Pioneer Era

    ตอนที่ 83 งานประลองยุทธ์ (1) [บทที่ 9 ป่าคลั่ง]

    บทที่ 9 ป่าคลั่ง


    ***บุตรแห่งราชสีห์ [ไพไรต์]

    มันคือค่ำคืนที่ไม่อาจข่มตานอนหลับลงได้

    เรื่องราวของของเพกมาไทต์ที่เล่าให้ฟัง ยังคงวนเวียนไปมาอย่างสับสนอยู่ภายในจิตใจของผม

    อะไรคือหุ่นยนต์?

    อะไรคือชีวิตเทียม?

    อะไรคือยานอวกาศ?

    “ถ้าสงสัยมากขนาดนั้น ลองไปถามความหมายของสิ่งเหล่านี้จากพวกท่านลี่ดูสิเจ้าค่ะ น่าจะได้ยินคำพวกนี้หลุดออกมาจากปากของพวกเธอบ่อยอยู่มิใช่หรือคะ? ”

    แม่สาวกระต่ายดำพูดเช่นนั้นเมื่อตอนกลางวัน แล้วจากไปโดยไม่ให้คำตอบอะไรกับผมไปมากกว่านี้

    ดังนั้นตอนนี้เลยอยากเจอท่านโนอาร์มาก

    อยากเจอท่านเพื่อสอบถามความจริงจากปากของท่านเอง

    แต่ท่านกลับหายตัวไปในเวลาเช่นนี้

    ต่อให้ลืมตาตื่นรอคอย

    รอจนกระทั้งพระจันทร์ลอยขึ้นสูงตรงเหนือหัว

    รอจนกระทั้งพระจันทร์คล้อยลับขอบฟ้า

    ท่านก็ยังไม่กลับมา

    ไม่เพียงแค่ท่านโนอาร์ แม้แต่พวกสาวกของเทพเจ้าเองก็ยังหายตัวไปอย่างลึกลับด้วยเช่นกัน

    เหล่าวงศ์วานของเทพเจ้าต่างหายตัวไปพร้อมกันในวันนี้

    ราวกับว่า---



    [อนึ่ง บางทีอาจมีความเป็นไปได้ ที่โนอาร์จะเห็นข้อความนี้แล้ว ดังนั้นขอให้ระวังโนอาร์เอาไว้ด้วย]



    ---จะตอกย้ำเรื่องเล่าของแม่กระต่ายสาว ว่ามันคือเรื่องจริงเช่นนั้น…



    วันรุ่งขึ้น - วันที่ 33 เอนมูว์ทัวร์

    ณ สเตเดี้ยมทรงโดมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุดปลายทวีปในทิศตะวันออก

    ***ภูติน้อยที่มีความรัก [ลิลลี่ออฟซิเดียน]

    ในที่สุดก็ถึงวัน [จัดงานแข่งประลองยุทธ์] แล้วดอง!

    เนื่องจากมันเป็นกิจกรรมสุดท้ายที่ฉันจะได้ใช้เวลาร่วมกับโฮป เพราะฉะนั้นฉันจึงต้องพยายามให้ถึงที่สุด เพื่อให้เขาเปลี่ยนใจเลือกที่จะกลับมาเรียนต่อในทวีปแห่งนี้ดอง!

    ที่ตัดสินใจทำแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะฉันชอบเขานะดอง! (เสียงสูง)

    ไม่ใช่จริง ๆ นะดอง! (เสียงสูง)

    “...”

    ยอมรับว่าทำเพราะ [รัก] ก็ได้ดอง...



    แต่เจ้าโฮปมันไม่ดีเองนี่ดอง!

    มาขโมยหัวใจของสาวน้อยน่ารักอันดับหนึ่งของเผ่าภูติ (?) อย่างฉันคนนี้ไป แล้วคิดจะหนีไปอย่างเงียบ ๆ แบบนี้หรือดอง!

    แถมเจ้าโฮปยังทำตัวตายด้าน ดูไม่ได้สนใจหรือมีความรู้สึกที่ดีอะไรให้กับฉันเลยอีกด้วยดอง!

    มันน่าโมโหนะดอง!

    แบบว่ามันรู้สึกพ่ายแพ้อะดอง!

    คอยดูนะ! ฉันจะทำให้นายหันมาหลงฉัน เอาแบบชนิดที่ยอมพลีชีพให้ฉันเลยทีเดียวดอง!

    “ลี่ค่ะ ได้เวลาเข้าสนามแล้วค่ะ”

    “อะ? อืม! จะไปเดียวนี้ละพรุน”

    เพราะฉะนั้น ฉันจึงต้องพยายาม ทำให้ทีมของเราชนะในงานแข่งนี้ให้ได้!

    ฉันจะแสดงเสน่ห์ของตัวเอง แล้วทำให้โฮปหันมาตกหลุมรักฉันให้ได้ดอง!

    ว่าแล้วฉันก็บินตามพรรคพวกเพื่อเข้าสู่ลานประลองยุทธ์ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าประตูบานนี้



    ทันทีที่ผ่านพ้นซุ้มประตูขนาดใหญ่ ฉันก็พบกับผืนท้องฟ้าที่เปิดกว้างปรากฏอยู่ภายในอาคาร

    ท้องฟ้าสีเขียมอมน้ำเงินเจิดจ้าปกคลุมเหนือโลกา

    แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ทั้งสอง สาดส่องตัดกับโครงหลังคาจนเป็นเงาเข้มทอดกายเหนือผืนดิน

    สนามหญ้าด้ายดำอันกว้างใหญ่ ถูกปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว

    พวกมันถูกตัดแต่ง ดูแล อย่างปราณีตบรรจง จนกลายเป็นพรมธรรมชาติชั้นดีที่นุ่มเท้า

    เหนือพื้นหญ้าขึ้นไป คือที่นั่งคนดูซึ่งกำลังลอยกระจายไปทั่วขอบริมสนามทรงกลม

    ที่นั่งลอยฟ้าถูกประกอบขึ้นจากโซฟาสีขาวนุ่มสบาย ราวกับเป็นปุยเมฆสวรรค์อันน่าอัศจรรย์

    พวกมันลอยตัวเป็นระดับ ลดหลั่งความสูงตามอิสระที่ผู้ชมพึ่งจะปราถนากำหนด

    หลังคาที่ปกคลุมเหนือขึ้นไป คือหลังคาแสงสีฟ้าสบายตาที่ลอยอยู่เหนือพื้นสิบห้าเมตรบนโครงเหล็กกล้า

    ถึงจะโปร่งจนแดดอันแรงกล้าสาดส่องลอดลงมา แต่มันก็มิได้ร้อนแรงจนถึงขั้นแผดเผาผิวของผู้คนข้างใต้

    อุณหภูมิเย็นสบายอบอุ่น สายพัดโกรกลู่ไปตามใบหญ้าด้ายดำ พัดพากลิ่นอายแห่งชีวิตมาลอยแตะจมูก



    พวกเรา เหล่านักสู้จำนวนหนึ่งร้อยชีวิตต่างกำลังย่างเท้าเข้าสู่สนามที่ว่านี้กันอย่างพร้อมเพรียง

    เสียงเฮลั่นของผู้เข้าชมนับล้าน ดังกระหึ่มกึกก้องไปไกลถึงสิบลี้

    เสียงรัวกลองดังขับขานเป็นจังหวะ พลุฉลองชัยถูกจุดขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อย้อมให้ดวงตามืดมัวบอดสี พร้อมกับปล่อยฝูงโดรนบินขึ้นสูงเพื่อฉายภาพขนาดยักษ์ขึ้นสู่อากาศ

    ฉับพลันนั้นเอง ที่มีเสียงใสน่ารักดังกลบทุกเสียงจนเงียบสิ้นหายไป

    “สวัสดีค่ะท่านผู้ชมทุกโคน~ ฉัน~ เปอร์ไซด์~ สาวสวยน่ารักผู้ชอบเดินหลงทางแห่งเผ่ามนุษย์นก~ สิ่งมีชีวิตที่มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่งของโลกใบนี้~ จะมารับหน้าที่เป็นโฆษกให้กับทุกคนเองค่า~”

    “ส่วนฉัน ผู้กล้า [ออโทเครส] จากชนเผ่าแรคคูณ สตรีที่มีความงดงามเป็นอันดับหนึ่งของชนเผ่ามนุษย์สัตว์ จะมาเป็นผู้รับผิดชอบให้เสียงภาษาท้องถิ่นของชนเผ่ามนุษย์สัตว์เองค่ะ ว่าแต่คุณเปอร์ไซด์มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่งของโลกใบนี้เลยหรือคะ? ”

    “ใช่ค่า~”

    “ดูไม่ออกเลยนะคะเนี่ย? ด้วยร่างกายเล็ก ๆ แบบนั้น ฉันว่าคุณออกจะดูอ่อนแออยู่นะคะ”

    “ทำไมตอนพูดต้องจ้อมมาที่หน้าอกของฉันกันด้วยละคะ~ อีกอย่าง ฉันนะเคยถีบมังกรยักษ์สูงห้าสิบเมตรลอยขึ้นท้องฟ้ามาแล้วด้วยค่า~”

    “... พวกเราพักเรื่องเพ้อฝันของคุณเปอร์ไซด์ แล้วมาเริ่มรายการกันเลยดีกว่าค่ะ”

    “แง! เค้าไม่ได้พูดโกหกนะ! ”



    เกิดเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วทั้งสเตเดี้ยม โดยยกเว้นเพียงแค่กลุ่มที่นั่งคนดูรุ่นพ่อรุ่นแม่ของพวกฉัน ที่ไม่ตลกไปด้วยกันกับมุขของเธอ

    แทนที่พวกเขาจะหัวเราะ กลับดูมีสีหน้าราวกับกำลังกลืนยาขมเข้าไปมากกว่าแทน

    ทำไมต้องทำสีหน้ากันแบบนั้นด้วยละดอง?

    “ค่ะ (เสียงทื่อ) คุณเปอร์ไซด์ไม่ได้พูดโกหกค่ะ (เสียงทื่อ) ฉันเชื่อค่ะ (เสียงทื่อ) "

    “น้ำเสียงดูไม่จริงใจสักนิดเลยค่ะ! ”

    "งั้นตอนนี้ขอเชิญสปอนเซอร์หลักของงาน ท่านประธานเซอร์ไวจากบริษัทเทคโนยะมะโตะ&เอสเทอสาขาทวีปดรีมแลนด์ ขึ้นมาพูด---”

    "อย่าเมินกันแบบนี้สิค่ะ! ฮึ่ม! "



    เอาเถอะ มาตั้งสมาธิกับการแข่งขันกันก่อนดีกว่า...

    ฉันไม่สนใจการบรรยายเปิดงานของประธานมดหน้าเลือด แล้วเริ่มทบทวนแผนการกับพรรคพวกอีกครั้ง---

    "ไฮเจน ดิวซ์ พรุน หนูลี่ แล้วก็ลี่ อย่าลืมทำตามที่ตกลงกันเอาไว้นะ"

    *กิ้ว~*

    "" อืม! ""

    เสียงของโฮป พรรคพวก กับเจ้ามังกรขี้เรื้อน ดังขึ้นมาจากข้างหน้าพร้อมกับพอดี

    "..."

    ดูเหมือนว่าพวกเขาจะคุยทบทวนแผนการกันไปแล้วอ๊ะ

    คุยอะไรไปกันแล้วบ้างอ๊ะ

    ทำไมถึงทิ้งฉันเอาไว้คนเดียวแบบนี้อ๊ะ

    แง…

    "ลี่ค่ะ อย่างที่โฮปว่า ถ้าทำตามแผนนี้ พวกเราชนะได้แน่นอนค่ะ"

    "อะ… อืม..."

    คะ… คงไม่ได้เปลี่ยนไปจากที่เคยคุยกันเมื่อวันก่อนสินะ...

    "แถมยังมีแผนการใหม่คิดมาเพิ่มด้วย มันเป็นแผนที่เยี่ยมมากค่ะ"

    นั่นปะไรดอง!

    ถ้าจะเพิ่มแผนเข้าไป ก็ช่วยบอกฉันกันหน่อยสิค่ะคุณท่านโฮป!

    ไม่สิ พวกเขาก็พึ่งจะคุยกันไปเมื่อกี้นี้กัน… ฉันผิดที่ไม่ฟังเองนี่น่า... ดอง…

    มะ… ไม่สิ!

    เจ้าโฮปนั่นละที่ผิด!

    ถ้าช่างสังเกตุ ลองมองดูฉันสักหน่อย เขาก็น่าจะรู้ตัวว่าฉันกำลังยืนชมวิวเล่นอยู่นะดอง!

    มันคือความผิดของโฮปนั่นละดอง!

    "ทุกคนสู้ตาย เพื่อเงินสิบล้าน! "

    ""โอ๊ววว! ""

    แววตาของโฮปกำลังลุกเป็นไฟ

    อูว… พอเห็นดวงตานั้นแล้วเลยยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกผิดมากขึ้นเลยดอง

    "อะ… โอ~"

    งั้นคงต้องใช้วิธีไหลไปตามน้ำพร้อมกับคนอื่นก่อนแล้วกันดอง



    "สู้เข้านะทุกคน! "

    "ชนะให้ได้ แล้วเอาเงินสิบล้านมาเลี้ยงข้าวกัน! "

    ในตอนนั้นเองที่มีเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากที่นั่งคนดูจากทางฝั่งซ้ายมือของฉัน

    แฟต เยลโล่ จาวิส พรรคพวกอีกสามคนต่างกำลังนั่งอยู่ข้างสนามพร้อมกับเครื่องขยายเสียง และป้ายเชียร์รูปต่าง ๆ

    นี่เป็นแผนการอย่างหนึ่งของพวกเรา ถ้าเจ้าโฮปยังไม่คิดเปลี่ยนแผนไปเมื่อกี้อะนะ…

    หัวข้อการต่อสู้คือแบทเทิลรอยัล

    สนามจะมีพื้นที่กว้างขวาง มีต้นไม้ ลำธาร และภูเขาจำลองบนพื้นที่ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถจุผู้คนได้นับแสนนับล้าน

    เพราะมันกว้างและมีมุมอับเยอะมาก จึงทำให้ยากแก่การจับค้นหาตำแหน่งของศัตรู

    ถ้าหากว่าถูกเข้าประชิดแบบไม่ทันรู้ตัวขึ้นมา พวกสายเวทอย่างฉันจะเสียเปรียบเอามาก

    แล้วตำแหน่งไหนที่เหมาะสมกับการสังเกตุการณ์มากที่สุดกันละ?

    คำตอบคือข้างสนามยังไงละดอง

    มันไม่มีตำแหน่งไหน ที่สามารถสังเกตุการสนามได้ดีเท่าจากมุมมองจากที่นั่งข้างสนามอีกแล้ว

    พวกแฟตจะคอยแอบส่งข้อมูลตำแหน่งของศัตรู ด้วยเครื่องขยายเสียงกับใช้ป้ายเชียร์ที่เข้ารหัสซึ่งใจกันเฉพาะพวกเรา ในการบอกตำแหน่งของศัตรูให้พวกฉันรู้

    พวกเราจะตั้งหลักในตำแหน่งที่สังเกตุเห็นพวกแฟตจากสนามตรงนี้ แล้วเริ่มระดมยิงศัตรูด้วยเวทมนตร์ของฉันจากระยะไกลเพื่อชิงความได้เปรียบ

    มันเป็นแผนที่สุดยอด เพราะมันทำให้พวกเราแทบจะไม่ต้องเสี่ยงเคลื่อนไหวเพื่อค้นหาศัตรูเลยสักนิดเดียว

    แน่นอนว่ามันผิดกติกาดอง

    " (โกงนิดโกงหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกดอง~) "

    ฉันพูดกับตัวเองเช่นนั้น ก่อนจะสร้างรอยยิ้มที่ชั่วร้ายขึ้นมาบนใบหน้าของตัวเอง

    ว่าแล้วก็ต้องขอหัวเราะให้กับความชั่วของตัวเองหน่อย

    ดอง~ ดอง~ ดอง~ ดอง~



    ดอง~ ดอง~ ดอง~... ฮืม?

    เดียวก่อนนะ?

    "แฟต… เยลโล่… จาวิส… แล้ว… เอซไปไหน? ไม่มาเชียร์ด้วยหรือ? แปลกจังนะดิวซ์"

    ฉันพึ่งพบความผิดปกติบางอย่างในตอนที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจ

    นั่นคือเจ้าบ้าเอซไม่อยู่

    ไม่ว่าจะสอดส่องสายตาไปทางไหน ฉันก็ไม่พบวี่แววหรือเงาหัวของมันเลย

    เจ้าคนบ้าน้องสาวแบบนั้นจะยอมพลาดโอกาสม่อน้องตัวเองเชียวหรือดอง?

    "เจ้าพี่โลลิค่อนคนนั้นไม่มาหรอกค่ะ"

    เหวอ…

    น้ำเสียงของดิวซ์ฟังดูมืดมนอย่างน่ากลัว

    กะ---เกิดอะไรขึ้นกันดอง!



    "ลี่จำหุ่นยนต์เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ชนเผ่าหนูที่สวมชุดเมด ที่พามาด้วยเมื่อวันก่อนได้หรือเปล่าคะ? "

    "จำได้สิดอง ใช่คนที่ชื่อ [กรีด] ใช่หรือเปล่าดอง? "

    "ใช่ค่ะ"

    เมื่อสองวันก่อน

    วันนั้นพวกเราเจอเหตุวุ่นวายที่ภูเขาไฟในทิศเหนือ เลยไปที่นั่นโดยเทคโนโลยีโบราณของโนอาร์

    หลังจากเจอนู้นนี่นั่นกับเรื่องวุ่นวายหลายอย่าง ก็กลายเป็นว่าได้พบกับเอซที่หายตัวไปยาวนาน กับได้หุ่นยนต์สาวเมดชนเผ่าหนูเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง

    ถึงจะสงสัยว่าทำไมเกิดเรื่องขนาดนี้ แต่ไม่มีพวกคนของรัฐบาลบุกมาหาพวกเราเลยสักคนเดียว แต่เอาเป็นว่ามันก็ดีแล้วละดอง

    เพราะฉันเกลียดเรื่องวุ่นวายที่ซับซ้อนชวนปวดหัวนะดอง



    เอซที่บาดเจ็บหนักเพราะอะไรสักอย่าง ได้ฉันใช้ [ตีน] รักษาจนหายดีกลับมา พร้อมกับได้รับยาโดบเสริม เลยทำให้กลับมาแข็งแรงตามเดิมในวันรุ่งขึ้นทันที

    แต่กรีดคนนั้นขาขาด เลยต้องมีคนคอยช่วยพาเธอเคลื่อนไหวจนกว่าจะซ่อมขาเสร็จ

    ซึ่งคนที่รับดูแลกรีด ก็คือพวกโนอาร์นั่นละ

    ที่ฉันรู้เกี่ยวกับกรีด มันก็มีเท่านี้ดอง

    "แล้ว… มันเกี่ยวกับเอซยังไงหรือดอง? "

    "พี่บ้ามันไปติดกรีดแทนแล้วค่ะ"

    "ไม่เข้าใจดอง"

    "เจ้าพี่โลลิค่อน มันเอาแต่สนใจกรีดคนนั้นค่ะ"

    "ก็ยังไม่เข้าใจดอง"

    "ก็บอกว่าเจ้าพี่ชายบ้ามันหันไป [ชอบ] กรีดแล้วค่ะ! ฉันเห็นกับตาเมื่อวานตอนกลางคืนค่ะ! เอซคนนั้นอุ้มกรีดหายไปในยามราตรี! ไปที่ไหนก็ไม่รู้กันสองคนแล้วค่ะ! "

    "..."

    เจ้าเอซคนคลั่งน้องสาวคนนั้นอะนะ จะหลงรักชอบใครเหมือนคนอื่นกับเขาได้!?

    แถมชอบใครไม่ชอบ ดันไปชอบหุ่นยนต์แอนดรอยด์โบราณลึกลับเนี่ยนะดอง!?

    ฉันไม่อยากจะเชื่อดอง!

    " อย่างวันนี้เองก็คงจะแอบไปออกเดทกันสองคน พี่โลลิค่อนคนนั้นคงจะลืมน้องสาวคนนี้ไปแล้วค่ะ! "

    " เออ… ดิวซ์? "

    " พี่ บ้า บ้า บ้า! เห็นผู้หญิงดีกว่าพี่น้องร่วมสายเลือดกันได้ลงคอนะคะ! "

    "ดิวซ์… นี่อย่าบอกนะว่าเธอกำลัง [หึง] อยู่? "

    "!?! "

    ดิวซ์ถึงกับหยุดนิ่งราวกับถูกสาปเป็นหินอยู่เสี้ยววินาทีเพราะคำพูดของฉัน

    "ใครบอก! ดีเสียอีกค่ะ! เพราะว่าในที่สุดฉันก็เป็นอิสระจากพี่ติดน้องคนนั้นเสียทียังละคะ! มุขนี้ไม่ขำเลยสักนิดค่ะลี่"

    แต่น้ำเสียงของเธอมันไม่ใช่อะดิวซ์

    ไอนี่สินะ... อารมณ์แบบเจอประจำแล้วเกลียด แต่พอหายตัวไปกลับทำให้รู้สึกว่าขาดอะไรบางอย่างไปแบบนั้นสินะดอง?



    "---จะเริ่มการแข่งในอีกสิบนาที ขอให้ผู้เข้าแข่งไปประจำที่ตามจุดที่สุ่มขึ้นมาได้ด้วยค่ะ"

    เสียงโฆษกอันทรงเสน่ห์ของชนเผ่าแรคคูนดังขึ้นมาอีกครั้ง

    ดูท่าจะได้เวลาสนุกกันแล้ว

    “พวกเราได้เขตไหนโฮป? ”

    “เขตป่า รีบไปกันเถอะ”

    ตำแหน่งที่พวกเราได้ คือโซนป่า

    "5"

    กลโกงพร้อม จิตใจพร้อม อาวุธพร้อม

    "4"

    ถ้าจะเริ่มแผนการโกง พวกเราจะต้องไปโซนทะเลสาบที่ติดกับที่นั่งของพวกแฟต

    "3"

    ซึ่งมันอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก แถมคู่แข่งขันยังเป็นนักเรียนจากรุ่นเดียวกัน พวกชนเผ่าสัตว์เองก็เป็นพวกรุ่นใกล้กับพวกเรา ดังนั้นจึงดูไม่น่ามีปัญหาอะไรมากมายนักกับการวิ่งไปเข้าต่ำแหน่งตามแผนการเดิม

    "2"

    ปัญหาคือทีมของไพไรต์ที่มีฝีมือน่ากลัวมากกว่าชาวบ้าน

    "1"

    เพื่อชัยชนะ พวกเราจึงควรเลี่ยงการปะทะกับพวกเขาเป็นอันดับต้น ๆ เพื่อไม่ให้เสียพลังงานโดยใช่เหตุ

    "0! ขอเริ่มการประลองยุทธ์ได้ ณ บัดนี้ค่ะ! "

    เอาละ งั้นมาเริ่มลุยกัน---

    "เจอแล้ว! พวกแกอยู่ตรงนี้นี่เอง! "

    ---เลย…

    ตรงหน้าของฉันมีบุรุษสิงโตผมทองยืนอยู่พร้อมกับพรรคพวกที่คุ้นหน้าคุ้นตาดี

    เขาไม่ใช่ใครคนอื่นไกล

    “ผมมีเรื่องอยากจะถามอยู่พอดีเลย เพราะงั้น มาสู้กัน! ”

    "..."

    ก็บอกว่าไม่อยากเจอกับไพไรต์ตั้งแต่เริ่มนะดอง!

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน