อสูรข้ามฟ้า

    ตอนที่ 40 ขวานวายุตระกูลซ่ง (2)

    ตอนที่ 40


    ทั้งที่ ซ่งไห่เฟิง แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงรัศมีรอบกาย แต่ทุกคนกลับรู้สึกราวกับภาพลักษณ์ของชายชรากลายเป็นขุนเขาที่มั่งคงไม่มีวันเคลื่อนประสานเข้ากับขวานในมือดุจอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย หายใจร่วมกับขวาน เป็นหนึ่งเดียวกับขวาน!!

     

    เฒ่าชีเปลือยเผยรอยยิ้ม ก่อนจะมากระซิบข้างใบหู...

    “ตาแก่คนนี้ฝีมือไม่เลว สามารถเป็นหนึ่งเดียวกับศาสตราอย่างแท้จริงเจ้าจงตั้งใจดูให้ดี ๆ หากผู้ใดผู้หนึ่งเข้าถึงแก่นแท้ของสิ่ง ๆ นั้น และหลอมรวมเข้ากับมันได้อย่างสมบูรณ์จะก่อเกิดทักษะที่ไม่อาจได้มาจากการฝึกฝน แต่จะได้มาจากความเข้าใจอย่างถ่องแท้...

     

    สิ่งนี้ถูกเรียกว่า... เจตจำนงประสาน

     

    ตาแก่ผู้นั้นถือครองเจตจำนงแห่งขวานไปแล้ว สามารถกลายเป็นหนึ่งเดียวกับขวานทุกเล่มได้อย่างสมบูรณ์ทำให้รีดเค้นศักยภาพของศาสตราประเภทนั้นออกมาได้เหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้น... ที่ข้าอยากแนะนำเพราะตัวเจ้ามีพลังสมาธิที่สูงส่งเป็นพรสวรรค์ อาจใช้เวลาอันสั้นเข้าถึงเจตจำนงในสิ่งๆ หนึ่งในได้ง่ายกว่าผู้อื่น...”

     

    ซุน แม้จะยังไม่เข้าใจถ่องแท้นักในความหมายที่ เฒ่าชีเปลือยต้องการจะสื่อ... แต่ก็ได้จดจ้อง ซ่งไห่เฟิง ด้วยสมาธิขั้นสูงมิต่างเข้าฌาน จดจ่อเสมือนหลุดเข้าไปในห้วงมิติที่แตกต่างที่มีเพียง ซุน และ ชายชรา รับรู้กระทั่งจังหวะการหายใจ และการเต้นของชีพจรอีกฝ่าย...

     

    “ผู้อาวุโส เตรียมรับมือ!!” มือปราบมู่ส่งเสียงย่ำเตือนอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มตวัดกระบี่เนื่องช้า หากแต่มันก่อเกิดเงากระบี่ผุดขึ้นมานับร้อยๆ เงาครอบฟ้าคลุมดิน บ่งบอกถึงทักษะความชำนาญในการใช้กระบี่ และเข้าถึงหลักการแห่งกระบี่จริง 3 ลวง 7 ได้เกือบสมบูรณ์

     

    ดวงตาคมกริบของมือปราบหนุ่ม รู้ดีกว่าชายชราเบื้องหน้าคือยอดฝีมือที่แท้จริงซึ่งเหนือกว่าตนหลายขั้น การออมมือจึงไม่ใช่สิ่งจำเป็น พลิกข้อมือก่อนจะเสือกแทงกระบี่พุ่งทะยานไปเบื้องหน้าเงากระบี่นับร้อยพลันเคลื่อนไหวเรียงตัวเป็นระเบียบ พุ่งเป้าไปยังชายชรา...

     

    ซ่งไห่เฟิง หดนัยน์ตาคับแคบลง...

    “ซุน... จงจับตาดูให้ดี นี่คือเพลงขวานวายุตระกูลซ่ง!!”

     

    ชายชราระเบิดออร่าอันมหาศาลในคราเดียว ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศโดยรอบขยายตัวจนระเบิดขึ้น...ขวานศิลาระดับ 4 ในมือยังคงมีขนาดเท่าเดิม หากแต่ในมุมมองของเหล่าผู้ชมกลับปรากฎเงาขวานขนาดมหึมาเป็นภาพจำแลงที่จิตปรุงแต่งสร้างขึ้น

     

    “ปัดกวาด!!”

     

    ซ่งไห่เฟิง ตวัดขวานเป็นแนวนอนออกไปเพียงครั้ง!! เงาขวานขนาดมหึมา ก็บดทำลายเงากระบี่นับร้อยของ มือปราบมู่ จนแหลกละเอียดและสูญสลายไปทั้งยังก่อเกิดเป็นแรงลมกรรโชกจากการตวัดขวานที่น้ำหนักร่วม 2,000 ชั่ง ผลักดันให้ร่างของมือปราบหนุ่มร่นถอยไปด้านหลัง ทั้งที่การฟาดฟันขวานในครั้งนี้ยังไม่ถูกร่างเสียด้วยซ้ำ

     

    “!!!!!!!!!!!” มือปราบหนุ่มเบิกตากว้างขึ้นทันที

    “ร้ายกายยิ่งนัก!! หากเมื่อครู่ข้าฝืนตัวพุ่งเข้าไปอีกนิดคงถูกขวานศิลาไร้คม บดขยี้ร่างกายจนแหลกเหลวในกระบวนท่าเดียวเป็นแน่...”

     

    ทุกคนที่เฝ้าชมการปะทะถึงกับอ้าปากค้าง จนปลายคางเกือบจะกระแทกพื้นดินอยู่รอมร่อ...แน่นอนว่าการปะทะของยอดฝีมือระดับนี้ มิอาจหาชมได้โดยง่ายในยุทธภพที่กว้างใหญ่...

     

    หรือต่อให้เกิดการต่อสู้ของยอดฝีมือระดับนี้ขึ้นจริง ๆการเข้าไปเฝ้าดูในระยะประชิด รังแต่จะถูกผลกระทบจากรัศมีการปะทะ จนทำให้ผู้รับชมที่อ่อนแอเกินไปสามารถตกตายได้จากความอยากรู้อยากเห็นโชคดีที่ทั้ง ซ่งไห่เฟิง และ มู่เจี้ยน สามารถควบคุมรัศมีพลังลมปราณได้เป็นเลิศและไม่ได้ใช้จิตสังหารในการต่อสู้ ทุกคนจึงสามารถเฝ้าดูอย่างปลอดภัย...

     

    “ดูสิ!! สุดยอดไปเลย ข้าเพิ่งจะเคยเห็นท่านอา แสดงพลังจริงจังเป็นครั้งแรกนี่แหละ...”หญิงสาว ซ่งจื่อฮุ่ย เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขย่าแขนเสื้อของเด็กหนุ่มระรัวตามประสา

     

    ทว่า...

     

    ซุน กลับไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาเลย ทั้งสีหน้า และแววตาต่างล้วนแน่นิ่ง...จมอยู่ในห้วงสมาธิไปกับการเฝ้ามอง ซ่งไห่เฟิง เพื่อจดจำทุกสิ่ง... จึงทำให้หญิงสาวมองใบหน้าของซุน ด้วยความฉงน...

    “ซุน... ซุน!!”

     

    “หืม?” เด็กหนุ่ม กลับมาได้สติอีกครั้งจึงสะดุ้งเล็กน้อย

     

    “นี่เจ้าดูการประลองอยู่จริง ๆ หรือไม่เนี่ย?!ใยเจ้าดูเหม่อลอยประหนึ่งไม่มีสติ...” นางเค้นเสียงถามขึ้น

     

    “ก็เพราะข้าตั้งสมาธิไปกับการเฝ้าดูนั่นแหละ...” ซุน กล่าวขึ้นพลางยิ้มแห้งๆ ออกมา

     

    มือปราบมู่ จำต้องโคจรปรับลมปราณเล็กน้อย ก่อนจะเก็บกระบี่ประสานมือสุภาพ...

    “สมเป็นผู้อาวุโสซ่ง เพลงขวานวายุตระกูลซ่งช่างสมคำร่ำลือจริง ๆผู้น้อยขอยอมแพ้...”

     

    “หึหึ... กล่าวหนักเกินไปแล้ว หากเจ้าอายุมากกว่าอีกสัก 4-5 ปีดูท่าข้าก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้เจ้าได้อีกต่อไป สมแล้วที่มาจากหน่วยมือปราบเทพพยัคฆ์ความสามารถคนละระดับกับผู้คนในรุ่นเดียวกันจริง ๆ” ชายชรากล่าวพลางตวัดสายตามายังกลุ่มสมาชิกตระกูลซ่ง เพราะหลายคนอยู่ในช่วงวัยเดียวกับ มือปราบมู่หากแต่ด้านฝีมือยังอ่อนด้อยกว่าหลายช่วงขั้น...

     

    “พวกเจ้าหัดมีความตั้งใจฝึกฝน เอามือปราบมู่เป็นแบบอย่างเสียบ้าง!!หากข้าตายไปจะได้นอนตายตาหลับ!!” ชายชราเค้นเสียงดุทำเอาทุกคนที่ถูกตำหนิหดคอสั้นลงอย่างช่วยไม่ได้

     

    ก่อนที่ชายชรา จะหันมองมายัง ซุน ที่เวลานี้แววตายังคงกลับมาเลื่อนลอยอีกครั้ง...ซ่งไห่เฟิง นอกจากจะไม่ว่ากล่าวสิ่งใดแล้ว ยังเผยรอยยิ้มขึ้นเจือจาง วางขวานศิลาระดับ4 กลับไว้ที่เดิม...

    “กลับกันเถอะ... ปล่อย ซุน มันไว้ที่นี่แหละ ด้านหน้าเรือนโรงเตี้ยมยังเปิดทิ้งไว้ไม่มีผู้ใดเฝ้า...”

     

    ชายชรานำพาคนตระกูลซ่ง กลับไปที่โรงเตี้ยมด้านหน้า...เหลือไว้เพียงแค่ ซุน มู่เจี้ยน และ ซ่งจื่อฮุ่ย ไว้ที่ลานฝึกยุทธ หญิงสาวแสดงสีหน้างุนงงหันมองมายัง ซุน แต่ก็คล้ายว่าจะไม่มีประโยชน์อันใด จึงเอ่ยถามกับ มู่เจี้ยน ที่น่าจะพอทราบได้...

    “เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ?!ทำไมท่านอาไม่กล่าวอะไรกับ ซุน สักคำเดียว?”

     

    มือปราบมู่ เผยรอยยิ้ม...

    “ยามนี้ ซุน กำลังตกอยู่ในภวังค์สมาธิขั้นสูง... ในหมู่ยอดฝีมือจะสามารถสัมผัสได้ถึงพลังสมาธิในส่วนนั้นจากกระแสลมปราณอันนิ่งสงบที่วนเวียนรอบตัว บอกตามตรงว่าข้าเองก็อึ้งไปไม่น้อยเช่นเดียวกันเนื่องด้วยปกติการจะเข้าภวังค์สมาธิขั้นสูงได้ คนผู้นั้นมักจะต้องนั่งในท่วงท่าขัดสมาธิอยู่ในพื้นที่อันเงียบสงบ อย่างเช่นในป่า หรือในถ้ำตามลำพัง...

     

    แต่ ซุน สามารถเข้าสู่ภวังค์สมาธิขั้นสูง ทั้งที่ยังยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนไม่แม้แต่จะหลับตาลงตั้งสมาธิเสียด้วยซ้ำ ข้าเพิ่งจะเคยเห็นผู้เข้าถึงภวังค์สมาธิได้อย่างง่ายดายก็ครานี้นี่แหละ...”

     

    หญิงสาวขมวดคิ้วต่ำลงทันที แต่ในเมื่อทั้ง ซ่งไห่เฟิง และ มู่เจี้ยนลงความเห็นเช่นนี้ นางก็ได้แต่เฝ้ารอจนกว่า ซุน จะหลุดออกมาจากภวังค์สมาธิด้วยตนเองเท่านั้นตัดสินใจไม่รบกวน...

     

    ยามนี้ภายในหัวของ ซุน มองเห็นท่า [ปัดกวาด] ของ ซ่งไห่เฟิง ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในภวังค์ โดยที่เด็กหนุ่มกำลังพยายามนำจิตสำนึกของตนเองเข้าไปสอดแทรกกับจำเหล่านั้น...พยายามทำตามท่วงท่า การเคลื่อนไหว การหายใจ ซ้ำไปซ้ำมานับครั้งไม่ถ้วน...

     

    ในตอนนั้นเอง ที่ ซุน เริ่มก้าวเดินจากตำแหน่งที่ยืนตรงไปยังขวานศิลาระดับที่ 1 ท่ามกลางสายตาของ หญิงสาว และ มือปราบหนุ่ม ที่กำลังเฝ้ามองดู...ซุน จับขวานศิลาค่อย ๆ ยกขึ้น เดินต่อตรงไปยัง แท่นศิลา ที่เป็นเป้าฝึกซ้อม...

     

    เด็กหนุ่มหลับตาลง ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการหายใจให้สอดคล้องกับ ซ่งไห่เฟิง ก่อนหน้านี้ แม้แต่กระแสลมปราณที่ไหลเวียน ก็ยังก่อรูปไม่ผิดแผกถึงจะไม่สามารถเข้าสู่ระดับกลายเป็นขุนเขาที่มั่นคง แต่ก็เข้าถึงขั้นเป็นก้อนศิลาไม่ไหวติง...

     

    จังหวะที่ลืมตาขึ้นมา ดวงตาพลันบังเกิดประกายชั่ววูบหนึ่ง...ขวานศิลาในมือก่อเกิดเงาที่ใหญ่กว่าสภาพแท้จริงเป็นเท่าตัว รูปแบบคล้ายคลึงกับภาพจำแลงจิตปรุงแต่งทำเอา ซ่งจื่อฮุ่ย และ มือปราบมู่ เบิกตากว้างขึ้นในทันที…

     

    “ปัดกวาด!!”

     

    ซุน รีดเค้นพละกำลังทั้งหมด ตวัดขวานออกไปเป็นแนวนอน...

     

    ตูม!!

     

    แท่นศิลา พังทลายลงในการฟาดฟันเพียงครั้งเดียว...

     

    “!!!!!!!!!!!” ทั้งหญิงสาวและ มือปราบหนุ่ม อดไม่ได้ที่ตกตะลึง จะมีก็แต่ ซุน ที่หน้ามุ่ยเล็กน้อย ยังรู้สึกไม่พอใจกับผลลัพธ์ในกระบวนท่าครั้งนี้เท่าใดนัก...

     

    “ข้ายังต้องใช้ถึงสองมือในการแสดงพลังออกมา ทั้งที่เป็นขวานระดับแรกเริ่ม...อีกทั้งข้ายังไม่อาจเป็นหนึ่งเดียวกับขวานได้สมบูรณ์ เฉกเช่นที่ผู้อาวุโสซ่งแสดงให้เห็นดูท่าข้ายังต้องฝึกฝนอีกมากจริง ๆ” ชายหนุ่มทอดถอนหายใจ

     

    จังหวะนั้น ซ่งจื่อฮุ่ย พลันตวาดเสียงแทรกทันที

    “พูดบ้าอะไรของเจ้ากัน!! ใจคอเจ้าจะทำให้ได้ระดับเดียวกันกับท่านอาที่ฝึกฝนเพลงขวานมาร่วม 50 ปีเลยงั้นหรือ!! เพียงแค่เจ้าเห็นกระบวนท่าปัดกวาด ครั้งแรก เจ้าก็เลียนแบบได้แล้วเนี่ยนะ!!ทั้งยังใช้ออกมาได้เกินกว่าระดับที่ข้าฝึกฝนมาร่วมปีเสียอีก สารภาพมาเดี๋ยวนี้ว่านี่มิใช่การจับขวานครั้งแรกของเจ้า!!”

     

    ซุน เผยรอยยิ้มเจือจาง...

    “ใช่... อันที่จริงก่อนหน้านี้ ข้าเคยจับขวานตัดผ่าฟืนให้ เหล่าซืออยู่ครั้งหนึ่งแล้ว...”

     

    หญิงสาวใบหน้าบิดเบี้ยวในทันที...

    “อย่าเอาเพลงขวานวายุตระกูลข้า ไปเหมาร่วมกับการตัดฟืนสิ!!”

     

    มือปราบมู่ ใบหน้าเคร่งขรึม เดินตรงเข้าไปดูร่องรอยของแท่นศิลาที่ถูกทำลาย...แม้รอยฟันของขวานจะไม่ได้คมกริบ แต่นั่นเป็นเพราะขวานศิลาเล่มนั้น เป็นขวานที่ไร้คมสำหรับฝึกซ้อน...แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือแท่นศิลาก้อนนี้ เป็นศิลาลักษณะเดียวกับที่ใช้สร้างขวานระดับที่1 ดังนั้นความแข็งแกร่งของมันย่อมทัดเทียมกัน...

     

    “เจ้าเด็กนั่นใช้ขวานศิลา ทำลายแท่นศิลาที่มีมวลหนาแน่นกว่าให้พังทลายลงได้...โดยที่ขวานศิลาในมือ ไม่มีร่องรอยการบุบสลายแม้แต่น้อย เป็นไปได้ยังไงกัน?!

     

    หากมันใช้ลมปราณห่อหุ้มที่ตัวขวาน สัมผัสลมปราณของเราต้องรับรู้ได้สิแต่นี่ไม่มีร่องรอยการส่งพลังลมปราณแม้แต่น้อย เป็นการใช้น้ำหนัก พละกำลัง ท่วงท่าและความสมดุลอย่างลงตัว ไม่ต่างจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งที่มันใช้กระบวนท่าเป็นครั้งแรกเนี่ยนะ?!”

     

    มือปราบมู่ เพ่งมองไปยัง ซุน ที่กำลังถูกหญิงสาวตำหนิว่ากล่าว... ใช้สัมผัสลมปราณมองภาพองค์ประกอบรวมระหว่างซุน และขวานศิลาในมือ จังหวะนั้น มู่เจี้ยน อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านขึ้น...

     

    “อย่าบอกนะว่าเจ้าเด็กนี่... พยายามลอกเลียนแบบแม้แต่เจตจำนงแห่งขวาน ของผู้อาวุโสซ่งเชียวหรือ!! อีกทั้งยังดูเหมือนว่าประตูสู่เจตจำนงจะเริ่มถูกแง้มออกมาบ้างแล้วผ่านเฝ้ามองเพียงครั้งเดียวเนี่ยนะ!!”

     

    จู่ ๆ มู่เจี้ยน ก็ขนลุกชูชันขึ้นทั้งตัว... แน่นอนว่า มู่เจี้ยนมาจากหน่วยมือปราบเทพพยัคฆ์ แห่งราชวงศ์ไป๋หู่ ซึ่งหน่วยพิเศษดังกล่าวได้มีการรวบรวมอัจฉริยะรุ่นเยาว์จากทั่วทวีปให้ไปร่วมกันที่นั่นดังนั้นอัจฉริยะในสายตาของ มู่เจี้ยน ที่เติบโตมาในหน่วยพิเศษดังกล่าว จึงไม่ต่างจากบุคคลชั้นสามัญที่พบเห็นบ่อยครั้ง

     

    แต่พอครั้งนี้ มู่เจี้ยน หลังได้เห็นถึงความสามารถที่แอบซ่อนอยู่ของซุน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า... เด็กผู้นี้นี่แหละคือ มังกรในหมู่อัจฉริยะใต้หล้า!!

     

    .............................................

    คล้ายกับเรื่องอสูรข้ามฟ้า ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196