มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 99.ผู้ไล่ล่าในความมืด

    ร่างเงาของมาร์โกยังคงซ่อนอยู่ท่ามกลางความมืด

    เบื้องหน้า

    กลุ่มคนมากกว่าสิบคนกำลังเคลื่อนผ่านแนวป่าอย่างเงียบงัน

    ไม่มีใครพูด

    ไม่มีแสงไฟ

    แม้แต่เสียงฝีเท้าก็เบาราวกับพยายามไม่ทิ้งร่องรอย

    มาร์โกเฝ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง

    จากนั้น

    ร่างเงาก็ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้ชายคนหนึ่ง

    แสงจันทร์ลอดผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งไม้

    เงาของชายคนนั้นทอดยาวลงบนพื้น

    ร่างเงาของมาร์โกจมหายลงไปในนั้น

    เงาแฝงร่าง

    ทุกอย่างกลับมาเงียบอีกครั้ง

    ชายคนนั้นยังคงเดินต่อไป

    โดยไม่รู้เลยว่า

    ในเงาของตัวเอง

    มีบางสิ่งกำลังติดตามอยู่

    ภายในค่าย

    มาร์โกยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิม

    ดวงตาปิดสนิท

    ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังทำอะไร

    นัทยังคงนั่งอยู่ไม่ไกล

    กระแสปราณภายในร่างค่อย ๆ เคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ตามจังหวะลมหายใจ

    กองไฟส่งแสงสลัว

    อาเรนอยู่ด้านหนึ่งของค่าย

    ส่วนไคกับรันกำลังจัดการเวรยาม

    ทุกอย่างดูปกติ

    จนกระทั่งมาร์โกลืมตาขึ้น

    เขามองไปยังความมืดนอกค่าย

    สีหน้าเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย

    แต่ก็เพียงพอ

    นัทลืมตาขึ้น

    “มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

    มาร์โกหันไปมองเขา

    น้ำเสียงต่ำลง

    “หยุดฝึกก่อน”

    นัทชะงัก

    มาร์โกไม่ได้พูดอะไรต่อ

    เขาลุกขึ้นยืน

    แล้วเดินตรงไปหาอาเรน

    อาเรนหันมามองทันที

    “มีอะไร?”

    “มีคนกำลังมาทางนี้”

    ไคหยุดการเคลื่อนไหว

    รันเงยหน้าขึ้นจากบริเวณรอบนอก

    บรรยากาศภายในค่ายเปลี่ยนไปในทันที

    อาเรนไม่ได้ถามว่ามาร์โกรู้ได้อย่างไร

    เขามองไปยังความมืด

    “จำนวน”

    “มากกว่าสิบ”

    มาร์โกตอบ

    “ทั้งหมดมีอาวุธ”

    รันขยับเข้ามาใกล้

    “ทิศทาง?”

    “มาจากทางเมือง”

    คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบลง

    ไคมองมาร์โก

    “แน่ใจ?”

    “พวกมันกำลังเคลื่อนตรงมาที่นี่”

    มาร์โกตอบ

    “และพยายามไม่ให้เกิดเสียง”

    อาเรนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

    “ห่างเท่าไร?”

    “ตอนที่พบประมาณสองกิโลเมตร”

    “ตอนนี้?”

    มาร์โกนิ่งไปชั่วครู่

    ราวกับกำลังรับรู้อะไรบางอย่าง

    “ใกล้ขึ้น”

    อาเรนไม่ถามต่อ

    เขาหันไปมองสัมภาระของทีม

    เพียงไม่กี่วินาที

    เขาก็ตัดสินใจ

    “เก็บของ”

    ไม่มีคำอธิบายยาว

    ไม่มีการถกเถียง

    ทุกคนขยับทันที

    กองไฟถูกดับลง

    สัมภาระถูกเก็บอย่างรวดเร็ว

    สัตว์พาหนะถูกปลดจากเชือก

    นัทหยิบอุปกรณ์ของตัวเองขึ้น

    หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

    เขามองออกไปยังความมืด

    แต่ไม่เห็นอะไรเลย

    ความมืดภายนอกค่าย

    ยังคงเงียบสงบ

    เงียบเกินไป

    “พวกเขาเป็นใคร?”

    ไคถาม

    ขณะยกสัมภาระขึ้น

    “ไม่รู้”

    มาร์โกตอบ

    “แต่พวกมันตามเรามา”

    รันมองไปยังเส้นทางด้านหลัง

    “ตามใคร?”

    ไม่มีใครตอบ

    นัทขมวดคิ้ว

    คำถามนั้นทำให้เขาคิดขึ้นมา

    ตามพวกเขา?

    ตามสินค้า?

    หรือ...

    มีเหตุผลอื่น

    แต่ตอนนี้

    ไม่มีเวลาให้หาคำตอบ

    อาเรนตรวจสอบทุกอย่างเป็นครั้งสุดท้าย

    ก่อนพูดขึ้น

    “เราออกจากตรงนี้”

    นัทหันไปมองเขา

    “แล้วเส้นทางไหนครับ?”

    อาเรนชี้ไปยังแนวป่า

    “ไม่ย้อนกลับไปทางเมือง”

    ทุกคนเข้าใจทันที

    หากศัตรูมาจากทางเมือง

    การย้อนกลับไปทางเดิมเท่ากับเคลื่อนเข้าหาพวกมัน

    “ตามฉัน”

    ทีมทั้งห้าคนเคลื่อนตัวออกจากค่าย

    ไม่มีใครหันกลับไป

    ภายในความมืด

    ร่างเงาของมาร์โกยังคงอยู่กับกลุ่มนักฆ่า

    ชายที่มันซ่อนอยู่ในเงา

    ยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

    ระยะห่างค่อย ๆ ลดลง

    หนึ่งกิโลเมตรครึ่ง

    หนึ่งกิโลเมตร

    มาร์โกขมวดคิ้ว

    ร่างจริงของเขากำลังเคลื่อนที่ไปพร้อมกับทีม

    แต่การรับรู้ผ่านร่างเงายังคงเชื่อมต่ออยู่

    เขารู้ว่ากลุ่มด้านหลังกำลังเร่งความเร็ว

    และในที่สุด

    ชายคนหนึ่งก็ยกมือขึ้น

    กลุ่มนักฆ่าทั้งหมดหยุดลง

    ร่างเงาของมาร์โกนิ่งอยู่ในเงาของชายคนนั้น

    ชายคนหนึ่งเดินออกมาด้านหน้า

    เขามองไปยังความมืด

    ก่อนพูดด้วยเสียงต่ำ

    “ไฟดับแล้ว”

    ไม่มีใครตอบ

    แต่เพียงครู่เดียว

    ชายอีกคนก็พูดขึ้น

    “พวกมันรู้ตัว”

    คำพูดนั้นทำให้มาร์โกชะงัก

    พวกมันรู้ทันที

    เร็วกว่าที่คิด

    ชายที่อยู่ด้านหน้ามองไปยังบริเวณค่าย

    “ตาม”

    คำสั่งเพียงคำเดียว

    กลุ่มนักฆ่าทั้งหมดเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง

    เร็วกว่าเดิม

    “พวกมันรู้แล้ว”

    มาร์โกพูดขึ้น

    อาเรนหันกลับมา

    “อะไร?”

    “พวกมันรู้ว่าเราออกจากค่ายแล้ว”

    “เร็วขึ้น”

    อาเรนมองไปยังด้านหลังเพียงชั่วครู่

    ก่อนหันกลับมา

    “ไค”

    “อยู่ตรงนี้”

    “เส้นทางข้างหน้า”

    ไคมองพื้นที่โดยรอบ

    “ถ้าไปต่อ เราจะเข้าแนวป่าที่หนาขึ้น”

    “สัตว์พาหนะจะเคลื่อนที่ช้าลง”

    รันพูดเสริม

    “แต่ตามยากขึ้น”

    อาเรนพยักหน้า

    “ไปทางนั้น”

    นัทจับสายบังคับแน่นขึ้น

    ทีมเริ่มเร่งความเร็ว

    เสียงฝีเท้าของสัตว์พาหนะดังขึ้นท่ามกลางป่า

    กิ่งไม้และพุ่มไม้ด้านข้างสั่นไหวตามแรงเคลื่อนผ่าน

    แสงจันทร์แทบส่องลงมาไม่ถึงพื้น

    ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นเพียงเงาดำ

    มาร์โกหลับตาลงเพียงชั่วขณะ

    การรับรู้ของเขากลับไปยังร่างเงา

    นักฆ่ากำลังตามมา

    แต่แล้ว

    บางอย่างทำให้เขานิ่งไป

    คนกลุ่มหนึ่ง

    กำลังแยกออกจากกลุ่มหลัก

    สามคน

    พวกมันไม่ได้ตามรอยทีมตรง ๆ

    แต่กำลังเคลื่อนออกไปทางด้านข้าง

    เหมือนพยายามอ้อม

    มาร์โกลืมตาทันที

    “อาเรน”

    เสียงของเขาทำให้อาเรนหันมา

    “มีอะไร?”

    “พวกมันแยกกลุ่ม”

    อาเรนชะลอเพียงเล็กน้อย

    “กี่คน?”

    “สาม”

    “ไปทางไหน?”

    มาร์โกมองไปยังแนวป่าด้านข้าง

    “กำลังอ้อมเรา”

    นัทหันไปมอง

    แต่สิ่งที่เขาเห็น

    มีเพียงความมืด

    เขาเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้ว

    มาร์โกรู้ได้อย่างไร?

    แต่ไม่มีใครถาม

    เพราะน้ำเสียงของมาร์โก

    ไม่ได้มีพื้นที่ให้คำถามไร้ประโยชน์ในเวลานี้

    อาเรนมองไปด้านหน้า

    แล้วมองแนวป่าทั้งสองข้าง

    เพียงชั่วครู่

    เขาก็ตัดสินใจ

    “เพิ่มความเร็ว”

    ทีมทั้งหมดเร่งเคลื่อนที่ทันที

    ด้านหลัง

    กลุ่มนักฆ่ากำลังไล่ตาม

    ส่วนอีกสามคน

    กำลังอ้อมผ่านป่า

    การไล่ล่าเริ่มขึ้นแล้ว

    และในความมืด

    ไม่มีใครรู้ว่า

    ฝ่ายที่กำลังไล่ตามอยู่

    กำลังถูกจับตาดูอยู่ตลอดเวลา

    ร่างเงาของมาร์โก

    ยังคงซ่อนอยู่ในเงาของหนึ่งในนักฆ่า

    เงียบงัน

    ไร้ตัวตน

    และมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวของพวกมัน

    แต่ยิ่งติดตาม

    ความสงสัยของมาร์โกก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

    คนกลุ่มนี้ไม่ได้ติดตามพวกเขาอย่างไร้การวางแผน

    พวกมันรู้วิธีแบ่งกำลัง

    รู้วิธีปิดทาง

    และดูเหมือนจะรู้เส้นทางในพื้นที่แห่งนี้ดีพอสมควร

    มาร์โกกำมือแน่น

    นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

    และการเดินทางครั้งนี้...

    อาจไม่ธรรมดาตั้งแต่แรกแล้ว

    มาร์โกกำมือแน่น

    นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

    และการเดินทางครั้งนี้...

    อาจไม่ธรรมดาตั้งแต่แรกแล้ว

    เสียงฝีเท้าของสัตว์พาหนะดังต่อเนื่อง

    ทีมทั้งห้าคนเร่งผ่านแนวป่าที่มืดลงเรื่อย ๆ

    อาเรนอยู่ด้านหน้า

    สายตาของเขากวาดมองเส้นทางอยู่ตลอดเวลา

    ไคและรันประคองตำแหน่งอยู่ไม่ห่าง

    ส่วนนัทกับมาร์โกอยู่ด้านหลังของขบวน

    ไม่มีใครพูดอะไรโดยไม่จำเป็น

    ทุกคนรู้แล้วว่า

    พวกเขากำลังถูกไล่ล่า

    “พวกมันอยู่ตรงไหน?”

    อาเรนถามขึ้น

    มาร์โกมองไปด้านหลัง

    “กลุ่มหลักยังตามมา”

    “แต่ช้าลง”

    อาเรนขมวดคิ้วเล็กน้อย

    “ทำไม?”

    “ไม่รู้”

    มาร์โกตอบทันที

    “แต่สามคนที่แยกออกไปยังเคลื่อนอยู่”

    รันหันมองไปทางด้านข้างของแนวป่า

    “อ้อมมาทางไหน?”

    มาร์โกเงียบไปชั่วครู่

    ราวกับกำลังคำนวณบางอย่าง

    “ด้านซ้าย”

    คำตอบนั้นทำให้อาเรนลดความเร็วลงเพียงเล็กน้อย

    ไม่ใช่เพื่อหยุด

    แต่เพื่อมองพื้นที่รอบตัว

    แนวต้นไม้ด้านซ้ายเริ่มหนาขึ้น

    ความมืดปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นลึกเข้าไป

    ไคจับกำหมัดแน่น

    “พวกมันจะเข้ามาเมื่อไร?”

    “เร็ว ๆ นี้”

    มาร์โกตอบ

    ร่างเงายังคงซ่อนอยู่

    ภายในเงาของนักฆ่าคนหนึ่ง

    มาร์โกมองผ่านมัน

    ชายทั้งสามกำลังเคลื่อนที่เร็วขึ้น

    พวกมันไม่ได้พยายามตัดหน้าขบวน

    แต่กำลังขนาบเข้ามา

    หนึ่งคนอยู่ลึกเข้าไปในป่าด้านซ้าย

    อีกสองคนค่อย ๆ เคลื่อนตามแนวเดียวกับทีม

    ระยะห่างลดลงอย่างรวดเร็ว

    มาร์โกขมวดคิ้ว

    “มาแล้ว”

    คำพูดนั้นเพิ่งจบลง

    เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากแนวป่า

    ฟึ่บ!

    เงาร่างหนึ่งพุ่งออกมา

    ไม่ได้มุ่งไปด้านหน้า

    แต่พุ่งเข้าหาด้านข้างของขบวนโดยตรง

    “ซ้าย!”

    เสียงของมาร์โกดังขึ้น

    แทบจะพร้อมกับที่ร่างของนัทขยับ

    นักฆ่าคนแรกกระโจนออกมาจากความมืด

    อาวุธในมือสะท้อนแสงจันทร์วาบ

    เป้าหมายของมันคือสัตว์พาหนะที่นัทกำลังขี่อยู่

    นัทไม่มีเวลาลงจากหลังสัตว์

    เขายกขวานขึ้นทันที

    เคร้ง!

    เสียงโลหะกระแทกกันดังสนั่น

    แรงปะทะทำให้แขนของนัทสะเทือน

    สัตว์พาหนะร้องออกมาเบา ๆ

    แต่ยังคงวิ่งต่อไป

    นัทกัดฟัน

    นักฆ่าไม่หยุด

    มันเคลื่อนเข้ามาอีกครั้ง

    แต่คราวนี้

    นัทเป็นฝ่ายเหวี่ยงขวานสวนกลับ

    วูบ!

    คมขวานกวาดผ่านอากาศ

    บังคับให้อีกฝ่ายต้องถอยออกไป

    นักฆ่ามองนัท

    สายตาเต็มไปด้วยความระวัง

    การต่อสู้บนหลังสัตว์พาหนะ

    แตกต่างจากการยืนอยู่บนพื้นอย่างสิ้นเชิง

    ทุกการเคลื่อนไหวของนัท

    ต้องรักษาสมดุลของตัวเอง

    ขณะเดียวกัน

    สัตว์พาหนะก็ยังคงเคลื่อนที่

    พื้นด้านล่างไม่ได้เรียบ

    เพียงจังหวะเดียวที่พลาด

    เขาอาจตกลงไปได้ทันที

    “มาร์โก!”

    นัทตะโกน

    “ฉันเห็น!”

    มาร์โกตอบ

    เขามองไปยังอัมบร้าเพียงชั่วครู่

    จากนั้นร่างของเขาก็พุ่งออกจากหลังสัตว์พาหนะ

    มาร์โกกระโดดลงอย่างแม่นยำ

    กลางการเคลื่อนที่

    อัมบร้าหายเข้าไปในแหวน

    ร่างของมันถูกเก็บกลับเข้าไปทันที

    เท้าของมาร์โกแตะพื้น

    แทบไม่มีจังหวะชะงัก

    เขาพุ่งต่อไปด้านข้างของขบวน

    รวดเร็วจนร่างของเขาแทบกลืนไปกับความมืด

    มีดคู่ปรากฏขึ้นในมือ

    นักฆ่าอีกคนพุ่งเข้าหาเขา

    เคร้ง!

    มีดทั้งสองปะทะกัน

    มาร์โกไม่หยุดอยู่กับที่

    เขาหมุนตัวหลบ

    ก่อนตวัดมีดสวนกลับอย่างรวดเร็ว

    อีกฝ่ายต้องถอย

    แต่ทันทีที่ถอย

    มาร์โกก็หายไปจากตำแหน่งเดิม

    ความเร็วของเขาทำให้นักฆ่าชะงักไปชั่วขณะ

    และเพียงชั่วขณะนั้นก็เพียงพอ

    ฉึก!

    ปลายมีดเฉือนผ่านแขนของอีกฝ่าย

    นักฆ่ากระโดดถอย

    สายตาจับจ้องมาร์โกทันที

    “ด้านขวา!”

    เสียงของมาร์โกดังขึ้น

    อาเรนหันไม้คาถาไปตามเสียง

    กระแสน้ำพุ่งออกไปในความมืด

    ซัด!

    แรงดันของเวทน้ำกระแทกเข้ากับเงาร่างที่กำลังพุ่งออกมาจากแนวต้นไม้

    นักฆ่าคนนั้นยกแขนขึ้นป้องกัน

    แต่ความเร็วของมันลดลง

    เพียงพอให้ขบวนเคลื่อนผ่านไป

    ไคมองไปด้านข้าง

    มือของเขายังกำแน่น

    แต่ไม่ได้ลงจากหลังสัตว์พาหนะ

    รันเองก็เช่นกัน

    ทั้งสองคนยังคงรักษาตำแหน่ง

    เพราะหากทุกคนกระโดดลงไปสู้

    ขบวนทั้งหมดอาจแตกกระจายทันที

    และตอนนี้

    พวกเขาไม่รู้ว่าศัตรูอีกกลุ่มอยู่ห่างออกไปแค่ไหน

    นักฆ่าคนแรกกลับเข้ามาหานัทอีกครั้ง

    คราวนี้

    มันไม่พยายามโจมตีตรง ๆ

    แต่รอจังหวะที่สัตว์พาหนะของนัทเหยียบพื้นต่างระดับ

    ร่างของนัทเสียสมดุลเพียงเล็กน้อย

    แววตาของนักฆ่าเปลี่ยนไป

    มันพุ่งเข้ามา

    นัทรีบยกขวานขึ้น

    เคร้ง!

    แรงปะทะครั้งนี้หนักกว่าเดิม

    ข้อมือของนัทชาไปทั้งแขน

    นักฆ่าหมุนอาวุธ

    พยายามเบี่ยงคมขวานออกจากมือเขา

    นัทกัดฟัน

    แต่แรงจากอีกฝ่ายมากเกินไป

    เคร้ง!

    ขวานหลุดออกจากมือ

    หมุนคว้างไปด้านข้าง

    หายเข้าไปในความมืด

    นักฆ่าพุ่งเข้ามาทันที

    นัทหายใจสะดุด

    มือของเขาว่างเปล่า

    แต่ในวินาทีนั้นเอง

    เขายกมือขึ้น

    สายตาหันไปยังทิศทางที่ขวานหายไป

    แรงบางอย่างแผ่ออกไป

    ขวานที่กำลังตกลงสู่พื้น

    หยุดชะงัก

    ก่อนจะสั่นอย่างรุนแรง

    นักฆ่าหันไปมอง

    ดวงตาของมันเบิกกว้าง

    ฟึ่บ!

    ขวานพุ่งกลับมา

    นัทคว้ามันได้กลางอากาศ

    ก่อนเหวี่ยงสวนกลับทันที

    นักฆ่ากระโดดหลบ

    แต่สายตาของมันยังจับจ้องอยู่ที่นัท

    ไม่ใช่เพราะขวาน

    แต่เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

    “พลังจิต...”

    เสียงต่ำดังออกมาจากปากของมัน

    นัทชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที

    นักฆ่ามองเขา

    ก่อนสายตาจะเปลี่ยนไป

    ตอนแรก

    พวกมันคิดว่านัทเป็นเพียงผู้ใช้พลังที่มีความสามารถบางอย่าง

    แต่จากการต่อสู้ที่ผ่านมา

    นัทใช้ได้มากกว่าหนึ่งระบบ

    ปราณ

    เวทมนตร์

    และตอนนี้...

    พลังจิต

    “นัท!”

    เสียงของมาร์โกดังขึ้น

    นัทหันไป

    นักฆ่าอีกคนกำลังเข้ามาจากด้านข้าง

    มาร์โกพุ่งผ่านความมืด

    มีดในมือปะทะเข้ากับอาวุธของอีกฝ่าย

    เคร้ง!

    จากนั้นเขาก็ใช้แรงส่งตัวเอง

    กระโดดกลับขึ้นไปบนหลังสัตว์พาหนะของตัวเอง

    ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที

    อัมบร้าปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

    มาร์โกขึ้นนั่งบนหลังมันได้ทันที

    “ไป!”

    อาเรนตะโกน

    ทีมทั้งหมดเร่งความเร็ว

    ไม่มีใครหันกลับไปดูผลการต่อสู้

    เพราะไม่มีใครต้องการยืดเวลาปะทะ

    นักฆ่าทั้งสามไม่ได้ถูกกำจัด

    แต่พวกมันก็ไม่สามารถหยุดขบวนได้

    เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป

    นักฆ่าสามคนถูกทิ้งไว้ด้านหลัง

    แต่ไม่มีใครในทีมคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว

    มาร์โกหันกลับไปมอง

    ดวงตาของเขานิ่งลง

    เพราะเขารู้

    กลุ่มหลักยังอยู่

    และพวกมัน...

    กำลังตามมา

    “พวกมันยังมา”

    มาร์โกพูด

    อาเรนไม่หันกลับ

    “ระยะ?”

    มาร์โกนิ่งไปชั่วครู่

    ก่อนตอบ

    “ไกลกว่ากลุ่มนี้”

    “แต่ยังตามอยู่”

    อาเรนจับไม้คาถาแน่นขึ้น

    “งั้นเรายังไม่หยุด”

    ทีมเร่งเข้าสู่ความมืดอีกครั้ง

    แต่ครั้งนี้

    สิ่งที่อยู่ข้างหน้า

    เริ่มเปลี่ยนไป

    แนวต้นไม้ค่อย ๆ หายไป

    พื้นดินเริ่มลาดลง

    และสายหมอกบาง ๆ

    เริ่มปกคลุมอยู่ด้านหน้า

    มาร์โกมองไปยังพื้นที่นั้น

    ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในใจ

    สถานที่แห่งนี้...

    ไม่ใช่เส้นทางที่พวกเขาวางแผนจะมา

    แต่การไล่ล่า

    กำลังบีบให้พวกเขาไม่มีทางเลือก

    ด้านหลัง

    ศัตรูกำลังตามมา

    ด้านหน้า

    คือพื้นที่ที่ไม่มีใครรู้จัก

    อาเรนมองผ่านความมืด

    ก่อนพูดขึ้นด้วยเสียงต่ำ

    “ไปต่อ”

    และขบวนทั้งห้า

    ก็มุ่งตรงเข้าไปในพื้นที่เบื้องหน้า

    โดยไม่มีใครรู้ว่า

    สิ่งที่รออยู่ข้างในนั้น

    อาจเป็นเหตุผลแท้จริง

    ที่ทำให้ใครบางคน

    ส่งนักฆ่าตามพวกเขาออกมาตั้งแต่ในเมือง...

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136