เมื่อการตัดสินใจของอนาเธอร์เป็นที่ชัดเจน มหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ได้รับข่าวดีนี้ในทันที
“อะไรนะ อนาเธอร์เลือกพวกเราเรอะ?!!”
ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยต่างก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
เมื่อได้ยินว่า ทายาทลำดับที่สี่ของตระกูลซิกฟรีดตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยของพวกเขา เลือดลมในร่างกายก็แทบจะเดือดพล่านไปด้วยความตื่นเต้น มหาวิทยาลัยของพวกเขากำลังจะได้รับผู้เล่นที่เป็นอวาตาร์ของเทพเจ้า
บุคคลที่ถูกขนานนามว่าเป็น "ผู้สืบทอดพลังของผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า ซุนหงอคง"
การมีนักเรียนที่มีศักยภาพระดับนี้ในมหาวิทยาลัย มันไม่เพียงแต่จะยกระดับชื่อเสียงของสถาบัน แต่ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมากอีกด้วย
ต้องย้ำก่อนว่าในโลกแห่งนี้นั้น การได้รับอาชีพที่เรียกกันว่าอวาตาร์ของเทพเจ้ามันไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะผู้เล่นที่มีอาชีพนี้ถูกมองว่าเป็น "อัจฉริยะที่ไร้เทียมทาน"
ความสามารถในการต่อสู้แข็งแกร่ง มีค่าสถานะที่เหนือกว่าผู้เล่นคนอื่นๆในระดับเดียวกัน ทั้งหมดเป็นเพราะพวกเขาได้รับพรสวรรค์และพลังจากเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่โดยตรง
ทำให้มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าผู้เล่นทั่วไปมาก ถึงเลเวลของพวกเขาอาจยังไม่สูงมากในช่วงตอนแรก แต่พลังที่แฝงอยู่ภายในตัวพวกเขาเหล่านี้สามารถพัฒนาก้าวกระโดดได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้พวกเขากลายเป็นผู้เล่นที่ร้ายกาจและไม่มีใครสามารถต้านทานได้ในที่สุด
เพียงไม่นาน ข่าวการเลือกของอนาเธอร์ได้แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วในวงการสถาบันการฝึกฝน ทุกคนต่างตกตะลึงเลยก็ว่าได้
“อะไรนะ เขาเลือกมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์เหรอ?”
“เฮ้อ ตาแก่พวกนั้นคงกำลังยิ้มหน้าบานกันอยู่แน่ๆ”
“เหอะๆ เจ้าพวกนั้นได้รับอวาตาร์ของเทพเจ้าไปอีกคนแล้ว มันอะไรกันวะเนี่ย!”
ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยอื่นๆที่เคยมาเจรจากับตระกูลซิกฟริด ทั้งหมดต่างรู้สึกเสียดายเมื่อได้ยินข่าวนี้ พวกเขาตระหนักดีว่าโอกาสในการฝึกฝนผู้เล่นที่มีศักยภาพสูงสุดเช่นนี้ได้หลุดลอยไปแล้ว
การที่อนาเธอร์เลือกมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ หมายความว่าสถาบันนี้จะได้เปรียบอย่างมหาศาลในด้านทรัพยากรและชื่อเสียง
ขณะเดียวกัน อนาเธอร์ก็นั่งอยู่ในห้องของเขา มองออกไปยังทิวทัศน์ของอาณาเขตตระกูลซิกฟริดที่กว้างใหญ่
“น่าจะไม่มีปัญหาอะไร.. ได้แต่หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ชีวิตของฉันมีสีสันมากขึ้นนะ”
ชายหนุ่มรู้สึกพึงพอใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้ การเลือกมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เขาพัฒนาทักษะในการต่อสู้ แต่ยังช่วยให้เขาไม่ต้องห่างไกลจากครอบครัว
ความใกล้ชิดกับตระกูลทำให้เขาสามารถจัดการหน้าที่ต่างๆได้อย่างราบรื่น ในขณะเดียวกันเขาก็สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสถาบันการเรียนรู้ที่มีชื่อเสียง ซึ่งจะช่วยขัดเกลาทักษะและพลังที่แฝงอยู่ในตัวเขาออกมาอีก
วันต่อมา คานและอนาเธอเลียได้พูดคุยกับลูกชายอีกครั้งเกี่ยวกับการเดินทางไปมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์
เขารู้สึกพึงพอใจและยินดีที่ลูกชายของเขาได้เลือกมหาวิทยาลัยที่ใกล้บ้าน คานเตรียมการให้พร้อมสำหรับการเดินทางของอนาเธอร์ รวมถึงจัดหาทรัพยากรและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับเขาแล้ว เพื่อให้ลูกชายของเขาได้รับประสบการณ์ที่ดีมากที่สุด
“เจ้าตัดสินใจได้ดี มหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์เป็นสถานที่ที่ดี พวกเขามีทรัพยากรมากมายและผู้เล่นระดับสูงที่สามารถช่วยพัฒนาเจ้าได้”
คานกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มบางๆบนใบหน้า ซึ่งอนาเธอร์ที่ได้ฟังก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“ไปเถอะลูกรัก.. ”
“ถ้ามีปัญหาก็ติดต่อแม่ได้เลยนะ!”
หลังจากเตรียมตัวเรียบร้อย วันที่อนาเธอร์ต้องเดินทางไปมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ก็มาถึง
เขาเดินทางออกจากคฤหาสน์ของตระกูลซิกฟริดด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและมุ่งมั่น
เพราะการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสถาบันการต่อสู้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับตัวตนอย่างเขาแน่นอน เผลอๆเขาอาจได้พบเจอกับสุดยอดผู้เล่นหน้าใหม่ที่มีพรสวรรค์และแข็งแกร่งไม่แพ้กัน
ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ก็กำลังจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่
นักเรียนทั่วทั้งมหาวิทยาลัยต่างตกตะลึงและตื่นตระหนกกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่มีใครคาดคิดว่า การมาถึงของนักเรียนใหม่คนหนึ่งจะทำให้สถานการณ์ทั้งหมดเปลี่ยนไปเช่นนี้
ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการต่างก็ออกมาต้อนรับเขาด้วยความยินดี ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง
“นะ..นั่นมันท่านผู้อำนวยการจิ้งเหรินไม่ใช่เรอะ?!!”
“เห้ย! ใช่จริงๆด้วย ร้อยวันพันปีตาแก่คนนี้แทบไม่ปรากฏตัวออกมาเลยซักนิด แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้โผล่หัวออกมาละ”
“เห็นว่ากำลังรอคอยนักเรียนใหม่คนนึงน่ะ จากที่ได้ข่าวมา ทางมหาวิทยาลัยถึงกับต้องส่งตัวแทนระดับสูงไปเจรจาเลยนะ”
ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัย เป็นผู้เล่นระดับสูงและมีพลังมหาศาล ได้ออกมายืนรอต้อนรับนักเรียนใหม่ด้วยตนเอง นับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สิ่งนี้ทำให้นักเรียนทุกคนต่างพากันกระซิบกระซาบและส่งสายตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“หือ? เด็กใหม่ที่แม้แต่ผู้อำนวยการยังต้องมารอรับ? แบบนี้มันน่าสนใจจริงๆเลย”
เมื่อข่าวได้แพร่กระจายไปในหมู่นักเรียน แต่ละคนต่างก็พยายามหาคำตอบว่าใครกันที่มีความสำคัญมากถึงขั้นนี้
ซึ่งปกติแล้วชายชราแทบจะไม่ค่อยเปิดตัวต่อสาธารณะ แต่เขากลับยอมออกมารอคอยด้วยตัวเอง มันก็ทำให้นักเรียนทุกคนต่างอยากรู้
เสียงอุทานตกตะลึงและคำถามต่างๆเริ่มกระจายออกมาจากทุกทิศทาง
บางคนคิดว่าอาจจะเป็นลูกหลานของขุนนางหรือบุคคลที่มีอำนาจทางการเมือง บางคนเชื่อว่าอาจจะเป็นอัจฉริยะที่เพิ่งได้รับการค้นพบ และบางคนก็พยายามเดาว่าอาจจะเป็นผู้เล่นระดับสูงที่เตรียมเข้ามาเรียนเพื่อฝึกฝนทักษะเพิ่มเติม
ความอยากรู้และความตื่นเต้นนี้ทำให้นักเรียนจำนวนมากรีบเดินมารวมตัวกันที่ลานด้านหน้าของมหาวิทยาลัย
เพื่อติดตามดูว่าใครคือผู้ที่จะมาถึง
เพราะการที่ผู้อำนวยการมารอต้อนรับเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณว่าผู้ที่มาใหม่ต้องเป็นบุคคลพิเศษ ไม่ใช่นักเรียนธรรมดาอย่างแน่นอน
“นะ..นั่นไง ฉันคิดว่าเขามาแล้วโน่น!”
ในขณะนั้นเอง ภายในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคึกคัก รถสีดำเงาวับคันหนึ่งเคลื่อนตัวเข้าสู่ลานกว้างของมหาวิทยาลัย
เสียงเครื่องยนต์ที่เงียบสงบแต่ทรงพลังดึงดูดความสนใจของนักเรียนทุกคน รถคันนี้มีโลโก้ของตระกูลซิกฟริดแสดงอย่างเด่นชัด ทำให้นักเรียนบางคนที่รู้เรื่องราวของตระกูลนี้ต้องตกตะลึงและตาเบิกกว้าง หลายคนอุทานขึ้นด้วยความตกใจ
“สะ..สัญลักษณ์ของตระกูลซิกฟรีด”
“งั้นก็หมายความว่า..”
เวลานี้ ทุกสายตาจับจ้องไปยังรถคันนั้นด้วยความเงียบงัน และเมื่อประตูรถเปิดออก ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ก้าวได้ลงมา ร่างกายของเขาสูงสง่างาม ชุดฟอร์มสีขาวที่เขาสวมใส่ดูเรียบง่าย แต่กลับเปล่งประกายราวกับเทพบุตรที่ลงมาจากสวรรค์
“นี่มัน..ใช่คนจริงๆเหรอวะ!”
ใบหน้าหล่อเหลาที่มีเส้นผมสีขาวปลิวสยายไปตามสายลม ทำให้นักเรียนที่ยืนอยู่รอบๆต่างต้องกลั้นลมหายใจด้วยความตะลึงงัน ทุกการเคลื่อนไหวของเขาดูสง่างามและมั่นคง ราวกับเขามีอำนาจที่เหนือกว่าผู้คนรอบข้าง
ทายาทลำดับที่สี่ของตระกูลซิกฟรีด ปรากฏตัวอย่างเป็นทางการในมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์
ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม แฝงไปด้วยความสง่างามที่ไม่อาจละสายตาได้ แม้จะไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปาก แต่เพียงแค่การปรากฏตัวก็ทำให้บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความเงียบงันและความประหลาดใจ นักเรียนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันส่งเสียงอุทานเบาๆด้วยความตกตะลึง หลายคนพยายามกลั้นหายใจ ในขณะที่ตาจับจ้องไปยังใบหน้าและท่าทางของชายหนุ่ม
อนาเธอร์ได้ยินเสียงมากมายก็หันมองไปยังนักเรียนทุกคนด้วยรอยยิ้ม
“เห๋ บรรยากาศไม่เลวเลยแฮะ”
..
สมแล้วที่เป็นลูกรักคนเขียน 555+