ตอนที่แปดสิบหก เยี่ยมพบอ้องอุ้น 3
อ้องอุ้นทำท่าตกใจและหน้าซีดแม้เขาจะพยายามข่มอารมณ์และพยายามจะคิดอย่างมีสติเองก็ตาม
แต่ผมมั่นใจว่าคนฉลาดและเจ้าเล่ห์ของยุคนี้ติดนิสัยหวาดระแวง
ลมพัดใบไม้ไหวอะไรหวาดระแวงเอาไว้ก่อน
ผมไม่เชื่อว่าอ้องอุ้นจะสบายใจไปได้เมื่อเจอนกอีกานกเค้าแมวอย่างผมร้องทักให้เป็นลางบอกเหตุอย่างนี้
ผมทำท่าถอนหายใจอย่างสุดแสนเสียดายและเศร้าโศก
“ไม่มีผู้ใดสามารถอยู่ได้อย่างเกาะที่โดดเดี่ยวท่ามกลางกระแสชลกระต่ายตายจิ้งจอกโศกศัลย์ เห็นท่านอ้องอุ้นเดินทางไปสู่อันตานยทำให้ข้าอดโศกเศร้ามิได้”
จากการพยายามทำสีหน้าสงบเยือกเย็นของอ้องอุ้นนั้นกลายเป้นทำท่าประสานมือนอบน้อมเหงื่อไหลที่กลางหลังแบบไม่แสดงออกทันที
จากการที่ผมจับเสียงหัวใจและชีพจรต่างๆได้สมเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์แห่งยุค
“เรียนถามท่านองครักษ์ตั๋งฮวงเบิกเนตรข้าผู้โง่เขลาแล้ว”
อ้องอุ้นทำท่าคำนับผม
ผมยื่นมือประคองอ้องอุ้นอย่างนอบน้อม
“ท่านผู้อาวุโสอย่าได้ทำเช่นนี้ข้ากล่าวในตอนนี้มิใช่ในฐานะขุนนางของราชสำนัก แต่คือฐานะของตัวข้าตั๋งฮวงผู้ร่วมอาศัยในใต้หล้าแบบเดียวกับท่านผู้หนึ่ง ต่างอยู่ร่วมโลกาไยเลยต้องมาเข่นฆ่ากัน”
ตั๋งฮวงอล่าวอย่าอง่อนโยนต่ออ้องอุ้น
อ้องอุ้นรู้สึกแปลกๆที่ทำไมคนที่กล้าถึงขนาดวิจารณ์โอรสสวรรค์ต่อหนึ้งทำท่าดีต่อตนเองเป็นพิเศษเช่นนี้
ยิ่งประสานกับพฤติการณ์ที่ตั๋งฮวงมาเตือนตนเองก้ญิ่งทำให้อ้องอุ้นที่เป็นคนฉลบาดและขี้ระแวงเป็นทุนเดมอยู่แล้วยิ่งระแวงเข้าไปใหญ่
“ขอท่านตั๋ฮวงชี้แนะ”
อ้องอุ้นกล่าวอย่างเคารพ
ตั๋งฮวงทำท่าถอนใจมองท้องฟ้าภายนอกที่ตะวันจะลับขอบฟ้า
“ตะวันใกล้ลาลับแล้วเรียนถามท่านอ้องอุ้น ไม่ใช่ในฐานะเสนาบดีแต่ในฐานะที่ท่านเป็นมนุษย์คนหนึ่งท่านมีมุมมองต่อสถานการณ์แผ่นดินอย่างไรบ้าง?”