เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 72 หาญสู้สามสุดยอด



    เหล่าเจ้าสำนักใหญ่ต่างมาชุมนุมกันพร้อมหน้า รวมทั้งกำลังชาวยุทธ์ฝ่ายธัมมะอีกเกือบพัน เชิงเขาบู๊ตึ๊งกลายเป็นสมรภูมิของฝ่ายธัมมะและคนของวังนิรมลเจ้าสำนักเส้าหลิน บู๊ตึ๊ง ง้อไบ๊ คุนหลุน คงถง ต่างเข้าไปทักทายกันเล็กน้อย เจ้าอาวาสวัดเส้าหลินเล่าสถานการณ์ให้ทราบ เหลียงจื่อเจ้าสำนักคุนหลุนกล่าวว่า“ข้าถอยออกมาแล้ว คงมิอาจยุ่งเกี่ยวได้อีก เด็กน้อยเจียงเยี่ยนฝึกพลังเทพดับสูญสำเร็จ คิดโค่นล้มมันไม่ง่าย”เจ้าสำนักคงถงนามกู่ถัง รู้สึกไม่พอใจ มันเป็นถึงหนึ่งในห้าเจ้าสำนักใหญ่ กลับถูกเด็กน้อยนำพรรคพวกมาก่อกวนเช่นนี้ ถือว่าเป็นเรื่องเสื่อมเสียอย่างยิ่ง มันก้าวเดินออกไป“เด็กน้อย นับตั้งแต่สำนักบู๊ตึ๊งก่อตั้งมา ไม่เคยมีผู้ใดอุกอาจนำกำลังล้อมเขาบู๊ตึ๊งมาก่อน เจ้าคิดจะนองเลือดหรือ?”เจียงเยี่ยนกล่าวว่า“ท่านคือ?”“ข้ากู่ถัง เจ้าสำนักคงถง” กู่ถังประกาศนาม เสียงมันดังสะท้อนไปทั่วเชิงเขาบู๊ตึ๊งเจียงเยี่ยนพยักหน้า จากนั้นกล่าวว่า “ผู้อาวุโส โปรดให้อภัย ข้าเจียงเยี่ยนเห็นเขาบู๊ตึ๊งเป็นที่บำเพ็ญพรต ไม่ต้องการให้มีผู้ใดรบกวนการบำเพ็ญของเหล่านักพรต จึงนำกำลังคุ้มครองภูเขาลูกนี้ไว้”ฝ่ายธัมมะได้ยินเจียงเยี่ยนพูดอย่างโอหังก็ไม่พอใจ กู่ถังกล่าวว่า“เจ้าคิดลองดีหรือ?”เจ้าสำนักง้อไบ๊ฝ่าเหลียนซือไท่จ้องเจียงเยี่ยน“ประสกน้อย นำกำลังขวางอยู่ที่เขาบู๊ตึ๊ง ที่แท้มีเจตนาใด?”เจียงเยี่ยนนิ่งเงียบ มันเกรงว่าไม่นานแผนการมันต้องแตก ได้แต่ลอบกังวลในใจ ภาวนาให้ซูโหยวเสวียนทำงานให้สำเร็จ..

    ที่แท้ก่อนหน้าเจียงเยี่ยนปรึกษากับซูโหยวเสวียนถึงวิธีที่จะช่วยปราชญ์มารบริสุทธิ์ หากนำกองกำลังบุกขึ้นไปตรงๆ ปะทะแตกหัก ต้องมีผู้คนล้มตายมากมาย และเป็นการสร้างความแค้นให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่มีประโยชน์ต่อเรื่องราว ซูโหยวเสวียนจึงเสนอว่า นางจะลอบขึ้นเขาบู๊ตึ๊ง ไปช่วยไป๋เหวินโจวออกมา โดยให้เจียงเยี่ยนอาละวาดอยู่เชิงเขาบู๊ตึ๊ง สกัดกำลังทั้งหมดของชาวยุทธ์ทั้งหลาย มิให้ชึ้นเขาไปร่วมงานชุมนุมได้ หากยิ่งกดดันให้คนของบู๊ตึ๊งลงมาจากบนเขายิ่งดี นางจะได้มีโอกาสทำงานได้สะดวก

    กู่ถังเดินไปหาเจียงเยี่ยน ผู้อื่นกลัวเด็กน้อยนี้ แต่มันหากลัวไม่ ตั้งแต่มันฝึกวิชาคงถงสำเร็จ ยังไม่มีผู้ใดโค่นล้มมันได้มาก่อนสำนักคงถงจัดอยู่ในห้าสำนักใหญ่ฝ่ายธัมมะ เนื่องจากอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแผ่นดินจีน พื้นที่ต่อกับชายแดนประเทศต่างๆ ผู้คนที่เดินทางเข้าออกก็หลากหลาย ทำให้คงถงมีวิทยายุทธ์ที่หลากหลายตามไปด้วยในสมัยราชวงศ์ถัง (พ.ศ. 1161-1450) เฟยหงจื่อ นักพรตเต๋าศึกษาวิทยายุทธ์ ไปทั่วเขาคงถง ต่อมารวบรวมวิทยายุทธ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ก่อตั้งสำนักคงถงขึ้น ด้านวิทยายุทธ์สำนักนี้นับว่าหลากหลายพิสดารเป็นที่สุดแต่เจ้าสำนักรุ่นต่อมามิได้เป็นนักบวช ศิษย์คงถงส่วนใหญ่จึงเป็นฆราวาส มีทั้งชายหญิง จนมาถึงในรุ่นกู่ถัง วิทยายุทธ์คงถงยิ่งพัฒนาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

    เจียงเยี่ยนทราบว่ากู่ถังเข้มแข็งไม่น้อย มันก็ไม่ประมาท กู่ถังกล่าวว่า “ข้าได้ยินคนกล่าวถึงจุดชีพจรเทพดับสูญมานาน ว่าเป็นสิ่งที่หายากในรอบร้อยปี ขอดูว่าสมคำร่ำลือหรือไม่?”“มิกล้า” เจียงเยี่ยนกล่าวกู่ถังร้องก้องสะท้านขุนเขา มันพุ่งกายดุจพยัคฆ์ สภาวะเกรี้ยวกราด จากนั้นสะบัดมือซ้ายใช้ฝ่ามือ มือขวาพุ่งหมัด เด็กหนุ่มรีบยกฝ่ามือขึ้นป้องกันแต่พอหมัดฝ่ามือจะกระทบถึงฝ่ามือเจียงเยี่ยน กู่ถังก็เปลี่ยนท่วงท่า จากหมัดเป็นกรงเล็บ จากฝ่ามือเป็นดรรชนี โจมตีใส่ท่อนล่างเจียงเยี่ยนแทนเจียงเยี่ยนรีบลดฝ่ามือไปป้องกัน แต่กู่ถังพลันเปลี่ยนท่าอีก จากกรงเล็บเป็นฟันสันมือ จากดรรชนีเป็นหมัด ร้อยเปลี่ยนพันแปลงไม่มีที่สิ้นสุดร่างกู่ถังวิ่งวนไปมารอบกายเจียงเยี่ยนดุจหมอกควันกลุ่มหนึ่ง มันใช้กระบวนท่าต่อเนื่อง บ้างเป็นฝ่ามือ บ้างหมัด บ้างดรรชนี ไม่ซ้ำกระบวนท่ากันแม้แต่ท่าเดียว ผู้ที่วิทยายุทธ์อ่อนด้อยชมดูจนตาลายสมองหมุน แทบอาเจียนออกมาเจียงเยี่ยนใช้หลักของกระบวนท่าพิชิตเทพ ไม่สนใจศัตรูว่าจะใช้กระบวนท่าใด ตัวมันเองต้องใช้ท่าที่เป็นประโยชน์ที่สุด มันจึงยืนนิ่งเฉย รอศัตรูจู่โจมมาเท่านั้น เห็นกู่ถังใช้แต่ท่าลวง ไม่มีท่าจริงสักท่าเดียวทันใดนั้นกู่ถังพลันมีแววตาคมกริบ มันใช้เท้าเกี่ยวใช้ขาเจียงเยี่ยนอย่างไม่คาดหมาย
    ปัก!
    เสียงเท้ากู่ถังเตะถูกขาเจียงเยี่ยนชัดๆ แต่เจียงเยี่ยนกลับแข็งทื่อราวกับหินไม่รู้สึกอะไรเลย เด็กหนุ่มดวงตาเจิดจ้า จากนั้นยื่นเท้าเกี่ยวใส่ขากู่ถังอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า ทำให้มันล้มลงทันทีกู่ถังรีบต่อยหมัดกระแทกพื้นดินเกิดเป็นแรงอัดอากาศ ดีดร่างมันที่กำลังจะล้มให้ลอยขึ้น ร่างมันตกถึงพื้นอย่างแผ่วเบา แต่ใบหน้ามีเหงื่อไหล่ซึม มันไม่กล้าดูถูกเจียงเยี่ยนอีกกู่ถังเร่งลมปราณ ‘ห้วงวิสุทธิ์’ ซึ่งเป็นสุดยอดลมปราณของคงถงไปทั่วร่าง มันต่อยหมัดเตะเท้า กวาดกรงเล็บ จี้ดรรชนี เกิดเป็นพลังลมปราณรูปหมัด กรงเล็บ ฝ่ามือ ดรรชนี เท้า นับร้อยพุ่งใส่เจียงเยี่ยนอย่างพิสดาร คล้ายกับจู่โจมนับร้อยกระบวนท่าในครั้งเดียว!เจียงเยี่ยนพลันชี้นิ้วชี้ขึ้นฟ้า นิ้วชี้อีกมือชี้ลงดิน ทุกคนไม่เข้าใจมันทำอะไร ทันใดนั้นรอบกายเจียงเยียนมีไอสีดำกลายเป็นเมฆทมิฬหมุนวนสลายพลังกู่ถังไปสิ้นกู่ถังใจหายวาบ ท่าไม้ตายของมันถึงกับถูกสลายได้ เจียงเยี่ยนยิ้มดุจราชันย์ มันฟาดฝ่ามือออกเกิดเป็นสายฟ้าทมิฬนับร้อยสายจู่โจมใส่กู่ถัง กู่ถังต่อยหมัดเตะเท้าดุจพายุคลั่งต้านสายฟ้าอย่างสุดกำลัง แต่พลังสายฟ้ามหาศาลยิ่ง ทำเอามือเท้ามันชาด้านไปหมด เจียงเยี่ยนพลันงอนิ้วชี้กับนิ้วโป้งดีดออกคราหนึ่ง เงาดำรูปใบไผ่นับพันๆ ใบก็บินเข้าหากู่ถังอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าทมิฬเสียอีกนี่คือเคล็ดวิชาสกุลเจียงฝ่ามือไผ่ลู่ลมผสานกับหลักกระบวนท่าพิชิตเทพ ซึ่งสอนให้ไม่ยึดติด เจียงเยี่ยนแปรเปลี่ยนเพลงฝ่ามือเป็นพลังดรรชนีแทนเงาดำรูปใบไผ่นับพันบินฉวัดเฉวียนโฉบเฉี่ยวร่างกู่ถัง ได้ยินเสียงฉัวะไม่หยุด เสื้อผ้ากู่ถังถึงกับขาดวิ่นหลายสิบแห่ง เงาใบไผ่รวดเร็วเกินไป เพลงหมัดฝ่ามือมันต้านรับไม่ทันกู่ถังเร่งพลังลมปราณห้วงวิสุทธิ์อีกครั้ง กวาดฝ่ามือออกทำลายเงาใบไผ่หายไปสิ้น แต่เจียงเยี่ยนที่เบื้องหน้ามันก็หายไปเช่นกันมิทราบตั้งแต่เมื่อใด เจียงเยี่ยนลอยอยู่บนหัวมัน จากนั้นทิ้งตัวลงมาตรงๆ เท้าทั้งสองของเจียงเยี่ยนขณะจะเหยียบใส่ศีรษะกู่ถัง มันรีบยกสองมือขึ้นป้อง ทั้งสองประลองลมปราณกันผ่านมือและเท้า แต่เจียงเยี่ยนมีลมปราณเหนือกว่านัก กดกู่ถังจนหายใจไม่ออกเห็นแน่ชัดกู่ถังต้องพ่ายแพ้แน่ ใบหน้ามันมีหยาดเหงื่อไหลซึม เจียงเยี่ยนไม่คิดกลั่นแกล้งมันเกินไป จึงดีดกายขึ้น พลิ้วลงมาที่พื้นอย่างแผ่วเบา แล้วคารวะ“ได้รับการออมมือแล้ว”กู่ถังหอบหายใจรุนแรง ร่างส่ายโงนเงนแทบล้มลง ศิษย์ของมันเห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาประคองไว้ แต่มันมีโทสะรุนแรงปัดศิษย์แทบล้มลง กู่ถังเดินออกจากลานต่อสู้เข้าหากลุ่มคน โดยมิพูดอันใด
    เจ้าสำนักบู๊ตึ๊ง เส้าหลิน ง้อไบ๊ ต่างหันไปมองหน้ากัน เจียงเยี่ยนผู้นี้มีวิทยายุทธ์พิสดารสุดหยั่งคาด พลังภายในก็ลึกล้ำอย่างที่ไม่เคยเห็น เจียงเยี่ยนถาม“ผู้ใดจะเข้ามาเป็นคนต่อไป?”เจ้าสำนักบู๊ตึ๊งหลิวคงกล่าวว่า “อาตมาเป็นเจ้าบ้าน ยังมิได้ต้อนรับแขก นับว่าเสียมารยาทนัก”เจ้าสำนักบู๊ตึ๊ง เดินเข้ามาอย่างช้าๆ ท่วงท่าดุจหลุดพ้นจากโลกียวิสัย ท่านเพียงยืนนิ่งสงบ ปล่อยให้สายลมโชยมาพัดเสื้อขาวท่านเบาๆ เจียงเยี่ยนขมวดคิ้ว นักพรตเฒ่าผู้นี้ไม่มีจุดอ่อนให้จู่โจมบริเวณทั่วเชิงเขาเงียบสงบราวกับทุกคนล้วนเป็นใบ้ ต่างตั้งใจชมดูการประลองของสองสุดยอดฝืมือ

    เจียงเยี่ยนกับหลิวคงยืนจ้องกัน วิชาสำนักบู๊ตึ๊งใช้หลักสยบเคลื่อนไหว หากไม่จำเป็นไม่เคลื่อนไหวก่อน แต่เป็นเช่นนี้ก็เท่ากับเข้าทางเจียงเยี่ยนพอดี มันต้องการถ่วงเวลาเพื่อให้ซูโหยวเสวียนช่วยไป๋เหวินโจวออกมาได้ จึงยืนนิ่งเฉยเช่นกันฝ่าเหลียนซือไท่พลันกล่าวว่า “คิดถ่วงเวลาหรือ เราขึ้นเขาเถอะ”เจียงเยี่ยนตื่นตระหนกยิ่ง แม่ชีนางนี้คล้ายดูแผนมันออก เห็นฝ่าเหลียนนำศิษย์ง้อไบ๊เดินจากไป มันร้อนรุ่มยิ่ง รีบบอกว่า“เข้ามาทั้งสามคน!”ทุกคนในเชิงเขางุนงง

    เจียงเยี่ยนกล่าวอีก “เส้าหลิน บู๊ตึ๊ง ง้อไบ๊ เป็นสามเสาหลักฝ่ายธัมมะ เจ้าสำนักทั้งสามโปรดเข้ามาพร้อมกัน!”ทุกคนต่างใจหายวาบ ไม่คิดว่าเจียงเยี่ยนจะอวดดีถึงเพียงนี้ เจ้าสำนักเส้าหลิน บู๊ตึ๊ง ง้อไบ๊ ยังมีฝีมือเยี่ยมกว่ากู่ถังมากนัก ต่อให้สู้ตัวต่อตัว เจียงเยี่ยนก็ไม่แน่จะเอาชนะได้ทุกคน นี่ถึงกับกล้าประลองทั้งสามคน

    ฟางอี้ไต้ซือเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินกล่าวว่า “เราเป็นผู้ใหญ่ ย่อมไม่ใช้พวกมากรังแกผู้เยาว์”เจียงเยี่ยนยิ้มพลางกล่าวว่า “ไม่กล้ารังแก หรือกลัวผู้เยาว์ข่มเหงผู้ใหญ่?”ชาวยุทธ์ต่างตวาดด่าเจียงเยี่ยนโอหังไม่หยุด ส่วนฝ่ายวังนิรมลก็ลอบกังวล เจียงเยี่ยนไม่ควรอวดดีถึงเพียงนี้เจียงเยี่ยนกล่าวว่า “ประกาศออกไป เจ้าสำนักเส้าหลิน บู๊ตึ๊ง ง้อไบ๊ ไม่กล้าต่อสู้กับข้าเจียงเยี่ยน”เจ้าสำนักทั้งสามล้วนเป็นผู้ออกบวช ไม่สนใจคำยุแยงของเจียงเยี่ยน เจ้าสำนักบู๊ตึ๊งกล่าวว่า “จอมยุทธ์เจียงป้อนกระบวนท่าเถอะ”

    เจียงเยี่ยนพยักหน้า พุ่งกายเข้าหาเจ้าสำนักบู๊ตึ๊ง จากนั้นมันดีดกายขึ้นฟ้าอย่างกะทันหัน พลังไอของเหล่าอสูรสีดำพุ่งวนรอบกาย มันฟาดฝ่ามือออกไม่หยุด เกิดเป็นพลังสายฟ้าทมิฬนับร้อยสายโจมตีใส่ชาวยุทธ์ธัมมะเจ้าอาวาสเส้าหลินใจหายวาบ ไม่คิดว่าเจียงเยี่ยนจะลงมือโดยอำมหิต ท่านรีบประณมมือเกิดเป็นระฆังทองสีใบใหญ่คุ้มกันเหล่าชาวยุทธ์ สกัดสายฟ้าทมิฬไว้
    วิชาเส้าหลิน ระฆังทองคุ้มกาย!
    เสียงตูมโหมกระหน่ำดังลั่น ระฆังสีทองถูกสายฟ้าทมิฬกระแทกใส่จนเริ่มปริแตก เจียงเยี่ยนยังซัดสายฟ้าทมิฬอีกหลายร้อยสายไม่หยุดยั้ง เจ้าสำนักบู๊ตึ๊งทนไม่ไหว ท่านทะยานกายเข้าหาเจียงเยี่ยนทันที แต่เจียงเยี่ยนพลันพุ่งไปหาเจ้าสำนักง้อไบ๊ ใช้หมัดกระแทกหมัดเกิดเป็นคลื่นอัดอากาศ เจ้าสำนักง้อไบ๊สะบัดฝ่ามือต้านรับ เจียงเยี่ยนพลันหดหมัดกลับ ตะกุยกรงเล็บเพชฌฆาตใส่เจ้าอาวาสวัดเส้าหลินเจ้าอาวาสไม่มีทางเลือก ท่านผลักฝ่ามือเกิดเป็นแสงสีทองเข้าปะทะ ชั่วพริบตาเดียวกัน เจ้าสำนักบู๊ตึ๊งก็ฟาดฝ่ามือมาจากด้านหลังเจียงเยี่ยน เด็กหนุ่มหมุนตัวทะยานขึ้นฟ้า ฝ่ามือเจ้าอาวาสเส้าหลินกับบู๊ตี๊งปะทะกันเกิดคลื่นอากาศกระจายออกรอบด้าน ทำเอาชาวยุทธ์ฝ่ายธัมมะปลิวกระเด็นเจ้าสำนักทั้งสามหันไปมองหน้ากัน เห็นเจียงเยี่ยนพุ่งกายเข้ามาอีก พวกท่านทั้งสามไม่มีทางเลือก ต่างพยักหน้า เข้าปะทะกับเจียงเยี่ยนทันที!

    --- จบตอน ----เจียงเยี่ยนจะชนะสามเจ้าสำนักได้หรือไม่? ตอนหน้าดุเดือดมากๆ โปรดติดตามจ้า