บทที่ 9 ป่าคลั่ง
***บุตรแห่งราชสีห์ [ไพไรต์]
มันคือค่ำคืนที่ไม่อาจข่มตานอนหลับลงได้
เรื่องราวของของเพกมาไทต์ที่เล่าให้ฟัง ยังคงวนเวียนไปมาอย่างสับสนอยู่ภายในจิตใจของผม
อะไรคือหุ่นยนต์?
อะไรคือชีวิตเทียม?
อะไรคือยานอวกาศ?
“ถ้าสงสัยมากขนาดนั้น ลองไปถามความหมายของสิ่งเหล่านี้จากพวกท่านลี่ดูสิเจ้าค่ะ น่าจะได้ยินคำพวกนี้หลุดออกมาจากปากของพวกเธอบ่อยอยู่มิใช่หรือคะ? ”
แม่สาวกระต่ายดำพูดเช่นนั้นเมื่อตอนกลางวัน แล้วจากไปโดยไม่ให้คำตอบอะไรกับผมไปมากกว่านี้
ดังนั้นตอนนี้เลยอยากเจอท่านโนอาร์มาก
อยากเจอท่านเพื่อสอบถามความจริงจากปากของท่านเอง
แต่ท่านกลับหายตัวไปในเวลาเช่นนี้
ต่อให้ลืมตาตื่นรอคอย
รอจนกระทั้งพระจันทร์ลอยขึ้นสูงตรงเหนือหัว
รอจนกระทั้งพระจันทร์คล้อยลับขอบฟ้า
ท่านก็ยังไม่กลับมา
ไม่เพียงแค่ท่านโนอาร์ แม้แต่พวกสาวกของเทพเจ้าเองก็ยังหายตัวไปอย่างลึกลับด้วยเช่นกัน
เหล่าวงศ์วานของเทพเจ้าต่างหายตัวไปพร้อมกันในวันนี้
ราวกับว่า---
[อนึ่ง บางทีอาจมีความเป็นไปได้ ที่โนอาร์จะเห็นข้อความนี้แล้ว ดังนั้นขอให้ระวังโนอาร์เอาไว้ด้วย]
---จะตอกย้ำเรื่องเล่าของแม่กระต่ายสาว ว่ามันคือเรื่องจริงเช่นนั้น…
วันรุ่งขึ้น - วันที่ 33 เอนมูว์ทัวร์
ณ สเตเดี้ยมทรงโดมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุดปลายทวีปในทิศตะวันออก
***ภูติน้อยที่มีความรัก [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
ในที่สุดก็ถึงวัน [จัดงานแข่งประลองยุทธ์] แล้วดอง!
เนื่องจากมันเป็นกิจกรรมสุดท้ายที่ฉันจะได้ใช้เวลาร่วมกับโฮป เพราะฉะนั้นฉันจึงต้องพยายามให้ถึงที่สุด เพื่อให้เขาเปลี่ยนใจเลือกที่จะกลับมาเรียนต่อในทวีปแห่งนี้ดอง!
ที่ตัดสินใจทำแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะฉันชอบเขานะดอง! (เสียงสูง)
ไม่ใช่จริง ๆ นะดอง! (เสียงสูง)
“...”
ยอมรับว่าทำเพราะ [รัก] ก็ได้ดอง...
แต่เจ้าโฮปมันไม่ดีเองนี่ดอง!
มาขโมยหัวใจของสาวน้อยน่ารักอันดับหนึ่งของเผ่าภูติ (?) อย่างฉันคนนี้ไป แล้วคิดจะหนีไปอย่างเงียบ ๆ แบบนี้หรือดอง!
แถมเจ้าโฮปยังทำตัวตายด้าน ดูไม่ได้สนใจหรือมีความรู้สึกที่ดีอะไรให้กับฉันเลยอีกด้วยดอง!
มันน่าโมโหนะดอง!
แบบว่ามันรู้สึกพ่ายแพ้อะดอง!
คอยดูนะ! ฉันจะทำให้นายหันมาหลงฉัน เอาแบบชนิดที่ยอมพลีชีพให้ฉันเลยทีเดียวดอง!
“ลี่ค่ะ ได้เวลาเข้าสนามแล้วค่ะ”
“อะ? อืม! จะไปเดียวนี้ละพรุน”
เพราะฉะนั้น ฉันจึงต้องพยายาม ทำให้ทีมของเราชนะในงานแข่งนี้ให้ได้!
ฉันจะแสดงเสน่ห์ของตัวเอง แล้วทำให้โฮปหันมาตกหลุมรักฉันให้ได้ดอง!
ว่าแล้วฉันก็บินตามพรรคพวกเพื่อเข้าสู่ลานประลองยุทธ์ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าประตูบานนี้
ทันทีที่ผ่านพ้นซุ้มประตูขนาดใหญ่ ฉันก็พบกับผืนท้องฟ้าที่เปิดกว้างปรากฏอยู่ภายในอาคาร
ท้องฟ้าสีเขียมอมน้ำเงินเจิดจ้าปกคลุมเหนือโลกา
แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ทั้งสอง สาดส่องตัดกับโครงหลังคาจนเป็นเงาเข้มทอดกายเหนือผืนดิน
สนามหญ้าด้ายดำอันกว้างใหญ่ ถูกปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว
พวกมันถูกตัดแต่ง ดูแล อย่างปราณีตบรรจง จนกลายเป็นพรมธรรมชาติชั้นดีที่นุ่มเท้า
เหนือพื้นหญ้าขึ้นไป คือที่นั่งคนดูซึ่งกำลังลอยกระจายไปทั่วขอบริมสนามทรงกลม
ที่นั่งลอยฟ้าถูกประกอบขึ้นจากโซฟาสีขาวนุ่มสบาย ราวกับเป็นปุยเมฆสวรรค์อันน่าอัศจรรย์
พวกมันลอยตัวเป็นระดับ ลดหลั่งความสูงตามอิสระที่ผู้ชมพึ่งจะปราถนากำหนด
หลังคาที่ปกคลุมเหนือขึ้นไป คือหลังคาแสงสีฟ้าสบายตาที่ลอยอยู่เหนือพื้นสิบห้าเมตรบนโครงเหล็กกล้า
ถึงจะโปร่งจนแดดอันแรงกล้าสาดส่องลอดลงมา แต่มันก็มิได้ร้อนแรงจนถึงขั้นแผดเผาผิวของผู้คนข้างใต้
อุณหภูมิเย็นสบายอบอุ่น สายพัดโกรกลู่ไปตามใบหญ้าด้ายดำ พัดพากลิ่นอายแห่งชีวิตมาลอยแตะจมูก
พวกเรา เหล่านักสู้จำนวนหนึ่งร้อยชีวิตต่างกำลังย่างเท้าเข้าสู่สนามที่ว่านี้กันอย่างพร้อมเพรียง
เสียงเฮลั่นของผู้เข้าชมนับล้าน ดังกระหึ่มกึกก้องไปไกลถึงสิบลี้
เสียงรัวกลองดังขับขานเป็นจังหวะ พลุฉลองชัยถูกจุดขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อย้อมให้ดวงตามืดมัวบอดสี พร้อมกับปล่อยฝูงโดรนบินขึ้นสูงเพื่อฉายภาพขนาดยักษ์ขึ้นสู่อากาศ
ฉับพลันนั้นเอง ที่มีเสียงใสน่ารักดังกลบทุกเสียงจนเงียบสิ้นหายไป
“สวัสดีค่ะท่านผู้ชมทุกโคน~ ฉัน~ เปอร์ไซด์~ สาวสวยน่ารักผู้ชอบเดินหลงทางแห่งเผ่ามนุษย์นก~ สิ่งมีชีวิตที่มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่งของโลกใบนี้~ จะมารับหน้าที่เป็นโฆษกให้กับทุกคนเองค่า~”
“ส่วนฉัน ผู้กล้า [ออโทเครส] จากชนเผ่าแรคคูณ สตรีที่มีความงดงามเป็นอันดับหนึ่งของชนเผ่ามนุษย์สัตว์ จะมาเป็นผู้รับผิดชอบให้เสียงภาษาท้องถิ่นของชนเผ่ามนุษย์สัตว์เองค่ะ ว่าแต่คุณเปอร์ไซด์มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่งของโลกใบนี้เลยหรือคะ? ”
“ใช่ค่า~”
“ดูไม่ออกเลยนะคะเนี่ย? ด้วยร่างกายเล็ก ๆ แบบนั้น ฉันว่าคุณออกจะดูอ่อนแออยู่นะคะ”
“ทำไมตอนพูดต้องจ้อมมาที่หน้าอกของฉันกันด้วยละคะ~ อีกอย่าง ฉันนะเคยถีบมังกรยักษ์สูงห้าสิบเมตรลอยขึ้นท้องฟ้ามาแล้วด้วยค่า~”
“... พวกเราพักเรื่องเพ้อฝันของคุณเปอร์ไซด์ แล้วมาเริ่มรายการกันเลยดีกว่าค่ะ”
“แง! เค้าไม่ได้พูดโกหกนะ! ”
เกิดเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วทั้งสเตเดี้ยม โดยยกเว้นเพียงแค่กลุ่มที่นั่งคนดูรุ่นพ่อรุ่นแม่ของพวกฉัน ที่ไม่ตลกไปด้วยกันกับมุขของเธอ
แทนที่พวกเขาจะหัวเราะ กลับดูมีสีหน้าราวกับกำลังกลืนยาขมเข้าไปมากกว่าแทน
ทำไมต้องทำสีหน้ากันแบบนั้นด้วยละดอง?
“ค่ะ (เสียงทื่อ) คุณเปอร์ไซด์ไม่ได้พูดโกหกค่ะ (เสียงทื่อ) ฉันเชื่อค่ะ (เสียงทื่อ) "
“น้ำเสียงดูไม่จริงใจสักนิดเลยค่ะ! ”
"งั้นตอนนี้ขอเชิญสปอนเซอร์หลักของงาน ท่านประธานเซอร์ไวจากบริษัทเทคโนยะมะโตะ&เอสเทอสาขาทวีปดรีมแลนด์ ขึ้นมาพูด---”
"อย่าเมินกันแบบนี้สิค่ะ! ฮึ่ม! "
เอาเถอะ มาตั้งสมาธิกับการแข่งขันกันก่อนดีกว่า...
ฉันไม่สนใจการบรรยายเปิดงานของประธานมดหน้าเลือด แล้วเริ่มทบทวนแผนการกับพรรคพวกอีกครั้ง---
"ไฮเจน ดิวซ์ พรุน หนูลี่ แล้วก็ลี่ อย่าลืมทำตามที่ตกลงกันเอาไว้นะ"
*กิ้ว~*
"" อืม! ""
เสียงของโฮป พรรคพวก กับเจ้ามังกรขี้เรื้อน ดังขึ้นมาจากข้างหน้าพร้อมกับพอดี
"..."
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะคุยทบทวนแผนการกันไปแล้วอ๊ะ
คุยอะไรไปกันแล้วบ้างอ๊ะ
ทำไมถึงทิ้งฉันเอาไว้คนเดียวแบบนี้อ๊ะ
แง…
"ลี่ค่ะ อย่างที่โฮปว่า ถ้าทำตามแผนนี้ พวกเราชนะได้แน่นอนค่ะ"
"อะ… อืม..."
คะ… คงไม่ได้เปลี่ยนไปจากที่เคยคุยกันเมื่อวันก่อนสินะ...
"แถมยังมีแผนการใหม่คิดมาเพิ่มด้วย มันเป็นแผนที่เยี่ยมมากค่ะ"
นั่นปะไรดอง!
ถ้าจะเพิ่มแผนเข้าไป ก็ช่วยบอกฉันกันหน่อยสิค่ะคุณท่านโฮป!
ไม่สิ พวกเขาก็พึ่งจะคุยกันไปเมื่อกี้นี้กัน… ฉันผิดที่ไม่ฟังเองนี่น่า... ดอง…
มะ… ไม่สิ!
เจ้าโฮปนั่นละที่ผิด!
ถ้าช่างสังเกตุ ลองมองดูฉันสักหน่อย เขาก็น่าจะรู้ตัวว่าฉันกำลังยืนชมวิวเล่นอยู่นะดอง!
มันคือความผิดของโฮปนั่นละดอง!
"ทุกคนสู้ตาย เพื่อเงินสิบล้าน! "
""โอ๊ววว! ""
แววตาของโฮปกำลังลุกเป็นไฟ
อูว… พอเห็นดวงตานั้นแล้วเลยยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกผิดมากขึ้นเลยดอง
"อะ… โอ~"
งั้นคงต้องใช้วิธีไหลไปตามน้ำพร้อมกับคนอื่นก่อนแล้วกันดอง
"สู้เข้านะทุกคน! "
"ชนะให้ได้ แล้วเอาเงินสิบล้านมาเลี้ยงข้าวกัน! "
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากที่นั่งคนดูจากทางฝั่งซ้ายมือของฉัน
แฟต เยลโล่ จาวิส พรรคพวกอีกสามคนต่างกำลังนั่งอยู่ข้างสนามพร้อมกับเครื่องขยายเสียง และป้ายเชียร์รูปต่าง ๆ
นี่เป็นแผนการอย่างหนึ่งของพวกเรา ถ้าเจ้าโฮปยังไม่คิดเปลี่ยนแผนไปเมื่อกี้อะนะ…
หัวข้อการต่อสู้คือแบทเทิลรอยัล
สนามจะมีพื้นที่กว้างขวาง มีต้นไม้ ลำธาร และภูเขาจำลองบนพื้นที่ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถจุผู้คนได้นับแสนนับล้าน
เพราะมันกว้างและมีมุมอับเยอะมาก จึงทำให้ยากแก่การจับค้นหาตำแหน่งของศัตรู
ถ้าหากว่าถูกเข้าประชิดแบบไม่ทันรู้ตัวขึ้นมา พวกสายเวทอย่างฉันจะเสียเปรียบเอามาก
แล้วตำแหน่งไหนที่เหมาะสมกับการสังเกตุการณ์มากที่สุดกันละ?
คำตอบคือข้างสนามยังไงละดอง
มันไม่มีตำแหน่งไหน ที่สามารถสังเกตุการสนามได้ดีเท่าจากมุมมองจากที่นั่งข้างสนามอีกแล้ว
พวกแฟตจะคอยแอบส่งข้อมูลตำแหน่งของศัตรู ด้วยเครื่องขยายเสียงกับใช้ป้ายเชียร์ที่เข้ารหัสซึ่งใจกันเฉพาะพวกเรา ในการบอกตำแหน่งของศัตรูให้พวกฉันรู้
พวกเราจะตั้งหลักในตำแหน่งที่สังเกตุเห็นพวกแฟตจากสนามตรงนี้ แล้วเริ่มระดมยิงศัตรูด้วยเวทมนตร์ของฉันจากระยะไกลเพื่อชิงความได้เปรียบ
มันเป็นแผนที่สุดยอด เพราะมันทำให้พวกเราแทบจะไม่ต้องเสี่ยงเคลื่อนไหวเพื่อค้นหาศัตรูเลยสักนิดเดียว
แน่นอนว่ามันผิดกติกาดอง
" (โกงนิดโกงหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกดอง~) "
ฉันพูดกับตัวเองเช่นนั้น ก่อนจะสร้างรอยยิ้มที่ชั่วร้ายขึ้นมาบนใบหน้าของตัวเอง
ว่าแล้วก็ต้องขอหัวเราะให้กับความชั่วของตัวเองหน่อย
ดอง~ ดอง~ ดอง~ ดอง~
ดอง~ ดอง~ ดอง~... ฮืม?
เดียวก่อนนะ?
"แฟต… เยลโล่… จาวิส… แล้ว… เอซไปไหน? ไม่มาเชียร์ด้วยหรือ? แปลกจังนะดิวซ์"
ฉันพึ่งพบความผิดปกติบางอย่างในตอนที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจ
นั่นคือเจ้าบ้าเอซไม่อยู่
ไม่ว่าจะสอดส่องสายตาไปทางไหน ฉันก็ไม่พบวี่แววหรือเงาหัวของมันเลย
เจ้าคนบ้าน้องสาวแบบนั้นจะยอมพลาดโอกาสม่อน้องตัวเองเชียวหรือดอง?
"เจ้าพี่โลลิค่อนคนนั้นไม่มาหรอกค่ะ"
เหวอ…
น้ำเสียงของดิวซ์ฟังดูมืดมนอย่างน่ากลัว
กะ---เกิดอะไรขึ้นกันดอง!
"ลี่จำหุ่นยนต์เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ชนเผ่าหนูที่สวมชุดเมด ที่พามาด้วยเมื่อวันก่อนได้หรือเปล่าคะ? "
"จำได้สิดอง ใช่คนที่ชื่อ [กรีด] ใช่หรือเปล่าดอง? "
"ใช่ค่ะ"
เมื่อสองวันก่อน
วันนั้นพวกเราเจอเหตุวุ่นวายที่ภูเขาไฟในทิศเหนือ เลยไปที่นั่นโดยเทคโนโลยีโบราณของโนอาร์
หลังจากเจอนู้นนี่นั่นกับเรื่องวุ่นวายหลายอย่าง ก็กลายเป็นว่าได้พบกับเอซที่หายตัวไปยาวนาน กับได้หุ่นยนต์สาวเมดชนเผ่าหนูเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง
ถึงจะสงสัยว่าทำไมเกิดเรื่องขนาดนี้ แต่ไม่มีพวกคนของรัฐบาลบุกมาหาพวกเราเลยสักคนเดียว แต่เอาเป็นว่ามันก็ดีแล้วละดอง
เพราะฉันเกลียดเรื่องวุ่นวายที่ซับซ้อนชวนปวดหัวนะดอง
เอซที่บาดเจ็บหนักเพราะอะไรสักอย่าง ได้ฉันใช้ [ตีน] รักษาจนหายดีกลับมา พร้อมกับได้รับยาโดบเสริม เลยทำให้กลับมาแข็งแรงตามเดิมในวันรุ่งขึ้นทันที
แต่กรีดคนนั้นขาขาด เลยต้องมีคนคอยช่วยพาเธอเคลื่อนไหวจนกว่าจะซ่อมขาเสร็จ
ซึ่งคนที่รับดูแลกรีด ก็คือพวกโนอาร์นั่นละ
ที่ฉันรู้เกี่ยวกับกรีด มันก็มีเท่านี้ดอง
"แล้ว… มันเกี่ยวกับเอซยังไงหรือดอง? "
"พี่บ้ามันไปติดกรีดแทนแล้วค่ะ"
"ไม่เข้าใจดอง"
"เจ้าพี่โลลิค่อน มันเอาแต่สนใจกรีดคนนั้นค่ะ"
"ก็ยังไม่เข้าใจดอง"
"ก็บอกว่าเจ้าพี่ชายบ้ามันหันไป [ชอบ] กรีดแล้วค่ะ! ฉันเห็นกับตาเมื่อวานตอนกลางคืนค่ะ! เอซคนนั้นอุ้มกรีดหายไปในยามราตรี! ไปที่ไหนก็ไม่รู้กันสองคนแล้วค่ะ! "
"..."
เจ้าเอซคนคลั่งน้องสาวคนนั้นอะนะ จะหลงรักชอบใครเหมือนคนอื่นกับเขาได้!?
แถมชอบใครไม่ชอบ ดันไปชอบหุ่นยนต์แอนดรอยด์โบราณลึกลับเนี่ยนะดอง!?
ฉันไม่อยากจะเชื่อดอง!
" อย่างวันนี้เองก็คงจะแอบไปออกเดทกันสองคน พี่โลลิค่อนคนนั้นคงจะลืมน้องสาวคนนี้ไปแล้วค่ะ! "
" เออ… ดิวซ์? "
" พี่ บ้า บ้า บ้า! เห็นผู้หญิงดีกว่าพี่น้องร่วมสายเลือดกันได้ลงคอนะคะ! "
"ดิวซ์… นี่อย่าบอกนะว่าเธอกำลัง [หึง] อยู่? "
"!?! "
ดิวซ์ถึงกับหยุดนิ่งราวกับถูกสาปเป็นหินอยู่เสี้ยววินาทีเพราะคำพูดของฉัน
"ใครบอก! ดีเสียอีกค่ะ! เพราะว่าในที่สุดฉันก็เป็นอิสระจากพี่ติดน้องคนนั้นเสียทียังละคะ! มุขนี้ไม่ขำเลยสักนิดค่ะลี่"
แต่น้ำเสียงของเธอมันไม่ใช่อะดิวซ์
ไอนี่สินะ... อารมณ์แบบเจอประจำแล้วเกลียด แต่พอหายตัวไปกลับทำให้รู้สึกว่าขาดอะไรบางอย่างไปแบบนั้นสินะดอง?
"---จะเริ่มการแข่งในอีกสิบนาที ขอให้ผู้เข้าแข่งไปประจำที่ตามจุดที่สุ่มขึ้นมาได้ด้วยค่ะ"
เสียงโฆษกอันทรงเสน่ห์ของชนเผ่าแรคคูนดังขึ้นมาอีกครั้ง
ดูท่าจะได้เวลาสนุกกันแล้ว
“พวกเราได้เขตไหนโฮป? ”
“เขตป่า รีบไปกันเถอะ”
ตำแหน่งที่พวกเราได้ คือโซนป่า
"5"
กลโกงพร้อม จิตใจพร้อม อาวุธพร้อม
"4"
ถ้าจะเริ่มแผนการโกง พวกเราจะต้องไปโซนทะเลสาบที่ติดกับที่นั่งของพวกแฟต
"3"
ซึ่งมันอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก แถมคู่แข่งขันยังเป็นนักเรียนจากรุ่นเดียวกัน พวกชนเผ่าสัตว์เองก็เป็นพวกรุ่นใกล้กับพวกเรา ดังนั้นจึงดูไม่น่ามีปัญหาอะไรมากมายนักกับการวิ่งไปเข้าต่ำแหน่งตามแผนการเดิม
"2"
ปัญหาคือทีมของไพไรต์ที่มีฝีมือน่ากลัวมากกว่าชาวบ้าน
"1"
เพื่อชัยชนะ พวกเราจึงควรเลี่ยงการปะทะกับพวกเขาเป็นอันดับต้น ๆ เพื่อไม่ให้เสียพลังงานโดยใช่เหตุ
"0! ขอเริ่มการประลองยุทธ์ได้ ณ บัดนี้ค่ะ! "
เอาละ งั้นมาเริ่มลุยกัน---
"เจอแล้ว! พวกแกอยู่ตรงนี้นี่เอง! "
---เลย…
ตรงหน้าของฉันมีบุรุษสิงโตผมทองยืนอยู่พร้อมกับพรรคพวกที่คุ้นหน้าคุ้นตาดี
เขาไม่ใช่ใครคนอื่นไกล
“ผมมีเรื่องอยากจะถามอยู่พอดีเลย เพราะงั้น มาสู้กัน! ”
"..."
ก็บอกว่าไม่อยากเจอกับไพไรต์ตั้งแต่เริ่มนะดอง!