บทนำ
“มนุษย์เอ๋ย ข้าจะให้เ้าไปเกิดใหม่”
เสียงอ่อน ๆ ดังขึ้น ภายใต้ความเงียบสงบ ดวงตาสีทองจดจ่อกับคู่สนสนาตรงหน้า ผู้ซึ่งมองกลับมา ด้วยความงุนงง กับ สถานการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้น
“มนุษย์? เกิดใหม่ ? ...งั้นเหรอ”
คู่สนสนา หรือ ก็คือ ชายหนุ่ม เปล่งเสียงออกมาอย่างแ่เบา คล้ายกำลังคิดทบทวนกับคำพูดประหลาด ๆ ของคนตรงหน้า
ดวงตาสีดำอันมืดมน ไม่มีแม้แต่แสงของชีวิต ตวัดขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน คล้ายกับ เหมือนจดจำบางสิ่งได้... ดวงตาคู่นั้น ได้มองเข้าไปยังดวงตาสีทอง ของอีกฝ่าย
เหม่อมองดวงตา ราวกับลุ่มหลง คล้ายกับถูกดึงดูด ด้วยอะไรบางอย่าง ทันใด ชายหนุ่ม ก็สะดุ้งสุดตัว
“น..นี่มัน อะไรกัน เมื่อกี้นี้ มันคือ...”
เสียงใ ปนผวา ออกมาจากลำคอของชายหนุ่ม
โดยเ้าของดวงตาสีทองเอง เมื่อเห็นเช่นนั้น ก็พูดขัดขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มอ่อน ๆ
“โอ้ แน่นอนว่า นั่นคือการกลับคืนสู่... อืมม สำหรับสิ่งมีชีวิตอย่างพวกเ้า คงเรียกว่า การตาย คงง่ายกว่า”
“ตายแล้ว.. นี่ผม ..ตายแล้ว”
เสียงพึมพำดังขึ้น และ พูดซ้ำไปซ้ำมา ประโยคเดิม ๆ เช่นนี้ อยู่นาน ...ชายหนุ่ม เ้าของดวงตาสีดำ นึกไปถึงภาพเหตุการณ์ ต่าง ๆ ของตน ั้แ่ เด็ก จนถึงตอนตัวเองนั้น ตาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นราวกับม้วนฟิล์ม ยามตนเองมองเข้าไปยังดวงตา ของคนตรงข้ามผู้ซึ่งพูดคำพูดแปลก ๆ เมื่อตอนแรก อย่าง การเกิดใหม่
คราแรก นึกว่า มีคนมาเล่นถ่ายรายการโชว์ อะไรสักอย่าง แต่ก็เป็ที่แน่ชัดแล้ว ว่า ไม่ใช่
ถ้าสังเกตดูดี ๆ คนตรงหน้า ..ไม่สิ จากคำพูดแล้ว แล้วก็ภาษาแปลก ๆ ที่คนในยุคนี้ไม่พูดกันแล้ว ถ้าไม่ใช่ เป็พวกนักแสดงที่มาถ่ายทำรายการ ก็คงเป็พวกวัยรุ่น ที่ชอบพูดภาษาสมัยก่อน ...แต่คนตรงหน้านั้น ดูยังไง ก็ อายุ เกิน 50 แล้วแน่ ๆ
เป็คนแก่เกินไว งั้นเหรอ ก็มีคนจำพวกนี้เยอะอยู่เหมือนกัน ...เพียงแต่ เราจะคิดไปทำไมให้ รกสมอง ในเมื่อ ความรู้สึกแปลกประหลาด ภายในใจเรา เองก็บอกกับเรามาั้แ่ต้นแล้ว
“คุณ..เอ่อ คุณไม่ใช่ มนุษย์ใช่ไหม”
ผมถามออกไป แน่นอนว่า มันเป็ปฏิกิริยาตอบสนอง เบื้องต้น แม้จะรู้คำตอบอยู่ภายในอก ..ก็ยังคงถามออกไป นี่คงจะเป็ ความคาดหวังในอะไรบางอย่างล่ะมั้ง ?
“หือ น่าสนใจแหะ สมแล้วที่เป็คนที่ข้าได้เลือก แต่ก็น่าผิดหวังอยู่บ้าง กับคำถามแรกของเ้า”
เ้าของดวงตาสีทอง หรือ ชายแก่ ก็ได้ยกแขนขึ้นมากอดที่บริเวณอก และ ทำท่าราวกับผิดหวังนิด ๆ กับคำถามเมื่อสักครู่ของผม
“ทั้งที่เ้าคิดได้ขนาดนั้นแล้วแท้ ๆ แต่กลับเลือกถามสิ่งที่มันไร้ประโยชน์แทน ..แต่ข้าเองก็ไม่ได้คับข้องใจ กับคำถามนั้นหรอกนะ ....ใช่ ถึงข้าจะดูเหมือนมนุษย์ แต่นี่ก็เป็รูปลักษณ์ ที่เ้าจะไม่ต้องใไปเสียก่อน เมื่อได้เห็นล่ะนะ”
ราวกับ้าแสดงให้ชายหนุ่มตรงหน้าได้เห็น สภาพแวดล้อมโดยรอบของทั้งสองก็ได้เปลี่ยนไป จากห้องสีขาวราวกับถูกฉายแสงด้วยสปอร์ตไลท์ มันกลับกลายเป็ห้วงจักรวาลสีดำอันกว้างใหญ่ไพศาล มันทั้งลึกลับ และ ไร้ที่สิ้นสุด
แน่นอนว่า อวกาศไร้แรงโน้มถ่วง และ อะไรก็ตามที่อยู่ในอวกาศมันจะล่องลอยไปมา หรือ บางวัตถุก็จะถูกดึงดูดไปยังดาวที่ใหญ่กว่า ตามกฎของอวกาศ
มันควรจะเป็เช่นนั้น เพราะ รอบตัวของทั้งสองคนก็เป็อย่างที่กล่าวไป... ถ้าไม่ติดตรงที่ ทั้งสองกำลังยืนอยู่ บนพื้นที่อันว่างเปล่าของอวกาศอย่างมั่นคง ราวกับกำลังยืนอยู่บนพื้นดินแข็ง ๆ ของโลก
ถ้าสังเกตดูให้ดี หน้าตาของชายแก่ เ้าของดวงตาสีทอง ก็เหมือนกับมีเงามากมายมาแปะทับ ไม่ว่าจะเป็ ใบหน้าของสัตว์ พืช หรือแม้แต่ ดวงดาว จนกระทั่งใบหน้านั่นก็กลายมาเป็ ดวงอาทิตย์สีฟ้า อันยิ่งใหญ่และเจิดจรัส ก่อนจะกลับกลายมาเป็ ชายแก่ดังเดิม
เทวดา ปีศาจ ซาตาน ยมทูต ถ้าไม่ก็มีเพียง...
“เพียงแค่ พระเ้า ใช่รึเปล่า เ้านี่ช่างเป็มนุษย์ผู้ซึ่งคิดเยอะ พูดน้อยจริง ๆ มนุษย์ทุกคนเป็แบบเ้ารึเปล่าเนี่ย หรือ ว่านี่จะเป็กับทุกสรรพชีวิตเลยกันนะ”
ชายแก่ ไม่สิ พระเ้า แม้จะไม่มีการยืนยันจากเ้าตั....
“เ้าเนี่ย ขี้กังวลจริง ๆ เลยนะ ใช่แล้ว ข้าคือ พระเ้า และเ้าก็จะได้ถือกำเนิดใหม่ มีชื่อเรียกใหม่ แน่นอนว่า นี่เป็การตัดสินใจครั้งแรก ของข้า และข้ามั่นใจ ว่าเ้าคือผู้เหมาะสม เทวดา ตนแรก”
พระเ้าเมื่อพูดจบ ก็ได้ยกมือที่กอดอกอยู่ ออกมาข้างนึง การกระทำดังกล่าวทำให้ปากของผมนั้นไม่สามารถขยับเอื้อนเอ่ยคำพูด ออกมาได้แต่อย่างใด
“ไม่ต้องถามใด หรือเอ่ยคำใด ๆ เพียงรู้แค่ว่า ทุกสิ่งที่เ้าเคยรู้มา มันไม่ต่างกับคำอุปโลกน์ของบุคคลผู้ซึ่งไม่รู้ และ ยกข้าขึ้นมาอ้างในนามของ ผู้อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง”
“เพียงแต่ต่อจากนี้ จงจำให้ขึ้นใจ ข้าคือ พระเ้า และ เ้าคือ สิ่งที่โลกของเ้า เรียกว่า เทวดา อีกอย่างการจะสรรหาบุคคลเช่นเ้ามา มันช่างยากเย็น มันคงจะดีกว่าหากข้า สร้างเทวดา ขึ้นมาเอง แต่ข้าก็ไม่ได้ไร้ความหวัง กับสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาต่าง ๆ หรอกนะ”
พระเ้าเคาะนิ้ว ของตนเอง ลงบนแขนเบา ๆ ขณะกำลังพูด โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่า ดาวเคราะห์มากมายต่างสั่นไหว ราวกับว่าพวกมันจะะเิ แยกตัวออกจากกัน
เป๊าะ!!
พระเ้าได้ดีดนิ้วของตัวเอง ก่อนจะยิ้มแล้วจ้องมองไปยังรูปลักษณ์ใหม่ของชายหนุ่ม ที่ตัวเองได้ปรับเปลี่ยน
“ดูดีขึ้นเพียงแต่ สายตา ที่โหยหาความตายนั่นมันอะไรกัน ? เ้าไม่พอใจข้าที่ทำตามอำเภอใจ หรือเพียงเ้า ไม่อยากที่จะมาเป็ เทวดา กันล่ะ”
พระเ้าพูดด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด
“แน่นอนว่าคงเป็ทั้งสองอย่าง ...อืม ทำไมเ้าถึงไม่พูดโต้ตอบข้าล่ะ ไม่พอใจอยู่งั้นเหรอ อ่า... ถ้าเป็แบบนั้น ก็คงช่วยไม่ได้ ถ้าไม่พอใจที่จะกลายมาเป็ เทวดา ก็คงต้องใช้อีกทางเลือก และ ดูเหมือนว่า มันจะเหมาะเจาะพอดี ที่มีโลกแห่งหนึ่ง ที่เป็ปัญหาอยู่พอดี”
.
.
...เนิ่นนาน นี่มันผ่านมาเท่าไหร่แล้วนะ ที่เราต้องมาฟัง พระเ้า พูดนู้น พูดนี่ แถมยังโดนชักชวน(บังคับ) ให้มาเป็ เทวดา อีกต่างหาก แต่จากที่ฟัง ดูแล้ว เนื้อหาหลัง ๆ มันเหมือนกับว่า จะให้เราไปกอบกู้โลก อะไรสักอย่างนี่แหละ
“ทำเองสิไอพระเ้าบ้านี่...อ๊ะ!!”
ด้วยความคับข้องใจ กับ ความอึดอัด โดยที่ไม่รู้สึกตัวเลยว่า ตัวเองกลับมาขยับปากพูดได้แล้ว ทำให้เผลอะเิพลังเสียงออกมา แถมยังเป็ในสิ่งที่คิดอีกต่างหาก แถม พอสังเกตดูให้ดีแล้ว เหมือนว่า ร่างกายเราจะมีการเปลี่ยนแปลง แถมยังต่างจากเดิมอีกด้วย
ถามว่ามันมากขนาดไหนนั้น...
พึบ!!
ปีกล่ะ!! ผมสยายปีกของตัวเองออก แถมมีปีกถึง 6 คู่ แน่นอนว่า ผมไม่รู้หรอก ว่า มีส่วนอื่นใดบ้างที่เปลี่ยนไป แต่ตอนนี้สิ่งที่สังเกตได้ชัด ก็คงจะเป็ ปีก กลางหลัง แล้วก็.... ใบหน้าที่กำลังดำคล้ำของพระเ้า
“โอ้ พึ่งมาสังเกตงั้นเหรอ เป็สิ่งมีชีวิตที่รู้สึกตัวช้าจริง ร่างกายของเ้าเปลี่ยนไปั้แ่ ข้านั้นดีดนิ้วแล้ว อีกอย่างข้าก็รอคอยคำตอบของเ้ามาเนิ่นนานเเล้วด้วย เหอะ!!”
ตัวข้าพระเ้ากล่าวกับเ้าคนตรงหน้า ด้วยความโมโห อันเป็สิ่งที่ข้าไม่เคยกระทำมาก่อน เพราะ ข้าไม่เคยโกรธ มีแต่การมอบความเมตตาให้กับ เหล่าสรรพชีวิต แต่นี่!! ข้ามั่นใจได้เลยว่า เ้าคนตรงหน้ามันไม่ได้ฟังในสิ่งที่ข้าพูดอย่างแน่นอน เชื่อเถอะ ว่ามันจะต้องถามว่า ข้ารอคอย คำตอบอะไรจากมัน
ตามบรรทัดฐานของเวลาโลก ที่ไอเ้าเชื่องช้านี่ เคยอาศัยอยู่ มันผ่านมาแล้ว ถึง 2 ปี ข้ารอคำตอบ ขณะมันเหม่อลอย ไม่ใยดีข้า ถึง 2 ปี!!!
“เอ่อ ...คำตอบอะไรเหรอ ท่าน”
ผมถามออกไปอย่างสงสัย เพราะ จำไม่ได้เลยว่า พระเ้านั้นได้พูดอะไรไปบ้าง แถมตอนนี้ ผมที่กำลังลอยจากการฝึกใช้ปีกอยู่ด้วย ก็เลยพูดออกไป อย่างไม่รีบร้อน เพราะ ต่อให้ เผลอคิดเยอะตามนิสัยตัวเองแค่ไหน ก็ไม่เคย เกิน 10 นาที แม้มันจะเป็ 10 นาทีที่หลายครั้งซะเหลือเกิน...
หมับ!!
“อ่ะ นี่มันอะไรกั..ตู้ม!!!”
พูดยังไม่ทันจบ สายตาของผมก็มืดบอดลง พร้อม กับถูกเหวี่ยงไปชนเข้ากับอะไรบางอย่างที่มันอุ่น ๆ สบายตัว อย่างรุนแรง
ก่อนที่จะทันได้คิดอะไรต่อ สายตาผมก็กลับมามองเห็นอีกครั้ง ก่อนจะเห็นวัตถุที่มีสีสัน แถมยังมีจำนวนมหาศาลพุ่งตรงมาหาผมด้วยความเร็วที่โคตรจะเร็วอีกต่างหาก...เอ เอ่อ นั่นมัน ดาวเคราะห์หรือเปล่านะ
ตู้ม ๆ ๆ ๆ
แน่นอนว่า เพราะ ถูกวัตถุพวกนั้น อัดกระแทก อย่างรุนแรง จนตัวเองถูกฝังลงไปยังพื้นผิวสีแดงฉาน ที่ผมพึ่งจะสังเกตได้ ..สักพักวัตถุมากมายพวกนั้น ก็ค่อย ๆ สลายไป ดั่งกับถูกหลอมละลายอย่างรวดเร็ว
“เป็อย่างไรบ้างล่ะ เทวดาของข้า โอ้... สภาพของเ้าดูไม่จืดเลยนะ”
เสียงเรียบเย็นดังขึ้น พระเ้ามองมายังผมที่ถูกฝังติดกับ ดาวเคราะห์ ดวงนี้ด้วยความเ็า
“มันไม่ใช่ดาวเคราะห์หรอกนะ เทวดา ผู้โง่เขลาของข้า แต่มันคือ ดาวฤกษ์ ต่างหาก อีกอย่างข้าไม่้าคำตอบของเ้าแล้ว ข้าตัดสินใจแล้วว่า เ้าจะต้องไปเกิดใหม่ เป็ผู้กล้า ของโลกที่กำลังเสื่อมสลายจากา”
พระเ้าพูดออกด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน แสดงถึงความตั้งใจ โดยที่ไม่ได้สนใจ รอบแยก มิติและเวลา มากมาย ซึ่งถูกฉีกกระฉากออก เผยให้สิ่งมีชีวิตมากมาย จากโลกต่าง ๆ กำลังสั่นกลัวจากพลังอำนาจที่พวกมันได้เห็นอยู่ตอนนี้ เป็ที่แน่ชัดและพ้องต้องใจกันว่า บุคคลที่พวกมันกำลังดูอยู่ คือ พระเ้า จะมีใครได้อีก ที่สามารถเหวี่ยงดวงดาว บนท้องฟ้า ได้เหมือนดีดลูกแก้ว
ถ้าสังเกตดี ๆ กิจกรรมของแต่ละสิ่งมีชีวิต ที่กำลังเฝ้ามองเหตุการณ์อันน่าทึ่งอยู่นี้ก็แตกต่างกันไป บาง รอยแยกของมิติและเวลา เมื่อมองลงไปก็จะเห็นได้ว่า แม้พวกมันจะยืนเฝ้าดูกันอย่างเรียบร้อย แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นรอยเื และ ศพ มากมาย ซึ่งพวกมันทำากันอยู่ ก่อนภายหลัง จะมายืนอย่างสงบเสงี่ยม ราวกับเด็กผู้เรียบร้อย ผู้ตั้งใจฟังคำสอนของพ่อแม่
บางรอยแยก สิ่งมีชีวิตบางพวก กำลังเจอกับ ภัยพิบัติ ทางธรรมชาติเสียด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็โลกไหน ๆ ต่างก็วางมือ กับ เหตุการณ์ของตนเอง แล้วจ้องมองเหตุการณ์บนท้องฟ้าที่มิติถูกฉีกขาดออกของพวกมันแทน แทบจะทั้งนั้น
สรรพชีวิตมากมาย เหล่านี้ ถึงจะพยายามจดจ้องมากแค่ไหน ก็ไม่อาจเห็นแม้แต่เส้นผมของพระเ้าได้ แต่สามารถรับรู้ ได้ถึงความรู้สึก ของท่านได้ ..ความโกรธ
ก่อนที่รอยแยกของมิติและเวลาจะถูกปิดลง จากการฟื้นฟูตามธรรมชาติ เหล่าสิ่งมีชีวิตก็ได้จับจ้องไปยังบางสิ่งที่ ลอยขึ้นมาจากดวงอาทิตย์ ใช่บางสิ่งที่ว่าคือ ผู้ที่ทำให้พระเ้านั้นโกรธ และ ถูกเหวี่ยงไปยังดวงอาทิตย์ ก่อนจะถูก ดวงดาวบดอัด ไปกับพื้นผิวของดวงอาทิตย์ที่มีสีแดงฉาน
“ข้าไม่ยอมรับ...”
คำพูดถูกกล่าวออกมา และ คราวนี้เหล่าสิ่งมีชีวิตซึ่งแอบดูอยู่ ได้ยินพ้องต้องกัน ก่อนจะสังเกตเห็นถึง ปีกกลางหลังที่ฉีกขาด และ ไหม้เกรียมเป็สีดำ แต่สภาพโดยรวมหลังจากโดน พระเ้าอัดไปด้วยความกริ้วของท่าน ทุกอย่างยกเว้นปีก ก็เหมือนจะปกติดีทุกอย่าง
และ อีกอย่างที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน คือ ดวงตาสีทองสว่างจ้า ซึ่งเหมือนจะสังเกตเห็นพวกมันทั้งหมดที่แอบดูอยู่ สุดท้ายก่อนที่รอยแยกต่าง ๆ จะปิดลง...พวกมันก็ได้ยินประโยคที่น่าหวั่นใจ ต่อ จิตใจอันบอบบางของพวกมันจริง ๆ
“ให้ข้าได้อัด ท่านสักหมัดทีเถอะ”
หลังจากคำพูดนั้น ...รอยแยก ก็ปิดลง และ พวกมันก็ไม่ได้ยินหรือเห็นอะไรอีก
.
.
“ให้ข้าได้อัด ท่านสักหมัดทีเถอะ ท่านช่างเอาแต่ใจเสียจริง”
ผมพูดขึ้น และ สังเกตได้ว่า เมื่อตัวเองพูดออกมา คำแทนตัวเอง กลับใช้ ข้า แทน ผม ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงใช้คำพวกนี้
“ฮึ่ม!! ยโสยิ่งนัก เทวดาของข้า แต่คำพูดเมื่อกี้ข้าจะไม่ใส่ใจมันแล้วกัน จงจดจำความเมตตาในครั้งนี้ไว้ด้วย เอาล่ะ ...ถึงเวลาเสียที ข้าคิดว่าเ้าควรไปเกิดใหม่ได้แล้ว”
“โลกที่เ้าไปนั้น กล่าวได้ว่า มันเป็โลก แฟนตาซี ในความคิดของโลกก่อนที่เ้าจากมาล่ะนะ ในทีแรก ข้าได้ยินคำสวดภาวนามากมาย จากโลกใบนั้น ว่า ในสักวันจะมีใครที่สามารถหยุดความขัดแย้งบนโลกใบนั้นได้ ข้าจึงได้ถ่ายทอดคำพูดของข้าไปยังเผ่าพันธุ์หนึ่ง ในโลกนั้น ว่าจะช่วย”
พระเ้าพูดอธิบาย ด้วยน้ำเสียงเ็า พร้อมหรี่ตามองผมด้วยดวงตาที่แสดงถึงความโกรธ
“ในทีแรก ก็กะให้เป็เ้า แต่ข้าไม่อยากเสีย เทวดา ตนแรกของข้าไปเร็วแบบนี้ เลยคิดจะให้สิ่งมีชีวิตอื่นไปแทน แต่คิดได้ว่า โลกของเ้า เื่อย่างเกิดใหม่ มันดูน่าสนุกดี เลยถามเ้าก่อน เพราะ คิดว่า เ้าคงอยากจะไปเล่นสนุก ไฉนได้ เ้ากลับทำตัว แบบนั้นใส่ข้าเสียได้”
ผมฟังสิ่งที่พระเ้าพูดออกมา สักพัก ก่อนจะถอนหายใจ แล้ว พูดออกไปด้วยความเบื่อหน่าย ให้ตายสิ นี่มันเหมือนกับที่ทำงาน ที่ใช้แรงงานเยอะ แถมยังไม่ถามความสมัครใจอีกต่างหาก
“ข้าไม่สนใจหรอกนะ อีกอย่าง ถ้าท่านรู้สึกไม่พอใจข้าในตอนนี้แล้วล่ะก็มันคงดีกว่าที่... จะปล่อยข้ากลับไปยัง วัฏจักร ของโลกใบเดิม”
หลังจากหมดสิ้นทุกอย่างที่จะพูดได้ออกไปแล้ว ความเงียบก็ได้ครอบงำ ผม และ พระเ้า กระทั่ง..
“หลายอย่าง ๆ ทำให้ข้า ้าเ้ามาเป็เทวดาของข้าจริง ๆ แต่... เ้าคิดจริง ๆ รึว่า ข้าจะปล่อยให้เ้าจากไปโดยง่ายเช่นนี้”
พระเ้าพูดขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่ดูแตกต่าง มันไม่เ็า แต่ก็ไม่รู้สึกประทับใจเลยแม้แต่น้อย มันดู... บ้าคลั่ง
ปึก!!
ใบหน้าของผมถูกต่อยจนกระเด็นไปติด ดวงอาทิตย์อีกครั้ง แน่นอนว่าครั้งนี้มันเจ็บ... กว่าครั้งไหน ๆ
“โอ้ ช่างน่าสงสารยิ่งนัก เทวดาของข้า”
พระเ้าพูดขึ้น ด้วยใบหน้าที่ไม่แยแส พร้อมกับรูปลักษณ์มากมาย ที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็ชายหนุ่ม หญิงสาว คนแก่ เอลฟ์ วัว สุนัข แมว แต่ทุกครั้ง ใบหน้าของพวกมันเหล่านี้จะปรากฎแต่ ความเฉยชา
ณ ตอนนี้ พระเ้าในรูปลักษณ์ของหญิงสาว ได้นั่งยอง ๆ บนพื้นผิวของดวงอาทิตย์ พร้อมกับใช้นิ้ว เชิดคางของผมที่ถูกแนบติด กับ พื้นผิวดวงอาทิตย์ขึ้น
“เอาล่ะ ข้าไม่สนใจเหตุผลอื่น ๆ ของเ้าหรอกนะว่าทำไม หรือ เพราะอะไร อืม... ข้าคงเอาแต่ใจล่ะมั้ง เหมือนที่เ้าพูดยังไงล่ะ ดีไหม เ้าชอบแบบนี้สินะ เทวดาของข้า”
หงับ!! แกร๊ก
เสียงดังกล่าวทำให้ดวงตาสีมองของพระเ้า เบิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนมันจะกลับมาเป็ปกติ พร้อมมองนิ้วของตัวเอง ที่คราแรกกำลังดันคาง เทวดาตนแรกของตัวเองขึ้น เพื่อให้ตัวเองได้พูดคุย กลับเข้าไปอยู่ในปากของมัน โดยที่ตอนนี้เหมือนจะถูกกัดเสียด้วย แต่ สิ่งที่แลกมา คือ ฟันของเทวดาตรงหน้า ที่เเหลกละเอียด
“กล้าหาญยิ่งนัก... ทีแรกข้าก็ได้พูดไปแล้ว บางอย่างของเ้ามันทำให้ข้าถูกใจจริง ๆ เทวดาของข้า”
พูดจบก็ดึงนิ้ว ที่ถูกกัดออก ก่อนจะใช้มือดังกล่าวตบ เบา ๆไปที่หัวของมัน โดยไม่สนใจสายตาที่แสดงความรู้สึกบางอย่างที่ถูกส่งมาเลยแม้แต่น้อย
“เอาล่ะ ๆ นี่มันก็ยืดเยื้อ มามากเกินไปแล้ว ถ้าเ้าไม่ถูกใจ สิ่งที่ข้าได้กล่าวไปในทีแรก งั้นก็ไม่เป็ไร ข้ายังมีอีกตัวเลือก แม้จะน่าเสียดาย แต่ การลงโทษยังคงจะมีอยู่ กับสิ่งที่เ้าได้พึงกระทำลงไป”
สิ้นเสียง วงแหวน สีทองก็ปรากฎขึ้น มันสว่างไสวไปทั่ว ความมืดมิด ของจักรวาล แสงของวงเเหวนไกลโพ้นสุดลูกหูลูกตาไม่สามารถคาดเดาระยะทางที่ส่องสว่างได้เลยแม้แต่น้อย ก่อนที่เสียงอันทรงอำนาจจะดังขึ้น เหนือสิ่งเหล่านี้
“เ้าจะกลายมาเป็ ตัวตนที่ต้องเฝ้าดูทุกสรรพสิ่ง ชั่วกัปชั่วกัลป์ หึหึ เ้าไม่ใช่ทั้งเทวดา และ ผู้กล้า เ้าเป็เพียงแค่ ผู้เฝ้ามองดูพวกเขาเ่าั้”
พระเ้ามองดูตัวผมที่กำลัง ทำหน้าไร้อารมณ์ใส่ ก่อนที่เ้าตัวจะแสยะยิ้มใส่ผม อ่า.. โดนพระเ้าแสยะยิ้มแหละ นี่มัน คงบรรลัย แล้วสินะ!!
“แน่นอนว่า เ้าไม่ได้มีสิทธิ์แค่นั้นหรอกนะ ด้วยนิสัยของเ้ามันคงจะสุขสบายไป ด้วยคำพูดของข้าเมื่อครู่มันคงเป็ดั่งคำอวยพรเลยล่ะสิ สำหรับตัวี้เี และ ยโสเช่นเ้า ...เอาไว้ เมื่อถึงเวลาของเ้า หน้าที่นั้น จะปรากฏขึ้นมาเอง”
“อดีตเทวดาของข้า...”
จบด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะปิดด้วยมือของพระเ้า ที่บรรจงกำหมัด พร้อมอัดกระแทกใส้เบ้าหน้าของผม ...หลังจากนั้นใบหน้าของผมก็ยุบตัวด้วยแรงหมัด สิ่งที่ได้ยินครั้งสุดท้าย คงเป็เสียงะเิ ของอะไรบางอย่าง โพล๊ะ! ตู้ม!!!
ก่อนที่สติ จะขาดสะบั้นลง ความมืดมิดมันก็ทำให้ผม นึกถึง่เวลาที่ตนเองได้ตายขึ้นอีกครั้ง
มันต้องย้อนความไปว่า ผมที่กำลังเดินกลับบ้าน หลังจากที่พึ่งทำงานเสร็จ ก็เจอรุ่นน้องในที่ทำงาน เข้ามาทัก
“รุ่นพี่คะ”
เธอโบกมือให้ผม จากอีกฝากของถนน ตอนนั้นผมก็คิดแล้วว่า จะเมินดี หรือ เดินไปหา ตามจริงผมก็ไม่ได้ชอบหรือเกลียดรุ่นน้องคนนี้หรอก แต่โดยส่วนตัว คนในที่ทำงานจะรู้ว่าผม เป็คนที่ไม่ค่อยสนใจใคร อะไรเท่าไหร่นัก
และในทันทีที่ตัดสินใจได้ ว่าจะเดินเข้าไปหา เื่บางอย่างก็เกิดขึ้นราวกับการกลั่นแกล้งของคนบางคน
ตู้ม!! เอี๊ยด!!
เกิดเสียงะเิของอะไรสักอย่างดังขึ้น พร้อมกับตามมาด้วยเสียงเบรกของรถ ผมเองที่ยังอยู่บนทางฟุตบาท ก็มองไปยังจุดเกิดเหตุ...
แต่ดูเหมือนว่า ในสายตาของผมเห็นแค่ สีดำ เท่านั้น.. ยางรถเหรอ ? เอ๋!!
ปัก!! แกร๊ก
ดูท่าผมคงจะคอหัก..
บทนำ