จ๊อก !! เสียงท้องร้องของใครบางคนดังออกมาทำให้สตีฟหันไปมองก่อนจะเห็นแอนนาที่กำลังลุกขึ้นนั่งและขยี้ตาอยู่
“ตื่นแล้วเหรอหนูแอนนาเป็นไงบ้างเจ็บตรงไหนมั้ย” สตีฟรีบถามเธอ
“เจ็บทำไมหนูต้องเจ็บล่ะคะหนูแค่นอนกลางวันเองว่าแต่คุณลุงมีอะไรให้หนูกินบ้างมั้ยหนูหิวจังเลย ???” แอนนาทำหน้างงพลางขอของกินสตีฟ
“เหอะๆตื่นเพราะหิวสินะ” สตีฟหัวเราะแห้งๆพลางหยิบขนมปังแซนวิสออกมาก่อนจะยื่นไปให้เธอที่อยู่กรงข้างๆ
แค่นอนกลางวันสินะแสดงว่าหนูแอนนาไม่ได้โดนลูกดอกยาสลบ ไม่สิอาจจะโดนแต่มันแทงไม่เข้าผิวของเธอ แต่นึกไม่ถึงเลยนะว่าจะมีมนุษย์ที่สามารถยิงลูกดอกยาสลบแทงเข้าผิวของเราได้ถึงแม้มันจะเป็นแผลแมวข่วนก็เถอะแต่พิษของยาสลบที่ป้ายบนลูกดอกนั้นแรงน่าดูเลยไม่งั้นคงไม่ทำให้เราหมดสติในไม่กี่วินาที สตีฟคิดในใจ
“ง่ำๆ...ว่าแต่นี่เราอยู่ที่ไหนกันเหรอคะคุณลุงแล้วทำไมถึงมีไม้มากั้นห้องไว้แบบนี้ล่ะคะ” แอนนาถามอย่างสงสัยพลางมองไปที่ลูกกรง
“เอ่อ...ดูเหมือนพวกเราจะถูกจับมานะ ส่วนอยู่ที่ไหนลุงเองก็ไม่รู้เหมือนกันแต่คงอยู่ในป่าอเมซอนนี่แหละส่วนคนที่จับเรามารู้สึกว่าจะเป็นคนป่าเผ่าลูกากูล่ะมั้ง” สตีฟไม่รู้จะตอบยังไงดีแต่เขาเลือกที่จะไม่โกหกออกไปเพราะแอนนาเป็นเด็กที่ค่อนข้างฉลาดพอตัวจึงเลือกตอบไปตามตรง
“ว้าวชนเผ่าลูกากูเหรอคะหนูเคยเห็นในหนังสือมันเขียนเอาไว้ว่าชนเผ่านี้กินเนื้อมนุษย์ด้วยค่ะ” แอนนาพูดอย่างตื่นเต้น
กินเนื้อมนุษย์เอาจริงดินึกว่าจะมีแต่ในนิทานก่อนนอนเสียอีกนี่มันคนที่กินเนื้อมนุษย์จริงๆงั้นเหรอเนี่ยว่าแต่หนูแอนนาจะตื่นเต้นทำไมนี่เรากำลังจะโดนกินนะเฟ้ย สตีฟคิดในใจ
“ว่าแต่คุณลุงพังกรงออกไปไม่ได้เหรอคะหนูไม่ชอบเลย” แอนนาทำสีหน้าไม่ชอบใจ
“ไม่ไหวต้นไม้พวกนี้แข็งแรงเกินไปคงต้องให้ค่าความแข็งแกร่งลุงสูงกว่านี้อีกหน่อยถึงจะพังมันได้” สตีฟพูดเขาเองก็ไม่แน่ใจต้องแข็งแกร่งขนาดไหนแต่ความแข็งแกร่งเขาในตอนนี้ทำได้แค่กระเทาะผิวนอกของเปลือกมันก็แค่นั้น
ตอนนั้นเองก็มีเสียงคนป่าตะโกนโหวกเหวกอยู่ด้านนอก
[อูลูเครื่องปรุงกับไฟเตรียมเสร็จแล้วไปเอาอาหารมาได้แล้วจะได้ย่างแล้วแบ่งๆกันกิน] เสียงคนป่าพูดภาษาชนเผ่าดังอยู่ด้านนอก
“พวกนั้นเอะอะอะไรกัน” สตีฟพูด
“เขาพูดว่าเครื่องปรุงกับไฟเตรียมเสร็จแล้วให้เอาอาหารไปย่างค่ะคุณลุง” แอนนาตอบสตีฟ
“นี่หนูฟังพวกนั้นพูดกันรู้เรื่องด้วย !!!” สตีฟอุทานอย่างตกใจ
“ใช่ค่ะหนูเรียนภาษาชนเผ่ามานิดหน่อยมันน่าสนใจดี” แอนนาพยักหน้าก่อนสตีฟจะเห็นชายคนหนึ่งเดินเข้ามาสตีฟจำได้ทันทีว่าชายคนนี้ชื่ออูลูจากที่ได้ใช้ระบบตรวจสอบไปก่อนหน้า
[เอาล่ะถอยไปหน่อยเจ้าพวกอาหารฉันจะลากพวกแกไปข้างนอก] อูลูพูด
สตีฟไม่เข้าใจว่าหมอนี่พูดอะไรทำให้เขาหันไปหาแอนนา
“เขาบอกให้ถอยไปค่ะคุณลุง” แอนนารู้ว่าสตีฟฟังไม่ออกจึงแปลให้
“เข้าใจละ” สตีฟไม่คิดจะขัดขืนจึงถอยไปชิดกับลูกกรงอีกด้าน
อูลูเห็นดังนั้นก็ฉีกยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปที่กรงของแอนนาเขาเอื้อมมือทั้งสองข้างไปจับซี่ลูกกรงไม้เอาไว้สตีฟแปลกใจว่าหมอนี่จะทำอะไรอย่าบอกนะว่าจะกระชากมันออกแต่ทันใดนั้นเองจู่ๆอูลูก็กำลูกกรงแน่นก่อนจะออกแรง
[ฮึบ !!] อูลูส่งเสียงออกมาเล็กน้อยก่อนเขาจะค่อยๆใช้มือทั้งสองข้างยกกรงขึ้น
โหแม่เจ้าหมอนี่ยกกรงขึ้นได้เฉยเลยจากน้ำหนักมันน่าจะหนักเป็นตันเลยนะอย่าบอกนะว่ามีสกิลเหมือนซาร่า ไม่สิถ้ามีสกิลเหมือนซาร่าไม่น่าจะเกร็งกล้ามเนื้อขนาดนั้นน่าจะมีสกิลเกี่ยวกับพละกำลังอะไรสักอย่าง สตีฟคิดในใจหลังจากชายที่ชื่ออูลูยกกรงของแอนนาออกไปแล้วเขาก็กลับมายกกรงของสตีฟต่อเมื่อสตีฟออกมาด้านนอกก็พบเข้ากับชาวป่าผิวสีหลายสิบคนกำลังล้อมรอบกองไฟอยู่สตีฟเห็นกรงของแอนนาวางอยู่ข้างๆกองไฟ ก่อนอูลูจะยกกรงของสตีฟมาวางข้างๆกรงแอนนา
“ดูสิคะคุณลุงคนป่าเต็มไปหมดเลย” แอนนาพูดอย่างตื่นเต้นโดยไม่ได้กังวลว่าตัวเองกำลังจะโดนเอาไปทำอาหารเลยสักนิด แน่นอนเพราะสตีฟก็ไม่กังวลเพราะไฟแค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้วแถมเสื้อผ้าของเขาก็ติดตั้งออร์บซ่อมแซมไปเรียบร้อยแล้วไหม้นิดไหม้หน่อยเดี๋ยวก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม
“นั่นสิจากที่นับๆได้ก็ราวๆห้าสิบกว่าคน มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และคนชรา แถมแต่ละคนเลเวลก็สูงๆทั้งนั้นต่ำสุดก็เลเวลเกือบสองร้อย แถมคนนั้นยังเลเวลสูงที่สุดเลย” สตีฟพูดพลางมองไปที่ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สร้างจากกระดูกสัตว์กลายพันธ์ในมือของเขาถือไม้เท้าที่ประดับด้วยอะไรสักอย่างกลมๆเนื่องจากมันอยู่ไกลไปหน่อยสตีฟจึงมองเห็นไม่ชัด
หน้าต่างลูแบร์ Level : 244หัวหน้าเผ่าคนป่าลูกากูแห่งลุ่มแม่น้ำอเมซอน
“ที่แท้ก็เป็นหัวหน้าเผ่า” สตีฟพยักหน้าเข้าใจเนื่องจากระบบไม่ได้มีบอกอายุของชายที่ชื่อลูแบร์เอาไว้ แต่จากที่เห็นสตีฟคิดว่าอายุชายคนนี้น่าจะอยู่ที่ราวๆสี่สิบห้าหรือห้าสิบปี
[เริ่มประเพณีย่างได้ !!!] ลูแบร์หัวหน้าเผ่าลุกขึ้นมาก่อนจะชูไม้เท้าขึ้นและตะโกนเสียงดัง
อู !! อู !! อู !! อู !! อู !! อู !! คนป่ารอบๆเมื่อได้ยินเสียงหัวหน้าเผ่าสั่งพวกนั้นก็เริ่มส่งเสียงเป็นจังหวะทันที ก่อนพวกเขาจะลุกขึ้นและเต้นไปรอบๆกองไฟที่มีกรงของสตีฟและแอนนาวางอยู่ข้างๆ
“ว้าวมีพิธีกรรมก่อนย่างเนื้อมนุษย์จริงๆด้วย” แอนนาพูด
“พิธีกรรม ???” สตีฟงง
“ใช่ค่ะจากหนังสือที่หนูอ่านมันบอกเอาไว้ว่าชนเผ่าลูกากูเมื่อได้เนื้อมนุษย์มานั้นก่อนที่พวกเขาจะกินต้องเตรียมเครื่องปรุงและไฟให้พร้อม เมื่อพร้อมแล้วพวกเขาก็จะทำพิธีบูชาผีบรรพบุรุษ ก่อนจะนำพวกเราขึ้นไปย่างทั้งเป็น ระหว่างย่างพวกเขาก็จะใช้มือหยิบเครื่องปรุงที่เตรียมเอาไว้และสาดมาที่พวกเรา” แอนนาพูดพลางชี้ไปที่กองเครื่องปรุงที่ถูกเตรียมเอาไว้
“โหมีแต่สมุนไพรทั้งนั้นเลยนี่ตรูจะโดนย่างสมุนไพรเหรอฟระเนี่ย” สตีฟพูดหลังจากเห็นสมุนไพรกองเป็นภูเขา
“เอายังไงดีคะคุณลุงเราหนีไปดีมั้ย” แอนนาหันมาถามสตีฟ
“ตราบใดที่ยังออกจากกรงไม่ได้ก็คงหนีไม่ไหว” สตีฟพูดเพราะกรงนี่ไม้ที่พื้นมันถูกต่อกันจนเป็นแผ่นไม้กระดานทำให้สตีฟไม่สามารถยื่นขาออกไปยืนทีพื้นด้านนอกเพื่อยกกรงด้วยตัวเองได้
“แล้วคุณลุงมีแผนยังไงบ้างคะ” แอนนาพูด
“คงต้องรอให้พวกคนป่ายกกรงเราขึ้นเผาบนไฟจนไม้มันเริ่มพังนั่นล่ะมั้งแล้วค่อยหนีกัน” สตีฟเองก็ไม่ได้คิดแผนอะไรเยอะแยะเขาจึงวางแผนง่ายๆแบบนี้
สตีฟและแอนนานั่งมองการทำพิธีกรรมของเผ่าลูกากูไปเรื่อยๆสตีฟคิดว่ามันคือการแสดงอย่างหนึ่งจึงไม่กังวลอะไร
อู !! อู !! อู !! อู !! อู !! อู !! พวกคนป่าแห่งเผ่าลูกากูทำพิธีกรรมอยู่เกือบยี่สิบนาทีในที่สุดพวกเขาก็หยุดก่อนจะมองมาทางสตีฟและแอนนา
[ยกกรงขึ้นย่างได้ !!] ลูแบร์ตะโกนสั่งก่อนลูกเผ่าทั้งหลายจะกรูกันมาหาสตีฟและแอนนาพวกเขาช่วยกันยกกรงขึ้นก่อนจะเอามันขึ้นไปตั้งบนกองไฟ
“เย้ !!” แอนนาชูมือขึ้นพลางร้องออกมาอย่างดีใจ
เหอะๆดีใจเพราะกำลังจะโดนเผาเนี่ยนะเด็กคนนี้นี่ สตีฟส่ายหน้ากับอาการของแอนนาและเมื่อยกกรงขึ้นวางบนกองไฟแล้วคนป่าทั้งหลายก็ถอยออกไปตอนนั้นเองหัวหน้าเผ่าลูกากูลูแบร์ก็เดินเข้ามาเขาหยิบสมุนไพรที่พื้นมาด้วยกำมือหนึ่ง
“เหมือนจะให้หัวหน้าเผ่าเป็นคนเริ่มนะ” สตีฟพูดเบาๆ
“คุณลุงดูสิคะหัวไม้เท้าของคุณหัวหน้าเผ่าประดับด้วยอะไรก็ไม่รู้แปลกจังเลย” แอนนาชี้ไปที่ไม้เท้าของหัวหน้าเผ่า
“หือนั่นสิพึ่งจะสังเกตุมันเหมือนถูกสร้างมาจากโลหะเลย ในป่าแบบนี้ไม่น่าจะมีโลหะนะ” สตีฟแปลกใจเพราะจากที่เขาเห็นคนป่าพวกนี้ใช้ไม้และหินเท่านั้นคนพวกนี้ไม่น่าจะรู้วิธีสร้างโลหะ
ทันใดนั้นเองเมื่อสตีฟมองดูสิ่งที่ประดับบนไม้เท้านั่นเขาก็อดอุทานเสียงดังไม่ได้
“เฮ้ยไอ้นั่นมัน !!!” สตีฟอุทานออกมาเสียงดังก่อนเขาจะล้วงมือไปในผ้ากันเปื้อนหยิบกระเป๋ามิติลายคุณหมีออกมาและล้วงมือเข้าไปทันที
“หาอะไรอยู่เหรอคะคุณลุง” แอนนาสงสัยแต่สตีฟไม่ตอบแต่เขาล้วงหาของในกระเป๋าต่อไปก่อนจะหยิบมันออกมา
“นี่มัน !!” สตีฟอุทานอย่างตกตะลึงพลางมองของในมือและของที่ประดับอยู่บนไม้เท้าสลับกันไปมา
“ว้าว...คุณลุงก็มีเหมือนหัวหน้าเผ่าเลย อย่างนี้คุณลุงจะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่าหรือเปล่าคะ” แอนนาเมื่อเห็นสิ่งที่สตีฟหยิบออกมาเธอก็อุทานเบาๆ
“มะ...มะ...มะ...ไม่ผิดแน่ถึงแม้ลวดลายจะต่างกันนิดหน่อยแต่น่าจะเหมือนกัน ถึงอันที่อยู่กับหัวหน้าเผ่าจะดูเก่าๆหน่อยแต่ไม่ผิดแน่แถมที่เขียนไว้ที่ขอบนั่น !!” สตีฟพูดพลางจ้องมองไปที่สิ่งที่ประดับอยู่บนไม้เท้ามันไกลไปนิดแต่เขาก็พยายามอ่านมา
“Pr….Proof….Th… อะไรฟระนั่นตระไคร่ดันบัง” สตีฟอ่านไม่ออกแต่เมื่อหัวหน้าเผ่าเดินเข้ามาใกล้เขาก็เห็นตัวอักษรชัดขึ้น
“Proof That Tony Stark Has a….. ตัวอักษรไม่ครบเพราะมันถูกตะไคร่น้ำบังเอาไว้แต่เป็นภาษาอังกฤษแน่ๆแล้วสตาร์คนั่นมันนามสกุลของตาลุงจีเวล สตาร์คนี่หว่าใช่จริงๆด้วยเป็นคอร์พลังงานที่ใช้กับเฮลิคอปเตอร์ !!!” สตีฟฉีกยิ้มออกมาอย่างดีใจตอนนี้เขามีความหวังที่จะเดินทางกลับบ้านแล้วเขามองดูคอร์พลังงานในมืออีกครั้งขนาดของมันน่าจะพอดีกับที่ประดับอยู่บนไม้เท้านั่น
จบ...
คอร์พลังงานที่ประดับอยู่บนไม้เท้าหัวหน้าเผ่าคนป่าลูกากู