“หลินฮุย” หลินเฟิงพึมพัมออกมาพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าด้วยกัน เขาพอรู้ว่าหลินฮุยกับเ้าของร่างคนเก่าของหลินเฟิงนั้นไม่ถูกกันั้แ่ยังเด็กแล้ว และหลินฮุยก็มักจะรังแกหลินเฟิงเสมอแต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่หลินเฟิงคนเก่าตอบโต้กลับ หลินเฟิงคนเก่ายอมให้หลินฮุยรังแกเสมอมา และนี้จึงเป็เหตุผลที่ทำให้การรังแกรุนแรงมากขึ้นเหยียดหยามมากขึ้น
หลินฮุยนั้นแม้ว่าจะหน้าตาหล่อเหลา แต่ก็ไม่ได้มากกว่าหลินเฟิง อาจจะบอกได้ว่าน้อยกว่าด้วยซ้ำ เพียงแต่ร่างกายของหลินเฟิงนั้นไม่มีกล้างเนื้อที่ชัดเจน ร่างกายค่อนข้างผอมแห้ง ส่วนหลินฮุยนั่นมีร่างกายกำยำ สามารถเห็นกล้ามเนื้อได้ชัดเจน
“ไม่ใช่เื่ของเ้า”หลินเฟิงตัดสินใจพูดออกไปอย่างเด็ดเดียว เขาไม่ใช่หลินเฟิงคนเก่า ที่จะยอมให้อีกฝ่ายรังแกโดยไม่ตอบโต้อะไรเลย เขาเป็คนเด็กเดียว ถึงแม้จะรู้ว่าร่างกายอ่อนแอนี้ไม่มีทางทำอะไรหลินฮุยได้ แต่เขาก็ไม่ยอมอยู่เฉยๆให้ตัวเองเสียศักดิ์ศรีแน่นอน
หลินฮุยที่ได้ยินหลินเฟิงตอบโต้เช่นนี้ก็ใมาก เขาไม่คิดเลยว่าหลินเฟิงที่มักจะยอมให้เขารังแกอยู่เสมอจะตอบโตเช่นนี้ เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมหลินเฟิงถึงเปลี่ยนไปเป็คนกล้าหาญเช่นนี้ ทั้งที่รู้ว่าตนเองสู้เขาไม่ได้ แต่ก็ยังเลือกที่จะตอบโต้
“สวะอย่างแกกล้าพูดกับข้าแบบนี้หรือ? หากข้าไม่สั่งสอนเ้าให้รู้จักเจียมตัวซะบ้าง ข้าคงโดนคนอื่นดูถูกเป็แน่” หลังจากอาการใหายไปก็เปลี่ยนเป็ความโกรธทันที อัจฉริยะเช่นเขากับให้สวะที่ฝึกฝนไม่ได้มาดูถูก แบบนี้จะให้เขาทนได้อย่างไร หากเขาไม่สั่งสอนสวะที่กล้ามาพูดจาแบบนี้กับเขาแล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“ทำไมรึ? เ้ามันก็เก่งกับคนไม่มีทางสู้เท่านั้นแหละ เ้าเพียงแต่ได้รับการสนับสนุนจากบิดาของเขา เ้าถึงถูกเรียกว่าอัจฉริยะ หากลองเ้าไม่ได้รับการสนับสนุนเหมือนคนอื่นสิ เ้าจะมีดีกว่าคนอื่นสักท่าไหร่กันเชียน” หลินเฟิงไม่ใช่ไม่เพียงตอบโต้ แต่ยังดูถูกอีกต่างหาก แน่นอนว่าที่หลินเฟิงพูดมาก็ถูกที่เขาได้หลินฮุยได้รับการสนับสนุนมากกว่าคนอื่น แต่หลินเฟิงรู้ว่ามันก็ยังเป็เื่จริงที่หลินฮุยเป็อัจฉริยะต่างจากคนอื่น ถึงเขาจะไม่ได้รับการสนับสนุนเขาก็ก้าวหน้าได้รวดเร็วกว่าคนอื่นๆอยู่ดี เพียงแต่การได้รับสนับสนุนทำให้เขาสามารถพัฒนาตัวเองได้เร็วยิ่งขึ้น
“วันนี้ข้าจะทำให้แกรู้ว่าข้าเป็อัจฉริยะต่างจากคนอื่น”ทันทีที่หลินฮุยพูดจบเขาก็พุ้งเข้าหาหลินเฟิงทันทีพร้อมกับปล่อยหมัดออกไปใส่ท้องของหลินเฟิงอย่างจัง
ปัง!!
ร่างกายอ่อนแอและไม่ยังหายจากอาการาเ็ หลินเฟิงจึงไม่สามารถหลับหมัดของหลินฮุยได้ ทำให้หลินเฟิงกระเด็นออกไปและร่างกายล้มลงไปนอนกับพื้น จนไม่สามารถลุกยืนได้ ได้แต่กุมท้องของตัวเองไว้พร้อมด้วยสีหน้าที่เ็ป แต่เขาก็ไม่ได้ร้องออกมา เพราะเขาไม่้าแสดงความอ่อนแอออกมาถึงแม้ว่าร่างกายจะอ่อนแอ และเ็ปมากก็ตาม
“นี้แหละคือความแตกต่างระหว่างแกกับข้า จำไว้เ้าสวะ”หลินฮุยเดินจากไปทันที เขาไม่้าเห็นหลินเฟิงไม่งั้นเขาอาจพลั้งมือเผลอฆ่าหลินเฟิงก็ได้ ทั้งนี้เพราะร่างกายของหลินเฟิงอ่อนแอ และยังาเ็เจียนตายอยู่จึงทำให้เขาไม่กล้าทำอะไรรุนแรงกับหลินเฟิงมากนัก ไม่งั้นเขาจะถูกประมุขตระกูลหลิน หลินหยางโกรธเอาได้
รุ่นเยาว์ในหมู่บ้านตระกูลหลินนั้นทุกคนจะเริ่มฝึกฝนกันั้แ่อายุ 10 ปี ขึ้นแรกของพวกเขาคือการฝึกฝนร่างกาย ในการฝึกฝนร่างกายนั้นจะถูกเรียกว่าระดับพื้นฐาน ระดับพื้นฐานนั้นจะแบ่งออกเป็ 9 ขั้น ทุกคนจะเริ่มจากขั้นที่ 1 ก่อน เมื่อใครฝึกฝนไปถึงขั้นที่ 9 ได้แล้วเขาจะเริ่มฝึกฝนกำลังภายในต่อ การฝึกฝนร่างกาย หรือระดับพื้นฐานนั้นเป็การเตรียมร่างกายเพื่อฝึกกำลังกายใน เอาพลังฟ้าดินรอบตัวเข้ามาภายในร่างและเปลี่ยนให้เป็พลังภายในนั่นเอง
การฝึกฝนระดับพื้นซานนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความขยันอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับพร์ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ฝนระดับนี้พร์นั้นจะไม่ได้ถูกใช้มากนัก เพราะทุกคนจะต้องเรียนรู้ฝึกฝนวรยุทธ์พื้นฐานของตระกูลหลิน วรยุทธ์พื้นฐานของตระกูลหลินแบ่งออกไปหลายระดับ ั้แ่ระดับต่ำไประดับกลางและระดับสูง คนไหนจะได้เรียนรู้ระดับไหนนั้นขึ้นอยู่กับพร์และความเข้าใจของแต่ละคน ถึงแม้ว่าจะใช้เพื่อฝึกฝนระดับพื้นฐานจนถึงขั้นที่ 9 ได้เหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างเื่ความเร็วในการฝึกฝน ถึงจะไม่ต่างกันมาก แต่มันก็ยังสร้างความได้เปรียบให้กับคนที่ฝึกฝนวรยุทธ์พื้นฐานระดับสูงอยู่ดี
หลินฮุยในตอนนี้อยู่ระดับพื้นฐานขั้นที่ 5 หลินฮุยเริ่มฝึกฝนมาได้ 4 ปีแล้ว ด้วยวรยุทธ์ระดับพื้นฐานขั้นกลางที่เขาใช้ฝึกฝนนั้นทำให้เขาสามารถฝึกเร็วกว่าคนอืนประมาณ เกือบ 1 ปี โดยปกติรุ่นเยาว์คนอื่นจะใช้เวลาเกือบ 5 ปีเพื่อไปให้ถึงขั้นที่ 5 ดังนั้นเขาจึงถูกนับว่าเป็อัจฉริยะ และยิ่งขั้นสูงก็ต้องยิ่งใช้เวลามากตามไปด้วย
หลินฮุยมีอายุมากกว่าหลินเฟิงประมาณ 1 ปี ดังนั้นเวลาที่หลินเฟิงมีในการฝึกฝนร่างกายคือ 3 ปี แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอ ทำให้เขาไม่สามารถเรียนรู้วรยุทธ์ระดับพื้นฐานได้ เขาจึงไม่สามารถฝึกฝนร่างกายให้ถึงระดับพื้นฐานขั้นที่ 1 ได้ ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่หรือใช้เวลาเท่านานเท่าไหร่ก็ตาม นี้เป็เหตุให้เขาถูกเรียกว่าสวะนั่นเอง
“หึ!” หลินเฟิงเค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ จากนั้นเขาก็พยายามลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล สภาพของเขาตอนนี้ หากเขาสามารถฝึกฝนร่างกายได้แล้วละก็ หลินฮุยไม่มีทางรังแกเขาได้แน่นอน
‘ข้าจะทำทุกวิธีให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น’ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาต้องทำทึกวิธีทางเพื่อให้สามารถฝึกฝนวรยุทธ์ระดับพื้นฐานให้ได้ไม่เช่นนั้นเขาจะถูกรังแกอยู่แบบนี้ไปตลอดแน่ และเมื่อไหร่ที่บิดาและมารดาของเขาไม่สามารถอยู่ดูแลเขาได้เมื่อไหร่ เขาจะไม่มีที่ให้พึ่งพา ที่เดียวที่พึงพาได้คือตัวเขาเอง
หลังจากลุกขึ้นยืนได้แล้วหลินเฟิงก็หลินเฟิงยังคงเดินต่อไป เรื่อยๆตามทาง เขาจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองจากการเริ่มเดินก่อน หลินเฟิงจะเอาวีธีของโลกเก่ามาใช้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือการออกกำลังกายนั่นเอง ด้วยวิธีนี้เขาคิดว่าร่างกายต้องแข็งแรงขึ้นแน่นอน ถึงแม้จะใช้เวลาอีกนานจนกว่าเขาจะสามารถเรียนรู้และฝึกฝนวรยุทธ์ระดับพื้นฐานได้ แต่มันยังดีกว่าไม่สามารถฝึกฝนได้ ไม่เช่นนั้นเขาจะถูกคนอื่นๆรังแกแบบนี้ไปเรื่อยๆ
เดินมาได้สักพักหลินเฟิงก็ตัดสินใจกลับบ้าน เขากลัวว่าพ่อและแม่จะเป็ห่วงเขามากเกินไป เขาควรรีบกลับไปพักผ่อนให้อาการาเ็หายสนิทแล้วหลังจากนั้นเขาจะเริ่มออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายเขาแข็งแกร่งขึ้น
เปรี้ยง!!!
ระหว่างทางที่หลินเฟิงกำลังเดินกลับนั้น จู่ๆท้องฟ้าก็เริ่มมืด สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่ละน้อยๆ ขณะเดียวกันเสียงฟ้าผ่าก็ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ เมื่อเมฆสีดำเริ่มบดบังแสงจากดวงอาทิตย์จนแสงไม่สามารถรอดผ่านมาได้ ฝนก็ตกหนักขึ้นเื่ๆ ฟ้าก็ร้องบ่อยขึ้น จนในบางครั้งก็มีสายฟ้าผ่าลงมาให้เห็นได้ชัดเจน
หลินเฟิงตัดสินใจหลบฝนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆก่อน เนื่องด้วยร่างกายของเขาอ่อนแออย่างมากทำให้เขาไม่้าเสี่ยงตากฝนกลับบ้าน เขาไม่้าเสียเวลาเพิ่มในการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น
เปรี้ยงๆๆๆ!!!
สายฟ้าเริ่มผ่าลงมาโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลย มันยังผ่าลงมากบ่อยมากขึ้นชนทำให้เขารู้สึกว่ามันผิดปกติอย่างมาก แต่ด้วยการที่โลกใบใหม่ที่เขามาอยู่มีเื่ประหลาดที่เขาไม่รู้อีกกมากมายและไม่เคยคาดฝัน ดังนั้นเขาจึงไม่คิดมาก เขาคิดเพียงว่าคงเป็เื่ปกติ
เปรี้ยงงงงงง!!!!!!!!!!!
ทันใดนั้นเอง สายฟ้าสายใหญ่ที่สุดั้แ่มันเริ่มผ่าลงมาก็ได้ผ่าลงมาที่หลินเฟิงอย่างจัง ทั่วบริเวณที่หลินเฟิงอยู่นั้นกล้ายเป็ดำและเปลวไฟเริ่มเผาไหม้ต้นใหญ่และบริรอบๆที่หลินเฟิงอยู่
อ๊ากกกกกก!!!!!!!
หลินเฟิงร้องออกมาด้วยความเ็ปแสนสาหัด เขาเ็ปจนร่างกายขดงอและกลิ้งไปกับพื้น ส่วนเปลวเพลิงที่เริ่มเผาไหม้ต้นไม้ใหญ่และบริเวณรอบๆก็เริ่มเข้ามาเผาไหม้ร่างกายหลินเฟิงที่นอนขกตัวและกลิ้งไปกับพื้น
แต่ที่น่าแปลกคือร่างกายเหมือนจะไม่ได้ถูกเผาไหม้ แต่เหมือนว่ามันกำลังดูเปลวเพลิงรวมไปถึงเสก็ดสายฟ้าที่หลงเหลืออยู่ในบริรอบๆ หากใครมาฉากนี้จะต้องตกตะลึงแน่นอน เพราะร่างกายของหลินเฟิงกำลังดูดกลืนเปลวเพลิงและสายฟ้าที่อยู่รอบๆตัวเขาด้วยอัตราที่มองเห็นได้ชัดเจน เพียงแต่เ้าตัวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง