(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer

    บทที่ 40 รายงานฉบับสำคัญ (+ประกาศเล็กน้อย)

    บทที่ 40

    รายงานฉบับสำคัญ



    ไม่มีใครคาดคิด... ว่ายอดไม้ที่ขึ้นอยู่ทั่วไปตามป่าอันกว้างใหญ่ จะเป็นคำตอบสำหรับการแก้ปัญหาเรื้อรังที่หลอกหลอนผู้คนในดินแดนมานานหลายร้อยปี

    ชาจากยอดสนอ่อนถูกแจกจ่ายออกไปอย่างรวดเร็ว มันกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมประจำโรงเหล้าที่เสิร์ฟให้กับลูกค้าทุกคนโดยมีราคาค่าบริการเพียงแค่หนึ่งเหรียญทองแดงเท่านั้น แถมทุกคนยังเติมได้ไม่อั้นอีกต่างหาก ผู้คนทั้งหลายเริ่มเล่าลือกันว่ามันเป็นเครื่องดื่มแสนเรียบง่ายที่เทพีฟอริสประทานให้กับมวลมนุษย์เพื่อเป็นรางวัลของความศรัทธาอันเปี่ยมล้น


    ชาวบ้านจึงกราบไหว้ขอบคุณองค์เทพีเป็นการใหญ่


    ขณะเดียวกันต้นตอแห่งความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่นี้ กลับต้องนั่งขีดเขียนสมุดหนังเล่มโต เพื่อส่งรายงานการค้นพบครั้งนี้ไปยังหัวเมืองอย่างรัสเซล ตลอดช่วงฤดูหนาวที่หิมะทับถมกันจนไม่อาจเดินทางได้ ทำให้คิทมีเวลาร่างข้อมูลเชื่อมโยงรายละเอียดสำคัญหลายอย่าง ทั้งเรื่องอาหารการกินของคนในอาณาจักร ชนิดของอาหารจากผักและผลไม้ที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย รวมไปถึงรายละเอียดของโรคคำสาปเลือด ที่ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นโรคขาดสารอาหาร แทนความเชื่อผิด ๆ ที่มีมาเนิ่นนาน

    มือน้อย ๆ เขียนตัวอักษรอย่างต่อเนื่องจนเริ่มปวดหนึบ แต่เขากลับมีความสุขอย่างประหลาด เมื่อคิดว่าในอนาคต ทุกคนคงมีชีวิตที่ดีขึ้น และความหวาดกลัวที่มีต่อท่านเทพแห่งความมืดนามอีนอสคงลดลงเมื่อความรู้ในหนังสือเล่มนี้ได้รับการเผยแพร่ออกไป ภารกิจสำคัญจากทวยเทพทั้งหลายได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง


    (อา… แค่นึกถึงอนาคตก็รู้สึกดีแล้ว เอ้า…เขียนต่อสิไอ้หนู) คิทยังคงให้กำลังใจตัวเองต่อไป


    นายทหารชั้นสูงอย่างจอห์น และคนสำคัญของรัสเซลอย่างแจคสันแวะเวียนมาดูการทำงานอันเคร่งเครียดของหนุ่มน้อยหลายครั้ง พวกเขายินดีกับข่าวสำคัญ แถมยังได้เห็นภาพที่คล้ายคลึงและซ้อนทับกับท่านลอร์ดสูงอายุของตนอย่างประหลาด ความคิดที่มีปักใจเชื่อเต็มร้อยแล้ว ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้า เป็นท่านลอร์ดน้อยของพวกเขาที่เหมือนกับบิดาอย่างไม่ผิดเพี้ยน

    .

    .

    .

    ห้วงเวลาหนึ่งเดือนของพายุหิมะที่โหมกระหน่ำดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด ฤดูกาลของปีใหม่จึงมาเยือนทุกคนด้วยข่าวดีพร้อมกับหนังสือเล่มโตที่ภายในมีรายงานสำคัญบนแผ่นหนังละเอียดยิบ คิทมองหนังสือเล่มแรกที่เขียนอย่างตั้งใจด้วยความภาคภูมิ ภาพวาดประกอบในนั้นเขาตั้งใจทำให้สวยงามอย่างสุดฝีมือทีเดียว เมื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อความภายในจนเรียบร้อยทุกประการ คิทก็ตัดสินใจลงนามบนหน้าปกแข็งที่ดูธรรมดายิ่ง...



    คำสาปเลือดที่คลี่คลาย

    โรคร้ายจากการขาดสารอาหาร



    โดย


    เดวิด


    แห่งหมู่บ้านเรดวู้ด เมืองรัสเซล

    ปีที่ 1750 แห่งราชวงศ์เซริส

    ขอทวยเทพโปรดอวยพรให้ทุกคนมีความสุข



    นักบวชและนายทหารชั้นสูงทุกคน รับหนังสือเล่มนั้นจากมือของเด็กหนุ่มหน้ามอมแมมเปรอะเปื้อนหมึกด้วยมือที่สั่นเทา กุญแจดอกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองรัสเซลและอาณาจักรเซริสอันยิ่งใหญ่ได้ถูกส่งมอบถึงมือของพวกเขาแล้ว

    ตาเป็นประกายของแจคสันสบกับจอห์นอย่างมีความนัยแอบแฝงแวบหนึ่ง พฤติกรรมดังกล่าวไม่อาจหลุดพ้นสายตาของพญาเหยี่ยวน้อยตัวแสบอย่างอีธานไปได้


    (น่าสงสัย ต้องบอกพี่คิท!) เจ้าตัวเล็กเก็บรายละเอียดทั้งหมดที่เห็น


    คิทลูบหัวน้องชายที่มาออดอ้อนพร้อมถ่ายทอดข้อความให้ได้ทราบ ก่อนจะอุ้มเขาขึ้นมาเล่นด้วยจนชื่นใจ เจ้าตัวน้อยกำลังจะก้าวย่างสู่วัยแปดขวบในปีนี้แล้ว แม้ตัวจะหนักและโตขึ้นมาก แต่ก็ยังห่างไกลจากร่างกายที่เริ่มเป็นหนุ่มของพี่ชายคนนี้อยู่ดี สำหรับท่าทีมีพิรุธของผู้ใหญ่ทั้งสอง เขาเองก็เห็นจนชินตาและเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว จึงไม่ได้สืบสาวราวเรื่องลงไปอีก


    ภารกิจที่มีติดตัวยังเยอะเกินไป ไว้เขาว่างเมื่อไหร่ค่อยตามสืบก็คงไม่สายกระมัง?


    พลังของกระดิ่งทองคำที่ได้รับมาไว้ใช้งานก็ยอดเยี่ยม ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาลั่นมันไปครั้งหนึ่งแล้ว เสียงกระดิ่งที่นำทางไปยังแผ่นหนังและปากกาขนนกข้างขวดหมึก ได้แสดงคำตอบที่ทำให้เขาเห็นหนทางแก้ไขปัญหาในใจ...รายงานเล่มนั้นจึงถูกเขียนขึ้นด้วยคำแนะนำผ่านเสียงสดใสดังกล่าว นอกจากนี้เสียงกระดิ่งที่แสนไพเราะยังช่วยขจัดความคิดติดขัดที่มีอยู่ในหัวให้สลายไปได้อย่างประหลาดนัก เขาจึงสามารถเขียนหนังสือเล่มโตได้อย่างราบรื่น

    เมื่อวกมาคิดเกี่ยวกับการทำของถวายเพื่อให้เหล่าทวยเทพได้อารมณ์ดีตั้งแต่ต้นปี เขาก็นึกได้ว่าตนเองยังหลงลืมสิ่งที่สำคัญยิ่ง ทหารที่มาประจำอยู่ที่หมู่บ้านเป็นสมาชิกกลุ่มสำคัญที่ช่วยปกป้องพวกเขาจากภัยร้าย แถมยังทำตัวเป็นแรงงานคอยช่วยเหลือควบคุมเหล่าทาสให้พัฒนาหมู่บ้านได้อย่างราบรื่น


    เขาควรจะสอบถามทหารเหล่านั้น เพื่อให้ทราบนามของเทพผู้ประทานพร... จะปล่อยให้มีท่านผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้รับคำเชิญแล้วเกิดอารมณ์หงุดหงิดจนเป็นปัญหาในภายหน้าไม่ได้เด็ดขาด ผลของการสอบถามทำให้คิทได้ทราบนามของเทพผู้ยิ่งใหญ่ในหมู่ทหารและนักรบอีกสององค์


    พวกเขาเป็นพี่น้องกัน และปรากฏตัวในเรื่องเล่าเกี่ยวกับการฝึกฝนและความกล้าหาญอยู่บ่อยครั้ง


    ของถวายช่วงต้นปีจึงมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นไปอีก อาหารมากมายถูกจัดเตรียมเพิ่มเป็นสิบสองชุด เหล้าชั้นสูงที่หมักด้วยตนเองถูกนำมาเตรียมไว้ถึงสี่ถัง แถมยังมีคำขอร้อง ให้คนงานช่วยส่งเหล้าจากโรงหมักสำหรับชาวบ้านขึ้นมาด้วย ข้อเสนอแนะขององค์แลนด์บรูห์ทำให้งานหนักของเขาลดลงหลายส่วน

    แม้หิมะยังไม่เริ่มละลาย แต่ทหารและทาสหลายคนที่ใช้ชีวิตอุดอู้อยู่ในที่พักจนเบื่อ ก็ตัดสินใจออกมากวาดหิมะเปิดทางสะดวกให้กับชาวบ้าน พวกเขายังได้ข่าวจากหัวหน้าของตนว่า ท่านเดวิดใกล้จะถวายอาหารให้กับทวยเทพในช่วงต้นปีแล้ว ความคึกคักของหมู่บ้านจึงเพิ่มสูงเป็นพิเศษ


    พิธีการที่กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชุมชนตลอดทุกเดือนจึงกลับมาอีกครั้ง


    ทหารทั้งหลายตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ทราบว่าท่านเดวิดจะทำของถวายเทพผู้ให้พรของพวกเขาด้วย ความเคารพที่มีจึงเริ่มเพิ่มพูน โดยที่เด็กหนุ่มคนเก่งที่ยังคงทำงานวุ่นอยู่ในครัว ไม่ทราบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

    พิธีกรรมสำคัญเพื่อขอบคุณทวยเทพได้รับคำตอบรับจากองค์เบลาทอร์ เทพแห่งนักรบ และองค์บราฟ เทพแห่งความกล้าหาญ ตามที่คาดการณ์ไว้ คิทได้เจอกับเทพสองพี่น้องที่หน้าตาคล้ายคลึงกันมาก ท่านผู้ยิ่งใหญ่ไม่มีอาการขุ่นเคืองแต่อย่างใด มีเพียงรอยยิ้มยินดีที่ตนได้รับเชิญให้มาร่วมงานเลี้ยงแสนอร่อยกับสหายทั้งหลาย แถมยังได้เจอเจ้าหนูคนสำคัญที่กลายเป็นข่าวลือหนาหูในวงทวยเทพอีกด้วย


    “เห็นว่าแก้โจทย์ใหญ่จากไวท์วิงส์และไกเอลได้เร็วยิ่ง ข้าเฝ้ามองอยู่นานทีเดียว...” เบลาทอร์กล่าวชม เหล้าในถังไม้ใหญ่พร่องอย่างรวดเร็วประหนึ่งเจอเครื่องสูบน้ำ แลนด์บรูห์คอยกันท่าไม่ให้ของโปรดของตนถูกแย่งชิง ขณะเดียวกันไมเทียสก็คุยกับสหายสนิททั้งสองอย่างออกรส


    ท่านเทพผู้บึกบึนทั้งหลายเป็นนักดื่มตัวยง ไม่ว่าจะเป็นสุราที่พิถีพิถันหรือสุราที่แจกจ่ายอยู่ในโรงเหล้าก็ถูกปากทั้งนั้น


    “อีนอสเป็นอย่างไรบ้างเล่า หายงอนหรือยัง?” องค์ฮันเทียผู้ไม่ปริปากมานานดึงความสนใจบนโต๊ะด้วยสุรเสียงที่อ่อนโยนผิดกับความเป็นเทพแห่งนักล่า คำถามของเทพหนุ่มส่งตรงไปยังองค์ไวท์วิงส์และองค์ไกเอล แม้แต่คิทก็อยากรู้คำตอบไปด้วย


    เทพเจ้างอนได้ด้วยหรือ? วันนี้เขาได้ยินสิ่งที่เปิดหูเปิดตานัก


    “คงจะอีกพักใหญ่... แต่ดูเหมือนจะมีอารมณ์ดีขึ้นมากแล้วกระมัง? ข้าเองก็ไม่แน่ใจนักเพราะเจ้านั่นไม่เปิดประตูให้พบเสียด้วย” ผู้เฒ่าขาวของกลุ่มพูดเสียงอ่อน “ยังคงมีเรื่องราวอีกมากมายที่มนุษย์ว่าร้ายใส่ความมาตลอดเวลาหลายร้อยปี คงต้องค่อย ๆ แก้ไปล่ะนะ”

    “ก็ยังดีที่มีเจ้าหนูเดวิด ไม่เช่นนั้นคงเป็นเรื่องใหญ่ในเวลาไม่กี่ปีแน่ ๆ ...” ฟอริสออกความเห็น จากนั้นก็เอื้อมมือไปคว้าของหวานในถาดมาครอง เนื่องจากทนเห็นนีด้าและสองเทพีมิ้วส์แย่งกินจนพวกมันใกล้หมดไม่ไหว ยังมีเทพแห่งทองคำและการค้าขายอีกองค์ที่แย่งกินไม่หยุด

    “นี่...ข้ายังไม่ได้กินเลยนะ”

    “ก็ช้าเองนี่... ช่วยไม่ได้นะจ๊ะคนสวย” ฮันเดลที่กำลังเคี้ยวขนมหวานในปากจนแก้มตุ่ย จึงโดนเทพีทั้งหลายถลึงตาใส่หลายที เทพในชุดที่มีทองคำอร่ามประดับประดาเต็มตัวจึงได้แต่หัวเราะด้วยอารมณ์ที่เป็นสุขยิ่ง


    บทสนทนาประสาเพื่อนฝูงยังคงดำเนินต่อไป คิทเองก็ได้ดื่มกินน้ำทิพย์สีรุ้งแสนอร่อยที่เทพีฟอริสเสกให้มันเติมเต็มอยู่ในแก้วไม่หยุด ระหว่างนั้นก็ร่วมฟังเรื่องราวในวงเหล้าที่สนุกสนาน องค์ไกเอลยังคงพูดน้อยเหมือนเดิม แถมยังแอบหยิบมันเผาที่ปรากฏออกจากอากาศอันว่างเปล่ามากินเล่นเป็นของว่าง ริมฝีปากอมยิ้มเล็กน้อยทุกทีที่กัดมันเข้าไปเคี้ยวจนแก้มป่อง แต่ใบหน้าก็จะกลับมาเคร่งขรึมอย่างรวดเร็วทุกครั้งที่คิทหันมามอง


    เด็กหนุ่มรู้สึกว่าตนเองต้องใช้พลังใจอย่างยิ่งยวดในการกลั้นขำ งานสังสรรค์ครั้งนี้จึงทรมานและมีความสุขแปลก ๆ


    เวลาในมิติเทพเจ้ายังคงหมุนวนไปอย่างรวดเร็วอีกหลายชั่วโมง แต่โลกภายนอกผ่านไปไม่กี่วินาทีเท่านั้น คิทได้กลับออกมาจากงานเลี้ยงใหญ่แล้ว ปีนี้เทพทุกองค์พอใจยิ่ง แถมยังอวยพรให้เขาอีกด้วย โชคดีเหลือเกินที่ไม่มีคำพยากรณ์เกี่ยวกับฤดูกาลอันเลวร้ายจากองค์แลนด์บรูห์ บุตรชายแห่งฟอริสถึงกับยกนิ้วให้เขาแล้วกล่าวว่า...


    ปีนี้จะเป็นปีที่ยอดเยี่ยม


    ครั้งนี้เขายังได้พูดคุยกับเทพีฟอริสเป็นองค์สุดท้าย บทสนทนานั้นเขายังจำได้ชัดเจน


    “เป็นอย่างไรบ้าง ชีวิตนี้ของเจ้า”

    “ก็ดีนะครับ อบอุ่น สนุก และตื่นเต้นทีเดียว”

    “เห็นเจ้ามีความสุข ข้าก็ดีใจ... แค่อยากจะบอกอะไรสักอย่าง ที่อาจจะหลงลืมไปบ้าง” ท่านเทพีลุกขึ้นจากโต๊ะหินงามวิจิตร แล้วเดินมาลูบหัวคิทอย่างแผ่วเบา

    “ต่อให้ผ่านเรื่องราวแห่งชีวิตมามากจนจิตวิญญาณยิ่งใหญ่เพียงไหน แต่ก็พึงระลึกไว้บ้าง ว่าเวลานี้... ชีวิตนี้เจ้ายังเป็นเด็กน้อยตัวจ้อยนัก ใช้ชีวิตให้สนุกสนานเหมือนเช่นเด็กทั่วไปบ้างก็ได้ ร้องไห้งอแงบ้างในบางโอกาส พึ่งพาคนอื่นเมื่อจำเป็น... อย่าให้ชาติกำเนิดควบคุมชีวิตเจ้าจนเสียความสุขที่มี และจงมีความสุขกับสิ่งที่เป็น...”

    “อย่าหลงละเลิงในอำนาจที่เจ้าจะได้รับ จำไว้ให้มั่นว่า... มีเพียงสายสัมพันธ์ระหว่างกันเท่านั้นที่ยั่งยืน...”

    “จงรักครอบครัวของตนให้มาก จากนั้นค่อยเผื่อแผ่ไมตรีไปยังผู้อื่นก็ไม่สาย”

    “ข้า...ข้าทราบแล้ว ขอบคุณนะครับ” หนุ่มน้อยนึกถึงครอบครัวที่อยู่ในโบสถ์อันอบอุ่น ทุกครั้งที่คิดดังนั้น รอยยิ้มน้อย ๆ ก็จะปรากฏบนใบหน้าอย่างชัดเจน หนุ่มน้อยยังไม่รับรู้เรื่องราวที่ว่า... ยังมีบิดาอีกคนอยู่ที่รัสเซล เทพีคนสวยจึงได้แต่ยิ้มเมื่อนึกถึงอนาคตอันใกล้


    เธอจะรอชมเรื่องราววุ่น ๆ ให้หนำใจทีเดียว


    “แล้วก็...ปีนี้ข้าอยากลองชิมพุดดิ้งกับเค้กผลไม้ อย่าลืมลองหาหนทางด้วยเล่า...”

    (หืม... ท่านเปลี่ยนอารมณ์เร็วไปไหม? ข้ากำลังซึ้งเชียว...) ตาของคิทเบิกกว้างเมื่อบทสนทนาเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว

    “เจอกันเดือนหน้าจ้ะ”


    (เดี๋ยวก่อน... เฮ้อ...)

    (แล้วข้าจะหาไข่ไก่กับนมได้ที่ไหนล่ะนี่)



    _____________________

    สวัสดีครับทุกคน นักเขียนชื่อ ปลาวาฬ นะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ

    เพิ่งลองเผยแพร่งานในกวีบุ๊ค เป็นผลงานที่เคยเขียนไว้ในเด็กดีและ RAW ครับ ตอนนี้ขัดเกลาและทำเป็นอีบุ๊คแล้ว เลยอยากลองเอาผลงานมาเปิดที่ใหม่บ้าง


    จะแจ้งให้ทราบว่า ตั้งแต่ตอนที่ 41- เป็นต้นไป วาฬจะเก็บค่าใช้จ่ายในการอ่านนะครับ ใครสนใจอยากได้เป็นรูปเล่ม แวะไปที่ MEB หาหนังสือชื่อเรื่องเหมือนกันนี้ได้เลย วาฬจัดทำไว้เรียบร้อยแล้วจ้า


    ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและแวะเวียนเข้ามาอ่านนะฮะ สำหรับรายตอนในนี้ จะลงจนจบ ทุกภาค ทะยอยวันละ 5-10 ตอนครับผม


    ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะฮะ โชคดีมีชัย ทวยเทพอวยพรจ้า


    วาฬเอง 2023.01.24

    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer ที่คุณอ่าน