ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 111 ใครกันแน่มังกร, ใครกันแน่มดปลวก

            ทั้งดาดฟ้าพลันตกลงสู่ความเงียบงันทันที

            เสียงแรกที่ระเบิดดังขึ้นนั้นดันเป็นเสียงพูดของหั่วเอ๋อร์ที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจสุดขีด

            “ไอ้บ้าเอ๊ย!! เจ้าหลินอี้น้อย เจ้าต้องตั้งใจทำแน่ๆ! เจ้าอยากให้ข้าโดนฟ้าผ่าตายมานานแล้วใช่ไหม!!”

            แต่คนอื่นๆ บนดาดฟ้ายังคงตกอยู่ในความประหลาดใจ

            ทะ... ทำแบบนั้นได้ด้วยหรือ?

            แค่นี้ ทำแค่นี้ก็หยุดสายฟ้าได้แล้วหรือ?

            จากนั้นผู้คนทั้งหมดก็เข้าไปรุมล้อมจ้องมองไปที่หั่วเอ๋อร์ทองคำสุดพิสดารที่กำลังนอนอยู่บนพื้นด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

            “เถ้าแก่หลาน...น....น...นี่...”เซวี่ยเทียนเกิดมาไม่เคยเห็นอุปกรณ์ที่สุดยอดขนาดนี้มาก่อนในชีวิตทำเอาเขาพูดติดอ่างขึ้นมาทันที

            ถ้าหากสามารถใช้เจ้าหั่วเอ๋อร์ทองคำนี่ข้ามผ่านทะเลอัสนีไปได้อย่างปลอดภัยตลอดทางละก็มันจะช่วยได้มากทีเดียว นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่สุดยอดสุดๆ เลย

            มันจะสามารถประหยัดพลังไปได้มากโขเลยทีเดียว!

            “หรือว่าสิ่งนี้คือผลงานชิ้นเอกของท่านเถ้าแก่หลานอย่างนั้นหรือ?นี่มันประสิทธิภาพยอดเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะ!!”

            ผู้คนกล่าวชื่นชมกันอย่างไม่ขาดปาก

            แต่ในขณะที่ผู้คนกำลังยืนมุงดูหั่วเอ๋อร์ทองคำอยู่นั่นเองด้านข้างก็มีเสียงถอนหายใจอย่างเย็นชาซึ่งไม่เข้ากับบรรยากาศโดยรอบเลยดังขึ้น

            “ของเล่นกิ๊กก๊อกพรรค์นี้มันจะสามารถทนได้สักแค่ไหนกันเชียว...ก็แค่ของหลอกเด็กเพียงเท่านั้น...”

            มู่หยงไป๋ยืนมองด้วยสายตาอันเย็นชาจากวงนอก

            ขยะพรรค์นี้นี่นะจะมาแทนที่เพลงดาบระดับเทพของมู่หยงไป๋คนนี้ได้?

            แต่ในวินาทีต่อมานั่นเองความจริงอันไร้ความเมตตาก็ปรากฏขึ้น

            หั่วเอ๋อร์ทองคำที่นอนนิ่งไปพักหนึ่งแล้วอยู่ๆ ก็ดีดตัวขึ้นมายืนอีกครั้ง อีกทั้งยังทำท่าจัดขนตัวเองเหมือนกับที่หั่วเอ๋อร์ตัวจริงชอบทำแบบไม่มีผิดเพี๊ยนพร้อมกับส่งเสียงร้องออกมาทีหนึ่ง

            เสียงร้องนั่นราวกับกำลังตอกกลับคำพูดของมู่หยงไป๋เมื่อครู่นี้อย่างไรอย่างนั้น....

            พวกบ้านนอก... ไม่เคยเห็นของดีแล้วยังกล้ามาวิจารณ์โง่ๆอีก!

            แกว๊กแกว๊ก

            หั่วเอ๋อร์ทองคำที่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วก็ขยับปีกของมันเพื่อบินกลับขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้งมันพร้อมที่จะรับสายฟ้าลูกต่อไปอยู่ตลอดเวลา

            “ฮ่าฮ่าฮ่า วิหคล่อฟ้าตัวนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีลับจาก ‘ผลึกเมฆาอัสนี’ นอกจากจะสามารถต้านทานสายฟ้าได้แล้วยังสามารถกักเก็บพลังไฟฟ้าเอาไว้เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานของตัวเองได้อีกด้วยเรียกได้ว่า ยิ่งโดนไฟฟ้าช็อตมากเท่าไร นอกจากจะไม่พังแล้วมันกลับยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ ฮ่าฮ่าฮ่า!”

            หลานไห่อธิบายให้ฟังพร้อมกับเสียงหัวเราะร่า

            วิหคล่อฟ้าตัวนี้ถึงแม้จะดูไม่ค่อยมีรสนิยมสักเท่าไรแต่สำหรับเขาแล้วมันคืออุปกรณ์ชนิดใหม่สุดพิสดารที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิตการที่มีโอกาสได้สร้างมันขึ้นมาด้วยน้ำมือตัวเองแบบนี้ ถือได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจขั้นสูงสุดของนักการช่างทุกคนเลยทีเดียว

            “โคตรสุดยอด!”

            “ท่านอาจารย์หลานสุดยอด!”

            “ยอมเลย ตั้งแต่เกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็นอุปกรณ์สุดวิเศษขนาดนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกัน!”

            ในฝูงชนตอนนี้เต็มไปด้วยคำพูดชื่นชมต่างๆมากมาย

            แต่ว่า น้ำเสียงไม่พอใจก็ดังขึ้นอีกครั้ง

            มู่หยงไป๋มองขึ้นไปบนฟ้าด้วยสีหน้าเย็นชาพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“ต่อให้มันทนสายฟ้าได้แต่อีกสักพักหนึ่งจำนวนของสายฟ้าจะแน่นหนามากขึ้นกว่านี้หลายเท่าลำพังแค่นกตัวเดียวมันจะพอให้เราทั้งหมดกลับไปพักผ่อนได้อย่างไรกัน เถ้าแก่หลานท่าน... อะไรน่ะ?”

            คราวนี้มู่หยงไป๋พูดไปได้แค่ครึ่งประโยคเท่านั้น

            ก็ถูกความจริงอันไร้เมตตาตบหน้าซ้ำเข้าให้เป็นรอบที่สอง

            หลานไห่โบกมืออีกครั้งก็มีหั่วเอ๋อร์ทองคำแบบเดียวกันบินออกมาจากแหวนของเขาจำนวนหลายสิบตัวดูคล้ายกับภูตน้อยกำลังร่ายรำอยู่ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองโบยบินวนรอบเป็นวงกลมอยู่บนฟ้าเหนือเรือฉลามทมิฬ

            “ว้าว สวยจังเลย!”

            ถึงแม้ในฝูงชนส่วนใหญ่จะเป็นชายสูงวัยเสียมากกว่าแต่ตอนนี้กลับมีเสียงชมเชยออกมาไม่ขาด

            เหล่าวิหคล่อฟ้าที่กำลังโบยบินอยู่พวกนั้นได้เปลี่ยนให้การล่องเรือในทะเลอัสนีที่แต่เดิมเต็มเปี่ยมไปด้วยภยันตรายมากมายกลายเป็นการล่องเรืออย่างสบายใจไร้ซึ่งความกังวลใดๆ แทน

            และตอนนั้นเองก็มีสายฟ้าลูกใหม่ฟาดผ่าลงมาจากบนท้องฟ้าอีกครั้งแต่ก็ถูกวิหคล่อฟ้าตัวหนึ่งต้านรับเอาไว้ได้อย่างง่ายดายเรือฉลามทมิฬตอนนี้แข็งแกร่งทนทานยิ่งภูเขาไท่ซานเสียอีก

            ฮ่าฮ่าฮ่า!

            โคตรสุดยอดเลย!!

            เสียงตะโกนชื่นชมพลันดังลั่นไปทั่วบริเวณดังยิ่งกว่าตอนชมมู่หยงไป๋หลายเท่า

            สาเหตุก็เพราะว่าตอนพวกเขาชมมู่หยงไป๋นั้นพวกเขาก็แค่ทำพอเป็นพิธีไปอย่างนั้น แต่ครั้งนี้พวกเขารู้สึกชื่นชมหลานไห่จากใจจริง

            แต่ในตอนที่ผู้คนกำลังสรรเสริญหลานไห่อยู่นั้นผู้อาวุโสท่านนี้ก็หัวเราะฮ่าฮ่าขึ้นพร้อมกับเฉลยความจริงให้ผู้คนได้รับรู้ว่า

            “ทุกท่านไม่ต้องกล่าวชมข้าหรอกเจ้าวิหคล่อฟ้านี่ ไม่ว่าจะการออกแบบหรือการเสริมความสามารถให้มัน ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของคุณชายหลินหยางเพียงคนเดียวตัวข้ามีหน้าที่แค่ผลิตออกมาในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น ถ้าจะขอบคุณพวกเราต้องไปขอบคุณคุณชายหลินด้วยกันสิถึงจะถูก!”

            ผู้คนต่างก็ตกตะลึงอีกครั้ง

            จากนั้นพวกเขาก็หันไปมองที่หลินหยางด้วยสายตาชื่นชมและนับถือเสียงสรรเสริญเยินยอและเสียงปรบมือดังขึ้นอย่างไร้ซึ่งความเกรงใจ

            เซวี่ยเทียนเองก็เดินไปหาหลินหยางพร้อมกับเสียงหัวเราะดังลั่นจากนั้นตบเข้าที่ไหล่ของหลินหยางอย่างแรง

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ที่แท้เจ้านกน้อยนั่นก็เป็นผลงานของพี่น้องหลินเองหรือนี่! ทำไมเจ้าไม่รีบบอกเล่า ทำเอาข้าตกอกตกใจหมดเลย! ฮ่าฮ่า!”

            พอเซวี่ยเทียนเปิดขึ้นมาอย่างนี้คนอื่นๆ ที่เหลือก็ออกปากชมหลินหยางกันไม่หยุด

            “แค่ของเล็กๆ น่ะ ไม่ใช่ของที่ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้นข้าไม่กล้าเอาออกมาอวดหรอก” หลินหยางแย้มยิ้มอ่อนๆ พร้อมกับหันไปผงกหัวให้ฝูงชน

            วิหคล่อฟ้าของหลินหยางนั้นมีศักยภาพมากพอที่จะสามารถเอาชนะยอดฝีมือทุกคนในการฝ่าด้านทะเลอัสนีแห่งนี้และแน่นอนว่ารวมถึงมู่หยงไป๋ด้วย

            แต่ดูกิริยาวาจาของเขาสิ

            มารยาทดี ทั้งยังนอบน้อมถ่อมตน

            พอเทียบกับท่าทางอวดดีและจองหองสุดขีดของมู่หยงไป๋หลังจากตัดสายฟ้าไปทีเดียวแล้วหลินหยางนั้นดูเป็นหนุ่มน้อยนิสัยดีสุดๆ ขึ้นมาเลย ความแตกต่างกันนั้นราวฟ้ากับเหวก็ไม่ปาน

            บนดาดฟ้าเรือตอนนี้แบ่งออกเป็นสองฝั่งทันที

            มู่หยงไป๋ที่ก่อนนี้กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนทั้งหมดนั้นตอนนี้พลันกลายเป็นหมาหัวเน่าที่แทบไม่เหลือใครเหลียวแลทันทีเหลือแต่เพียงพรรคพวกสิบกว่าคนที่มาจากลัทธิศักดิ์สิทธิ์เหมือนกันกับเขาเท่านั้นที่ยังยืนอยู่ข้างเขา

            มีหลายคนที่มองหน้ากันเองไปมาจากนั้นก็หันไปมองหลินหยางที่เป็นที่นิยมสุดๆ ในตอนนี้ในใจก็รู้สึกอึดอัดอย่างกับกำลังฝืนรับประทานอุจจาระอยู่ก็ไม่ปาน

            น่าอึดอัดเกินไปแล้ว...

            ถึงแม้ว่ามู่หยงไป๋จะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่บนใบหน้าของเขาเริ่มบูดบึ้งขึ้นมาแล้ว

            เขาจ้องเขม็งไปที่หลินหยางที่ยืนอยู่กลางฝูงชนอย่างไม่ละสายตา

            ซึ่งในจังหวะแบบนี้ ตามปกติแล้วหลินหยางควรจะหันกลับมามองเขาด้วยแววตาของผู้ชนะเพื่อซ้ำเติมอีกฝ่ายให้เจ็บใจยิ่งกว่าเดิม

            แต่หลินหยางกลับไม่ทำอย่างนั้น

            อีกฝ่ายกลับทำเหมือนมู่หยงไป๋ไม่มีตัวตนอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อยซึ่งการเมินเฉยแบบนั้นต่างหากที่เป็นการตอบโต้ที่เจ็บปวดที่สุด

            หลินหยางกำลังใช้ความจริงที่ชัดเจนมากที่สุดมาบอกกับมู่หยงไป๋ว่า

            เอาละ ดูซะสิ

            ใครกันแน่ที่เป็นมังกร?

            แล้วใครกันแน่ที่เป็น... มดปลวก??

            ..................................

            เรือฉลามทมิฬแล่นไปบนทะเลอัสนีได้อย่างราบรื่นโดยที่ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นเลยเป็นเวลากว่าสองชั่วโมง

            ผู้คนทั้งหลายต่างก็พูดคุยเฮฮากันอย่างครื้นเครงนับว่าเป็นการเดินทางผ่านทะเลอัสนีในแบบที่สบายที่สุดในประวัติการเลยก็ว่าได้

            ซึ่งหัวข้อที่ผู้คนพูดถึงกันย่อมต้องเป็นเรื่องของหลินหยางและ“วิหคอัสนี” สุดมหัศจรรย์นั่นอยู่แล้ว พวกเขาแทบจะยกยอคุณชายหลินผู้ลึกลับนั่นไปอยู่บนฟ้าแล้ว

            เพียงแต่ว่าในตอนที่ทัศนียภาพด้านหน้าของเรือฉลามทมิฬเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นพร้อมกับที่มวลหมู่เมฆสายฟ้าสี่ดำทั้งหลายค่อยๆหายไปแล้วนั้น เสียงพูดคุยของผู้คนก็ค่อยๆ เงียบลงมา

            นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาได้มาถึงอุปสรรคด่านที่สองแล้วซึ่งก็คือทะเลอสูร

            เหล่ายอดฝีมือต่างก็พากันเดินออกมาจากห้องโดยสารบนเรือแล้ว

            และเพราะผลงานของหลินหยางทำให้พวกเขาเหล่านี้มีเวลาในการพักผ่อนและสะสมพลังนานถึงสองชั่วโมงแต่คนที่เคยมาทะเลสาบเมฆาอัสนีตั้งแต่ครั้งก่อนๆ แล้วจะรู้กันว่า ทะเลสาบอัสนีเป็นแค่น้ำจิ้มไปเลยเมื่อเอามาเทียบกับทะเลอสูรตรงหน้านี้

            ตรงนี้ต่างหาก...ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสีย บาดเจ็บและล้มตายจากการเดินทางเข้าสู่ทะเลสาบเมฆาอัสนี

            ตอนที่หลินหยางเดินออกมานั้นสามารถมองเห็นผืนฟ้าตรงหน้าที่ถูกแบ่งเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งเป็นกลุ่มเมฆสีดำและอีกฝั่งเป็นท้องฟ้าสีน้ำเงินโดยทะเลอัสนีนั้นเป็นเหมือนเปลือกนอกของทะเลสาบฟ้าสมุทรที่โอบล้อมทัศนียภาพอันงดงามทั้งหมดเอาไว้ด้านใน

            แต่หลินหยางกลับสามารถสัมผัสได้ถึงภัยอันตรายบางอย่างที่ยากจะอธิบายได้กำลังแอบซ่อนอยู่ภายใต้ผืนฟ้าสีครามแห่งนี้

            และทันทีที่เรือฉลามทมิฬข้ามผ่านอาณาเขตทะเลสาบอัสนีมาแล้วกลับจอดนิ่งรออยู่กับที่ ไม่ได้รีบเร่งเดินหน้าต่อแต่อย่างใด

            “เราจอดตรงนี้ทำไม?”หลินหยางเดินเข้าไปถามหลานไห่ที่อยู่ใกล้ๆ

            “พวกเราต้องรอให้เรือของขุมอำนาจอื่นๆมาถึงก่อน พอมากันครบหมดแล้วค่อยออกเดินทางต่อถึงจะสามารถผ่านทะเลอสูรแห่งนี้ไปได้ง่ายขึ้น...”สีหน้าของหลานไห่ตอนนี้กลับมาดูเคร่งขรึมอีกครั้ง

            ถึงแม้ว่าหลายวันมานี้เถ้าแก่ผู้มากด้วยวัยวุฒิท่านนี้จะร่าเริงมากแค่ไหนก็ตามแต่เมื่อต้องมาเผชิญกับทะเลสาบอสูรตรงหน้านี้แล้วก็ยังต้องรู้สึกตึงเครียดจนยิ้มไม่ออก

            “สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในทะเลอสูรแห่งนี้มันน่าหวาดกลัวขนาดนั้นเลยจริงๆหรือ?” หลินหยางเคยได้ยินเรื่องของทะเลอสูรนี้มาจากหลานไห่แล้วอีกฝ่ายเล่าว่าทุกครั้งที่ต้องผ่านทะเลอสูรนั้นต้องเกิดการต่อสู้นองเลือดทุกครั้งไป

            “มันน่ากลัวมากจริงๆไม่ต่างอะไรกับภัยพิบัติเลยด้วยซ้ำ...”

            หลานไห่ที่นึกย้อนถึงภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งที่ผ่านมาก็ถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “จำนวนสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในมหาทะเลสาบแห่งดินแดนภาคใต้นี้เกรงว่าจะมีจำนวนที่ไม่น้อยไปกว่ามนุษย์ทั้งหมดในทวีปชี่อู่เลยและในพื้นที่บริเวณทะเลสาบเมฆาอัสนีแห่งนี้ยังเป็นจุดที่มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดมารวมตัวกันอีกด้วย...ครั้งก่อนที่บุกฝ่าตรงนี้ไป พวกเราสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับราชันขั้นสูงไปมากถึงสิบกว่าตัวแต่จำนวนยอดฝีมือระดับอวิ้นหลิงที่สูญเสียไปกลับมีจำนวนสูงกว่านั้นถึงสองเท่า...”

            สัตว์อสูรระดับราชันขั้นสูง เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งระดับเดียวกับยอดฝีมือระดับอวิ้นหลิงขั้นท้าย

            ซึ่งนั่นแทบจะเป็นระดับพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์บนทวีปชี่อู่แล้วและนั่นคือศัตรูกลุ่มแรกที่พวกของหลินหยางจะต้องปะทะด้วย

            แค่คิดก็น่าขนลุกแล้ว

            “คุณชายหลินของที่ท่านเคยพูดถึงเมื่อก่อนหน้านี้มันจะได้ผลจริงหรือ?” อยู่ๆหลานไห่ก็ถามคำถามขึ้น

            “ก็หวังว่าจะได้นะ...”

            น้ำเสียงของหลินหยางเองก็ดูตึงเครียดอยู่ไม่น้อย

            อันที่จริงเขาเองก็มีเตรียมของที่จะใช้ต่อกรกับอสูรทะเลอยู่เหมือนกันแต่นั้นก็เป็นของที่เตรียมจากการคาดเดาเท่านั้น ไม่สามารถรับประกันได้ว่ามันจะใช้ได้ผลจริง

            แต่ถ้าของนั้นมันใช้ได้ผลขึ้นมาจริงๆ ละก็มันจะช่วยให้กลุ่มของพวกเขาสบายขึ้นยิ่งกว่าตอนวิหคอัสนีอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

            แต่ถึงอย่างไรสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็ยังน่ากลัวกว่าสายฟ้าเมื่อครู่นี้หลายสิบเท่าอยู่ดี

            และในขณะที่ทั้งสองคนกำลังสนทนากันอยู่นั่นเองบนผืนน้ำบริเวณใกล้เคียงก็เกิดจุดดำขึ้นมาจุดหนึ่ง

            ”มาแล้ว! นั่นมันเรือของราชอาณาจักรเทียนฉาง!”

            บนเสาสังเกตการณ์มีเสียงตะโกนของโจรสลัดคนหนึ่งดังขึ้นทุกคนจึงหันไปมองดูตรงจุดดำที่อยู่ห่างออกไปนั่นซึ่งจุดดำนั่นค่อยเปลี่ยนเป็นเรือเดินสมุทรขนาดมหึมาที่เปล่งประกายแสงสีทองอร่ามจนแสบตา

            “บ้าเอ๊ยทำไมทุกครั้งที่ได้เห็นเรือของพวกราชอาณาจักรเทียนฉางแล้วต้องรู้สึกว่าตัวเองโคตรจนเลยวะนี่...”

            เหล่าโจรสลัดสายลมทมิฬทั้งหลายพากันส่งเสียงบ่นออกมาอย่างหัวเสีย

            หลินหยางเองก็ถูกแสงสีทองอร่ามนั่นดึงดูดสายตาเอาไว้เหมือนกันเขาเห็น เรือทองคำ ที่ใช้ทองคำจริงๆ ในการสร้างลำหนึ่งกำลังลอยอยู่!

            ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกราชอาณาจักรเทียนฉางนั่นใช้วิธีอะไรถึงสามารถสร้างเรือขนาดมหึมาขึ้นมาจากทองคำที่ทั้งหนักอึ้งทั้งอ่อนนุ่มได้แถมดูท่าทางเรือลำนั้นเองก็สามารถเดินทางผ่านทะเลอัสนีมาได้โดยไร้ซึ่งบาดแผลเลยเหมือนกันถึงแม้ว่าจะมาช้ากว่าพวกหลินหยาง แต่ก็ช้ากว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

            ไม่นานเรือทองคำลำนั้นก็แล่นมาอยู่ข้างเรือฉลามทมิฬตรงจุดนี้น่าจะเป็นจุดรวมพลของขุมอำนาจทั้งห้าฝ่าย

            เรือฉลามทมิฬของเซวี่ยเทียนนั้นพอเอาไปเปรียบเทียบกับเรือทองคำอันหรูหราอลังการนั่นแล้วมันไม่ต่างอะไรจากพวกขอทานตามถนนเลยสักนิด แค่อีกฝ่ายมาจอดอยู่ข้างๆ ก็ทำให้ทุกคนบนเรือต่างก็รู้สึกอับอายขึ้นมาได้แล้ว

    คล้ายกับเรื่องราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471