ณ กระท่อมบนยอดหุบเขาหมื่นพิษ
ด้านในกระท่อมมีบุรุษผมสีเงินสว่างตานั่งดื่มชาโมลี่อย่างสบายอารมณ์เพื่อรอการมาของสองศิษย์เอกของตนและด้านตรงข้ามก็มีชายชราท่าทางแข็งแกร่งและดูมีอำนาจน่าเกรงขามแต่ก็ยังแสดงความเคารพนอบน้อมแก่ชายผู้มีผมสีเงินอยู่หลายส่วน
"ท่านเจ้าสำนัก....นี่ก็ครบสามเดือนตามกำหนดแล้วทำไมลูกศิษย์ของท่านยังมิมาถึงเสียทีขอรับ..."
"อีกไม่ช้าพวกเขาก็คงจะถึงแล้วหล่ะผู้อาวุโสอี้..."ชายชราที่ถูกเรียกว่าผู้อาวุโสอี้หรืออี้เหลียนเป็นผู้อาวุโสของสำนักจันทราโลหิตผู้นึงที่ดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสพิธีการได้แต่พยักหน้ารับอย่างอดทนรอ
อี้เหลียนเป็นหนึ่งในคนที่หานลู่ไว้วางใจและที่มานั่งดื่มชาที่นี่เพราะต้องการพบสองศิษย์เอกของเจ้าสำนักเพื่ออธิบายขั้นตอนพิธีการต่างๆให้แก่ทั้งสองอย่างละเอียด และที่จริงแล้วสาเหตุที่อยู่ที่นี่ก็เพื่อต้องการที่จะตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของทั้งสองก่อนว่าจะเหมาะสมและสมควรที่จะเข้าทำพิธีหรือไม่นั่นเอง
เพราะการเข้ารับตำแหน่งศิษย์เอกอย่างสมบูรณ์ต้องผ่านการทดสอบความอดทนซะก่อนแต่ความจริงมันคงไม่จำเป็นเพราะทั้งสองผ่านการสืบทอดวิชาต้องห้ามมาแล้วคงผ่านอะไรมามากมาย แต่ที่มาแค่ไม่ให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์เพียงเท่านั้น และอี้เหลียนก็อยากรู้ว่าบุคคลแบบใดกันถึงมีความพิเศษถึงขนาดที่เจ้าสำนักยอมมอบตำราต้องห้ามให้และอีกคนที่จะได้รับตำแหน่งว่าที่เจ้าสำนักจันทราโลหิตคนต่อไปด้วยเพราะพวกเขาภายในสำนักไม่เคยเห็นทั้งสองปรากฏตัวที่สำนักมาก่อนเลยสักครั้งจึงจำเป็นต้องตรวจสอบทั้งสองเสียก่อน....
ตอนแรกที่ทุกคนในสำนักรู้เรื่องก็มีผู้อาวุโสในสำนักบางส่วนที่ไม่ยอมรับรวมถึงศิษย์หลักที่มีความโดดเด่นต่างก็พากันไม่พอใจ เพราะใครๆต่างก็พากันคาดหวังในสองสิ่งนี้กันทั้งนั้นถึงแม้พวกเขาจะเร้นกายจากการเเย้งชิงของคนในยุทธภพแต่พวกเขาก็หลีกหนีการแย่งชิงภายในสำนักไม่ได้เหมือนเดิม
เพียงไม่ถึงหนึ่งเค่อด้านหน้ากระท่อมก็ปรากฏหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีที่บัดนี้กลับมาเงียบขรึมอีกครั้งผิดจากภาพลักษณ์ก่อนที่จะมาถึง ณ ที่แห่งนี้ บุคคลภายในกระท่อมก็รับรู้ถึงการมาของทั้งสองเช่นกันจึงเดินออกมายังด้านนอกทันทีที่สัมผัสถึงบุคคลมาใหม่
สิ่งที่อี้เหลียนพบเป็นสิ่งเเรกหลังจากออกมาด้านนอกคือหนึ่งบุรุษที่ดูเย็นชาแผ่รัศมีความน่าเกรงขามและความสูงส่ง อีกหนึ่งสตรีที่เย็นชาไม่แพ้กันแต่ก็มีความสูงส่งดั่งนางพญาแม้จะยืนนิ่งๆอีกทั้งทั้งสองยังมีหลายส่วนที่คล้ายคลึงกัน ทำให้เวลาทั้งคู่ยืนเคียงข้างกันแล้วมันช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก ไม่เพียงเท่านั้นทั้งสองยังแผ่กลิ่นอายความแข็งแกร่งและที่สำคัญอี้เหลียนไม่สามารถรับรู้ถึงระดับลมปราณของทั้งสองได้!
"ศิษย์คารวะท่านอาจารย์ ท่านผู้อาวุโส...."ทั้งสองยังคงความเงียบขรึมและความเย็นชาเอาไว้แม้จะเอ่ยทำความเคารพก็ยังใช้เสียงที่เรียบนิ่งแต่ก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความเคารพแก่ทั้งสองตรงหน้า
ที่ทั้งสองต้อวทำตัวเช่นนี้ก็เพราะพวกเขาทั้งสองรู้ว่าผู้อาวุโสตรงหน้าคือใครและมาทำไม การที่ทำเช่นนี้เพราะต้องการให้บุคคลที่มาที่นี่รู้ว่าพวกเขาทั้งสองไม่สามารถให้ใครข่มได้หรืออีกเหตุผลก็คือแสดงให้คนตรงหน้ารู้ว่าอาจารย์ของตนไม่ได้ใช้ตาตุ่มเลือกพวกเขามาแน่นอน!
"อืม....พวกเจ้ามาถึงเหนื่อยๆไปพักก่อนไปและอีกหนึ่งชั่วยามมาพบอาจารย์ที่นี่และอาจารย์จะให้ผู้อาวุโสอี้เหลียนอธิบายขั้นตอนการเข้าพิธีแก่พวกเจ้าเพราะมันมีบางขั้นตอนที่อาจถึงชีวิตได้แต่อาจารย์ว่าคงเป็นทางสำนักมากกว่าที่จะต้องลำบากและสิ้นเปลือง...หึหึ.."อ่า....ข้าเสียดายของเหล่านั้นจริงๆ คนพวกนั้นคงไม่รู้สินะว่ามีตัวตะกะอยู่ด้วย นางคงสร้างความบันเทิงให้แก่พวกตาแก่นั่นได้มากแน่นอน หึหึหึ....
"หมายความว่าอย่างไรรึขอรับท่านอาจารย์? และอีกอย่างให้ท่านผู้อาวุโสอี้อธิบายมาได้เลยขอรับพวกข้าหาได้เหนื่อยอันใด ฟังเสร็จแล้วค่อยไปพักก็ไม่สายขอรับ..."หลงเทียนกล่าวด้วยความสงสัยและบอกความต้องการไป
"ถ้าเช่นนั้นผู้อาวุโสอี้ข้าฝากด้วยก็แล้วกัน"หานลู่กล่าวจบก็กลับไปนั่งดื่มชาต่อ
"ขอรับ"
จากนั้นอี้เหลียนก็อธิบายขั้นตอนพิธีการต่างๆให้ทั้งสองฟังมันไม่ได้มีอะไรยุ่งยากมากมายเท่าใดนัก แต่มันมีปัญหาตรงที่ขั้นตอนสุดท้ายคือพวกเขาทั้งสองต้องลงไปแช่ในบ่อพิษและทำการดูดซับเอาพิษในบ่อนั้นให้ได้มากกว่าแปดส่วนสิบเพราะเป็นศิษย์เอกของเจ้าสำนักหรือศิษย์สืบทอด ส่วนศิษย์คนอื่นๆหรือทั่วไปเพียงแค่ดูดซับได้สองส่วนสิบก็ถือว่าผ่านแล้วและถ้าเป็นศิษย์สายหลักก็ดูดซับให้ได้สี่ส่วนสิบและถ้าเป็นศิษย์สืบทอดของผู้อาวุโสต้องดูดซับให้ได้หกส่วนสิบและถ้ามีคนอยากได้ตำแหน่งว่าที่ศิษย์สืบทอดของเจ้าสำนักต้องสามารถดูดซับพิษในบ่อมรณะของสำนักให้ได้แปดส่วนสิบ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดทำได้แม้แต่คนเดียว ส่วนผู้คนที่ทนฝืนตนเองล้วนไปเยือนปรโลกไม่ก็พิการไปแล้วเพราะถูกพิษทำลายเส้นประสาทนั่นเองด้วยร่างกายไม่อาจจะทนรับพิษเหล่านั้นได้
"พวกเจ้าทั้งสองเข้าใจทุกอย่างแล้วใช่หรือไม่?"
"ขอรับ/เจ้าค่ะ"
"อีกอย่างเมื่อพวกเจ้าทั้งสองลงแช่ในบ่อมรณะแล้วหากลงไปแล้วคิดว่าไม่ไหวก็ให้ถอนตัวออกมาซะเพราะมีคนที่ต้องสังเวยชีวิตหรือสูญเสียอนาคตกับมันมาแล้วเพราะความโลภแม้จะไม่ผ่านในครั้งนี้ครั้งหน้าก็ยังมี แม้ข้าจะรู้ว่าพวกเจ้าผ่านการฝึกวิชาต้องห้ามมาแล้วแต่ข้าก็ไม่มั่นใจเท่าใดนักและไม่แน่อาจมีผู้ไม่หวังดีเพิ่มอะไรลงไปบ้างก็ไม่รู้ในสำนักใช่ว่าจะไม่มีคนโลภแม้ทางเราจะป้องกันไว้ดีแล้วก็ตามแต่คนเราความอิจฉาริษยาทำได้ทุกอย่างข้าเตือนด้วยความหวังดีและไม่อยากสูญเสียผู้เยาว์ที่มีความสามารถเช่นพวกเจ้าทั้งคู่...."
"ขอรับ/เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจแล้ว"
"อืม ดี! และอีกอย่างเรื่องที่พวกเจ้าได้สำเร็จวิชาต้องห้ามมีเพียงผู้อาวุโสของสี่ตระกลูเท่านั้นที่รู้คือตระกูลอี้ ฟาง จางและโม่เท่านั้น และพวกเจ้าห้ามบอกผู้ใดเด็ดขาดมันอาจจะนำภัยมาสู่เจ้า เพราะทุกคนในสำนักยังคิดเพียงว่าเป็นตำนานเท่านั้น"
"ขอรับ/เจ้าค่ะ"
"พวกเจ้าหนิเป็นภูเขาน้ำแข็งกันหรืออย่างไร เย็นชายิ่งนักเอาเถอะไปพักผ่อนเสียยามอุ้ย(13.00-14.59น.)ก็จะได้เวลาเข้าพิธีแล้วเหลืออีกหนึ่งชั่วยามพวกเจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมด้วยหล่ะและชุดของพวกเจ้าอยู่ในที่พักเรียบร้อยแล้ว"
"ขอรับ/เจ้าค่ะ"จากนั้นทั้งสองก็จากไปเหลือทิ้งไว้แต่เพียงอี้เหลียนที่ยังยืนมองอยู่ตรงนั้นก่อนจะเดินเข้าไปด้านในกระท่อมของเจ้าสำนัก
"เป็นอย่างไรบ้าง......"คำถามที่ถามลอยๆของหานลู่ถึงกับทำให้อี้เหลียนถอนหายใจ
"เฮ้อ.....ข้าอยากรู้จริงๆว่าภูเขาน้ำเเข็งสองลูกนี้ท่านไปได้มาจากที่ใดกันเย็นชายิ่งนัก?"
"แคว้นหยาง......"
"หือ...อย่างบอกนะว่าชายหนุ่มผู้นั้นคืออ๋องปีศาจที่เปรียบดั่งมัจจุราชในเงามืดของราชวงศ์หยางเพราะข้าได้ยินว่าชินอ๋องแคว้นหยางเป็นผู้ฝึกวิชาต้องห้ามข่าวลือเป็นจริงรึนี่ แล้วสตรีนางนั้นคือผู้ใดหรือขอรับ?"
"หือ....มีข่าวรั่วไหลรึนี่...อือ...จะว่าไปข้าก็เคยได้ยินมาบ้างแต่คนที่หาข่าวได้นี่คงไม่พ้นหนอนตัวอ้วนในราชวงศ์สินะ....ช่างเถอะแต่ข้าจะเตือนเจ้าก่อนอย่างหนึ่งเกี่ยวกับปีศาจน้อยอย่าได้คิดอยากรู้ว่านางเป็นใครหากนางไม่ต้องการบอกถ้าไม่อยากให้ปีศาจตัวน้อยๆของข้าพิโรธ...หึ...และข้าก็หวังว่าตาแก่ในสำนักจะไม่ไปแย่สิ่งที่ไม่ควรแย่ อ๋องปีศาจหน้าตายยังไม่น่ากลัวเท่าปีศาจน้อยหรอกนะเจ้ารู้หรือไม่อี้เหลียน....หึหึ"คิดถึงตรงนี้หานลู่ก็อดที่จะหวั่นไม่ได้ยิ่งคิดยิ่งขนลุก ข่าวที่เขาได้ยินมาคือเพียงนางโมโห กองทัพแคว้นต้านับหมื่นก็กลายเป็นเพียงเถ่าถ่านในพริบตา หากนางมามีโทสะในสำนักของตนเพราะพวกไม่รู้จักประมาณตนละก็สำนักเขาคงเหลือเพียงแต่ชื่อเสียแล้วกระมังครานี้....เฮ้อ...ยิ่งคิดยิ่งกลุ้ม...เฮ้อ....
"เอ่อ....ท่านเจ้าสำนักท่านเป็นอันใดหรือไม่ขอรับ ทำไมอยู่ๆท่านถึงหน้าซีดและถอนหายใจยาวๆเยี่ยงนั้นขอรับ"
"เปล่าๆหาได้มีอันใดไม่ เพียงแค่คิดอะไรนิดหน่อย"ขนาดเรื่องนิดหน่อยยังทำให้ท่านหน้าซีดเช่นนี้คงไม่ใช่เรื่องนิดหน่อยแน่ๆ ทั้งๆที่กำลังพูดถึงศิษย์ตัวเองแท้ๆแล้วมาทำสีหน้าเช่นนี้จะให้เขาคิดเช่นไรได้ นางน่ากลัวถึงเพียงนั้นเชียวรึแต่อี้เหลียนก็ได้แต่คิดเพียงในใจเท่านั้น แต่ดูเหมือนหานลู่จะอ่านสีหน้าออกจึงพูดลอยๆออกมา
"กองทัพแคว้นต้าที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยก็เป็นฝีมือนาง...."กล่าวจบก็นั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ไม่สนใจว่าสิ่งที่ตัวเองกล่าวออกไปเลยว่าคนฟังจะรู้สึกเช่นไร
"....!!!!!!" อี้เหลียนไม่ได้พูดอะไรเพียงจมอยู่กับความคิดของตัวเอง
ถึงแม้พวกเขาจะตัดขาดจากภายนอกแต่เรื่องนี้ต่างเป็นที่กล่าวขวัญเพราะต่างก็มีคนมากมายอยากรู้ว่าเป็นฝีมือของใคร ทั่วยุทธภพต่างออกตามหาคนที่ทำแต่ไม่มีใครรู้แม้จะไปสืบความที่แคว้นหยางก็บอกว่าเป็นฝีมือของชินอ๋องแต่ก็ยังไม่มีใครปักใจเชื่อ
ด้วยเพราะทุกคนในระดับสูงต่างรู้ดีว่าเพลิงที่ทำการแผดเผานั้นเป็นเพลิงที่บริสุทธิ์และมาจากเพลิงของสัตว์ในตำนานอย่างหงส์เพลิงอมตะเท่านั้น และพวกเขาก็เห็นอยู่ว่าชินอ๋องแคว้นหยางทรงมีสัตว์อสูรในพันธะสัญญาเป็นพยัคฆ์ขาวหาใช่หงส์เพลิงไม่ ที่แท้ก็เป็นนางเองรึนี่ที่ได้ไปครอบครองไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดาจริงๆ.....
เวลาเดินไปเรื่อยๆจนร่วงเลยมาถึงยามอุ้ยก็ได้ถึงเวลาที่ต้องไปยังที่ตั้งของสำนักจันทราโลหิตแล้ว ด้วยตอนนี้ทุกคนก็พร้อมแล้วจึงเดินทางด้วยเจ้าลูลู่หรือเหยี่ยวเมฆาของไป๋หานลู่
ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อทั้งสี่ก็มาถึงยังที่ตั้งของสำนักจันทราโลหิตและได้เข้ามาถึงยังลานทำพิธี ทุกคนในสำนักต่างก็สวมชุดแต่งกายด้วยสีดำขลิบแดงเสื้อคุมสีดำมีรวดลายจันทร์เสี้ยวสีแดงเลือดด้านหลังและหน้าอกซ้ายทุกคนจึงทำให้ไป๋หานลู่ หลงเทียนและชิงเซียนที่เดินเข้ามาดูโดดเด่นเป็นอย่างมากเพราะทั้งสามต่างสวมชุดสีแดงโลหิตขลิบดำเสื้อคุมสีแดงโลหิตมีหมวกคุมหัวรวดลายด้านหลังและอกซ้ายก็เหมือนกับทุกคนในสำนักเพียงด้ายที่ปักเป็นสีทอง ส่วนอี้เหลียนแยกตัวไปตั้งแต่มาถึงที่สำนักแล้ว
เมื่อทั้งสามมาถึงยังที่นั่งก็ถอดหมวกที่คุมศรีษะอยู่ออกเผยให้เห็นผมสีเงินอันเป็นเอกลักษณ์และใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยหน้ากากครึ่งหน้าสีดำลวดลายอสรพิษแปดเศียรสัญลักษณ์ประจำตัวของเจ้าสำนัก
แม้ทั้งสามจะปิดปังใบหน้าแต่มันก็ไม่ได้บดบังความหล่อเหลาและงดงามปรานเทพเซียนนั้นได้เลย นั้นทำให้หลายๆคนมองอย่างหลงไหลและอิจฉาไปพร้อมๆกัน
"คารวะท่านเจ้าสำนัก!!"
"ไม่ต้องมากพิธี! นี่ก็ได้เวลาอันสมควรแล้ว...เริ่มพีธีรับศิษย์สืบทอดได้!"