(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 68 มื้อค่ำ

    ตอนที่ 68 มื้อค่ำ



    “เจ้ายังอยากจะกินอีกเหรอ? นี้พวกเราสั่งกันมา 2 หม้อแล้วนะ” คาห์นร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่า แมท ที่ใบหน้าของชายหนุ่มในตอนนี้มี น้ำหูน้ำตาไหลออกมาจนเปียกปอนทั่วใบหน้า ยังคิดจะสั่งสุกี้เพิ่มอีก 1 หม้อ

    “ข้ายังอยากกินมันอีก จริงๆ นะ” ตอนนี้แมทไม่เหลือคราบ คุณชายที่เคยหยิ่งทะนงอีกต่อไปแล้ว



    แม้ใบหน้าและสภาพของแมทในตอนนี้ จะเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเนื่องด้วยผลของการกินเผ็ดเข้าไปในปริมาณมาก แต่ทั่วทั้งใบหน้าของเขา กลับดูมีความสุขเป็นอย่างมาก


    “ถ้าเจ้าอยากจะกินอีกก็สั่งเพิ่มเถอะ แต่ตัวข้าคงพอแล้ว...ข้าไม่อาจทนเห็นนักผจญภัยคนอื่นๆ ยืนทนหิวนานแบบนั้นได้” น้ำเสียงของคาห์นดูค่อนข้างจริงจัง

    พร้อมกันนี้สายตาของคาห์นะและแมทจ้องมองไปยังกลุ่มลูกค้าอีกหลายสิบคนที่กำลังรอโต๊ะอยู่ที่ด้านนอกของร้าน



    ก่อนที่ชายวัยกลางและแมท จะตัดสินใจ ป่นระคนตัดใจ ลุกยืนขึ้น พลางลูบท้องที่อิ่มแน่นของตัวเอง พร้อมกับเดินไปจ่ายค่าอาหารกับคุณยายเฮลีย์ที่ตอนนี้ หญิงชรายุ่งวุ่นวายจนหัวหมุนอยู่ไม่น้อย



    “ท่านคาห์นกินอิ่มแล้วเหรอจ๊ะ สุกี้วันนี้อร่อยถูกปากหรือเปล่า ท่านแมทล่ะ พอจะกินได้หรือเปล่า?”


    ระหว่างที่คุณยายเฮลีย์กำลังนับเงินที่คาห์นหยิบยื่นจ่ายมา เธอก็อาศัยช่วงเวลานี้ ถามถึงรสชาติของอาหารเพื่อเป็นการพูดคุยกับลูกค้าคนสนิทอย่างคาห์น


    “ฝีมือการทำอาหารของไลท์นี้ไม่ธรรมดาเลย แม้แต่รสชาติของสุกี้ในวันนี้ก็ยังอร่อยเหมือนกับเมื่อวาน ไม่สิ ต้องบอกว่าอร่อยมากกว่าเมื่อวานถึงจะถูก โดยเฉพาะเนื้อหมูในวันนี้ มันมีความนุ่มมากกว่าวันก่อนอยู่พอสมควร” คาห์นตอบไปตามความจริง วันนี้หมูสไลด์ที่ต้มอยู่ในชามสุกี้ มันมีรสชาติที่ดีกว่าเนื้อไก่และเนื้ออยู่มากทีเดียว



    “ข้าก็คิดแบบเดียวกัน แม้ตัวข้าจะชอบกินเนื้อมากกว่าเนื้อหมู แต่ก็ต้องยอมรับว่าเนื้อหมูในวันนี้มันอร่อย จนข้าแทบลืมถึงเนื้อที่ชอบไปเลย” แมทไม่ได้มีประสบการณ์การกินสุกี้มาก่อนเหมือนกับคาห์น


    ทำให้แมทไม่มีข้อเปรียบเทียบที่เหมือนกับคาห์น แต่กระนั้นถ้าให้บอกว่าสุกี้ที่พึ่งจะเคยกินเป็นครั้งแรก ว่าตัวของแมทนั้นชอบอะไรมากที่สุด

    แมทก็คงจะเลือกเนื้อหมูมาเป็นอันดับต้นๆ และพวกผักต่างๆ เป็นลำดับที่รองลงมา

    “ทั้งสองคนชอบเนื้อหมูกับผักสินะครับ?!” ระหว่างที่คาห์นและแมทกำลังรอรับเงินทอน



    จู่ๆ ไลท์ที่วันนี้รับบทหนักที่สุด ก็พลันเดินออกมาจากห้องครัว พร้อมกับถือถาดสุกี้จำนวน 2 ชามใหญ่ๆ มาส่งให้กับคุณยายเฮลีย์เพื่อนำไปเสิร์ฟ



    “ท่านไลท์?!”


    คาห์นและแมทต่างก็ตกใจ เมื่อเห็นไลท์ที่นอกจากจะเป็นพ่อครัวหลักแล้ว ตัวชายหนุ่มก็ยังต้องรับหน้าที่นำอาหารออกมาเสิร์ฟให้กับลูกค้าอีกต่างหาก

    “อ้อ ตอนนี้ในครัวกำลังยุ่งกันมากๆ คุณตาเกลแทบจะปลีกตัวออกจากเตาไม่ได้เลย ผมเห็นว่าคุณยายยังไม่เข้ามารับเอาอาหารไปเสิร์ฟสักที เลยถือโอกาสนี้ออกมาสูดอากาศบ้างสักหน่อยนะครับ” ไลท์พอจะรับรู้ถึงความตกใจที่คาห์นและแมท ร้องเรียกตนเมื่อครู่อยู่บ้าง



    จึงได้อธิบายสภาพภายในครัวให้กับทั้งสองได้รับรู้คร่าวๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นคาห์นและแมท ที่เคยเข้ามาช่วยยกของเข้าร้านให้เมื่อตอนกลางวัน จึงถือโอกาสนี้มองเข้าไปในครัว



    ก่อนจะพบว่า คุณตาเกลที่ทั้งสองต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้กำลังรับผิดชอบหม้อตรงหน้าที่ภายในหม้อมีหน้าซุปกระดูกหมูที่ไลท์ได้ต้มไว้เป็นน้ำสต๊อก กำลังเดือดพวยพุ่งขึ้นมาเป็นสาย โดยมีเจ้าโปริ่งที่คราวนี้ยืนเกาะอยู่บนไหล่ของคุณตาเกล กำลังกระโดดเด้งไปมา เพื่อเร่งให้คุณตาหันมาดูหม้ออีกใบที่ตอนนี้ก็เริ่มเดือดแล้วเหมือนกัน



    ส่วนทางด้านเอลล่าและแอล สองพี่น้องที่มีสีผมอันสุดแสนประหลาด ส่วนหนึ่งมีผมสีดำ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นสีเงิน กำลังแบ่งหน้าที่กัน โดยเอลล่ารับหน้าที่หั่นเนื้อสัตว์ ส่วนแอลผู้เป็นน้องชาย กำลังหั่นผักใบเขียวต่างๆ อย่างตั้งอกตั้งใจ ซึ่งแม้ว่ารูปร่างของการหั่นจะออกมาไม่สวยงามและเท่ากันแบบเป๊ะๆ เท่ากับที่ไลท์ได้หั่นให้ดู



    แต่สำหรับการจับมีดทำครัวในวันแรกของสองพี่น้อง ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวแล้ว



    “ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ” ไลท์หัวเราะแห้งๆ เพราะถ้าจะบอกว่าเขาคือคนที่ทำงานหนักมากที่สุดในร้านก็คงจะไม่ผิดนัก

    ไลท์ต้องทำทุกอย่าง รับหน้าที่ปรุงรสสุกี้ทุกหม้อด้วยมือของตัวเอง โดยไม่มีหยุดพัก แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ในโลกก่อน ไลท์ ก็เคยผ่านมาหมดแล้วทั้งนั้น



    ความวุ่นวายในครัวคือสิ่งที่ไลท์คุ้นชินเป็นอย่างดี หากแต่ถ้าร้านเงียบจนเกินไปนี้สิ คือสิ่งที่ไลท์ไม่คุ้นชินเลยสักนิด



    “ขอโทษด้วยนะไลท์ ที่ต้องให้เธอลำบากยกออกมาเสิร์ฟ...พอดียายมัวแต่จัดลำดับคิวของลูกค้าด้านนอกร้านนานไปหน่อย”

    คุณยายเฮลีย์รีบขอโทษ ก่อนจะรีบนำสุกี้ที่ไลท์ได้ยกมาให้ ออกไปเสิร์ฟ



    ด้วยท่าทาง งึกงักๆ ไม่ช้าและก็ไม่เร็ว ตามประสาของผู้สูงอายุที่การเดินเหินเริ่มโรยราไปบ้างนั่นเอง



    “เอาไปเสิร์ฟโต๊ะไหนครับ เดี๋ยวผมไปเสิร์ฟให้เอง” คาห์นเสนอตัวที่จะเข้าไปช่วยคุณยายเฮลีย์ที่ดูแล้ว หญิงชราเริ่มจะเหนื่อยมากแล้ว พลางขันอาสาเป็นเด็กเสิร์ฟให้กับร้านอาหารสามเวลาหนึ่งวัน

    “ท่านไลท์ มีอะไรให้ผมช่วยอีกไหมครับ” เมื่อแมทได้เห็นการกระทำของคาห์นที่อาสาช่วยคุณยายเฮลีย์เสิร์ฟอาหาร ตัวของแมทที่อยากจะทำตัวดีๆ กับไลท์ บวกกับอยากจะลบล้างพฤติกรรมแย่ๆ ที่ตนเองเคยแสดงออกมาในตอนเช้า



    ชายหนุ่มจึงถือโอกาสนี้ เสนอตัวเพื่อทำประโยชน์ให้กับไลท์บ้างเช่นเดียวกัน



    “แน่ใจเหรอว่าอยากจะช่วยงานจริงๆ?” ถึงไลท์จะพึ่งเคยเจอกับแมทเป็นครั้งแรก แต่ก็พอจะรู้ว่าพฤติกรรมและนิสัยเดิมของแมทนั้นเป็นมายังไง



    การที่แมทเปลี่ยนนิสัยของตัวเองจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้ แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ดีและไลท์เองก็ชอบที่แมทยอมเปลี่ยนตัวเองอยู่บ้าง

    เพียงแต่ว่า...ถ้าพฤติกรรมที่แสดงออกมาในทางบวกของแมท มันเป็นการกระทำที่ฝืนใจและแสร้งเปลี่ยนตัวเอง แบบนั้นสู้อย่าฝืนเลยจะดีกว่า


    “. . .”


    แมทเมื่อได้ยินคำถามของไลท์ ก็พลันนิ่งไปชั่วขณะ



    ในสายตาของแมท ไลท์ดูเป็นคนลึกลับจนเกินกว่าที่ตนเองจะเข้าใจ จนในใจตอนนี้บังเกิดความกลัวและความเคารพไปพร้อมๆ กัน


    “ผมไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่องหรือตั้งใจจะผิดอะไรคุณ...แต่งานในร้านอาหาร มันเป็นงานบริการที่บางครั้งมันอาจจะทำให้ตัวคุณรู้สึกไม่ดีได้ ผมเลยไม่อยากทำให้คุณแมทลำบากใจ” สิ่งที่ไลท์พูดออกมา คือความเป็นห่วงที่มีต่อแมท



    งานบริการในร้านอาหาร มองดูเผินๆ อาจเป็นงานที่ใครๆ ก็ทำกันได้ ทว่า...ความจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น ในสายตาของไลท์มันคืองานที่ยากกว่าให้เขาทำอาหารในห้องครัวเสียอีก

    เพราะงานบริการคืองานที่ต้องคอยเอาใจใส่ลูกค้า ดูแลลูกค้าตั้งแต่วินาทีแรกจวบจนส่งลูกค้ากลับออกจากร้าน

    และบางครั้ง แม้จะบริการได้ดีมากสักแค่ไหน แต่ถ้าเราเผลอทำผิดพลาดไปเพียงแค่เล็กน้อยทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ความพึงพอใจของลูกค้า ก็อาจจะกลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เช่นเดียวกัน



    ฉะนั้นไลท์จึงค่อนข้างเป็นห่วงว่า แมท อาจจะทำหน้าที่นี่ไม่ได้ และผลสุดท้ายทั้งร้านอาหารรวมถึงตัวแมท ก็อาจจะได้รับผลเสียมากกว่าผลดีนั่นเอง



    “ผมคงทำไม่ได้อย่างที่ท่านไลท์ว่าไว้จริงๆ แต่ถ้าให้ดูแลคิวหน้าร้าน ผมเชื่อว่าผมทำได้อย่างแน่นอน!” เมื่อคิดภาพว่าตัวเอง ต้องคอยนำอาหารไปเสิร์ฟให้กับนักผจญภัยคนอื่นๆ แมทก็รู้สึกไม่ชอบใจแล้ว


    ดังนั้น แมทที่รู้ตัวว่าตัวเองไม่มีจิตใจที่ชอบให้บริการ จึงขอเปลี่ยนแปลงหน้าที่กับคุณยายที่ต้องคอยดูแลทั้งในและนอกร้าน เป็นการทดแทน



    “ถ้าอย่างนั้น ผมขอฝากหน้าร้านไว้นี้กับคุณก็แล้วกัน และถ้าเป็นไปได้อย่าให้มันต้องถึงขั้นลงมือลงไม้กันเลยนะครับ” ไลท์พูดจบก็จากไป พร้อมๆ กับเสียงตะโกนของแมทที่ได้สวมวิญญาณเป็นคนเฝ้าประตูให้กับร้านอาหารสามเวลา แทนที่เสียงอันไพเราะและนิ่มนวลของคุณยายเฮลีย์เป็นการชั่วคราว



    ในเมื่อหญิงชราพูดไพเราะแล้วไม่ชอบ งั้นนักผจญภัยที่กำลังหิวโหยทั้งหลาย...ก็เจอกับไม้แข็งจากแมทสักหน่อยก็แล้วกัน!



    “คุณลูกค้าคนนั้นนะ! ช่วยรบกวนอย่าส่งเสียงดัง กดดันคนในร้านด้วยครับ” นี้สิถึงจะเป็นงานที่แมทพอจะทำได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ

    แมทนั้นถือว่าเป็นคนมีหน้ามีตาในหมู่บ้านดาราฉายอยู่มากพอสมควร แม้ระดับความแข็งแกร่งทางพลังเวท อาจไม่ได้สูงเทียบเท่ากับคาห์น แต่ถ้าบารมีและอำนาจภายในละแวกนี้ แมทนั้นเหนือกว่าคาห์นอยู่หลายขุม



    ‘นั้น ท่านแมท ไม่ใช่เหรอ? พวกแกเงียบเสียงกันเร็วเข้า!’

    ‘ท่านแมท ที่เป็นลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านดาราฉายนะเหรอ? เขามาทำอะไรที่ร้านอาหารแห่งนี้’

    ‘จะอะไรก็ช่างเถอะ ฉันไม่อยากมีเรื่องกับไอ้หมอนี้เด็ดขาด’

    เหล่านักผจญภัยไม่มีใครที่ไม่รู้จัก แมท อีกทั้งยังรู้ถึงนิสัยและพฤติกรรมที่ร้ายกาจของแมทกันเป็นอย่างดี

    แต่ที่ทำให้พวกเขาไม่เข้าใจมากที่สุด เห็นจะเป็น การที่คุณหนูอย่างแมท มายืนปักหลักเป็นคนดูแลร้านอาหารเก่าๆ โทรมๆ แห่งนี้ต่างหาก



    “ลำดับที่ 42 อยู่ไหนครับ...โปรดมาเตรียมตัวที่หน้าร้านภายใน 5 นาที หากไม่มาตามที่เรียก ขออนุญาตข้ามลำดับนะครับ” หลังจากแมทได้เรียนรู้งานจากคุณยายเฮลีย์ที่สอนถึงการจัดคิวเพียงไม่นาน

    แมทก็ดูจะทำความเข้าใจกับบทเรียนนี้ได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งการจัดคิวที่กำลังทำอยู่นี้ ก็เป็นไลท์อีกนั่นแหละที่เป็นคนสอนคุณยายเฮลีย์มาในก่อนหน้านี้นั่นเอง



    “ท่านคาห์น เก็บโต๊ะเสร็จหรือยัง...ผมจะส่งลูกค้าลำดับที่ 42 เข้าไปแล้วนะ” แมทเอ่ยถามกับคาห์นที่ตอนนี้ อีกฝ่ายรับหน้าที่จัดการงาน



    ภายในร้านรวมกับคุณยายเฮลีย์ โดยที่แมทได้ใช้พลังเวทของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเวทน้ำและเวทลม

    ในการช่วยจัดการกับโต๊ะที่สกปรก “สายน้ำจงสถิต...สายลมจงพัดผ่าน”



    ซู่...ฟิ้ว!

    หยดน้ำสายหนึ่ง ค่อยไหลออกมาจากฝ่ามือของคาห์น พร้อมกันนั่นเอง คาห์นที่มีพละกำลังเหนือล้ำ ก็จัดการเช็ดโต๊ะที่เปรอะเปื้อนด้วยสองแขนอันทรงพลัง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการใช้เวทสายลม เป่าโต๊ะให้แห้งในชั่วพริบตา


    “ส่งเข้ามาได้เลย โต๊ะเก็บเสร็จเรียบร้อยแล้ว” คาห์นปัดมือเล็กน้อย เสมือนทั้งหมดเป็นเรื่องง่ายๆ พลางหันไปมองไลท์ที่ชะโงกหน้ามองมาจากห้องครัว พร้อมกับยกนิ้วโป้งเพื่อบ่งบอกถึงความยอดเยี่ยม แมทและคาห์น



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ



    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน