ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 152 วิธีการรับมือพวกเขา

            เมื่อเข้าใจกลไกการทำงานของโต๊ะพนันนั้นแล้วซูอี้โจวจึงสังเกตสิ่งอื่นๆ ภายในโรงพนันอย่างละเอียดก็พบว่าในบรรดาของจิปาถะบนโต๊ะกลับปราศจากร่องรอยแห่งกลอุบายหรือการบิดเบือนแม้เพียงน้อย

            อันที่จริงก็มิใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจเพราะสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นลูกเต๋า ต่อให้โรงพนันจะแอบทำอะไรไว้ลับๆก็ย่อมถูกนักพนันสับเปลี่ยนได้โดยง่าย

            ท้ายที่สุดขอแค่ลงมือให้เร็วกว่าใคร การจะหลีกเร้นจากสายตาผู้อื่นย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็น

            ทว่าการโกงลูกเต๋านั้นใช่ว่าจะสำเร็จเสมอไป

            เมื่อซูอี้โจวกลับมาถึงก็ใช้เวลาศึกษาอย่างละเอียด ทุ่มเทความคิดอย่างมากจึงได้ประดิษฐ์แหวนสวมนิ้วขึ้นมาวงหนึ่ง

            แหวนวงนี้ภายนอกดูเผินๆก็มิได้พิเศษอันใด ทว่าแท้จริงกลับซ่อนกลไกพิสดารเอาไว้ลวดลายทุกเส้นล้วนไม่ธรรมดา เมื่อสวมใส่อยู่บนนิ้ว เพียงหมุนเบาๆก็จะปรากฏกลไกเล็กๆ น้อยๆ

            ตราบใดที่สวมแหวนวงนี้ไว้บนนิ้วแล้วไปทอยลูกเต๋า แต้มที่ออกมาย่อมขึ้นอยู่กับผู้ทอย ต้องการแต้มใดก็ทอยได้แต้มนั้น นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง

            เมื่อฟังซูอี้โจวอธิบายวิธีการใช้แหวนวงนี้โดยคร่าวๆซูอี้หว่านถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงอยู่พักใหญ่ กว่าจะตั้งสติได้นางจึงยกนิ้วโป้งให้เขาด้วยความชื่นชม "พี่ชายฝีมือของท่านสุดยอดจริงๆ!"

            เมื่อเห็นน้องสาวมีท่าทีชื่นชมเช่นนั้นซูอี้โจวจึงเชิดคางขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเจือไปด้วยความภาคภูมิใจ"แน่นอนอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าพี่ชายคนนี้จะโอ้อวดแต่เรื่องนี้ถ้าข้าบอกว่าตัวเองเป็นที่สอง คงไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่ง"

            ซูอี้โจวมิได้กล่าวโอ้อวดเกินจริงกล่าวให้ถูกคือ ในชาติภพที่แล้วก่อนที่หายนะจะบังเกิดเขาได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องงานไม้ แกะสลัก และศาสตร์แห่งกลไกมาบ้างทว่าในเวลานั้นมันเป็นเพียงงานอดิเรกเท่านั้น

            ต่อมาเมื่อโลกถึงกาลวิบัติครอบครัวได้รับมิติ ทำให้ชีวิตมั่นคงขึ้นเขาจึงเริ่มศึกษาในเรื่องเหล่านี้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการค้นหาสิ่งของพวกเขาได้ตระเวนไปตามพิพิธภัณฑ์และหอสมุดต่างๆหนังสือเก่าและของโบราณที่อยู่ในมือจึงมีไม่น้อย

            สิ่งของเหล่านี้ในโลกยุคสมัยแห่งหายนะนั้นกินก็ไม่ได้ ดื่มก็ไม่ได้ คนทั่วไปรังเกียจว่าเปลืองพื้นที่เสียด้วยซ้ำจึงไม่มีผู้ใดแตะต้อง แต่ด้วยความที่ตระกูลซูมีมิติอยู่ในมือเมื่อพบเจอสิ่งของที่ถูกใจ ก็จะเก็บสะสมเอาไว้

            ในจำนวนนั้นก็มีตำราโบราณเกี่ยวกับกลไกหลายเล่ม

            เมื่อซูอี้โจวได้สิ่งของเหล่านี้มาก็ราวกับได้แก้วแหวนเงินทอง ยามว่าง เขาจะใช้เวลาไปกับการศึกษาหนังสือเหล่านั้นหลังจากผ่านพ้นยุควันสิ้นโลกมาหลายปี ฝีมือช่างไม้ของเขาก็ยิ่งก้าวหน้าถึงขั้นที่อาจกล่าวได้ว่าทักษะของเขาเหนือชั้นจนน่าทึ่ง

            เมื่อได้เห็นกลไกอันน่าทึ่งต่างๆของแหวนวงนี้ ซูอี้หว่านก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีก "หากมีแหวนวงนี้ละก็ พอเข้าไปในโรงพนันก็มิใช่ว่าทุกคนจะกลายเป็นเซียนพนันไปหมดหรือ?"

            เมื่อกล่าวจบซูอี้หว่านก็ชะงักไป จากนั้นก็มองซูอี้โจวด้วยความสงสัย"พี่ชาย ท่านคงมิได้คิดที่จะไปโรงพนันด้วยตนเองหรอกนะ?"

            ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะได้ผลดีแต่สถานที่อย่างโรงพนันคงมิได้ง่ายดาย มิหนำซ้ำการใช้กลโกงในโรงพนันของตระกูลหลงหากมิถูกจับได้ ตระกูลหลงก็คงไม่ยอมปล่อยไปโดยง่ายเป็นแน่

            ซูอี้หว่านไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปในโรงพนันแต่นางก็รู้ดีว่าในโลกสีเทานั้นมีกฎต้องห้ามหากใครหน้าไหนบังอาจโกยเงินรางวัลไปมากมาย จุดจบย่อมไม่สวย

            พวกตนไม่ได้เกรงกลัวการมีเรื่องกับตระกูลหลงอย่างไรเสียในตอนนี้กับตระกูลหลงแทบจะอยู่ในสถานะที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้แล้วเพียงแต่ซูอี้หว่านไม่อยากให้พี่ชายต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยุ่งยากเช่นนั้นด้วยตนเอง

            เห็นได้ชัดว่าซูอี้โจวก็มองออกถึงความกังวลของอีกฝ่ายจึงส่ายหน้ายิ้มๆ "เรื่องเช่นนี้เหตุใดต้องให้ข้าลงมือด้วยตนเองเล่า?"

            เขาได้วางแผนทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้วเพียงมอบแหวนวงนี้แก่นักพนันขาประจำสักคนของโรงพนันแล้วปล่อยให้คนผู้นั้นกอบโกยเงินทองในโรงพนันไปอย่างบ้าคลั่งก็พอ

            เมื่อถึงเวลานั้นตระกูลหลงคงมุ่งเป้าไปที่คนผู้นั้นส่วนตัวเขาก็จะไม่เปิดเผยตัวตนให้คนผู้นั้นล่วงรู้ทั้งยังไม่จำเป็นต้องพบเจอเขาด้วยตนเองดังนั้นจึงไม่มีความเป็นไปได้ที่จะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง

            สำหรับตระกูลหลงแล้วพวกเขาจะปักใจเชื่อว่าความบาดหมางนี้เชื่อมโยงมาถึงหรือไม่ซูอี้โจวไม่อาจล่วงรู้ได้ ถึงแม้จะเกิดความระแวงขึ้นจริง ก็ไร้ซึ่งหลักฐานยืนยัน

            ซูอี้หว่านก็คิดว่าแผนของพี่ชายใช้ได้จึงไม่ได้ยื่นมือเข้าไปแทรกแซง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของซูอี้โจวแต่เพียงผู้เดียว

            วันรุ่งขึ้นหลี่จ่างกุ่ยแห่งหอสุราประตูมังกรก็ได้ยินข่าวว่าซูอี้หว่านแอบไปจ้างวานผู้คนให้มาก่อเรื่องที่โรงสุราของตน

            เมื่อทราบข่าวจากผู้มาแจ้งว่าในบรรดาพวกนั้นไม่มีใครตอบรับ หลี่จ่างกุ่ยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกแล้วมอบเงินเป็นสินน้ำใจแก่ผู้ส่งข่าว รอจนอีกฝ่ายจากไปแล้วก็พลันรู้สึกกังวลขึ้นมาอีกครั้ง

            ภายนอกดูเหมือนจะไม่มีใครรับงานก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ทว่าเมื่อครู่คนผู้นั้นกล่าวว่าเงินรางวัลที่ซูอี้หว่านเสนอนั้นมิใช่น้อยบางทีอาจจะมีคนทนต่อสิ่งยั่วยวนนั้นมิได้ แอบรับงานไปแล้วก็เป็นได้

            ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่หลี่จ่างกุ่ยเป็นกังวลมิใช่เพียงเท่านี้

            หากซูอี้หว่านเพียงแต่เลียนแบบพวกเขาเรื่องราวก็มิได้ยุ่งยากอะไรนัก แต่สิ่งที่กลัวก็คือนางจะคิดแผนการที่ทำให้ผู้คนรับมือไม่ทันออกมา

            หลี่จ่างกุ่ยนั้นผ่านโลกมามากมายมองปราดเดียวก็รู้ว่าคนตระกูลซูทั้งสามคนนั้นมิใช่คนธรรมดา

            เมื่อกังวลว่าเรื่องราวนี้จะมีแผนการร้ายอะไรซ่อนอยู่หลี่จ่างกุ่ยจึงกระวนกระวายใจเป็นอย่างยิ่ง

            คิดแล้วคิดอีกก็ไม่อาจคิดหาวิธีที่ดีได้ทำได้เพียงสั่งให้ลูกจ้างในโรงสุราทุกคนตั้งใจทำงานให้ดีคอยระมัดระวังลูกค้าที่มาทานอาหาร โดยเฉพาะลูกค้าที่ไม่คุ้นหน้า หากทำได้จงคอยจับตาดู

            เพียงแต่วิธีการเช่นนี้นับว่าเป็นวิธีที่โง่เขลาที่สุดไม่ต้องกล่าวถึงว่าเหล่าลูกจ้างจะสามารถจับตาดูได้ทั่วถึงหรือไม่เพราะหากลูกค้าที่ต้องการห้องส่วนตัวแจ้งว่าไม่ต้องการให้ลูกจ้างคอยดูแลอยู่ข้างกายเด็กในร้านก็คงทำได้เพียงปล่อยเลยตามเลย

            เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีใครสามารถจับตาดูลูกค้าในห้องส่วนตัวได้

            สิ่งนี้ทำให้หลี่จ่างกุ่ยร้อนใจเป็นอย่างยิ่งแทบจะทันทีที่เห็นลูกค้าต้องการห้องส่วนตัว ก็จะรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา

            หากเป็นลูกค้าประจำของโรงสุราก็ดีไปแต่ลูกค้าที่แต่งกายคล้ายพ่อค้าจากต่างเมืองเหล่านั้น เขาก็อดมิได้ที่จะเป็นกังวลว่าพวกเขาจะเป็นคนที่ตระกูลซูส่งมาหรือไม่

            ในช่วงสองวันที่ผ่านมานี้หลี่จ่างกุ่ยจึงเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง

            เขาเองก็รู้สึกว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้คงไม่ใช่ทางออกหลังจากครุ่นคิดอยู่นาน จึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า จากนี้ไปหากไม่ใช่ลูกค้าขาประจำของโรงสุราประตูมังกร จะไม่มีสิทธิ์ใช้ห้องส่วนตัว

            เห็นได้ชัดว่าการห้ามปรามอย่างชัดเจนย่อมทำให้ลูกค้าขุ่นเคืองใจเขาจึงกำชับกับเหล่าลูกน้องว่าหากมีแขกแปลกหน้าประสงค์จะใช้ห้องส่วนตัวก็ให้แจ้งไปว่าห้องส่วนตัวเต็มหมดแล้ว ไม่มีที่ว่างเหลืออยู่

            ในช่วงเริ่มต้นลูกค้าอาจจะไม่พอใจบ้าง แต่ก็จะไม่ตำหนิลูกจ้างแต่ในไม่ช้าก็มีลูกค้าตาดีสังเกตเห็นว่า ขณะที่ตนเองเอ่ยขอห้องรับรองกลับได้รับการปฏิเสธว่าห้องเต็ม ทว่าผู้ที่มาถึงทีหลัง กลับถูกนำทางขึ้นไปด้านบน

            นี่มันเรื่องอะไรกัน?

            เห็นได้ชัดว่ามีห้องส่วนตัวแต่เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มาเยือนที่นี่ จึงไม่เปิดให้ใช้

            นี่มันจงใจรังแกกันชัดๆไม่ใช่หรือ!

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508