“เรียนท่านเสนาบดี เหมืองแร่เหล็กนั้นตอนนี้พวกเราได้ส่งคนไปนำแร่เหล็กออกมาแล้วแต่พวกเราไม่สามารถตัดแร่เหล็กพวกนั้นให้เป็นชินเล็ก ๆ ได้ ทำให้ยากต่อการขนส่งขอรับ”
“แล้วเจ้าพวกนั้นมันสามารถตัดแร่เหล็กได้ยังไงพวกเจ้าส่งคนไปสอบถามคนของตระกูลซาน หรือไม่ก็ถามเจ้าเมืองเจินหมิงดู ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดพวกเจ้าต้องหาวิธีมาให้ได้หากเจ้าเมืองเจินหมิงให้ความร่วมมือพวกเจ้าก็บอกเขาว่าข้าจะช่วยเสนอชื่อเขาให้เลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นในปีนี้”
“ขอรับท่านเสนาบดี”
เพียงไม่นานคนของเสนาบดีถงก็ได้มาพบกับเจ้าเมืองเจินหมิงและเป็นดังที่เฟยหลงได้คาดการณ์เอาไว้ พวกเขาได้ถามถึงวิธีการตัดเหล็กหลินลู่ซึ่งเจ้าเมืองก็ได้ทำตามที่เฟยหลงแนะนำไว้
“ท่านเจ้าเมืองที่พวกเรามาพบท่านในวันนี้เพราะท่านเสนาบดีถงฝากมาบอกกับท่านว่าท่านเสนาบดีพอใจเป็นอย่างมากที่ท่านสามารถนำเหมืองแร่เหล็กหลินลู่มาให้ท่านเสนาบดีได้ ท่านเสนาบดีถงยินดีจะเสนอชื่อท่านให้เลื่อนตำแหน่งในปีนี้ต่อฝ่าบาทหากท่านเจ้าเมืองสามารถช่วยให้ท่านเสนาบดีทราบวิธีการตัดเหล็กหลินลู่ได้”
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกเราเคยไปดูตระกูลซานทำเหมืองแร่มาแล้ว พวกท่านรอสักครู่”
“ท่านเลขาท่านช่วยไปหยิบอาวุธที่ข้าเก็บเอาไว้มาให้หน่อย”
“ขอรับท่านเจ้าเมือง”เลขาอี้เดินออกจากห้องไปไม่นาน เขากลับมาพร้อมกับขวานเล่มหนึ่งแม้มันจะไม่ใหญ่มากนัก แต่รัศมีที่มันแสดงออกมากลับน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก
“พวกเขาใช้อาวุธระดับทองที่ทำมาจากเหล็กหลินลู่พวกนี้ตัดมันออกมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ”
“อะไรนะ เหล็กหลินลู่พวกนั้นแข็งถึงเพียงนั้นเชียวรึ?”
“ท่านเลขาลองนำเหล็กหลินลู่ออกมาทดสอบให้พวกเขาดูหน่อย”
“ขอรับท่านเจ้าเมือง”เลขาอี้นำก้อนเหล็กหลินลู่ขนาดเท่าไข่ไก่ออกมาวาง
“พวกท่านลองใช้อาวุธของพวกท่านตัดมันดูพวกท่านจะรู้ว่ามันแข็งแกร่งมากแค่ไหน”
คนของเสนบดีถงนำอาวุธของเขาออกมาอาวุธของเขาเองเป็นอาวุธระดับเงิน เมื่อเขาฟันมันไปที่เหล็กหลินลู่ก้อนเล็ก ๆ นั้น ก้อนเหล็กหลินลู่ไม่ปรากฏร่องรอยใด ๆ ขึ้นเลย ทำให้พวกเขาถึงกับนิ่งสนิทพวกเขาแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเองว่าเหล็กหลินลู่นั้นจะแข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้
เลขาอี้ค่อย ๆนำขวานนั้นวางลงบนก้อนเหล็กหลินลู่ที่อาวุธระดับเงินของพวกเขาไม่สามารถทำอะไรมันได้เลยแต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของพวกเขากลับทำให้พวกเขาถึงกับตกตะลึงเลขาอี้แทบไม่ได้ใช้แรงเลยแม้แต่น้อย แร่เหล็กหลินลู่นั้นกลับถูกฝ่าออกเป็นสองเสี่ยงอย่างง่ายดาย
“หากพวกท่านต้องการอาวุธระดับทองที่ทำมาจากแร่เหล็กหลินลู่พวกท่านสามารถเข้าร่วมการประมูลได้ในเดือนหน้าเพราะเดือนนี้พวกเราพึ่งทำการประมูลไปเมื่อไม่กี่วันนี้”
“อีกหนึ่งเดือนเลยหรือท่านเจ้าเมือง พวกเราคงไม่สามารถรอได้ หากพวกเรากลับไปรายงานท่านเสนาบดีมีหวังพวกเราเองที่จะต้องถูกทำโทษอย่างหนักท่านเจ้าเมืองเช่นนั้นพวกเราขอซื้ออาวุธชิ้นนี้ของท่านได้หรือไม่?”
“อาวุธระดับทองชิ้นหนึ่งพวกท่านก็ทราบราคาดีอีกอย่างนี่เป็นของที่เราได้มาด้วยความยากลำบาก”
“พวกเรายินดีจ่ายให้ท่านเจ้าเมืองในราคาสิบห้าล้านเหรียญทองพวกเราคงไม่สามารถกลับไปมือเปล่าได้”
เจ้าเมืองทำท่าลำบากใจไม่น้อย
“ท่านเจ้าเมืองเช่นนั้นก็ราคาสิบแปดล้านเหรียญทองก็แล้วกัน”
“เห็นแก่ท่านเสนาบดีถงที่ดีต่อข้าและยินดีช่วยเหลือพลักดันข้า ได้ ข้ายินดีขายมันให้กับพวกท่าน”
“ขอบคุณท่านเจ้าเมืองมาก”คนของเสนาบดีรีบนำขวานเล่มนั้นกลับไปในทันทีหลังจากที่จ่ายเงินให้กับเลขาอี้เสร็จเรียบร้อยพวกเขามุ่งหน้าไปยังเหมืองแร่เหล็กและนำมันไปทดสอบตัดแร่เหล็กทันทีแร่เหล็กขนาดใหญ่ถูกผ่าออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้อย่างง่ายดาย
“เรียนท่านเสนาบดี แร่เหล็กหลินลู่นั้นต้องใช้อาวุธระดับทองที่สร้างจากเหล็กหลินลู่ตัดจึงจะสามารถตัดได้ขอรับ”
“เช่นนี้นี่เองพวกเจ้ารีบไปจัดการหาอาวุธระดับทองมาตัดเหล็กพวกนั้นพวกเราจะได้เริ่มการถลุงและสร้างอาวุธขึ้นมา”
“ท่านเสนาบดีไม่ต้องเป็นห่วงข้าน้อยได้ซื้ออาวุธระดับทองที่ทำจากเหล็กหลินลู่จากท่านเจ้าเมืองเจินหมิงมาด้วยและนำมาทดสอบตัดมันดูแล้วมันสามารถตัดได้อย่างง่ายดาย” ผู้ติดตามเสนาบดีเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับนำแร่เหล็กหลินลู่ที่ถูกตัดออกมาให้กับเสนาบดีถงดู
“แต่ว่าแร่เหล็กที่พวกเราถลุงออกมาได้คุณภาพไม่เหมือนกับอาวุธพวกนี้เลยขอรับท่านเสนาบดีมันน่าจะมีวิธีการถลุงที่แตกต่างออกไปนะขอรับ”
“ดี ดี ดีมากเจ้าทำได้ดีมากหวงเสี่ยวเทียน เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริง ๆ หวงเสี่ยวเทียนเรื่องการถลุงเหล็กหลินลู่นั้นข้าคิดว่ามันต้องมีความลับบางอย่างอย่างแน่นอนเจ้าลองไปสืบดูสิว่ามีตระกูลใดบ้างที่รับแร่เหล็กหลินลู่จากตระกูลซานไปถลุงบ้าง”
“ขอรับท่านเสนาบดี”
หลังจากที่เฟยหลงยุ่งอยู่กับการช่วยเหลือเจ้าเมืองวางแผนจัดการกับการพัฒนาเมืองเจินหมิงอยู่พักหนึ่ง เขาจึงได้ปลีกตัวออกมา ตอนนี้ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดีเฟยหลงพอใจเป็นอย่างมากเฟยหลงพร้อมกับหวังจื่อต้องทำงานอย่างหนักในช่วงหลายเดือนนี้จนพวกเขาแทบจะไม่มีเวลาฝึกซ้อม เมื่อทุกอย่างลงตัวเฟยหลงและหวังจื่อจึงได้ทำการเก็บตัวและฝึกซ้อมอย่างหนักตอนนี้พวกเขาไม่ต้องห่วงเรื่องทรัพยากรในการฝึกฝนเพราะเฟยหลงเองนำเงินส่วนหนึ่งของเขาไปจัดซื้อสมุนไพรระดับสูงจำนวนมากพร้อมกับทำการหลอมกลั่นโอสถขึ้นมา ทันทีที่หลอมกลั่นโอสถเสร็จสิ้นทั้งสองจึงได้เก็บตัวฝึกฝนทันที
เฟยหลงฝึกฝนวิถีอมตะพร้อมกับดูดซับพลังฟ้าดินในทันทีความเจ็บปวดเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ยิ่งได้รับโอสถช่วยในการดูดซับพลังฟ้าดินร่างกายของเฟยหลงเองก็เหมือนจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ตำหนักเสนาบดีถง.......
“เรียนท่านเสนาบดีตระกูลที่รับซื้อแร่เหล็กจากตระกูลซานไปสร้างอาวุธมีห้าตระกูลด้วยกันขอรับมีตระกูลซ่ง ตระกูลเหลียว ตระกูลหวง ตระกูลหยุน และตระกูลอี้ขอรับ”
“ตระกูลเหลียวเช่นนั้นหรือ?ตระกูลเหลียวนั้นเป็นตระกูลที่สร้างอาวุธและส่งให้กับราชสำนักอยู่มิใช่หรือ?”
“ขอรับท่านเสนาบดีตระกูลเหลียวเป็นตระกูลที่สร้างอาวุธส่งให้กับราชสำนักส่วนอีกสามตระกูลนั้นเป็นตระกูลช่างตีเหล็กที่มีชื่อเสียงในอาณาจักรถังของพวกเราและตระกูลอี้เป็นตระกูลที่อยู่ในเมืองเจินหมิงและพึ่งจะมีชื่อเสียงเพราะสามารถสร้างอาวุธระดับทองจากเหล็กหลินลู่ได้เป็นตะกูลแรกขอรับ”
“ตระกูลเหลียวและตระกูลอี้นั้นคงยากที่จะซื้อตัวได้ส่วนตระกูลที่เหลือหากพวกเราสามารถดึงคนของตระกูลใดตระกูลหนึ่งมาร่วมได้พวกเราก็จะสามารถสร้างอาวุธระดับทองจำนวนมากได้เช่นเดียวกันเอาหละหวงเสี่ยวเทียนเจ้าเองก็เป็นคนของตระกูลหวงเจ้าพอจะเจรจากับตระกูลของเจ้าได้หรือไม่?หากตระกูลหวงร่วมมือกับข้า ข้าจะพลักดันตระกูลของเจ้าให้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน”
“ขอบคุณท่านเสนาบดีข้าน้อยคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องยาก ตอนนี้ผู้นำตระกูลเองก็มีลูกชายอยู่สามคนหากท่านเสนาบดีให้พวกเขาทั้งสามรับตำแหน่งในกองทัพ หรือในพระราชวังได้ข้าน้อยคิดว่าพวกเขาต้องยินดีเข้าร่วมกับท่านเสนาบดีอย่างแน่นอน”
“ได้เจ้าไปจัดการได้เลยหากตระกูลหวงของเจ้าร่วมมือสร้างอาวุธให้ข้าเจ้าเองก็จะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นด้วยเช่นกัน”
“ขอบคุณท่านเสนาบดีข้าน้อยจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” หวงเสี่ยเทียนรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะหากหลานชายทั้งสามของเขาสามารถเข้ากองทัพหรือทำงานในพระราชสำนักได้ตระกูลหวงของพวกเขาจะต้องเจริญก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดอย่างแน่นอนและนี่นับได้ว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งหวงเสี่ยวเทียนรีบกลับไปยังตระกูลของเขาในทันที
“ท่านผู้นำตระกูลท่านผู้อาวุโสพวกท่านอยู่กันพร้อมหน้าพอดี ข้ามีเรื่องจะปรึกษาพวกท่าน”
“หวงเสี่ยวเทียนเจ้าเป็นคนโปรดของท่านเสนาบดีถง เหตุใดวันนี้เจ้าถึงได้กลับมาเยี่ยมพวกเราได้?”
“ท่านเสนาบดีถงให้ข้ามาติดต่อพวกท่านให้พวกท่านช่วยถลุงเหล็กหลินลู่ให้กับท่านเสนาบดีพวกท่านคิดว่ายังไง”
“แต่ว่าพวกเราได้รับปากท่านปรมาจารย์หวังต้าเอาไว้แล้ว หากพวกเราไปถลุงเหล็กหลินลู่ให้กับท่านเสนาถงพวกเราจะไม่ผิดคำพูดกับท่านปรมาจารย์หวังต้าเช่นนั้นหรือ?”
“พวกท่านจะไปกลัวท่านปรมาจารย์หวังต้าทำไมในเมื่อท่านเสนาบดีถงมีอำนาจมากกว่าท่านปรมาจารย์หวังต้าเสียด้วยซ้ำอีกทั้งท่านเสนาบดียังรับปากอีกด้วยว่าจะให้บุตรชายทั้งสามของท่านเข้าร่วมกับกองทัพแต่หากไม่เข้าร่วมกับกองทัพท่านเสนาบดีก็ยินดีจะให้เขาเข้าทำงานในราชสำนักพวกท่านคิดดูให้ดีนะ นี่เป็นโอกาสที่ดี ตระกูลของพวกเราจะมีท่านเสนาคอยสนับสนุน ลูกหลานของพวกเราในอนาคตจะรุ่งเรืองมากเพียงใด”
“นี่เจ้าพูดจริงๆ เช่นนั้นหรือ?บุตรชายทั้งสามของข้าจะสามารถเข้าร่วมกองทัพได้จริง ๆ เช่นนั้นหรือ?”
“หากพวกท่านรับปากข้าสามารถพาเขาไปเข้ารับตำแหน่งได้ทันที เพราะท่านเสนาบดีถงมีคำสั่งให้ข้าจัดการได้ทันที”เหล่าผู้อาวุโสและผู้นำตระกูลหวงต่างปรึกษากันในทันทีเพราะนี่นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับตระกูลหวงของพวกเขาทั้งอำนาจและบารมีของตระกูลหวงจะมีมากขึ้นหากบุตรชายทั้งสามของผู้นำตระกูลสามารถเข้าร่วมกองทัพได้แม้จะเป็นเพียงตำแหน่งเล็ก ๆ แต่หากได้รับการสนับสนุนจากท่านเสนาบดีอีกไม่นานตำแหน่งของพวกเขาก็จะก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วอย่างแน่นอน
“หวงเสี่ยวเทียนแล้วเจ้าพอจะบอกพวกเราได้หรือไม่ว่าเจ้าได้เตรียมตำแหน่งใดไว้ให้หลาน ๆ ของเจ้า”
“ตำแหน่งนายกองท่านผู้นำตระกูล ตำแหน่งนายกองดูแลและควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาถึงหนึ่งร้อยนายและเป็นตำแหน่งเริ่มต้นที่จะสามารถก้าวขึ้นไปเป็นแม่ทัพใหญ่ได้ในอนาคตหากได้รับการสนับสนุน”
เหล่าผู้อาวุโสและผู้นำตระกูลหวงต่างพากันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนผู้อาวุโสตระกูลหวงท่านหนึ่งจะเอ่ยขึ้นมา
“หวงเสี่ยวเทียนพวกเราเองก็อยากจะทำงานให้กับท่านเสนาบดีเพียงแต่ว่าตำแหน่งนายกองนั้นยังไม่คุ้มกับการที่พวกเราต้องตัดความสัมพันธ์กับท่านปรมาจารย์หวังต้าอีกทั้งเคล็ดรับการตีเหล็กหลินลู่ที่พวกเราได้มานั้นก็มีค่ามากกว่าอีกทั้งเคล็ดลับนี้มีเพียงแค่ห้าตระกูลเท่านั้นที่มีมันอยู่และสามารถสร้างอาวุธระดับทองจากเหล็กหลินลู่ขึ้นมาได้”
“เช่นนั้นก็ตำแหน่งรองแม่ทัพพวกท่านพอใจหรือไม่ แต่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้นส่วนอีกสองคนนั้นต้องรับตำแหน่งนายกองไป ข้าสามารถช่วยพวกท่านได้เท่านี้เมื่อข้าเดินพ้นออกจากประตูตระกูลหวังไปแม้พวกท่านอยากจะให้ข้าช่วยเหลือในครั้งต่อไปก็คงยากแล้วโอกาสที่ท่านเสนาบดีถงมอบให้ครั้งนี้ข้าเองก็รับปากท่านเสนาบดีถงเอาไว้หากพวกท่านปฏิเสธข้าเองก็คงเดือดร้อนไปด้วยอย่างแน่นอนพวกท่านคิดให้ดีก็แล้วกัน ทุกวันนี้เพราะข้าตำแหน่งของตระกูลหวังถึงได้ยืนหยัดมาได้ถึงจุดนี้หากขาดการสนับสนุนจากท่านเสนาบดี พวกท่านเองก็เตรียมตัวรับชะตากรรมไปพร้อม ๆ กับข้าก็แล้วกัน” หวังเสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาเหล่าผู้อาวุโสแต่ละคนถึงกับหน้าซีด เป็นจริงอย่างที่หวังเสี่ยวเทียนพูดหากตระกูลหวังไม่มีหวังเสี่ยวเทียนเป็นคนโปรดของท่านเสนาบดีถงแล้วละก็ตระกูลหวังของพวกเขาก็คงไม่สามารถเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างแน่นอน