มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 52 พวกเราอย่าได้มาเจอหน้ากันอีกเลยดีกว่า (1)

    หลังผอ.ธาวิสวางสาย ดารินก็ได้รับแหวนวงหนึ่งมาจากอานนท์ตามคำขอของผอ.ของเธอ เธอไม่รู้ว่าแหวนวงนี้มีอะไรพิเศษและจะสามารถช่วยเธอให้การแก้อาคมอักขระที่ต้องอาศัยธาตุดินได้อย่างไร



    ดารินรับแหวนมา เธอยังไม่รีบสวมมัน เธอหมุนแหวนเพื่อสำรวจดูก่อน ตัวแหวนดารินไม่แน่ใจว่ามันทำมาจากอะไร มันดูแข็งแกร่งแต่ก็ดูจะแตกหักได้ทุกเมื่อเช่นกัน สีของมันออกสีน้ำตาลตุ่น ๆ ไม่รู้ว่ามันเป็นสีดั้งเดิมของมันหรือถูกทาสีทับมากันแน่



    มีด้านหนึ่งของแหวนเป็นด้านป้าน มันแบนเรียบที่ดูแล้วน่าจะเป็นส่วนของหัวแหวน บนหน้าป้านของแหวนมีลวดลายแปลกประหลาดอยู่ มีรูปสี่เหลี่ยมสามรูปที่เรียงตัวกันสามมุมแบบรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยมเล็กทั้งสามเหมือนกำลังทับเส้นรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างหลังพวกมัน เส้นของสี่เหลี่ยมใหญ่ที่อยู่ข้างหลังเหมือนดั่งเส้นเชื่อมระหว่างรูปสี่เหลี่ยมเล็กทั้งสาม



    เนื่องจากดารินค่อนข้างเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาคมอักขระ เธอจึงคุ้นเคยกับรูปสี่เหลี่ยมนี้มาบ้าง เธอคิดว่ามันเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของธาตุดิน แต่เธอไม่เคยเห็นรูปสัญลักษณ์แบบที่อยู่บนแหวนวงนี้มาก่อน เธอไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้วมันหมายถึงอะไรกันแน่



    ขนาดวงของแหวนดูใหญ่กว่านิ้วของเธอ หากต้องใส่เธอคิดว่าอาจจะต้องสวมนิ้วโป้งเท่านั้น แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะหลวมอยู่ดี เมื่อไม่มีทางเลือกบวกกับเวลาที่เร่งด่วน เธอจึงเลิกสำรวจมันต่อแล้วนำแหวนมาจ่อเตรียมใส่ที่นิ้วโป้งของเธอ



    ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกแปลก ๆ เธอไม่แน่ใจว่าเธอคิดไปเองหรือไม่ ปลายนิ้วของมือข้างที่จับแหวนเพื่อรอสวมให้กับนิ้วโป้งอีกมือของเธอ มันรู้สึกเหมือนวูบลงเล็กน้อย มันเหมือนกับขนาดแหวนขยับเล็กน้อยจึงทำให้ปลายนิ้วของเธอรู้สึกเช่นนั้น เพื่อยืนยันความรู้สึกนั้น เธอจึงเลือกย้ายแหวนไปจ่อที่นิ้วกลางที่เธออยากให้เป็นนิ้วที่สวมแหวนวงนี้มากกว่า



    และมันเป็นจริง ความรู้สึกของเธอไม่ได้หลอกเธอเอง เธอรู้สึกประหลาดใจอย่างมากที่แหวนวงนี้หดขยายได้ตามนิ้วของผู้ที่จะสวมใส่ นี่แสดงให้เห็นว่าแหวนวงนี้เป็นวัตถุที่มีพลังเวทมนตร์อย่างแน่นอน



    หลังเธอสวมแหวนเข้าไป มันยิ่งทำให้ตัวดารินยังประหลาดใจจนต้องหันไปมองอานนท์ทันที เธอรู้สึกถึงพลังธาตุดินในตัวเธอพรั่งพรูขึ้นมาอย่างฉับพลัน หากมีใครสังเกตได้ทัน จะมีแสงรัศมีสีน้ำตาลจาง ๆ ปกคลุมรอบตัวขึ้นมาชั่วพริบตาแล้วก็จางหายไป



    ปลายฝนเป็นหนึ่งในคนที่เห็นแสงรัศมีสีน้ำตาลนั้น เธอสงสัยมาตลอดว่าเหตุใดอานนท์ถึงใช้มนตร์ธาตุดินได้ เธอเคยหลงคิดว่าเขาอาจจะใช้มนตร์ธาตุดินได้ด้วยตัวเองอยู่แล้วเสียอีก แต่เมื่อได้เห็นแหวนวงที่ดารินเพิ่งได้รับไป เธอจึงเข้าใจแล้วว่าพลังนั้นมาจากแหวนวงนั้นนี่เอง




    “เร็ว ๆ เข้าเถอะครับ” ดิเรกเร่งเร้าหลังเห็นดารินมัวแต่สำรวจแหวนอยู่นานสองนาน



    “ทำไมท่านผอ.ถึงไม่ฝากของสำคัญแบบนั้นไว้กับฉันแทนคนที่ไม่ได้เรื่องแบบหมอนั้นด้วยนะ? ฉันล่ะไม่เข้าใจเลยจริง ๆ” เทพไทส่ายหัวพร้อมกับบ่นพึมพำออกมา



    เมื่อถูกเร่งมา ดารินจึงละทิ้งความสนใจจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในตัวเธอ เธอหันไปให้ความสนใจกับอาคมอักขระที่อยู่บนฝาผนังอย่างรวดเร็ว หนนี้มือของเธอกลับมาเป็นระวิงอีกครั้ง คราวนี้มือของเธอไหลลื่นไม่มีการหยุดชะงักเหมือนกับครั้งที่แล้วอีกแล้ว



    ครึก ครืน...



    ทันใดนั้นเหมือนมีเสียงปลดล็อกกลอนประตู และเกือบจะทันที กำแพงที่อยู่สุดห้องโถงที่พวกคิดว่าเป็นทางตันก็เริ่มเคลื่อนไหว ลายตำแหน่งดาวราศีกุมภ์ที่เคยอยู่ตรงหน้าของพวกเขา จู่ ๆ มันก็ค่อย ๆ เลื่อนลงสู่พื้นอย่างช้า ๆ



    ด้านบนสุดของกำแพงเริ่มเผยให้เห็นช่องที่แสดงว่ามีห้องอยู่ถัดไป ห้องโถงที่พวกเขาอยู่หากไม่มีไฟเวทมนตร์จากพวกเขามันคงมืดมิดอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้กลับมีแสงที่สว่างเจิดจ้าออกมาจากช่องข้างบนที่เริ่ม ๆ เปิดออกมา



    หลังม่านกำแพงหินลงมาจนสุด และแสงเจิดจ้าบางเบาลง ทุกคนถึงได้เห็นว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายหลังม่านกำแพงหินคืออะไร

    คล้ายกับเรื่องมหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book) ที่คุณอ่าน