เมื่อก่อนตอนที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนในอำเภอ จิ่งเสี่ยวเยวี่ยเป็นคนหาเรื่องเก่ง แถมผลการเรียนยังดีกว่าจิ่งเยี่ยนกุยมาก ทำให้ครูและเพื่อนๆ ชอบเธอเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่เธอใส่ร้ายบิดเบือนความจริงเพื่อกลั่นแกล้งจิ่งเยี่ยนกุย ครูและเพื่อนๆ ที่ถูกหลอกก็จะเข้าข้างเธอเสมอ
สถานการณ์แบบนี้นับว่าเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก คำพูดของอาจารย์หลิวไม่รุนแรงนัก แต่กลับเหมือนตบหน้าเธอไปหนึ่งฉาด
ช่วงนี้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยถูกชายเสเพลตามตื๊อจนหงุดหงิดอย่างมาก เธอจึงไม่อยากเรียนที่อำเภออีกแล้ว ครั้งนี้เธอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องไปเรียนที่เมืองให้ได้ เนื่องจากตอนนี้ไม่กล้าขัดใจครูผู้หญิงคนนั้นอีก จึงได้แต่จ้องมองจิ่งเยี่ยนกุยด้วยความอาฆาต
ตอนนี้ถึงเวลาสอบแล้ว อาจารย์หลิวนำนักเรียนทั้งหกคนที่ยืนอยู่ตรงระเบียงเข้าไปในห้องเรียนใหญ่ข้างๆ ให้พวกเขานั่งแยกกัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีโอกาสทุจริตข้อสอบ
เพราะเรื่องที่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยก่อไว้ อาจารย์หลิวจึงให้ความสนใจจิ่งเสี่ยวเยวี่ยและจิ่งเยี่ยนกุยเป็นพิเศษ เธอจับตาดูพวกเธออย่างใกล้ชิด เพราะอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่ถูกหรือผิด
วิชาแรกคือคณิตศาสตร์ ซึ่งช่วงนี้จิ่งเยี่ยนกุยก็มุ่งเน้นไปที่วิชานี้อย่างหนัก ผลการเรียนของเธอจึงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าโจทย์ยากๆ ด้านหลังจะยังทำไม่ได้ แต่โจทย์ง่ายๆ ด้านหน้าก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธออีกต่อไป
ส่วนจิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็ยังคงหลงตัวเอง มักจะมองตนเองสูงส่งมาตลอด พอถูกอาจารย์หลิวบอกกล่าวด้วยท่าทีเฉยเมยไปเพียงประโยคเดียว เธอก็เอาแต่โกรธอยู่ตลอดเวลา พอได้รับข้อสอบก็ไม่สามารถทำใจให้สงบได้ อีกทั้งคณิตศาสตร์ก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัด สมองของเธอจึงถึงกับโล่งโจ้งไปเลย
หลังจากที่เธอเอาแต่ด่าจิ่งเยี่ยนกุยในใจไปร้อยรอบ ก็ได้ยินอาจารย์หลิวพูดว่า "เหลือเวลาอีกสิบนาที" เธอถึงได้ตระหนักว่าเวลาไม่พอและรีบตอบคำถามอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว
เนื่องจากผลกระทบจากการสอบวิชาแรก ทำให้การสอบวิชาที่สองอย่างภาษาอังกฤษของเธอก็ได้รับแรงกระแทกไปด้วย เพราะผลการสอบคณิตศาสตร์ของเธอเป็นแบบนั้นแล้ว เธอจึงรู้ดีว่าด้วยผลสอบเช่นนั้นคงยากจะผ่านเกณฑ์
สภาพจิตใจของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยไม่นับว่าดีเท่าไหร่ พอรู้สึกโกรธ ตกใจ และสับสน การสอบวิชาต่อๆ มาก็เลยพลอยผิดพลาดไปด้วย
ตั้งแต่เริ่มทำข้อสอบ จิ่งเยี่ยนกุยก็ไม่ได้สนใจจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเลย แถมยังไม่รู้สึกโกรธด้วยซ้ำ เพราะในใจของเธอ จิ่งเสี่ยวเยวี่ยไม่เคยความสำคัญ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาด้วย เวลาทำข้อสอบจึงทำอย่างใจเย็นและมีสมาธิ
เนื่องจากมีเวลาน้อยในการทบทวนเนื้อหา จึงมีบางส่วนที่เธอไม่ได้ทบทวน แต่เธอก็ไม่ตื่นตระหนก รู้ข้อไหนก็เขียน ไม่รู้ก็ไม่เขียน ข้อไหนไม่แน่ใจก็เขียนตามที่ตัวเองคิดว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
อาจารย์หลิวให้ความสนใจจิ่งเสี่ยวเยวี่ยและจิ่งเยี่ยนกุยเป็นพิเศษ เพราะในห้องสอบทั้งสองคนมีท่าทางที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เธอเป็นครูสอนภาษาจีน ไม่รู้ว่าพวกเธอสอบวิชาอื่นได้คะแนนเป็นอย่างไร แต่สำหรับวิชาภาษาจีน จิ่งเยี่ยนกุยทำได้ดีทีเดียว
ส่วนจิ่งเสี่ยวเยวี่ย ใบหน้าบึ้งตึงเหมือนใครติดหนี้เธออยู่แบบนั้น ช่างไม่น่าประทับใจเลยจริงๆ
ถึงตอนนี้ อาจารย์หลิวก็ได้ประเมินจิ่งเสี่ยวเยวี่ยและจิ่งเยี่ยนกุยเบื้องต้นอยู่ในใจแล้ว
วันนี้ต้องสอบให้ครบทุกวิชา ดังนั้นช่วงเที่ยง นักเรียนทุกคนที่มาสอบสามารถไปทานอาหารกลางวันที่โรงอาหารของโรงเรียนได้
โรงเรียนยังไม่ได้เปิดเทอมอย่างเป็นทางการ เพียงแต่หลังจากเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยว มีนักเรียนชั้นปีสูงๆ ที่ใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอีกหนึ่งปีมาเรียนพิเศษในช่วงปิดเทอม ดังนั้นแม้จะเป็นช่วงปิดเทอม แต่โรงเรียนก็ยังคึกคักไม่น้อย
เธอต้องการเติมพลังกายและพลังสมอง เพราะช่วงบ่ายยังมีสอบอีก หลังจากสั่งอาหารสามอย่างแล้ว เธอยังเพิ่มน่องไก่ขนาดใหญ่ให้ตัวเองอีกด้วย
ส่วนจิ่งเสี่ยวเยวี่ย เนื่องจากเธอต้องเสียเงินไปกับการรักษาตัวในช่วงที่ผ่านมา วันนี้ตอนที่มาสอบ หลิวชุนฮวาจึงให้เงินเธอมาเพียงสองหยวน สำหรับค่ารถไปกลับก็หนึ่งหยวนห้าเหมาแล้ว นั่นหมายความว่าอาหารมื้อนี้เธอสามารถใช้เงินได้เพียงห้าเหมา ซึ่งไม่มีทางที่จะได้กินน่องไก่แน่นอน
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยไม่อยากน้อยหน้าจิ่งเยี่ยนกุย จึงตัดสินใจเอาเงินค่ารถกลับบ้านมาซื้อน่องไก่
หลังจากที่เธอจ่ายเงินไปแล้ว แม้จะรู้สึกเสียดายเงินในใจ แต่เธอก็ยังยั่วยุด้วยการถือถาดอาหารไปเดินเผยต่อหน้าจิ่งเยี่ยนกุย เพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้ชายเหมือนจิ่งเยี่ยนกุยก็สามารถกินน่องไก่ได้เหมือนกัน
ถึงแม้จิ่งเยี่ยนกุยจะพอเข้าใจความหมายของเธอ แต่ก็คิดว่าเธอเป็นบ้าไปแล้ว จึงไม่อยากใส่ใจ แต่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็ยังพูดโอ้อวดอยู่ตรงนั้น “คนบางคนตอนนี้กินน่องไก่อย่างมีความสุข อีกหน่อยพอคะแนนออกมา คาดว่าคงไม่มีแม้แต่กระดูกไก่ให้กินซะแล้ว”
เธอมั่นใจว่าต่อให้เมื่อเช้าเธอจะทำได้ไม่ดี แต่ก็ต้องสอบได้คะแนนดีกว่าจิ่งเยี่ยนกุยแน่นอน เพราะจิ่งเยี่ยนกุยคนก่อนเป็นคนที่เรียนได้แย่ที่สุดในโรงเรียน
จิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้อยากจะโต้เถียงกับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยในตอนนี้ เพราะไม่ว่าใครจะสอบได้ดีหรือแย่ ก็จะได้รู้ผลวันนี้อยู่ดี
หลังจากสอบทุกวิชาเสร็จในช่วงบ่าย รอประมาณครึ่งชั่วโมง ข้อสอบทั้งหมดก็ถูกตรวจเสร็จ เหตุผลที่ตรวจได้เร็วขนาดนี้ เพราะทุกครั้งที่สอบเสร็จในแต่ละวิชา ก็จะส่งข้อสอบไปให้ครูผู้สอนวิชานั้นๆ ตรวจข้อสอบ จากนั้นจะมีอาจารย์หลิวเป็นคนรวบรวมมา
คนที่กล้ามาสอบที่โรงเรียนโดยส่วนใหญ่ก็มีผลการเรียนไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้ดีมากนัก คนที่เก่งมากๆ ต่างสอบเข้าได้ตั้งแต่ตอนสอบเลื่อนชั้น หรือไม่ก็ทางโรงเรียนไม่ได้ปล่อยตัวมา ดังนั้นคนที่มาสอบในวันนี้จึงเป็นพวกที่อยู่ในระดับกลางและมีความใฝ่ฝัน
แต่ในวันนี้ดูเหมือนจะมีคนที่แตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัดอยู่หนึ่งคน
อาจารย์หลิวมองดูข้อสอบที่มีชื่อจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเขียนอยู่ ผลสอบของเธอแย่จนน่าใจหาย เป็นคะแนนที่แย่ที่สุดเท่าที่โรงเรียนเคยมี หากนำคะแนนนั้นไปเทียบกับโรงเรียนอื่นๆ ก็คงรั้งท้ายแบบไม่ต้องสงสัย
เนื่องจากอาจารย์หลิวเป็นคนเก็บข้อสอบ เธอจึงจำชื่อและหน้าของนักเรียนได้ พอเห็นคะแนนที่รวบรวมออกมา เธอก็เบะปากเล็กน้อย
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยมีคะแนนแย่ขนาดนี้ ยังกล้าพูดว่าคนอื่นเรียนแย่ที่สุดในโรงเรียน!
เพราะเรื่องของจิ่งเสี่ยวเยวี่ย อาจารย์หลิวจึงตั้งใจดูผลสอบของจิ่งเยี่ยนกุยอีกครั้ง จากนักเรียนหกคนที่มาสอบ จิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้คะแนนดีที่สุด แต่ได้อันดับที่สอง ซึ่งผ่านเกณฑ์การสอบของอนุปริญญาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งคะแนนแบบนี้ถือว่าเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนได้
คะแนนนี้ถือว่าโดดเด่นในระดับโรงเรียนในอำเภอเลยทีเดียว เพราะในแต่ละปีนักเรียนในอำเภอที่ผ่านเกณฑ์นี้ นับรวมกันแล้วก็แทบจะไม่ถึงยี่สิบคน และนักเรียนที่ติดอันดับยี่สิบคนแรกของโรงเรียนในอำเภอก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
หากอาจารย์หลิวไม่ได้จดจำหน้าตาของจิ่งเยี่ยนกุยและจิ่งเสี่ยวเยวี่ยไว้ก่อน เธอคงคิดว่าสองคนนี้สลับตัวกันเสียแล้ว
ทางโรงเรียนให้ความสำคัญกับผลการสอบเข้าเรียนเป็นอย่างมาก แม้ว่าครั้งนี้จะมีนักเรียนมาสอบเพียงหกคน แต่อาจารย์หลิวก็ยังคงนำข้อสอบและคะแนนที่รวบรวมได้มาให้ฟางชิงสือ
ตอนนี้ฟางชิงสือรู้แล้วว่าหญิงสาวที่หมั้นหมายกับลูกชายของเขาชื่อจิ่งเยี่ยนกุย แต่ไม่รู้ว่าเธอมาสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนนี้ พอเห็นชื่อของเธอก็ถึงกับตกใจไม่น้อย
ในขณะเดียวกันอาจารย์หลิวก็เอาแต่แนะนำสถานการณ์ของนักเรียนทั้งหกคนให้เขาฟัง จึงไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของเขา เพียงแต่บอกว่า “โดยภาพรวมนักเรียนทั้งหกคนที่มาสอบในวันนี้ต่างก็ทำได้ดี แต่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยที่สอบได้แย่ที่สุดดูท่าจะไม่ใช่คนรักสงบนะคะ ฉันไม่รู้เลยว่าเธอเอาความกล้าจากไหนมาพูดว่าคนอื่นเรียนแย่!”