ณ เผ่าจิ้งจอก ชางไห่กำลังช่วยชิวสุ่ยเก็บของใช้ที่จำเป็เพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง สิ่งที่นางเข้าใจคือน้องสาวของนางกำลังจะเดินทางไปร่ำเรียนวิชาปรุงยาที่เมืองแปดริ้ว นางรู้สึกยินดีที่อย่างน้อยๆน้องสาวของนางก็หันมาใฝ่เรียนโดยที่ไม่ได้นึกสงสัยเลยว่าที่ที่ชิวสุ่ยกำลังจะไปนั้นมิใช่ที่แปดริ้ว หากแต่เป็ที่วังัต่างหาก ชางไห่ไม่รู้เลยว่าชิวสุ่ยสวมรอยเป็นางและจะไปอยู่วังัแทน
“เสื้อผ้าแค่นี้พอแล้วหรอชิวสุ่ย พี่ว่าเอาไปอีกดีไหม?”
“เสื้อผ้าเก่าๆโทรมๆ เอาไปแค่นั้นก็พอ ข้าอายคน พอไปถึงที่โน้นก็ค่อยซื้อผ้ามาตัดใหม่ก็ได้”
“แล้วเ้าจะมีเวลาหรอ ไหนจะตัดผ้า ไหนจะเรียนปรุงยาอีก”
“แล้วใครว่าข้าจะตัดเองล่ะ เ้าอย่าพูดมาก รีบเก็บของให้ข้า เสร็จแล้วก็ออกไปเก็บผักเ้าโน่น” ชิวสุ่ยเตรียมเครื่องประทินโฉมมากมาย โดยไม่มีการขอบคุณชางไห่ที่มาช่วยเก็บของด้วยซ้ำ เมื่อเสร็จภารกิจทุกอย่าง ชิวสุ่ยเลือกที่จะเข้านอนทันทีโดยไม่สนใจเวลา เพราะนางอยากจะเตรียมผิวพรรณสวยๆใบหน้าผ่องๆเพื่อจะรอเจอหน้าาาันั่นเอง ทางด้านชางไห่นั้นนางรีบเก็บข้าวของทุกอย่างให้เข้าที่ก่อนจะรีบไปเก็บผักที่สวนและกลับมาทำกับข้าวให้พ่อกับแม่กิน ในขณะที่นางกำลังจะไปเก็บผักนั้นก็มีชายปริศนาโผล่มาขวางหน้านางไว้
“ชิวสุ่ยอยู่ไหน?”
“ท่านเป็ใคร มีธุระอะไรกับน้องสาวข้า?”
“ข้าเป็ผัวของนาง”
“ห่ะ!!!ชิวสุ่ยยังไม่ได้แต่งงาน แล้วท่านจะเป็สวามีของนางได้อย่างไร?”
“ข้ากับน้องของเ้า เรามีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งมากเกินกว่าที่สตรีจืดชืดเช่นเ้า จะเข้าใจ ข้าได้ยินมาว่านางกำลังจะไปเรียนต่อที่อื่น...ข้าไม่ยอมและข้าจะขัดขวางให้ถึงที่สุด!!!”
“ข้าว่าท่านกลับไปเถอะ ตอนนี้ชิวสุ่ยเข้านอนแล้วและนางก็ไม่มีอะไรจะคุยกับท่านหรอก”
“หากเ้าไม่ให้ข้าพบนาง เช่นนั้นเ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่านางกำลังจะเดินทางไปที่ใด?”
“เื่นั้นข้าไม่ทราบหรอก หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน” ชางไห่เลือกที่จะไม่บอกว่าชิวสุ่ยจะไปไหนเพราะดูจากท่าทางของชายผู้นี้ เขาดูเหมือนจะมาหาเื่และหากสิ่งที่เขาพูดเป็ความจริง น้องสาวนางคงไม่รอดแน่เพราะชายผู้นี้มีรูปร่างกำยำ หากเขาคิดจะทำร้ายร่างกายผู้หญิงตัวเล็กๆ น้องสาวนางก็คงแย่แน่ ชางไห่เลือกที่จะเดินจากชายคนนั้นไป แต่แล้วก็มีชายอีกคนเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่โศกเศร้า ใบหน้าของเขาเปื้อนน้ำตาอย่างเห็นได้ชัด เขาเดินโซเซเข้ามาพร้อมกับกลิ่นเหล้าโชยคลุ้งไปทั่ว
“ชางไห่ น้องสาวเ้ากำลังจะทิ้งข้าไปอยู่ที่อื่นอย่างนั้นหรือ ฮือฮือ”
“ท่านเป็ใคร ทำไมรู้จักข้ากับน้องสาวของข้า?”
“ข้าชื่อเซียงหลุน เป็ว่าที่น้องเขยของเ้า ข้ากับชิวสุ่ยเราเจอกันบ่อยครั้งที่โรงเก็บผักของเ้า เราสองคนรักกันและน้องเ้าก็รักข้ามาก แต่พ่อของเ้ากีดกันความรักระหว่างเราสอง ฮือฮือ ชางไห่ เ้าช่วยไปคุยกับพ่อเ้าหน่อยได้ไหมว่าอย่าให้ชิวสุ่ยจากข้าไปเลย ข้าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีนาง” เมื่อชางไห่ได้ยินสิ่งที่เซียงหลุนพูด นางก็นึกถึงวันที่นางโดนเฆี่ยนตีและถูกสั่งกักบริเวณขึ้นมาทันทีเพราะชายผู้นี้คือคนเดียวกันกับที่ชิวสุ่ยร่วมรักด้วยที่โรงเก็บผักแถมยังป้ายความผิดให้นางด้วยนั่นเอง...ถึงตอนนี้ชางไห่ยังรู้อีกว่าชิวสุ่ยโกหกเื่พ่อกีดกันความรักของพวกเขาอีกด้วย ชางไห่ไม่ตอบอะไรพร้อมกับเดินแยกตัวออกไปโดยไม่สนใจคำร้องขอของเซียงหลุนเลยและนี่ก็ไม่ใช่แค่คนสองคนที่เข้ามาร้องร้องนางเรื่อชิวสุ่ย ซึ่งเมื่อนางนับรวมคร่าวๆแล้ว ผู้ชายที่อ้างตัวว่าเข้ามาพัวพันกับชิวสุ่ยนั้นมีมากกว่ายี่สิบคนเสียอีก แต่ด้วยความที่ไม่อยากให้ผู้เป็พ่อต้องลำบากใจในเื่นี้ชางไห่จึงเลือกที่จะไม่เล่าเื่นี้ให้ใครฟังกระทั่งเช้าวันใหม่มาถึง ชิวสุ่ยขึ้นนั่งเกวียนที่เตรียมไว้ไปส่งนางพร้อมกับกล่าวอำลาพ่อแม่และชางไห่ที่ได้มาส่งนางด้วย
“เมื่อทุกอย่างสำเร็จลูกจะรีบกลับมานะเ้าค่ะ”
“ขอให้ลูกปลอดภัยและตั้งใจเรียนด้วยนะ”
“เ้าค่ะท่านพ่อ ข้าไปนะเ้าคะท่านแม่”
“ไปเถอะลูก แม่กับพ่ออยู่ทางนี้จะคอยฟังข่าวดี แม่หวังว่าการเดินทางครั้งนี้ เ้าจะละทิ้งมูลเน่าเพื่อไปเอาทองคำนะลูก”
“แน่นอนเ้าค่ะท่านแม่ ข้าไปนะเ้าคะ” ชิวสุ่ยไม่รอช้ารีบสั่งให้คนขับเกวียนออกไปทันที เหมยอิงกล่าวชื่นชมลูกสาวตนเองเพื่อที่จะทับถมชางไห่โดยที่ไม่นึกถึงเบื้องลึกเื้ัอันฉาวแวของลูกสาวนางเลย
“ชิวสุ่ยนี่ดีนะเ้าคะท่านพี่ ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ถ้านางเรียนจบต้องเป็หมอยาที่ดีแน่ๆเ้าค่ะ จะว่าไปนอกจากท่านพี่แล้ว ตระกูลเราก็ไม่มีใครได้เรียนสูงๆเลยนะเ้าคะ ส่วนมากก็อยู่แต่กับดินกับหญ้าน่ะเ้าค่ะ!!!” ชางไห่รู้สึกได้ว่าคำพูดของแม่เลี้ยงนั้นมันคือคำทับถมนางโดยตรง เพราะั้แ่เกิดมาชางไห่ก็ไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนชิวสุ่ยเลย วันๆก็เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในสวนผัก รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ยอยู่แบบนั้น หลายครั้งที่ชางไห่อยากจะพูดเื่นี้กับพ่อ แต่เธอก็ไม่อยากสร้างปัญหาให้พ่อเพิ่มเพราะนางเห็นว่าภาระที่มีก็มากพอแล้ว นางจึงได้แต่เงียบปากเอาไว้และก้มหน้าก้มตาทำในสิ่งที่นางจะช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้นั่นเอง
“ชางไห่ ชางไห่!!!”
“เ้าค่ะท่านพ่อ?”
“เป็อะไรหรือเปล่าลูก พ่อเห็นยืนเหม่ออยู่นานแล้ว”
“คงไม่ใช่ว่าเ้าอิจฉาชิวสุ่ย ลูกสาวของข้าหรอกนะ ฮึฮึ”เหมยอิงพูดจาเหน็บแนมชางไห่พร้อมกับเยาะเย้ยที่ชิวสุ่ยมีวาสนามากกว่าในขณะที่ชางไห่ยังย่ำอยู่ที่เดิม
“หุบปากของเ้าบ้างก็ได้นะเหมยอิง หากเ้าไม่พูดก็ไม่มีใครว่าเ้าเป็ใบ้หรอก ไม่ว่าจะเป็ชิวสุ่ยหรือชางไห่ ทั้งสองคนล้วนเป็ลูกสาวของข้า ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นวรรณะ เ้าเข้าใจไว้ด้วย!!! ป่ะช่างไห่...พาพ่อเข้าบ้าน พ่ออยากพักผ่อนแล้ว ไม่อยากเสียเวลาฟังเื่ไร้สาระ!!!”
“เ้าค่ะท่านพ่อ”
“ท่านพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงเ้าคะ ท่านพี่ ท่านพี่!!! คอยดูไปเถอะ ถ้าวันนั้นมาถึง ท่านจะไม่เหลือใครแน่ๆ!!!” ชางไห่พยุงเจียวเจี๋ยเข้าบ้าน ทิ้งให้เหมยอิงยืนโมโหเป็ไฟ บ่นพึมพำอยู่คนเดียว ณ ตอนนี้เท่ากับว่านางเหลือเพียงหนึ่งเดียวแล้ว นางรู้ดีว่าสวามีนางไม่เคยเข้าข้างนางมาั้แ่ต้น ทางเดียวที่จะหลุดพ้นได้คือ นางหวังว่าชิวสุ่ยจะจับท่านเ้าัได้อยู่หมัดและเมื่อถึงวันนั้น นางก็จะรีบทิ้งตาแก่ใกล้ตายคนนี้เพื่อไปเสวยสุขกับลูกสาวของนางทันที