ตอนที่ 39 ทำให้หายไปด้วยสกิลสร้างสุดยอดเมด
“ชั้นได้ข่าวว่า ‘โซลไลฟ์ปริซึม’ ที่อยู่ในอาณาจักรของพวกกินพืชหายไปแล้ว...ฝีมือแกอย่างงั้นเหรอ”
หัวหน้าหมู่บ้านพูดถาม
...เฟรอกินนั้นไม่ได้ตอบอะไรเขาเพียงแค่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“ร-เรื่องจริงอย่างงั้นเหรอ…แกทำได้ยังไงกัน!!”
หัวหน้าหมู่บ้านลุกขึ้นมองไปที่เฟรอกินด้วยความอึ้ง...
---ในตอนนี้พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ในบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน
ที่ภายมีเพียงแค่เฟรอกินหัวหน้าหมู่บ้าน ซีโร่ และกอน...คนอื่นๆนั้นถูกห้ามไม่ให้เข้ามาฟังการพูดคุยของพวกเขาโดยเด็ดขาดและมียามครึ่งหมาป่าสองคนคอยเฝ้าอยู่หน้าทางเข้า
[ โซลไลฟ์ปริซึม เป็นหนึ่งในอินฟินิตี้ปริซึมที่มีความสามรถแห่งวิญญาณและชีวิตซึ่งความสามารถที่มันเคยแสดงมาให้เห็นในตอนนี้คือการปกป้องคนเป็นจากความตายและการคืนชีพให้กับคนที่ตาย ]
ไม่แปลกเลยที่ใครหลายๆคนต้องที่จะครอบครองพลังของมัน
เพียงแต่...อาจจะเป็นเรื่องปกติของอินฟินิตี้ปริซึมที่ไม่มีสิ่งใดสามารถครอบครองมันได้
...มันเคยตอบรับการขอพรของคนผู้หนึ่งที่ขอให้ช่วยฟื้นคืนชีพคนรักให้กับเขา...แต่คนรักที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมานั้นมีเพียงแค่ร่างกายที่วิญญาณที่อยู่ภายในนั้นไม่รู้ว่าเป็นใคร...
และบางครั้งมันก็เคยฟื้นคืนชีพแบบสมบูรณ์ทั้งร่างกายและวิญญาณเช่นกัน...เพียงแต่สิ่งที่มันคืนชีพนั้นดันเป็นนักโทษที่มีความอันตรายร้ายแรง และอสูรกายที่สร้างความพังพินาศให้กับโลกใบนี้มาแล้ว
ความชิบหายที่มันได้สร้างขึ้นนั้น ไม่แปลกใจเลยที่มีใครหลายคนต้องการที่จะกำจัดมัน..
แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังศรัทธาในพลังอำนาจของมันอยู่
...จึงเกิดสงครามภายในขึ้นระหว่างผู้ที่ต้องการกำจัดโซลไลฟ์ปริซึม และผู้ที่ศรัทธาในมัน
แต่เรื่องที่ว่ามาเหล่านั้นก็แทบไม่มีผลกับหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้เลยเพราะโซลไลฟ์ปริซึม ตั้งอยู่ใน ‘อาณาจักรเอเลเฟนท์’ ซึ่งเป็นอาณาจักรของพวกกินพืช
ส่วนหมู่บ้านเล็กแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตของ‘อาณาจักรไลอ้อน’ ที่เป็นอาณาจักรของพวกกินเนื้อ
สองอาณาจักรนี้ไม่ถูกกันมากๆและมักจะทำสงครามกันอยู่ตลอด ทั้งสองอาณาจักรมีความแค้นให้แก่กันแบบขั้นสุด โดยที่ลืมไปแล้วว่าต้นกำเนิดแห่งความแค้นนั้นเกิดขึ้นจากอะไร
การที่อาณาจักรเอเลเฟนท์เกิดสงครามภายในขึ้นนั้นก็ไม่ได้ทำให้อาณาจักรไลอ้อนได้เปรียบทางสงครามเพิ่มขึ้นเลย...
เพราะโลกของเหล่าวอร์บีสท์ใบนี้ มีอินฟินิตี้ปริซึมอยู่สองอัน
อันแรกนั้นตั้งอยู่ในอาณาจักรเอเลเฟนท์และอีกอันนั้นต้องอยู่ในอาณาจักรไลอ้อน
และอินฟินิตี้ปริซึมที่ตั้งอยู่ในอาณาจักรไลอ้อนก็สร้างความชิบหายไม่แพ้กัน...
มันถูกเรียกว่า ‘เดดโซลปริซึม’ ที่ความสามารถของมันนั้นเรียกได้ว่าตรงข้ามกับโซลไลฟ์ปริซึมแทบทุกอย่าง
มันจะมอบทุกความตายให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่มันต้องการและไม่มีสิ่งใดเลยสามารถขัดขืนความตายที่มันมอบมาให้ได้
...ครั้งหนึ่ง ประตูดันเจี้ยนเคยปรากฏขึ้นมาใกล้ๆเดดโซลปริซึม
ประตูดันเจี้ยนแห่งนั้นเชื่อมต่อไปยังโลกของเผ่าเดม่อนที่แข็งแกร่งมากๆเผ่าไล่ยึดครองโลกต่างๆผ่านทางดันเจี้ยนมาแล้วมากมาย...
แต่ในทันทีที่พวกเดม่อนโผล่มายังโลกใบนี้พวกมันก็ล้มตายกันแทบจะในทันที พวกมันตายกันอย่างกับใบไม้ร่วง...ตายโดยที่แทบไม่รู้สึกตัวในแบบที่ไม่มีรอยบาดแผลใดๆ ทั้งภายใน และภายนอก
เดม่อนที่ว่าแข็งแกร่งและไล่ยึดครองโลกมาแล้วมากมายกับหวาดกลัวที่จะเข้ามายังโลกใบนี้
...ในปัจจุบันนั้นพื้นที่ในรัศมีโดยรอบเขตของเดดโซลปริซึม เต็มไปด้วยโครงกระดูกและซากศพจำนวนมากกองเป็นภูเขา
.
.
“ชั้นก็อยากจะเชื่ออยู่หรอกนะ ที่นายเคยบอกว่าจะช่วยกำจัดอินฟินิตี้ปริซึมจากโลกใบนี้ให้หมดไป...แต่นายทำมันได้ยังไงล่ะ”
หัวหน้าหมู่บ้านยังไม่อยากเชื่อในตัวเฟรอกิน
...แต่ตอนนี้โซลไลฟ์ปริซึมมันหายไปแล้วจริงๆแม้มันอาจไม่ได้หายไปเพราะฝีมือของเฟรอกินก็ตาม ‘ใครกันล่ะที่ทำให้มันหายไป’
…
“มันหายไปได้เพราะสกิลของหลานชายชั้นเอง”
เฟรอกินตอบด้วยเสียงที่เรียบนิ่งพร้อมกับหันไปมองกอนที่นั่งอยู่ข้างๆ
กอนเองก็หันมายิ้มให้กับปู่ของเขาเช่นกันจนเฟรอกินต้องเอามือไปลูบหัวแล้วยิ้มตอบ
...หัวหน้าหมู่บ้านมองไปที่สองปู่หลาน สายตาของเขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี
“นายอาจจะไม่เชื่อก็ได้นะ แต่เดี่ยวนายก็จะได้เห็นเองเพราะเป้าหมายต่อไปของชั้นก็คือเดดโซลปริซึมยังไงล่ะ”
เฟรอกินพูดออกมาเหมือนเป็นเรื่องปกติ...
แต่หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ยินนั้นแทบจะทำตัวไม่ถูกแล้ว
“อะไรน่ะ...นี่นายบ้าไปแล้วเหรอเฟรอกินเดดโซลปริซึมน่ะ แค่เข้าไปในอาณาเขตของมันก็ตายแล้วนะ…มันถึงถูกเรียกว่าพื้นที่แห่งความตายไง”
ใบหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านดูแตกตื่นเป็นอย่างมาก...
แต่เฟรอกินนั้นกับยิ้มให้เขา
“แต่ชั้นได้ยินมานะ...เรื่องที่ว่ามีครึ่งหมาป่าคนหนึ่งเข้าไปภายในอาณาเขตของเดโซลปริซึมแต่รอดกลับมาได้น่ะ”
รอยยิ้มและคำพูดที่ดูมั่นใจของเฟรอกินทำให้หัวหน้าหมู่บ้านมองไปที่เขาด้วยอาการที่ปวดหัว
“เชื่อแกเลยจริงๆ จะทำอะไรก็แล้วแต่แกเลยแล้วกัน...เดี่ยวชั้นจะช่วยไปเรียกไอคนที่รอดจากการเข้าไปในอาณาเขตของเดดโซลปริซึมมาให้ก็แล้วกันแต่บอกไว้ก่อนนะว่าชั้นไม่ยุ่งด้วยแน่”
“แค่นั้นก็พอแล้ว”
…
เฟรอกินที่พูดจบก็มีเสียงฝีเท้าจำนวนมากเดินเข้ามาภายในหมู่บ้าน
“ตึง! ตึง!ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!”
ชาวบ้านต่างพากันแตกตื่น และหลีกทางให้กับกลุ่มคนที่มาแม้แต่ยามครึ่งหมาป่าเองก็ยังกลัวจนหลีกทางอย่างว่าง่าย...
ในบรรดากลุ่มคนเหล่านั้น มีคนที่ดูโดดเด่นที่สุดก็คงจะเป็นครึ่งเสือโคร่งตัวนั้น...
และดูเหมือนว่ามันจะเป็นหัวหน้ากลุ่มด้วย...ร่างกายของมันสูงมากกว่าสองเมตรกำยำทุกส่วนและดูแข็งแรงเป็นอย่างมาก สวมชุดที่เหมือนกังฟู ดูแตกต่างจากคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัดที่สวมชุดทหารอัศวินมีโล่และหอกครบมือ
...ส่วนครึ่งเสือโคร่งตัวนั้นเดินมามือเปล่าหลังตรงและมือไขว้หลัง
“พวกนั้นเป็นใครอย่างงั้นเหรอ”
เฟรอกินกระซิบถาม ในขณะนี้พวกเขากำลังแอบมองอยู่ทางซอกหน้าต่าง...
“พวกทหารของอาณาจักรไลอ้อนน่ะ พวกมันชอบมาเกณฑ์คนไปรบปกติแบบนี้แหละ...แต่ไม่ใช่ว่าพวกมันเกณฑ์ไปแล้วเหรอ”
พวกทหารของอาณาจักรไลอ้อนเดินตรงมาที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน...
“ไปเรียกหัวหน้าหมูบ้านออกมาซะ”
เสียงพูดธรรมดาของครึ่งเสือโคร่ง แต่ผู้ที่ได้ฟังถึงตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
...แม้จะถูกห้ามว่าไม่ให้ใครเข้ามาในบ้านเด็ดขาดแต่ยามครึ่งหมาป่าก็กลัวแรงกดดันของครึ่งเสือโคร่งมากกว่าหลายเท่า
“ข-เข้าใจแล้วครับ ผมจะไปเรียกมาให้เดี่ยวนี้แหละ”
คำตอบของยามครึ่งหมาป่าทำให้หัวหน้าหมู่บ้านดูร้อนรนเป็นที่สุด...เขาหันไปมองเฟรอกินแล้วกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ก็ถูกเฟรอกินพูดดักขึ้นมาก่อน
“ให้ไปซ้อนตัวใช้ไหมล่ะ...อย่าห่วงเลยนายรีบออกไปทักทายเจ้าพวกนั้นก่อนเถอะ เรื่องซ่อนแอบน่ะไว้ใจได้เลย...”
.
.
.
ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic