เทือกเขาไร้กระดูก อันตรายรอบด้าน!
เสียงคำรามของสัตว์ร้ายน่าขนลุกดังมาจากส่วนลึกของพงไพรที่มืดมิดไม่หยุดหย่อนในเวลานี้ ฉู่เหินกำลังสะกดรอยตามเหล่าโจร มุ่งหน้าสู่ส่วนลึกของป่า
สำหรับคนธรรมดาทั่วไปแล้ว นี่เป็นเรื่องที่บ้ายิ่งนัก
ระดับพลังลมปราณเปิดชีพจรขั้นเก้ากลับกล้าทำเรื่องเช่นนี้มีฉู่เหินนี่แหละเป็นคนแรก
แน่นอนว่าฉู่เหินก็ไม่ได้อวดดีอย่างน้อยเขาก็พอรับรองได้ว่าหากศัตรูพบเข้ายังถอนตัวกลับมาได้ฉู่เหินยังมั่นใจในส่วนนี้อยู่
ในเมื่อเขาอยู่ที่เทือกเขาไร้กระดูกมาจะครึ่งเดือนแล้ว จึงพอจะเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบนอกอยู่บ้าง
หากเห็นท่าไม่ดี ฉู่เหินก็พร้อมหนีทุกเวลา
“อุ๊ก!”
“กรร!”
...
ยิ่งดิ่งลึกเข้าไปในเทือกเขาไร้กระดูกเท่าใด อากาศธาตุก็ยิ่งอวลกลิ่นอันตรายเข้มข้นขึ้นเท่านั้น
กลุ่มโจรที่มีชายฉกรรจ์หัวโล้น ชายหน้าบาก และชายร่างเตี้ยแคระเป็นผู้นำต่างก็ตื่นตัวเต็มที่คอยเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวโดยรอบอยู่ทุกเวลา
พวกเขาไม่ได้เพิ่งมาเทือกเขาไร้กระดูกเป็นคราแรก
พวกเขาเคยฆ่าคนชิงทรัพย์ที่นี่ช่วงชิงเขาแก่นสัตว์ที่ผู้อื่นรวบรวมได้บ่อยครั้ง
จึงเข้าใจลักษณะเด่นของภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมของเทือกเขาไร้กระดูกเป็นอย่างดีที่ใดอันตราย? ที่ใดไปไม่ได้? รู้จนเหมือนรู้จักมือตนเองอย่างไรอย่างนั้น
ด้วยเหตุนั้น พวกเขาจึงแสวงหาสิ่งต่างๆ ในเทือกเขาได้ง่ายกว่าคนธรรมดามากนัก
“ลูกพี่ พวกเราเข้าอาณาเขตเกินพันเมตรรอบนอกเทือกเขาแล้วขืนยังมุ่งหน้าไปอีก เราจะเจอกับสัตว์ปีศาจที่ตึงมือเข้าแล้วนะ...”
ชายหน้าบากเปรย
ชายเตี้ยแคระเองก็เสริมทัพ “ลูกพี่ทำไมไม่เห็นหนองน้ำที่โกมลผลึกกุหลาบโลหิตเติบโตอยู่เลยเล่า? แหล่งข่าวเชื่อถือได้หรือ?”
“เฮ้ย!” ชายหัวโล้นหัวเราะเยาะ“ข่าวนี้มาจากเจ้าเฒ่า ‘วานรไพร’ นั่นเชียวนะ เจ้าว่าน่าเชื่อถือไหมเล่า?”
ลูกน้องเลิกคิ้วขึ้น ใบหน้าวางใจลง
“ในเมื่อตาเฒ่าวานรไพรว่ามาก็คงไม่ผิดแน่ ลูกพี่ท่านซื้อข่าวจากมันไปเท่าไรกันนั่น?”
“ฮะๆ ชีวิตหนึ่ง!”
“ชีวิตหนึ่ง?”
“ถูกต้องแล้ว เอาชีวิตเจ้าเฒ่าวานรไพรมานั่นแหละชีวิตหนึ่งพอถามข่าวจากปากมันมาได้แล้ว พ่อก็หักคอมันทิ้งเสีย ฮะๆของอย่างโกมลผลึกกุหลาบโลหิตนี่ คนรู้น้อยเท่าไรยิ่งดี”
ชายหัวโล้นดวงตาเรืองแสงอันโหดเหี้ยมอำมหิต
ลูกน้องหน้าเปลี่ยนสี เสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
...
เวลาผ่านไป!
ต้นไม้สูงเทียมฟ้าสองข้างทางถูกทิ้งไว้เบื้องหลังไม่เว้นช่วงยิ่งเข้าป่าลึกขึ้นเท่าใดก็ยิ่งมืดมิดขึ้นเท่านั้น ร่มไม้รกครึ้ม กิ่งใบหนาบดบังแสงอาทิตย์ไม่ให้สาดส่องลงมา
อากาศชื้นเสียจนเหมือนติดกลิ่นอายดินเข้าไปด้วย
ไม่นานนัก ขบวนของชายหัวโล้นก็มาถึงเขตระยะพันห้าร้อยเมตร
“เจอหนองน้ำที่เจ้าเฒ่าวานรไพรนั่นบอกแล้ว...” ชายหัวโล้นตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิดเขาชะลอฝีเท้าลง
ชายหน้าบากและชายเตี้ยแคระ เป็นต้น ต่างก็ชะลอฝีเท้าลงเช่นกัน
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือเขตหนองน้ำแห่งหนึ่งพื้นดินมีน้ำใสกระจ่างพอเห็นได้เหยียบย่ำบนพื้นย่อมจะเกิดเป็นรอยเท้าลึกกว่าสิบเซนติเมตร
“ดูนั่น โกมลผลึกกุหลาบโลหิตอยู่นั่น...”โจรตาดีผู้หนึ่งโพล่งออกมาด้วยความดีใจ
ใจทุกดวงตื่นเต้นไปตามกัน เห็นเพียงแผ่นดินชื้นแฉะเบื้องหน้ามีเขตที่ดินสีดำสนิทอยู่ใจกลางของเขตนั้นปรากฏพืชชนิดหนึ่งเขียวชุ่มกลางพืชสีเขียวยังมีดอกบัวสีสันจัดจ้านดุจโลหิตเหมือนผีสางล่องลอยในรัตติกาลเปิดเผยความงามอันเร้นลับอย่างหนึ่ง
“โกมลผลึกกุหลาบโลหิตจริงๆ ด้วย เจ้าเฒ่าวานรไพรนั่นไม่ได้พูดโกหกจริงๆ”
ชายเตี้ยแคระตาลุกวาว
รูปลักษณ์ภายนอกของโกมลผลึกกุหลาบโลหิตนั้นคล้ายคลึงกันกับดอกบัวทั่วไปแต่สีสันของมันกลับจัดจ้านดั่งสีเลือด กลีบดอกยิ่งงดงามสว่างไสวดุจผลึกน้ำสีแดงหากมองจากที่ไกลๆ รัศมีแสงสีแดงพันรอบกลีบดอกด้านนอก แต่ละเส้นละสายดูราวหมอกควันเย้ายวนยั่วใจ...
“ฮ่าๆ รวยแล้วโว้ย!”
“หินผลึกหยวนขั้นสูงสามสิบก้อน! สบายไปอีกยาวล่ะเรา”
...
เพียงได้เห็นโกมลผลึกกุหลาบโลหิตพวกเขาก็ไม่อาจระงับอารมณ์ที่ล้นเอ่ออยู่ภายในใจได้ ไม่ต่างจากขอทานที่หิวโหยยามเห็นอาหารเลิศรสเต็มโต๊ะ
“ฮะๆ ลูกพี่ ข้าไปเด็ดมันมาล่ะนะ” ชายหน้าบากยิ้มยิงฟัน
“อย่าใจร้อน”
ชายฉกรรจ์หัวโล้นขัดขวางเขาไว้ เอ่ยเสียงต่ำ “หากได้มาง่ายดายเช่นนี้เจ้าเฒ่าวานรไพรนั่นคงเอาไปนานแล้ว ไยต้องมาขายข่าวแลกเปลี่ยนด้วย?”
คำเดียวปลุกทุกคนให้ตื่นจากฝัน!
เหล่าโจรเข้าใจในบัดดล
ชายหัวโล้นเหล่มองชายร่างเตี้ยแคระข้างกาย รายหลังยิ้มร้าย “แฮะๆเข้าใจแล้ว!”
ว่าจบ ชายร่างแคระก็หยิบเอาลูกเหล็กขนาดเท่าตามังกรสองลูกออกมาจากแขนเสื้อยกมือสะบัดออก ลูกเหล็กบินออกไปเร็วรี่ มุ่งตรงเข้าสู่พุ่มไม้หลังเขตหนองน้ำ
ตู้ม!
สิ้นเสียงกัมปนาทเลือนลั่น พลังระเบิดรุนแรงก็ระเบิดพุ่มไม้นั้น
ลมโบกพัดแรงกล้า เศษโคลนสาดกระเซ็น
โกมลผลึกกุหลาบโลหิตสั่นไหวไม่หยุดนิ่ง
“อ้วนสาม อย่าได้ทำลายโกมลผลึกกุหลาบโลหิตเสียล่ะ”ชายหน้าบากกำชับอย่างเคร่งเครียด
“แฮะๆ ข้าโง่ขนาดนั้นเสียเมื่อไหร่ ไม่ได้เพิ่งเคยใช้ลูกอสนีบาตครั้งแรกด้วยข้ารู้ดีน่า”
พูดไม่ทันขาดคำ กลิ่นอายมืดเย็นเยือกแข็งก็รุกล้ำเข้ามา
กี๊ซ
เสียงร้องประหลาดชวนเสียวสันหลังแว่วมา สัตว์ประหลาดหลากสีสันค่อยๆปีนป่ายออกมาจากป่าทุบด้านหลังที่พุ่มไม้นั้นถูกเผาไหม้
“ฮึ ข้ารู้อยู่แล้วว่าเดรัจฉานเยี่ยงแกต้องซ่อนอยู่ข้างหลัง”ชายหัวโล้นเหยียดยิ้มได้ใจ
ที่ใดมีพืชหญ้าวิเศษเติบโต ที่นั้นย่อมเป็นที่อาศัยของสัตว์ปีศาจ
โดยเฉพาะเขตป่าลึกพันห้าร้อยเมตรนี้ที่ย่อมต้องไม่เงียบสงบเหมือนเช่นที่เห็นภายนอกแน่นอน
เหตุที่วานรไพรรู้ว่ามีโกมลผลึกกุหลาบโลหิตอยู่ที่นี่ต้องเป็นเพราะมีสัตว์ปีศาจบางพวกอยู่ตรงนี้แน่คนผู้นั้นถึงไม่อาจนำของล้ำค่านี้กลับไปได้ และสิ่งที่ผู้อื่นประสบมาก่อนย่อมจะกลายเป็นบทเรียนให้ผู้มาทีหลังอย่างพวกชายหัวโล้นไปโดยปริยาย
กี๊ซ
แมงมุมยักษ์ตัวนี้มีสีสันและลวดลาย แค่ลำตัวก็กว้างห้าเมตรรวมกับขาแมงมุมที่เล็กและยาวแล้วก็ปาเข้าไปสิบกว่าเมตรทีเดียว
มันหันหัวอันเหี้ยมเกรียมมาทางผู้คน น่ากลัวและน่าขยะแขยงปากแหลมคมดูราวกับดอกไม้กินคน ฟันเหมือนมีดตัดน่าขนลุกขนพอง
“มหาปีศาจขั้นสี่ แมงมุมยักษ์ห้าพิษ...” ชายหัวโล้นว่าเสียงเฉยเมยต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายเช่นนี้แต่เขากลับไม่แตกตื่นอันใดเลย
ตาทั้งแปดที่หัวแมงมุมยักษ์ห้าพิษจ้องมองเหล่าคนเบื้องหน้าอย่างเยือกเย็นราวกับคำเตือน
กี๊ซ
“ฮะๆ เหมือนไอ้เดรัจฉานนี่จะยังโกรธอยู่นะ!”ชายหัวโล้นเผยยิ้มเหี้ยม จากนั้นจึงเปลี่ยนเรื่อง ตะโกนเฉียบขาด “ตามกฎเดิม ไป!”
“ขอรับ!”
เหล่าโจรตอบรับพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย กระจายตัวอย่างรวดเร็วล้อมมันเป็นใบพัด
ผ่าง
พลันนั้น พวกเขาหยิบโซ่ตรวนเหล็กออกมาคนละเส้นปลายของโซ่เหล็กนั้นมีคมทิ่มแทงอันแหลมคมอยู่ด้วย เพียงพริบตาพวกโจรก็ขว้างโซ่เหล็กในมือออกไปพร้อมกัน
ฟิ้วๆ!
พวกเขาปฏิบัติการรวดเร็วยิ่งนักโซ่เหล็กแปดเส้นเหมือนสะพานข้ามแม่น้ำโผบินออกไปมีดทิ่มแทงคมกริบเหลือใดเปรียบแทงเข้าไปในหลังท้องของแมงมุมยักษ์ห้าพิษ
กี๊ซ
แมงมุมยักษ์ห้าพิษกรีดร้องโหยหวนและโกรธเกรี้ยวอ้าปากราวกับมีดตัดพ่นพิษสีเขียวมรกตออกมา
“ตรึงโซ่ให้แน่นไว้ อย่าให้โดนน้ำพิษเดรัจฉานนี่พ่นใส่ได้”ชายหัวโล้นบัญชาการ
โซ่เหล็กในมือพวกเขายาวราวสิบกว่าเมตร ทั้งยังเคลื่อนไหวเป็นตำแหน่งอย่างมีกฎเกณฑ์ตรึงแมงมุมยักษ์ห้าพิษไว้ในเขตที่แน่นอน จำกัดการเคลื่อนไหวของมัน
แมงมุมยักษ์ห้าพิษจะขยับตัวคราใดตะขอที่ทิ่มตรงท้องก็จะฉีกกระชากเลือดเนื้อมันให้รวดร้าวถึงขีดสุด
เมื่อถูกจำกัดการเคลื่อนไหวแมงมุมยักษ์ห้าพิษจึงมีแต่ต้องพ่นพิษออกมาไม่หยุดเท่านั้นน้ำพิษสีเขียวตกต้องต้นหญ้าต้นใด มันจะเหี่ยวเฉาตาย
...
ฉู่เหินผู้เร้นกายในมุม มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสงบ อดหรี่ตาลงไม่ได้
คนกลุ่มนี้แม้จะเป็นโจรแต่ก็ฝึกฝนมาอย่างดีประสานงานกันได้พร้อมเพรียงลงตัวยิ่ง
น่ากลัวว่าทหารตามกฎของที่ต่างๆ ในเมืองหลวงอาจทำไม่ได้ดีเท่าคนเหล่านี้ทั้งยังชี้ชัดได้อีกว่าเหล่าโจรเบื้องหน้ามักใช้วิธีเดียวกันนี้รับมือสัตว์ปีศาจดุร้ายโหดเหี้ยมและปล้นฆ่าคนอื่น
กี๊ซ
ไม่นานนักด้านหลังของแมงมุมยักษ์ห้าพิษก็นองไปด้วยโลหิตสีเขียวเหล่าโจรควบคุมตะขอแหลมปลายโซ่เหล็กให้ผ่าชั้นผิวหนังของมันออก
“ฮะๆ วันนี้พ่อจะผ่าท้องไอ้เดรัจฉานเยี่ยงแกเสีย”ชายหัวโล้นหัวเราะเหี้ยมเกรียม
คนอื่นเองก็เหยียดยิ้มชั่วช้าสามานย์ออกมาเช่นกัน
กี๊ซ!
ทันใดนั้นเอง ที่แมงมุมยักษ์กรีดร้องแหลมพิลึกพิลั่นออกมา
พลันอ้าปากยักษ์น่าพรั่นพรึงขึ้น ใยแมงมุมสีขาวพุ่งออกมาจากในปาก
ฟิ้ว!
ใยแมงมุมพุ่งออกไปสิบกว่าเมตร พันคอชายดุร้ายที่ไม่ทันตั้งตัวชายผู้นั้นหน้าเปลี่ยนสี รีบใช้ดาบใหญ่ในมือฟาดฟันเป็นพัลวันแต่ใยของแมงมุมยักษ์ห้าพิษนั้นเหนียวแน่นจนขึ้นชื่อลือชา ดาบใหญ่เหมือนตัดลงบนสายอันอ่อนนุ่มไม่ได้ผลอันใดทั้งสิ้น
ไม่ทันให้คนอื่นได้ตอบสนอง ใยแมงมุมก็หดกลับรวดเร็วลากคอชายดุร้ายไปยังปากของแมงมุมยักษ์ห้าพิษ
“ลูกพี่ ช่วย ช่วยข้า...ช่วย อ๊าก...”
พูดไม่ทันจบดีฟันดั่งมีดตัดของแมงมุมยักษ์ห้าพิษก็บดขยี้ลงมาอย่างบ้าคลั่งฟันคมเหมือนดอกไม้กินทะลวงท้องโจรผู้นั้น เลือดสดสาดกระเซ็น เครื่องในกระจุยกระจายเศษเนื้อแหลกเหลวตกลงทั่วทุกหนทุกแห่ง
“อ๊าก”
ชายผู้นั้นส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน มือเท้าจับสะเปะสะปะ ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายขาดใจตายในตอนนั้นเอง
กรุ๊บ!
สิ้นเสียงกระดูกสันหลังแหลกละเอียด เขาถูกแมงมุมยักษ์ห้าพิษกัดขาดเป็นสองท่อนภาพอันโหดร้ายนองเลือดชวนอกสั่นขวัญแขวนยิ่งนัก
……………………….