ร้านน้ำชาจ้าวยุทธจักร

    ศัตรู (3)

     

              เสียงน้ำหยดลงพื้นดังสะท้อนก้องไปทั้งทางเดินที่สร้างด้วยศิลาแกร่งบรรยากาศภายในทางเดินแคบๆ นี้ทั้งเย็นและชื้น กลิ่นอับอันเป็นเอกลักษณ์ของห้องใต้ดินอัดแน่นอยู่ในอากาศทำให้รู้สึกไม่สบายตัวทุกครั้งยามที่สูดลมหายใจเข้าไปเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งเดินไปตามทางเดินอันมืดมิดอย่างคล่องแคล่วราวกับสามารถมองเห็นในความมืดได้ร่างอรชรในอาภรณ์สีเข้มเดินฝ่าความมืดไปอย่างมั่นใจ จนในที่สุดก็มาหยุดยืนอยู่ที่ปลายสุดของทางเดินซึ่งเป็นทางตัน

              แขนเรียวยื่นออกไปเบื้องหน้าและแตะปลายนิ้วลงบนหินก้อนหนึ่งบนกำแพง ประจุแสงสีเขียวอ่อนสว่างวาบขึ้นในความมืดพลันกำแพงที่ทึบตันก็สั่นไหวและแหวกออกเป็นช่องขนาดพอดีตัวคนผู้หนึ่งเจ้าของพลังปราณสีเขียวสดใสก้าวเข้าไปในห้องเบื้องหลังกำแพงนั้นดวงตาคู่งามหลุบลงต่ำ พร้อมกับศีรษะที่ก้มลงเล็กน้อย ท่าทางสำรวมเป็นอย่างยิ่งและคล้ายกับกำลังรู้สึกผิดด้วยเช่นกัน

              ร่างในอาภรณ์สีเข้มคุกเข่าลงกับพื้นหินเย็นเฉียบเข่าของนางแตะพื้นในเวลาเดียวกันกับที่หินก้อนสุดท้ายเคลื่อนกลับเข้าที่ประตูได้หายไปแล้ว และสถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็นห้องปิดตายดังเดิม

              “บ่าวขออภัยที่ทำงานล้มเหลว นายท่านโปรดลงโทษบ่าวด้วยเจ้าค่ะ”

              สตรีในชุดสีเข้มทาบสองมือลงบนพื้นหินแผ่นหลังค้อมต่ำลงจนหน้าผากเนียนจรดกับพื้น กลิ่นตะไคร่ฉุนเสียดแทงเข้าไปในรูจมูกของนางแต่โฉมงามก็หาได้ใส่ใจไม่สิ่งที่นางหวาดกลัวเป็นที่สุดก็คือการถูกตัดสินว่า “ไร้ประโยชน์” โดยนายท่านของนาง

              “เจ้าบาดเจ็บ?”

              น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยระดับเสียงที่ไม่ดังไม่เบาเกินไปนักสีหน้าของโฉมงามดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางยังคงหมอบกราบอยู่กับพื้น ทว่าสายตาก็อดไม่ได้ที่จะมองฝ่าความมืดไปยังแขนข้างขวาของตนแม้แขนข้างนั้นจะซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อและยังมีผ้าพันแผลพันไว้อย่างแน่นหนาแต่หญิงสาวก็รู้สึกคล้ายกับว่านางสามารถมองเห็นบาดแผลนั้นได้อย่างชัดเจน

              แผลที่เกิดจากความอัปยศเช่นนั้นนางจะลืมได้อย่างไร

              โฉมงามสะกดความเคียดแค้นให้ดับมอดลงและตอบคำถามของนายท่านก่อนที่เขาจะมีโทสะขึ้นมา

              “เจ้าค่ะ ครานั้นศัตรูมีวรยุทธ์สูงส่งอีกทั้งยังใช้วิชาประหลาดข้าน้อยจวนตัวยิ่งนักจึงจำต้องเฉือนเนื้อตัวเองเพื่อเอาตัวรอดกลับมาเจ้าค่ะ”

              “วิชาประหลาด?”

              ผู้เป็นนายดูจะให้ความสนใจกับวิชายุทธ์ที่ทำให้คนของตนต้องตกที่นั่งลำบากมากกว่าสิ่งอื่น

              ฝ่ายข้ารับใช้สาวผู้จงรักภักดีก็รีบบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบุรุษลึกลับผู้นั้นโดยละเอียดทั้งระดับพลังเท่าที่นางสามารถสังเกตเห็นได้ ทั้งวิชาที่แปลกประหลาดและรูปร่างลักษณะของชายผู้นั้น

              หลังจากบอกเล่ารายละเอียดอยู่นาน “นายท่าน”ก็หมดคำที่จะซักถาม เขาไม่ตำหนิอะไรที่นางทำงานล้มเหลวและยังบอกให้ระงับแผนการลอบสังหารบุตรชายสกุลมู่ผู้นั้นเอาไว้ก่อน จนกว่า “เงา”ของท่านจะสืบข้อมูลของชายลึกลับผู้นั้นได้มากพอที่จะเตรียมแผนรับมือได้

              การจัดการกับแม่ทัพหนุ่มไร้น้ำยาผู้นั้นมิใช่เรื่องใหญ่เพียงแต่ต้องลอบกระทำอย่างลับๆ เท่านั้นทว่ากับผู้ที่มีฝีมือทางยุทธ์สูงถึงขนาดสามารถต่อกรกับผู้มีพลังปราณสีเหลืองหลายคนได้ในคราเดียวนั้นหากไม่วางแผนอย่างรัดกุม ก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะสูญเสียมากเช่นในครั้งนี้

              “ช่วงนี้เจ้าอยู่เฉยๆ รักษาตัวให้หายก็พอ”

              กล่าวแล้วพลังปราณสีน้ำเงินอมม่วงสายหนึ่งก็พุ่งตรงไปยังประตูกลการกระทำเช่นนั้นถือเป็นการไล่ หญิงสาวค้อมกายคารวะอีกคราจากนั้นก็ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

    คล้ายกับเรื่องร้านน้ำชาจ้าวยุทธจักร ที่คุณอ่าน