หน้าประตูตำหนักวังอันจิ้ง
แสงอรุโณทัยสาดส่องทั่วฟ้า เสียงใสดั่งกระดิ่งของโอรส์แว่วมาตามลม
องค์เสินตี้เสด็จออกมาพร้อมกับพระโอรสสรรค์ เทพเซียนทุกคนที่รออยยู่ด้านนอกหลังได้รับการแจ้งถึงข่าวดีเื่นี้ต่างโค้งกายกล่าวคำยินดีกับกับเสินตี้ แล้วจึงแยกย้ายกันกลับไป
เสินตี้พาโอรสองค์น้อยกลับไปพักผ่อน หย่งเล่อคือชื่อของเขา วางโอรสไว้ข้างกายพระนางส่งพลังให้เขาผ่อนคลายจนหลับไป พระองค์มองไปที่หน่ออ่อนของต้นไม้พิศดารต้นหนึ่ง ทั้งหน่อที่มีความสูงเพียงกาน้ำชานั้นโอบล้อมไปด้วยไอพลังบริสุทธิ์ เปล่งรัศมีสีอ่อนจางออกมาเป็ระลอกๆ เนือสิ่งอื่นใดยังหยั่งรากอยู่บนอากาศลอยอยู่ไม่ไกลจากพระนาง
ไม่คิดว่าผลซูเชิงจะให้ทารกเซียนกับพระองค์จริง แต่ดูเหมือนจะต้องรอให้ต้นหน่ออ่อนที่มหาเทพโอสถกล่าวว่าเป็ต้นท้อนี้แข็งแรงจนสามารถแปลงร่างเซียนได้ก่อนจึงจะได้รู้ว่าเป็โอรสหรือธิดา ถอนสายตามาทางพระนางที่ยังสลบไสลเพราะความเหนื่ออ่อน ฟังจากที่มหาเทพโอสถเล่ามา อาการที่ทั่วร่างมีไอร้อนและเ็ปที่เกิดขึ้นตอนนั้นเพราะผลซูเชิงได้รับรู้ได้เลือกที่จะกำเนิดจากพลังของพระนาง เป็ตอนที่ผลซูเซิงดูดพลังเซียนบริสุทธิ์และสร้างเส้นใยความผูกพันกับพระนาง ถือว่าได้กำเนิดจากพระนางอย่างแท้จริง แต่หลังจากนี้พระนางจะอ่อนแอมากการจะให้หน่ออ่อนนี้เติบโตต้องคอยส่งไอพลังให้ทุกวัน หน้าที่นี้จึงเป็หน้าที่ขององค์เสินตี้ไปโดยปริยาย
สามพันปี์ต่อมา
“เสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะๆ”
เสียงเด็กหนุ่มดังมาไกล พระนางที่กำลังเพลิเพลินกับการเขียนอักษรอยู่วางพู่กันและเงยหน้ามอง
เห็นเด็กหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดปีผู้หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมานั่งลงที่เบาะนั่งด้านหน้าพระองค์แล้วส่งคำถามปานรัวกลองใส่พระนางไม่ยั้ง ได้ความคร่าวๆว่าน้องสาวของเขาชอบไปเล่นกับชายเผ่าพญางูขาวไม่สนใจคำตักเตือนของผู้เป็พี่อย่างเขา ทำไมเสด็จไม่ห้ามนางฯลฯ
“ฟังเ้าพูดแล้วพูดให้เปิ่นกงปวดหัวเหลือเกิน” พระนางยกมือแตะที่ขมับเล็กน้อย
“เปิ่นกงมีเ้า กับน้องสาวของเ้าเช่นนี้ ไม่นับว่าง่ายถึงอย่างไรน้องของเ้าก็รู็จักเอาตัวรอด นางฉลาดปานนั้น คุณชายเผ่าไหนยังจะหลอกหล่อนางได้ เอะอะเื่นี้หามีประโยชน์ต่อเ้าไม่”
วาจานี้ช่างเข้าอกเข้าใจน้องสาวเขาเหลือเกิน แต่หาได้เข้าใจเขาที่หวงแหนน้องสาวไม่!
เขาหน้าหงอยคอตก แอบขุ่นเคืองที่เสด็จแม่ไปคิดจะห้ามน้องสาว
“ถ้าไม่มีเื่ก็มาคัดอักษรกับเปิ่นกงเถอะ ดูว่าฝีมือเ้าพัฒนาไปถึงไหนแล้ว”
พระนางพูดขนาดนี้ ความคิดที่เขาจะไปตามน้องสาวกลับมาด้วยกันเป็ดับมอดลงเดี๋ยวนั้น
………………………
“คุณชายอิง! คุณชายอิง !คุณชายอิง! คุณชายอิง!..”
เสียงร้องเชียร์คุณชายน้อยหน้าหวานอายุราวสิบเจ็ดคนหน่งที่อยู่ใจกลางวงล้อมของบรรดาวัยรุ่นหนุ่มที่มุงดูคนสองคนกำลังงัดข้อกันโต๊ะไม้ตัวน้อยกลางศาลามีเสียงดังปั้กขึ้น การแข่งรู้ผลแพ้ชนะแล้ว เป็หนุ่มน้อยหน้าหวานที่ทุกคนเชียร์อยู่นั่นเอง
เขาลุกขึ้นวิ่งไปรอบเป็วงกลมที่ทุกคนกำลังยืนดูอยู่ชูมือทั้งสองขึ้นเป็สัญญาณในการแตะมือที่พวกเขาจะทำเพื่อเป็การแสดงถึงการแสดงความยินดีตามที่หนุ่มน้อยคนนี้เป็คนริเริ่ม เป็การแสดงความยินดีที่เคยชินกันแล้วแต่ยังมีหลายคนที่หน้าแดงหลังจากแตะมือกันโดยไม่ทราบสาเหตุ
“เอาล่ะวันนี้พวกเราไปกินมื้อใหญ่ที่แดนมนุษย์กันเถอะ” เสียงที่เปล่งกังวาลใสผิดจากเด็กหนุ่มทั่วไปเอ่ยชี้ชวน
ว่าแล้วก็เดินนำออกมา เมื่อออกมาจากเขตสวนรื่นรมย์ก็ได้ยินเสียงทักทายจากคนคุ้นเคย
“...องค์หญิง”
หนุ่มน้อยหน้าหวานที่เป็ผู้นำกลุ่มหันหน้าไป
“คารวะเป่ยเจี้ยหวัง คารวะซื่อจื่อ”
กลุ่มคนด้านหลังโค้งคารวะผู้มาเยือนอย่างพร้อมเพียง
ผู้มาใหม่พยักหน้ารับ "โอ้พี่เขยนี่เอง"
เดินมาข้างหน้าผู้มาใหม่ทั้งสอง เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจเล็กน้อย ข้าเคยบอกแล้วไม่ชอบให้เรียกข้าเช่นนี้
กอดอกยู่หน้าอย่างไม่พอใจ เห็นอีกฝ่ายกำลังจะพูดอะไร คนหน้าตายด้านข้างก็เอ่ยขึ้นก่อน
"แต่งกายไม่เหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ" ฟังเสียงเสียงอันเย็นะเื และสายตาที่ทิ่มแทงกันจ้องมองมามาแล้วทำให้เ้าตัวอดสะดุ้งเบาๆไม่ได้
มองดูการแต่งกายของตัวเอง ชุดยิงธนูสีแดงแสบตาดูสุขุมทะมัดทะแมง ปัญหาอย่างเดียวที่เห็นดูจะเป็เข็มขัดที่ใส่ทำให้เห็นทรวดทรงของเ้าตัวเด่นชัดเกินไป แม้จะให้ผู้อื่นเรียกขานตนว่า คุณชาย แต่มองดูเส้นโค้งเว้าที่เย้ายวนและหน้าอกหน้าใจของหญิงสาวที่ไม่อาจเรียกว่าอุดมสมบูรณ์ไปได้มากกว่านี้แล้วก็อดหงุดหงิดใจไม่ได้ แต่เ้าตัวก็ไม่เห็นเป็ปัญหาเขาไม่ชอบชุดอื่นๆที่ยาวรุ่มร่ามพวกนั้นใส่แล้วเป็ต้องอึดอัดใจทุกที
“ไม่เหมาะสมอย่างไร ั้แ่คอถึงปลายเท้ามิดชิดรัดกุมเพียงนี้ ท่านไม่พอใจอะไรอีกงั้นหรือ เป่ยเจี้ยหวัง”
วาจานี้ดูก้าวร้าวอย่างน่าใ หากเป็ผู้อื่นคงจะถูกดูแคลนถึงมารยาทที่โดนอบรมสั่งสอนมาอย่างช่วยไม่ได้แต่เขาเป็ใคร
องค์หญิงสามแห่งเสินตี้มู่อิงอิง แม้จะกำเนิดจากผลของซูเชิงม่วงแดงอะไรนั่นแต่เห็นว่าพลังที่ทำให้ได้เกิดมาจริงๆก็คือพลังเซียนของเสินตี้และเสินโฮ่ว ตำแหน่งองค์หญิงคนสุดท้องของตำหนัก์นี้ไม่มีผู้ใดปฏิเสธได้ แม้แต่ตัวเขาเอง อ่าบัดซบจริงๆ
“เขา”ที่กำลังเถียงถึงเื่ความถูกต้องของชุดที่ใส่อยู่นี้ก็คือเฉินเฟยหรงที่โดนเข้าใจผิดว่าเป็นักขุดเหมืองคนนั้นและประสบเหตุไม่คาดฝันจนตายอนาถคนนั้นนั่นเอง หลังจากที่กลายร่างเซียนได้เมื่อพันปีก่อนความทรงจำเขาก็กลับมา และได้รับรู้ว่าชีวิตใหม่เขานี้ช่างมีเกียรติสูงส่งเหลือเกิน แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือชีวิตแห่งชายชาตรีที่จบสิ้นไปไม่อาจหวนคืนใน่แรกเขาเศณ้ากับการสูญเสียของรักพวงน้อยนั่นอยู่เป็นาน แต่พ่อและแม่และพี่ชายคนเล็กที่ติดเขาอย่างกับตังเมในชีวิตนี้ของเขาให้ความรักความใส่ใจเขาอย่างไม่ขาดทำให้คิดถึงครอบครัวของเขามาก จึงไม่อาจมองดูพวกเขาทุกข์ใจไปกับตนเองได้
ในพันปีที่ผ่านมาเขาทำใจเื่หญิงสาวน่ารักและอกตู้มๆของพวกหล่อนได้แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเขามีมีห้อยต่องแต่งไปด้วยทุกที่อย่างนั้นหรือ เพียงแต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถคิดกับเพศผู้ในทางนั้นได้ จึงพยายามหาอะไรทำ ชีวิตในเขาไม่จำเป็ต้องทำงาน อยากให้สบายเท่าไหนก็ได้เท่านั้น แต่พอจะหาสหายวัยเดียวกันตามวัยสาวน้อยสามพันปีนี้ก็มีแต่เื่ที่เขาเข้าไม่ถึงจริงๆ พอดีที่พี่สาวของเขาได้เป็ดองกับซื่อจื่อเผ่าพญางูขาว เขาได้มาเยี่ยมเยียนนางที่นี่และเจอกลุ่มสหายชายพวกนี้พูดคุยถูกคอกันไม่เบา ถึงแม้ตอนแรกที่ความแตกรู้ว่าเขาเป็องค์หญิงจะทำตัวไม่ถูกกันอยู่บ้านแต่ใช้เวลาไม่นานก็ไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนอย่างทุกวันนี้อย่างปกติดี
พันปีมานี้ของเขาก็ผ่านไปอย่างเรียบง่ายแบบนี้เอง ถ้าไม่มีตาเฒ่าหน้าหล่อหกหมื่นปีที่ปกติดูเ็าหวงคำพูดดุจไข่มุขจะร่วงจากปากตรงหน้า ที่เห็นเขาที่ไรก็ต้องติอย่างนี้นิดติเื่นั้นหน่อยทุกครั้งไป
“ตาเฒ่าหน้าหล่อ”ที่เฟยหรงแอบจิกกัดอยู่ในใจกำลังขมวดคิ้วให้กับคำโต้แย้งอย่างไม่สนใจความจริงที่ว่าชุดนี้ทำให้เห็นรูปร่างสาววัยแรกแย้มของนางอย่างชัดเจนเกินไป
นางไม่ระวังตัวเกินไปแล้ว
เขายกมือกุมศรีษะแล้วหันไปมองกลุ่มเด็กหนุ่มด้านหลังองค์หญิงตัวแสบ
สายตาเยือกเย็นกวาดมองไป เด็กหนุ่มเ่าั้สะดุ้งใพลันรีบกล่าวขอตัวจากไปโดยเร็ว
กระหม่อมมีเื่เร่งด่วนต้องกับไปจัดการ วันนี้ไม่อาจไปที่แดนมนุษย์กับองค์หญิงได้ ขอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ
"เอ้ะ อย่าเพิ่ง...." เขากำลังจะเรียกสหายกลับมาก็โดนจู่มโจมด้วยข้อแก้ตัวต่างๆเพื่อที่จะจากไป
"นกปี้ฟังที่บ้านกระหม่อมหนีไป... วันนี้ต้องไปตามกลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"ห้ะ ไม่เห็นเคยได้ยินเ้าพูดถึง..."
"มือกระหม่อมที่โดนพระองค์งัดข้อแกระแทกกับโต๊ะรุนแรงเกินไป กระหม่อมต้องรีบไปรักษา.."
นั่น ไม่ใช่ว่าใช้พลังทิพย์นิดหน่อยก็หายดีหรือ! เขาเบิกตาโตมองไปที่มือเด็กหนุ่มนั่น เขารีบซ่อนมือข้างนั้นแล้วรีบเผ่นไปไม่เห็นเงา
ฯลฯ …
มองดูที่ความว่างเปล่าหลังจากสหายเ่าั้จากไป เฟยหรงไร้คำพูด “…..”