีบมายังห้องประชุมใหญ่  เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไป  ทุกสายตาในห้องประชุมก็จ้องมาที่เธอทันที


            “ในที่สุดก็มา  ผู้จัดการเมิ่ง  เธอมานั่งข้าง ๆ ไป่ฉีเร็ว” ตงไห่กล่าว  


            เมิ่งชิงชิงที่ยังงง ๆ  แต่ก็เดินไปนั่งข้างไป่ฉีทันที  ขณะที่เสียงของสมาร์ทโฟนดังอย่างต่อเนื่อง  เสียงพูดคุยกันดังไปทั่วห้อง


            'นี่ใช่ห้องประชุมแน่เหรอ' เมิ่งชิงชิงคิด


            ปึก


            กระดาษปึกใหญ่ถูกวางลงตรงหน้าของเมิ่งชิงชิง


            “นั่นเป็นงานที่ไป่ฉีรับไว้ทั้งหมด  เธอรีบจัดตารางงานให้ไป่ฉี  ส่วนกระดาษ 1 แผ่นที่อยู่อีกฝั่งเป็นวันที่ไป่ฉีไม่ว่าง” ปี่เซียนเดินมาอธิบาย


            “พวกนี้ติดต่อกับลูกค้าแล้วเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “ใช่  เอกสารที่อยู่ตรงหน้าเธอ  ทางเราติดต่อและนัดวันกับลูกค้าเรียบร้อยแล้ว  ที่เหลือเธอต้องจดมันลงตารางงานของไป่ฉี” ปี่เซียนกล่าว


            ในห้องประชุมยังคงเต็มไปด้วยความวุ่นวายจนเวลาล่วงเลยถึงตอนเย็น  ทุกอย่างจึงแล้วเสร็จ  ทุกคนต่างถอนหายใจ  บางคนพิงเก้าอี้ราวกับว่าวิญญาณของพวกเขาหลุดออกจากร่าง  บางคนฟุบกับโต๊ะ  บางคนเอามือนวดขมับตัวเอง  แต่แล้วประตูห้องก็เปิดออก


            “อ้าว  ยังทำงานกันอยู่อีกเหรอเนี่ย  คิดว่ากลับกันไปแล้วซะอีก” ประธานเทียนเผิงที่ได้ยินว่ามีการรวมตัวบุคลากรของบริษัทที่ห้องประชุม  ตอนแรกเขาคิดจะเข้ามาดู  แต่ติดที่ว่างานเอกสารยังกองเต็มโต๊ะทำงาน  ทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้


            “เพิ่งเสร็จเมื่อกี้ครับท่านประธาน” ตงไห่ตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากพวกพนักงาน  เพราะลูกค้าบางรายนั้นค่อนข้างเรื่องมากอยู่เหมือนกัน  จึงต้องให้เขาเป็นคนคุยด้วยตัวเอง


            “ดีนะคะที่ฉันโทรถามท่านประธานก่อน  ไม่งั้นคงมารอคุณตงไห่จนรากงอกแน่ ๆ” น้ำเสียงใสดุจน้ำชโลมจิตใจของเหล่าชายหนุ่มในห้องดังขึ้นจากด้านหลังของประธานเทียนเผิง


            ไป่ฉีลุกขึ้นทันที  เขาไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่เหมือนกับอาจารย์หญิงของเขาในโลกใบนี้  แถมเธอยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์อีกด้วย  จากที่พูดเมื่อครู่  แสดงว่าลูกค้าเรื่องมากที่ตงไห่นัดมาวันนี้คือหญิงสาวตรงหน้านี้สินะ


            “ขอโทษทีครับ  เราย้ายที่กันก่อนดีไหมครับ” ตงไห่ลุกขึ้น  ถึงจะเหนื่อย  แต่งานของเขายังไม่จบ


            “พักก่อนก็ได้นะคะ” หญิงสาวกล่าว


            “ไม่ได้หรอกครับคุณฟาง  การเป็นเจ้านายต้องเป็นแบบอย่างให้ลูกน้อง  เจ้านายทำงานจนตาย  ลูกน้องก็เช่นกัน หึหึ” คำพูดของตงไห่ทำให้พนักงานในห้องทุกคนหันมามองเขา  ซ้ำยังรู้สึกถึงความเย็นเยียบถูกส่งออกมาจากคำพูดเมื่อครู่ด้วย


            “งั้นเหรอคะ  ว่าแต่นายแบบที่จะให้มาเดินแบบในงานแฟชั่นโชว์ของฉันแทนคนเก่าอยู่ที่ไหนคะ” ฟางเซียนถาม


            “คนนั้นครับ” ตงไห่ชี้ไปที่ไป่ฉี


            “ช่วยเดินจากตรงนั้นมาตรงนี้ได้ไหมคะ” ฟางเซียนกล่าว


            “ได้ครับ” ไป่ฉีเดินตามปกติของเขา  หากแต่ในสายตาคนอื่นกลับไม่ได้เห็นแบบนั้น


            'การก้าวเดินไม่เหมือนมือใหม่เลย  ตามที่สืบมา  เขาเป็นนายแบบถ่ายแบบกับนิตยสารแค่ 3 เล่มเท่านั้น  แต่การเดินของเขาราวกับนายแบบที่ผ่านงานมาโชกโชน  ดูสง่า และบุคลิกก็ดูดีทีเดียว  ผ่านอย่างไม่ต้องสงสัยเลย' ฟางเซียนคิด  เธอพยักหน้าเล็กน้อย


            “เป็นยังไงบ้าง  คุณฟาง” ประธานเทียนเผิงถาม


            “ใช้ได้เลยค่ะ  แล้วฉันต้องเพิ่มเงินไหมคะ” ฟางเซียนถาม


            “ไม่ต้องหรอกครับ  ไป่ฉีบอกว่าให้คงค่าจ้างไว้ตามเดิมครับ  เพื่อชดเชยเรื่องที่เกิดขึ้น” ตงไห่กล่าว


            “ก็ดีค่ะ  ถ้างานนี้เธอทำได้ดีล่ะก็  ฉันจะเรียกใช้งานบ่อย ๆ นั” เพียงแค่ฟางเซียนยิ้ม  ราวกับความเหนื่อยล้าของทุกคนจะหายเป็นปลิดทิ้ง  น่าแปลกที่พวกเขารู้สึกสบายตัวขึ้น


            'นี่ใช้พลังปราณแบบไม่ระวังตัวเลยงั้นเหรอ' ไป่ฉีคิด  เพราะเขาเห็นว่าฟางเซียนใช้ปราณช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าให้กับคนในห้อง  ไม่เว้นแม้แต่เขา


            “งั้นทุกคนที่อยู่ในห้องนี้  ผมในฐานะประธานบริษัท  ขอเลี้ยงมื้อเย็นเป็นการตอบแทนที่พวกคุณทุ่มเททำงานให้กับบริษัท  เก็บของแล้วไปรอฉันที่หน้าประชาสัมพันธ์” ประธานเทียนเผิงกล่าว  ทำให้พนักงานหลายคนส่งเสียง “เฮ” กันใหญ่  จากนั้นพวกเขาก็รีบเก็บของเพื่อกลับไปยังแผนกของตน  ก่อนจะลงไปรอประธานเทียนเผิงข้างล่าง


            หลังทุกคนออกไป  ในห้องประชุมก็เหลือฟางเซียน  เมิ่งชิงชิง  ไป่ฉีและตงไห่เท่านั้น  ไป่ฉีไม่รอช้าเดินเข้าไปยื่นมือหาฟางเซียน


            “ขอแนะนำตัวอีกครั้งนะครับ  ผมชื่อไป่ฉี เป็นดาราสังกัด LSA ที่จะมารับงานของคุณ  ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ไป่ฉีกล่าวแนะนำตัว


            “ฉันฟางเซียน เป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น อันดับ 2 ของประเทศในตอนนี้” ฟางเซียนยื่นมือไปจับมือกับไป่ฉี


            “ครับ นอกจากนี้ยังเป็นแบรนด์ที่ติด 1 ใน 10 ระดับโลกด้วย” ไป่ฉีกล่าว


            “ใช่แล้วล่ะ  เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ไปที่สตูดิโอของฉัน  เราต้องปรับแก้เสื้อผ้าที่นายต้องใส่สักหน่อย” ฟางเซียนกล่าว


            “ได้ครับ” ไป่ฉีรับคำ


            “งั้นฉันก็หมดธุระแล้ว  ไม่ต้องส่งนะคะ” กล่าวจบฟางเซียนก็เดินออกจากห้องประชุมไป


            “พรุ่งนี้งานหนักรอเราอยู่  พี่ชิงชิง  ผมฝากด้วยนะ” ไป่ฉียิ้ม


            เมิ่งชิงชิงหันหน้าไปทางอื่นทันที  ไม่ใช่ว่าเขินอาย  แต่รอยยิ้มของไป่ฉีมันเจิดจ้าจนตาเธอแบบบอดต่างหาก


            “ฉันขอตัวก่อนนะ  ฝากเรื่องงานด้วยล่ะ” ตงไห่กล่าวจบก็เดินออกจากห้องไป


            “พวกเราก็ไปกันบ้างเถอะ” เมิ่งชิงชิงกล่าวก่อนจะจูงมือไป่ฉีออกจากห้องประชุมไป

    ____________________________________

    ศูนย์ฝึกอบรม LSAป้าจาง : ไป่ฉี ชิงชิง มานี่ก่อน ๆไป่ฉี : สวัสดีครับ ป้าจาง มีอะไรเหรอครับชิงชิง : สวัสดีค่ะ ป้าจางป้าจาง : ไป่ฉี ถ้าเธอไม่อยากอ้วน อย่าไปคบคนแซ่หวังล่ะไป่ฉี : ทำไมล่ะครับ ครั้งก่อนก็หวังฟันเจ้ากับหวังปี้ เที่ยวนี้คน ๆ นั้นชื่ออะไรเหรอครับป้าจาง : หวังขุน (ขุนให้อ้วน)ชิงชิง : .........

    ไป่ฉี : .........

    ฝากเพจนิยายด้วยนะครับ ^^


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน